Let It / them ‘Be’: ปล่อยไป… ให้มัน ‘เป็น’ …


ป ร ะ ก า ศ โ ป ร ด ท ร า บ – … ข้อเขียนต่อไปนี้ — เป็นข้อเขียนที่มีนัยยะทางการเมือง — อันเกิดจากการนั่งฟังคำพิพากษาเรื่องท่านนายก ฯ – คนที่ “คุณก็รู้อยู่ว่าใคร” ที่ office — และมีคนบอก (ความจริงหลายคนบอก — และมีมาซักระยะนึงแล้วด้วย –ไม่ใช่เพิ่งมีเมื่อวานนี้ … ^^”..) ว่าเราควรจะเขียน – อะไร – ที่มันเกี่ยวข้องกับสถานการณ์การเมืองไทยตอนนี้บ้าง …. ความจริงเขาไม่ได้บอกแค่เรา … แต่ ‘ทุกคน’ ที่เป็นนักคิด — หรือมีแววว่าน่าจะพอเป็นนักคิด – นักเขียนด้านสังคมศาสตร์ – รัฐศาสตร์กับเขาพอจะได้ — ต่างก็ถูกกึ่งผลักดัน — กึ่งกดดัน — ให้คิด – เขียน – อะไรสักอย่าง – ที่น่าจะเป็นทางออกให้กับปัญหา / วิกฤตการเมืองไทยในขณะนี้กันได้ทั้งนั้น …. – ซึ่ ง เ ร า อ ย า ก จ ะ บ อ ก ว่ า – … บทความนะ — ไม่ใช่น้ำเต้าหู้ … มันไม่ได้เขียนกันง่ายขนาดนั้น … -“-…. ต่อให้เรา – มี เ รื่ อ ง – และมีกะใจ (พูดให้ฟังดูดีกว่านั้นหน่อยคือ – มี ค ว า ม ตั้ ง ใ จ – )ที่จะเขียน … ในที่สุดบางทีมันก็อาจจะไม่ออกมาได้อย่างเราอยากจะให้มันเป็นเสมอไปหรอก …



… ล่อให้อ่านมาเสียนาน … เกือบลืมบอกไป … – สำ ห รั บ ท่ า น ที่ ไ ม่ ไ ด้ ส น ใ จ ก า ร เ มื อ ง – … โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเมืองไทยช่วงนี้ … กรุณาหยุดอ่านได้ตั้งแต่บรรทัดนี้เป็นต้นไปค่ะ …. ถือว่าเราเตือนคุณแล้ว …. ^^…..



NB 1 : – ข อ ข อ บ คุ ณ -…. ใครบางคนซึ่งอุตส่าห์สังเกตว่าเราแอบดอง Blog ที่เราคิดว่าไม่ค่อยจะเห็นมีใครอ่าน (เพราะงั้นเราถึงได้คิดว่าดองไปก็ไม่มีปัญหาไง …^^”..) ที่แนะนำให้เราเขียนอะไรเกี่ยวกับวิกฤตการเมืองไทยในตอนนี้ – โดยเฉพาะในแง่ที่เป็นผลสืบเนื่องมาจากวิธีคิดของชนชั้นกลาง — ซึ่งทำให้เราอยากย้อนกลับไปอ่าน Foucault และ Lecture วิชาอาจารย์ธเนศอีกครั้ง – ติดแต่ว่าตอนนี้มันหลงทางอยู่ที่ไหนในห้องเราก็ไม่รู้ …. ^^”…. เอาเป็นว่า – อ่าน ‘อะไรก็ไม่รู้’ ไปก่อนแล้วกันนะ – ไว้สอบ qualify เสร็จเรียบร้อย – จะลองค้นดูอีกรอบ…



NB2 : บทความนี้มีการอ้างอิงงานเขียนของ Leftwich, Adrian (1996) “On the Primacy of Politics in Development” in Democracy and Development. Edited by Adrian Leftwich. Cambridge:Polity Press. p. 6 ในเรื่องความหมายของการเมือง Neher, Clark D and Marley, Ross.(1995) “The Concept of Democracy’ in Democracy and Development in Southeast Asia: The Wind of Change. Oxford: Westview Press ในเรื่องความหมายของประชาธิปไตย และ Heidegger, Martin (1993) “On the Essence of Truth” in Martin Heidegger Basic Writings. Edited by David Farrell Krell.. San Francisco: HarperSanFrancisco. P. 125 ในเรื่องที่ว่าด้วย Being นะคะ — หากอยากได้ฉบับ PDF ที่มีการอ้างอิงครบถ้วน (และมี – อ ะ ไ ร ก็ ไ ม่ รู้ – อีกเยอะเลย … — ก็บอกแล้วกัน — จะส่ง mail ให้ … เพราะเราเอามาแปะให้ download ไม่เป็นค่ะ ^^”…


Let It / them ‘Be’: ปล่อยไป… ให้มัน ‘เป็น’ …

The world’s darkening never reaches to the light of Being – Martin Heidegger



หากเราให้ความสำคัญเท่าๆ กันกับกระบวนการสองอย่างที่จำเป็นต่อการสื่อสารโดยใช้ตัวอักษรเป็นสื่อ นั่นคือ การอ่าน และการเขียน — ข้าพเจ้าก็คงจะสามารถกล่าวได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า ในช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ข้าพเจ้าไม่ได้ “แอบอู้” โดยการเก็บพักตัวอักษรของตัวเองเอาไว้ในสมอง –ไม่ได้ปล่อยให้มันออกมาโลดแล่นเหมือนชาวบ้านเขา – แต่อย่างใด … เนื่องจากช่วงเวลาเดียวกันนี้ – เป็นช่วงเวลาที่ข้าพเจ้าได้รับรู้รับทราบข้อคิดข้อเขียนทั้งในรูปของบทความ แถลงการณ์ และการส่งต่อข้อมูลและทัศนะต่างๆ ทั้งใน(ลักษณะของความพยายามที่จะมอง)แง่บวก และแง่ลบ — ทั้งที่เป็นเอกสาร – และจากสื่ออิเล็กโทรนิกส์ (หมายถึง e-mail, blog, website และข้อมูลที่ส่งมาทาง msn ) ทั้งจากใครที่รู้จัก –และไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว — เป็นจำนวนมากมายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน – และเกินกว่าครึ่งหนึ่งนั้น – มักจะมาพร้อมกับคำถามที่ว่า


บ้านเมือง(ของ)เรา(?) / การเมือง(ของคน)ไทย(?) / ประชาธิปไตย(ของ/แบบ)ไทย (?)– ‘เป็น’ อะไรไปแล้ว !?!


หรือไม่ก็…


เรา(ควร/พอ)จะทำอะไรกับบ้านเมือง(ของ)เรา(?)/ การเมือง(ของคน)ไทย(?) / ประชาธิปไตย(ของแบบ)ไทย(?) ได้บ้าง ?



ความจริงแล้วข้าพเจ้าได้รับการให้กำลังใจมาเป็นอย่างดีจากบรรดามิตรสหาย ‘ผู้ร่วมชะตากรรม’ ที่คณะฯว่า – จงอย่าเบื่อที่จะอธิบาย – หรือพูดอะไรให้ใครฟัง –โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนนี้ — เพราะอย่างน้อยที่สุด – นั่นก็เป็นการทำให้เกิดมีการ “ฟังกัน” ขึ้นในสังคม — ไม่ว่าเขาฟังเราแล้วจะคิดตาม – หรือเชื่อตามหรือไม่ — หรือจะฟังเราโดยมีความเชื่อหรือความเข้าใจพื้นฐานอย่างไร — เพราะส่วนหนึ่ง – หรือส่วนใหญ่ของปัญหาที่เกิดขึ้นจนกลายเป็นวิกฤตในตอนนี้มันก็เกิดจากการที่ไม่มีใครฟังใครนี่แหละ… อย่าน้อยใจ / ท้อใจ — ว่าพูดอะไรไปแล้วคนไม่เชื่อ – เพราะการที่ใครเขา ‘ไม่เชื่อ’ เราได้นั้น – อาจจะแปลว่าเขา ‘มี’ และ ‘รู้’ จุดยืนของตัวเองแล้ว — ซึ่งนั่นมักจะเป็นสิ่งที่ผ่านกระบวนการคิดและไตร่ตรองมาอย่างน้อยก็ในระดับหนึ่ง – และหากเราเชื่อในสิทธิและเสรีภาพที่เท่าเทียมกันของมนุษย์จริง ๆ เราก็ไม่มีสิทธิพิเศษอะไรที่จะไม่เคารพความคิดและการตัดสินใจของเขา อย่าตั้งแง่ – หรือเลือกที่จะไม่พูดด้วย / ไม่อธิบายหรือชี้แจงความคิดของเราให้กับคนที่เรารู้ ๆ อยู่แล้วว่าเขามีจุดยืน – หรือมีธงนำความคิดของเขาในแนวทางที่ตรงกันข้ามกับที่เรามี/เป็น ... – อันที่จริงแล้วเราน่าจะดีใจมากกว่าด้วยซ้ำที่คนประเภทนี้ยอมฟังเรา – เพราะกระบวนการถกแถลง (deliberation) จะเกิดขึ้นได้ – มันก็จะต้องมีหลาย ๆ ฝ่ายที่มีแนวคิดและจุดยืนชัดเจนมาคุยกันนั่นแล …. แม้ว่าในวันนี้ — เขาอาจจะรับฟังเราเพียงเพื่อที่จะพิสูจน์ผิด … แต่นั่นก็ยังดีกว่าไม่มีการเริ่มต้นเสียเลยไม่ใช่เหรอ ?…



ถึงวันนี้ — ข้าพเจ้าคิดว่าข้าพเจ้าได้ทำหน้าที่ของตนเองแล้วตามสมควร — แต่ก็ยอมรับว่าหนักใจมิใช่น้อย — เวลาที่อธิบายไปเรียบร้อยแล้วมักจะต้องเผชิญหน้ากับคำถามที่ว่า — แล้วเธอได้ทำ / จะทำอะไร(ได้บ้าง?) – ที่มักจะมาพร้อม ๆ กับความคาดหวังที่ว่า – (ว่าที่)นักวิชาการรัฐศาสตร์ – ควรจะคิด/ทำอะไรเกี่ยวกับการเมือง(ไทย)ได้(บ้าง) – อย่างน้อยก็พูดอะไรที่มันฟังดูแล้วฉลาด ๆ ได้ก็ยังดี …. และความสิ้นหวังที่ว่า – (บรรดาว่าที่ – และ)นักวิชาการรัฐศาสตร์นั้น –ไม่เคยทำอะไรได้มากไปกว่าการคิดไป .. บ่นไป บนหอคอยงาช้าง – โดยไม่ยอมที่จะเปลืองตัวลงมาทำอะไร …



… และข้าพเจ้าก็คงไม่แคล้วถูกมองว่า – เป็นอีกคนหนึ่งที่ยืนยันความคิดความเชื่อของพวกเขาเหล่านั้นอีกเช่นเคย — ถ้าจะตอบว่า – น่าจะเป็นการดีกว่า – ที่เราจะปล่อยให้ ‘อะไร ๆ’ — ไม่ว่าจะเป็น ‘บ้านเมืองของเรา’, ‘การเมือง(ของคน)ไทย’ หรือ ‘ประชาธิปไตย(ของ/แบบ)ไทย — มัน‘เป็น’ไปอย่างที่มันควรจะเป็น — …ฟังเผิน ๆ แล้วดูเหมือนเอากำปั้นไปทุบดินจริง ๆ ด้วย …. ^^”… – แต่ – … หากจะลองทบทวนดูดี ๆ แล้ว – การเรียกร้อง หรือการดำเนินการของฝ่ายต่าง ๆ ที่เป็นไปอยู่ในตอนนี้ – ได้ให้โอกาส ‘อะไรก็ตาม’ ที่พวกเขาเรียกร้องนั้น ‘เป็น’ อย่างที่มันควรจะเป็น – ซึ่งข้าพเจ้าไม่ได้หมายความถึงอะไรที่เลิศเลอไปกว่าความหมายตามตัวอักษรของมัน – แล้ว อย่างนั้นหรือ?


…. หาก ‘บ้านเมืองของเรา’…. จะกลายเป็น ‘ไม่ใช่บ้านเมืองของใคร’ ไปในทันทีที่มีการให้ความหมายกับคำว่า ‘เรา’ ไม่ว่าจะเป็น เรา- พันธมิตร, เรา- 60 ล้านเสียงทั่วประเทศ ,เรา- ชนชั้นกลาง(ที่มีการศึกษา), เรา – ชาวนา และชนชั้นกรรมาชีพ หรือแม้แต่ เรา – คนไทย (รึเปล่า?) …


….. หาก ‘การเมือง’ หมายถึง ‘…(กระบวนการของ)ทุกกิจกรรมที่เป็นความขัดแย้ง ความร่วมมือ และการเจรจาที่เกี่ยวข้องกับการใช้ การผลิต และการแบ่งปันจัดสรรทรัพยากรไม่ว่าจะเป็นวัตถุ หรืออุดมการณ์ความคิด ไม่ว่าจะเป็นในระดับท้องถิ่น ระดับชาติ หรือระดับนานาชาติ และไม่ว่าจะเป็นในพื้นที่ส่วนตัวหรือพื้นที่สาธารณะ…’ แล้ว … เราได้ให้โอกาสการเมือง(ของคน)ไทย … ‘เป็น’ การเมืองมากน้อยแค่ไหน ? ….แน่นอนว่าเรามีความขัดแย้งที่ดำรงอยู่ แต่ความร่วมมือ และการเจรจาระหว่างฝ่าย และการยอมแบ่งปันจัดสรรพื้นที่ความคิดและอุดมการณ์ให้กันและกันบ้างนั้น –เรามี(บ้าง)หรือเปล่า ?


…. หากการปกครองในระบอบ ‘ประชาธิปไตย’ หมายความว่า ‘1) ประชาชนจะต้องมีส่วนร่วมในการเลือกบรรดาผู้นำรัฐบาล / ผู้ปกครอง; 2) บรรดาผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกเพื่อให้ดำรงตำแหน่งในการปกครองนั้น จะต้องมีการแข่งขันซึ่งกันและกัน และ 3) รัฐบาล / ผู้ปกครองจะต้องตระหนักถึงสิทธิพลเมือง และเสรีภาพทางการเมืองของประชาชน’ แล้ว …. เราได้ให้โอกาสระบอบการปกครองที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ‘เป็น’ ประชาธิปไตยอย่างไรบ้าง — มากน้อยแค่ไหน ? …. แน่นอนว่าเรามี ‘รูปแบบ’ ของทั้งสามข้อ — แต่ตราบใดความจริงใจของผู้นำรูปแบบทั้งสามอย่างไปใช้จริงนี้ยังเป็นที่กังขา … ความเชื่อมั่นว่าประชาธิปไตยเป็นรูปแบบการปกครองที่ใช้ได้จริงก็คงไม่อาจเกิดขึ้นได้ – และสิ่งที่เรามี – ก็คงไม่ต่างอะไรจากระบอบการปกครองที่เป็นตัวแบบของเด็กเล่นเท่านั้นเอง ….


แต่หากเรา ‘ปล่อย’ ไปแล้วมันจะ ‘เป็น’ ได้อย่างที่ควรจะเป็นจริง ๆ หรือ?



ข้าพเจ้าอาจจะต้องทำความเข้าใจเพิ่มเติมอีกสักนิดว่า การ ‘ปล่อย’ ให้ ‘เป็น’ ในที่นี้นั้น — ไม่ได้หมายความว่า — เราจะไม่ทำอะไรเลย หรือไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งที่ว่านั้นอีกต่อไป — ดังที่เข้าใจกันทั่ว ๆ ไป หากแต่หมายถึง การที่เราจะต้องยินยอม เปิดทาง และเอื้ออำนวยให้กระบวนการใดกระบวนการหนึ่ง หรือหลายกระบวนการ– ที่จะทำให้สิ่งใดสิ่งหนึ่ง / หรือหลาย ๆ สิ่งได้ ‘เป็น’ใน สิ่งที่มันควรจะเป็น (to let beings be as the beings which they are) – ดำเนินไป อันจะทำให้สิ่งนั้นได้เปิดเผยความจริง (truth) หรือตัวตนที่แท้จริงของมันออกมา ซึ่งในหลาย ๆ กรณี – รวมทั้งการเมือง และประชาธิปไตย – ไม่อาจเป็นไปได้เลย หากเราละเลยหรือเมินเฉยต่อสิ่งนั้น ๆ ตรงกันข้าม – ความหมาย ความจริง และความเป็นตัวตนของการเมือง และประชาธิปไตยที่เกี่ยวข้อง และไม่อาจแยกได้จากการมีส่วนร่วมของประชาชน / คนในสังคม / ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย – ไม่ว่าเราจะเรียกว่าอะไร – กลับเป็นสิ่งที่เรียกร้องให้เราทุกคนต้องมีส่วนร่วม – ทั้งในแง่ของกระบวนการคิด และหารือร่วมกันว่าความจริงเกี่ยวกับมัน — ไม่ว่าจะเป็นการเมืองไทย หรือประชาธิปไตยแบบไทย ๆ — ว่าคืออะไร(กันแน่?…^^”…) และการยอมปล่อยให้กระบวนการที่จะทำให้มัน ‘เป็น’ดำเนินไปได้ — ไม่ว่าจะเป็นการยอมรับและเผชิญหน้ากับความขัดแย้ง / คู่ขัดแย้ง ด้วยใจที่พร้อมจะเปิดให้มีการเจรจา และแบ่งปันจัดสรรพื้นที่ของความคิดและอุดมการณ์ซึ่งกันและกัน การเลือก และยอมรับผู้นำ / ผู้ปกครองที่ได้มาโดยกระบวนการที่โปร่งใสและเป็นธรรม …



ในวันที่ข้าพเจ้าเขียนข้อเขียนสั้น ๆ ชิ้นนี้ …. กระบวนการหนึ่งที่ข้าพเจ้าเชื่อว่าเป็นส่วนหนึ่งของการเมืองไทย — หากว่ามันจะเป็นจุดเริ่มต้นให้คู่ขัดแย้งสำคัญ ๆ ในขณะนี้ยินยอมที่จะเปิดทางให้กับการเจรจา และประชาธิปไตยไทย — อย่างน้อยก็ในส่วนที่ว่าด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเลือกผู้นำที่เหมาะสม – ซึ่งน่าจะหมายความครอบคลุมถึงการที่เราจะสามารถมีหนทางในการเปลี่ยนแปลงตัวผู้นำที่เลือกมาแล้วได้ด้วยหากเขา ‘เปี่ยนไป๋’ ได้บ้าง – ด้วยวิถีทางที่อยู่ในกรอบเกณฑ์ของประชาธิปไตย —ได้ดำเนินไปแล้ว … และหากไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เกิดขึ้นเสียก่อน — การเลือกผู้นำรัฐบาลใหม่ก็น่าจะมีขึ้นในวันศุกร์ที่จะถึงนี้ ซึ่งน่าจะเป็นการเปิดทางให้กระบวนการอื่น ๆ เกิดขึ้น และดำเนินตามต่อไปในไม่ช้า ….


ขอเพียงแต่อย่าให้ ‘สิ่งใดๆ ’ ที่จะขัดขวางไม่ให้มัน ‘เป็น’ เกิดขึ้น … ก็พอ ….

Tags:

About jeenina

I'm a Thai government official currently affiliated with the Ministry of Justice of Thailand. I've got my degrees in English (1st degree) and Political Science (Masters and PhD). I love travelling, art, literature and philosophy. I currently live in Bangkok, Thailand.

One response to “Let It / them ‘Be’: ปล่อยไป… ให้มัน ‘เป็น’ …”

  1. วิว says :

    ในที่สุดผมก็หาที่ comment เจอจนได้ !!!!!!!!!!!

    เห็นบลอคพี่แล้ว พอหันไปดูของตัวเอง มันช่าง…….

    เอาเป็นว่าผมจะพยายามครับ

    ว่าแต่ว่าความรักเนี่ยเรื่องใหญ่เอาการนะพี่

    ผมจะลองเขียนดูมั่ง

    ขอบคุณค้าบ
    วิวเอง

%d bloggers like this: