Imagined Communities, Real War ? : เขาพระวิหาร: ชุมชนในจินตนาการ กับสงครามจริง ๆ (รึเปล่า?)




ป ร ะ ก า ศ โ ป ร ด ท ร า บ – …สิ่งที่ท่านจะได้อ่านต่อไปนี้ … เป็นข้อเขียนที่มีนัยยะทางการเมือง — ถึงแม้ท่านอ่านแล้วอาจจะยังงง ๆ ว่าผู้เขียนอยากจะเสนออะไรกันแน่ … ^^”… แต่มันก็คือ – อ ะ ไ ร – ที่ตัดตอนมาจาก – อ ะ ไ ร – (… เอาน่า .. จะเป็นอะไรก็ช่างมันเหอะ … ^^”..) ที่เราส่งให้เพื่อน ๆ ในวงสนทนา – ห า ท า ง อ อ ก ใ ห้ ก ะ ปั ญ ห า ท า ง ก า ร เ มื อ ง ไ ท ย – อ่าน … เพื่อเป็นการเพิ่ม momentum ในการพูดคุยกัน …พูดง่าย ๆ ก็คือเรากะลัง – แ ก ว่ ง เ ท้ า ห า เ สี้ ย น – นั่นเอง… ^^”… คือถ้ามีใครซักคนเขียนอะไรซักอย่าง … มันจะมีคนรับลูกต่อเองไง … ไม่ต้องเขียนดีมากก็ได้ — อะไรก็เขียน ๆ ไปเหอะ ^^”..ที่เราบอกว่า – ตั ด ต อ น ม า – เราหมายความว่า version ที่เราส่งทาง e-mail นั้นมี footnote(s) — เนื่องจากใน blog มันทำ footnote(s) ยาก … และเราไม่คิดว่า footnote(s) ของเราจะมีประโยชน์ในการทำให้คุณเข้าใจงานเขียนของเรามากขึ้น (…50% เป็นการบ่นและคุยกะท่านผู้ชมไปตามเรื่องเฉย ๆ .. แหะ ๆ … ^^”) เราจึงคิดว่าเราไม่เห็นจำเป็นต้องเอามันมาแปะไว้ …- แต่ – ถ้าใครก็ตามกะลังจะด่าว่าเรา Plagiarize…ตรงไหนก็ตามที่เราแปลมา .. เราเอามาจาก Anderson, Benedict. (1983) Imagined Communities. Revised edition. New York: Verso. ค่ะ


ข อ ข อ บ คุ ณ – รศ. ดร. กุลลดา เกษบุญชู มี๊ด แห่งภาควิชา IR จุฬาฯ ที่แนะนำหนังสือเรื่อง Siam Mapped, Imagined Communities และอื่น ๆ อีกมากมายว่าด้วยวาทกรรมการสร้างรัฐชาติไทยในวิชานโยบายต่างประเทศของไทย (… ชื่อวิชาถูกแล้วค่ะ – เชื่อเหอะ ^^”) ตั้งแต่เทอมที่แล้ว – แต่กว่าจะไล่อ่านได้ (แถมยังอ่านไม่จบอีกด้วย) ก็ปาเข้าไปเทอมนี้ (…เง่ยยย … ก็เทอมที่แล้วเราเรียนหลายวิชาจริง ๆ อะ:P) และ – ข อ ข อ บ คุ ณ – คำพูดของใครบางคน (i.e.นู๋ดาว ^^) ที่บอกว่าคุณ ‘ชอบอ่านความคิดของเรา’ ซึ่งจะเป็นกำลังใจให้เรา ‘คิด’ ให้คุณ ‘อ่าน’ ต่อไปเรื่อย ๆ … ^^.. ถึงแม้ว่า – บางครั้งสิ่งที่เราคิด – มันจะไม่ตรงกับความสนใจของคุณ – ก็คอยลบ mail เอาเองละกันนะ ^^”


Imagined Communities, Real War?
เขาพระวิหาร : ‘ชุมชนในจินตนาการ’ กับ ‘สงครามจริง ๆ’ (รึ …เปล่า?)


Who would have thought that the storm blows harder the farther it leaves Paradise behind?

– Benedict Anderson’s Imagined Communities



ข้าพเจ้าไม่เคยไปเขาพระวิหาร และยอมรับว่าไม่ได้มีความสนใจ หรือความรู้ความเข้าใจมากนักเกี่ยวกับความงดงามของศิลปะ หรือความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของโบราณสถานลูกครึ่งกัมพูชา – ไทย แห่งนี้ ก่อนหน้าที่กรณีการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของปราสาทพระวิหารจะถูกนำมาเป็นประเด็นวิพากษ์อย่างเผ็ดร้อนว่าด้วยการเสียดินแดนหลายตารางกิโลเมตรของประเทศไทย – ที่ฟังหนัก ๆ เข้าก็กลับกลายเป็นประเด็นที่ดูคล้ายกับว่าจะเป็นการการสูญเสีย – หรือย่ำยี / ลบหลู่เอกราชชาติไทยในบางลักษณะ – อันถือว่าเป็นประเด็นยอดฮิตที่ส่งผลโดยตรงต่อเสถียรภาพ และความมั่นคงของรัฐบาลมาทุกยุค ทุกสมัย จนกระทั่งมีผู้กล่าวว่า ประเด็นเรื่องเขาพระวิหารที่หยิบยกมาถกกันอย่างกว้างขวางในขณะนี้ ดูเหมือนว่าจะมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนในการที่จะใช้เพื่อโค่นล้มรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช มากกว่าที่เป็นความห่วงใยอย่างจริงใจเกี่ยวกับการเสียหรือไม่เสียดินแดน – หรือแม้กระทั่งการเสียศักดิ์ศรีของประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพร่วมของการเสนอให้จัดปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก



เมื่อเวลากว่าสองสัปดาห์ผ่านไป ปราสาทหินโบราณแห่งนี้ดูเหมือนยังคงอยู่ในกระแสความสนใจของสังคมอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากยังคงมีการ ‘เติมเชื้อ’ เข้าไปอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นโดยฝ่ายเสนอ – คือฝ่ายพันธมิตรฯ หรือฝ่ายสนอง – คือคุณนภดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนปัจจุบัน บ้างก็ขุดเอากึ่งประวัติศาสตร์ กึ่งตำนานขึ้นมากล่าวอ้าง บ้างก็หยิบยกเอาเอกสาร จดหมายติดต่อต่าง ๆ และหนังสือราชการขึ้นมาตีความกันตั้งแต่ชั้นตัวหนังสือ ไปจนกระทั่งถึงตัวเลขวันที่ ที่ดูเหมือนจะรุนแรงที่สุดที่ข้าพเจ้าเคยได้ยิน – ถึงแม้จะไม่แน่ใจว่านั่นคือการตีความเอกสารอะไร หรือคำพูดประโยคไหนกันแน่ — เนื่องจากเป็นการได้ยินเพียงผ่าน ๆ จากรายการคุยข่าวยามเช้ารายการหนึ่ง ก็คือ “… นี่อาจจะถือเป็นการประกาศสงคราม – ระหว่างประเทศ / รัฐไทย และกัมพูชา — ก็ได้ …”



สงคราม (จริงๆ) ระหว่าง 2 ‘ชาติ’ สมัยใหม่ – ที่แม้จะนับอายุ (ในฐานะที่เป็นรัฐชาติ i.e. Nation-States) รวมกันแล้ว – ก็อาจจะอยู่ที่ปริ่ม ๆ 300 ปี – ขาดเกินไปไม่เท่าไหร่ — เพื่อแย่งชิงความเป็นเจ้าของปราสาทโบราณที่สร้างขึ้นมาโดยชนชาติหนึ่งที่เผอิญอาศัยอยู่แถวนี้กว่าเมื่อ 300 ปีก่อนที่จะมีกรุงสุโขทัย ?!?!



สงคราม (จริงๆ) ระหว่าง 2 ‘ชาติ’ สมาชิกของประชาคมอาเซียน – และประชาคมโลก — เพื่อการอ้างสิทธิ์ในการเสนอปราสาทเขาพระวิหารเป็น ‘มรดกโลก’ ?!?!


สงคราม (จริงๆ) ระหว่าง 2 ‘ชาติ’ ที่ต่างก็เรียกร้องความยุติธรรม (?) การยอมรับ และการตระหนักในสิทธิที่พึงมีพึงเป็นของตนจากศาลโลก – ท่ามกลางกระแสวาทกรรมแห่งประชาธิปไตยและสันติภาพโลก ?!?!


….หรือนี่คือสงครามระหว่างอะไรกันแน่ ?!?!


1.‘ชาติ’ ในฐานะ ‘ชุมชนในจินตนาการ’ (Imagined Communities)


ใน Imagined Communities: Reflections on the Origin and Spread of Nationalism หนังสือว่าด้วยเรื่องชุมชนในจินตนาการ ที่ผู้เขียนกล่าวว่า ได้รับแรงบันดาลใจมาจากบริบทของสงครามจริงๆ ในอินโดจีน Benedict Anderson ได้ให้คำจำกัดความของชาติ (Nation) ว่าเป็น “… ชุมชนทางการเมืองที่เป็นการจินตนาการขึ้นมา — และเป็นจินตนาการที่มีการจำกัดขอบเขต และมีความสำคัญสูงสุดอยู่ในตัวของมันเอง …”



ตามคำจำกัดความนี้ ‘ชาติ’ … จึงเป็นสิ่งที่ จินตนาการขึ้นมา เพราะสมาชิกในชุมชนที่เรียกว่า ‘ชาติ’ – ไม่ว่าจะเล็กสักแค่ไหน ก็ไม่มีทางที่จะรู้จัก ได้พบ หรือแม้แต่ได้ยินใครกล่าวถึงสมาชิกส่วนใหญ่ของชุมชนแห่งนี้ได้ทั้งหมด แต่กลับมีความเชื่อมั่นว่าสมาชิกเหล่านี้มีอยู่จริง และเป็นส่วนหนี่งของชุมชนแห่งนี้เช่นเดียวกับตน; เป็นจินตนาการที่มีความ จำกัด ในตัวเอง เพราะไม่ว่าจะใหญ่สักแค่ไหน ก็ต้องมีขอบเขตอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่ง และไม่มีชนชาติใดที่คิดว่าชนชาติของตนเทียบเท่าได้กับมนุษยชาติ หรือแม้แต่คิดว่า ชนชาติทั้งหมดทั้งมวลในโลกนี้ จะสามารถเข้ามารวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับชาติของตนได้; เป็นจินตนาการที่ มีความสำคัญสูงสุด ในตัวเอง เนื่องจากเป็นมโนคติที่เกิดขึ้นในยุคที่ความชอบธรรมของศาสนาถูกทำลายลงด้วยจิตวิญญาณของยุคแห่งการตื่นรู้(Enlightenment) และการปฏิวัติ และเป็นจินตนาการที่เป็น ชุมชน ไม่ว่าจะมีความไม่เสมอภาค และการเอารัดเอาเปรียบกันอยู่ในความเป็นจริงมากน้อยสักเพียงใด สมาชิกในชุมชน ก็มีความเชื่อในความรู้สึกของความเป็นพวกพ้อง และพี่น้องกัน –มากพอที่จะฆ่าฟันผู้ที่จะมาทำลาย หรือยอมสละชีวิตเพื่อจินตนาการนี้ได้



2.เอกราช ‘ชาติไทย’ : วาทกรรมที่ขาดไม่ได้ … สำหรับ ‘พลังมวลชน’ และการขจัด ‘ความเป็นอื่น’



แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะพูดถึง ‘ชาติไทย’ ด้วยความรู้สึกที่อยากจะเชื่อว่ามันมีอยู่จริง – และคงอยู่เช่นนี้มาเป็นเวลานานแสนนานมาแล้ว แต่เราก็ไม่อาจปฏิเสธข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ได้ว่า ‘ชาติไทย’ ในฐานะที่เป็นรัฐชาติสมัยใหม่นั้น เพิ่งจะเกิดขึ้นอย่างจริงจังในสมัยรัชกาลที่ 5 ด้วย ‘เหตุผลบางประการ’ โดยการส่งเสริมวาทกรรมการสร้างชาติ — ซึ่งมีความจำเป็นอยู่ในตัวของมันเองที่จะต้องตอกย้ำว่า การ ‘มี’ และ ‘ดำรงอยู่’ ของ ‘ชาติ’ (Nation) ใดชาติหนึ่งด้วยการเน้นย้ำ ‘ธรรมชาติ’ (Nature) ที่เหมือน — หรืออย่างน้อยก็ต้องคล้ายคลึงกันมากทั้งในแง่ของกายภาพ (ซึ่งเป็นสิ่งที่มีอยู่จริง i.e. จับต้องมองเห็นได้) และผลประโยชน์ (ซึ่งเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพเสมอ – แม้ว่าอาจจะไม่ใช่เครื่องมือเพียงอย่างเดียวที่เป็นไปได้ -ในการดึงมนุษย์เข้ามาอยู่ร่วมกัน) ของคนที่อยู่รวมกันในชุมชนใดชุมชนหนึ่ง



ในแง่หนึ่งนั้น เราอาจกล่าวได้ว่า วาทกรรมการสร้างชาติ เป็นความพยายามในการนำเสนอภาพความเป็นเนื้อเดียวกัน – อย่างน้อยก็ในแง่ใดแง่หนึ่งของชุมชน ทำให้ความเป็น ‘ตัวตน’ หรือ ‘องค์รวม’ ของชุมชนนั้นมีความชัดเจนเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา ในขณะเดียวกันก็ปลุกเร้าให้สมาชิกที่อยู่ในชุมชนนั้นเกิดความรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และต้องการที่จะแสดงตนในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งขององค์รวมนั้น….



….ในแง่นี้ วาทกรรมเรื่องชาติ จึงเป็นจินตนาการที่สอดคล้องกับธรรมชาติของความเป็นมนุษย์ – ที่ต้องการแสดงออกเพื่อยืนยันความมีตัวตนของตนเอง….



…. และจึงเป็นจินตนาการที่มีประสิทธิภาพ – เสมอ-ในการที่จะดึง ‘พลัง’ ของความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันออกมา …



……และจึงเป็นจินตนาการที่จะขาดไปเสียมิได้ – แทบจะทุกครั้ง – ในกิจกรรมใด ๆ ที่ต้องการ ‘พลังมวลชน’….



ในขณะเดียวกัน เราก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า การสร้างภาพ หรือการกระตุ้นความเป็น ‘ชาติ’ ใดชาติหนึ่ง จะยิ่งได้ผล หรือถูกส่งเสริมให้เด่นชัดยิ่งขึ้นโดยการเปรียบเทียบกับการมี และดำรงอยู่ของ ‘ชาติอื่น’ (others) หรือ ‘ความเป็นอื่น’ (Otherness) อันสื่อถึงภาพลักษณ์ ความต้องการ และการแสวงประโยชน์ที่แตกต่าง ที่นำมาซึ่งความไม่อาจไว้วางใจซึ่งกันและกัน ความหวาดระแวง ความขัดแย้ง การแก่งแย่งแข่งขัน และความเป็นศัตรู



… ในแง่นี้ วาทกรรมเรื่องชาติ จึงเป็นจินตนาการที่สอดคล้องกับธรรมชาติของความเป็นมนุษย์ – ที่ไม่เคยไว้วางใจ— และอยู่ในสภาพพร้อมที่จะทำสงครามกับ ‘คนอื่น / ความเป็นอื่น’ อยู่ตลอดเวลา…

… และจึงเป็นจินตนาการ มีประสิทธิภาพ – เสมอ – ในการที่จะดึง ‘พลัง’ ของความเกลียดชัง และการต่อต้าน ‘คนอื่น / ความเป็นอื่น’ ออกมา ….



……และจึงเป็นจินตนาการที่จะขาดไปเสียมิได้ – แทบจะทุกครั้ง – ในกิจกรรมใด ๆ ที่ต้องการ ‘การเลือกข้าง’ และการเอาชนะ ‘ความเป็นอื่น’….



3.การเมืองเรื่องเขาพระวิหาร : ปราสาทหินโบราณที่กลายเป็นชนวนสงครามระหว่างรัฐชาติสมัยใหม่



ในขณะที่ข้าพเจ้ากำลังจะจบข้อเขียนสั้น ๆ ชิ้นนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย กำลังจะนำคณะผู้แทนจากประเทศไทยเดินทางไปร่วมการประชุมของคณะกรรมการมรดกโลก ณ เมืองควิเบก ประเทศแคนาดา ในฐานะผู้สังเกตการณ์การประชุม โดยคุณนภดลกล่าวว่า ประเทศไทยจะไปทำหน้าที่ ‘คัดค้าน’ การขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก….



ข้าพเจ้าไม่แน่ใจว่า ในฐานะ ‘ผู้สังเกตการณ์’ (Observer) ในการประชุมระหว่างประเทศที่มีการจัดวาระการประชุมไว้ล่วงหน้าเรียบร้อยแล้วเป็นเวลานานก่อนการประชุมนั้น คณะผู้แทนจากกระทรวงการต่างประเทศ – ในฐานะ ‘ประเทศไทย’ จะสามารถ – และควรที่จะแสดงบทบาทได้มากน้อยแค่ไหน — จึงจะเรียกได้ว่าเป็นการเหมาะสมกับบทบาทและสถานการณ์ – ซึ่งไม่ได้หมายความว่า – การเรียกร้องและคัดค้านการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกของไทยนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้(เลยสาย – กลายเป็นบ่ายไปแล้ว ?) แต่เราอาจจะต้องยอมรับว่า การกระทำที่ถูกต้อง – แต่ผิดที่ ผิดเวลา ผิดวาระในบางครั้งนั้น แทนที่จะเป็นการส่งเสริม – ก็อาจจะกลายเป็นผลเสียต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือ ไม่ว่าจะเป็นของตัวคุณนภดลเอง ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หรือของประเทศไทยในฐานะสมาชิกที่มีเหตุผล – และมีวุฒิภาวะเพียงพอ- ของประชาคมระหว่างประเทศ ….



ข้าพเจ้าไม่แน่ใจว่า ผลการประชุม / การพิจารณาดังกล่าว … หรือผลของการ ‘เติมเชื้อ’ อย่างต่อเนื่องให้กับประเด็นเขาพระวิหาร — ไม่ว่าจะในฐานะที่เป็นเกมการเมืองระหว่างพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (?) กับรัฐบาล หรือด้วยความจริงใจที่ต้องการจะให้การศึกษาแก่สังคม –หรือเพื่อที่จะรักษารอยแผลเป็นทางประวัติศาสตร์ระหว่างชาติไทย – กัมพูชา — ที่คอยแต่จะอักเสบขึ้นทุกครั้งที่ใครบางคนเอามือไปเขี่ยมัน…. — จะออกมาเป็นอย่างไร….


แต่ขออย่าให้เกิดสงครามขึ้นจริง ๆ เลย …

Advertisements

About jeenina

I'm a Thai government official currently affiliated with the Ministry of Justice of Thailand. I've got my degrees in English (1st degree) and Political Science (Masters and PhD). I love travelling, art, literature and philosophy. I currently live in Bangkok, Thailand.

One response to “Imagined Communities, Real War ? : เขาพระวิหาร: ชุมชนในจินตนาการ กับสงครามจริง ๆ (รึเปล่า?)”

  1. noon says :

    อ่านแล้วได้ความรู้เพิ่มขึ้น ขอบคุณมากค่ะ

%d bloggers like this: