Cinderella The Musical


เราว่าคงจะมีหลาย ๆ คนที่คิดเหมือนเรา — โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ถูกกระแส feminist จ๋าครอบงำ … หรือใครก็ตามที่โต ๆ กันแล้ว .. และเผอิญไม่มีลูกเล็ก ๆ หรือเด็ก ๆ ในปกครอง … คือพอได้ยินคำว่า Cinderella ก็รู้สึกว่ามันไม่เห็นจะน่าสนใจตรงไหน — เนื้อเรื่องก็รู้ ๆ กันอยู่ … และที่แน่ ๆ ก็คือ — เ ร า ไ ม่ เ ชื่ อ … ง่ะ .. ^^”.. ก็มันยากอยู่สำหรับคนอายุจะ 30 แล้ว .. ^^” … และไม่เคยเจอเจ้าชาย .. ที่จะทำใจให้เชื่ออะไรเช่นนี้ — ไม่ได้หมายความว่าเรา – ฝั น ไ ม่ เ ป็ น – แต่หมายความว่า — ความสุขของเราอยู่ที่ความภาคภูมิใจที่ได้ทำความฝันให้เป็นความจริงด้วยมือของตัวเอง –มากกว่าที่จะหวังให้มีนางฟ้าหน้าหวานที่ไหนมาเสกให้มันเป็นจริงโดยที่เราไม่ได้ทำอะไรเลย … ซึ่ง .. จะว่าไปแล้วก็ไม่ใช่เราไม่เคยได้อะไรแบบนั้น — แต่ได้มาแล้วแทนที่เราจะรู้สึกดีใจ — มันดันรู้สึกแปลก ๆ เหมือนเราไม่ค่อยคู่ควรกับมันยังไงชอบกล … ^^”…


.. นอกเรื่องไปไกลมากอีกแล้ว .. ^^”.. – เ อ า เ ป็ น ว่ า – … เราเพิ่งไปดู Cinderella The Musical มาเมื่อวันเสาร์ — ซึ่งเกือบจะเป็นรอบสุดท้ายแล้ว (… มั้ง ?..^^”..) กะยัยนู๋มดและผองเพื่อนเช่นเคย .. – ส า เ ห ตุ ที่ ย อ ม ไ ป – …แม้ว่า Cinderella จะไม่ใช่เทพนิยายเรื่องโปรด ( FYI — นิ ท า น เ รื่ อ ง โ ป ร ด ข อ ง เ ร า .. [นอกจาก Harry Potter… ซึ่งหากพิจารณาจากความยาว… และความ complex ของเล่มหลัง ๆ — น่าจะจัดเป็นนิทานได้ยาก .. ^^”..].. คือ Pochahontas — และคุณสามารถขอให้เราร้อง Color of the Wind ให้ฟังได้ในเวลาที่เราอารมณ์ดี … ^^.. – แ ต่ – .. หากมีใครมาขอให้เล่านิทานให้ฟังจากนี้ไป … เราจะเริ่มจาก The Tale of Beedle the Bard ของ J.K. Rowling ทั้ง 5 เรื่องแหละ .. ^^… แบบว่ามันช่างเท่กิ๊กกว่าเทพนิยายทั่วไปเป็นหนักหนา – โดยเฉพาะกับการที่นางเอกเป็นแม่มดร่ายมนต์ได้เอง — มิต้องรอให้ใครหน้าไหนมาช่วย … 555) .. เพราะเราชอบเสียง Lea Salonga มาตั้งแต่ตอนที่ she ร้อง Les Miserables (.. น่าจะเป็น Eponine ถ้าเราจำไม่ผิด .. ) อีกอย่าง … เราเห็นว่ามันจวนจะปีใหม่แล้ว … ถือเป็นการให้ของขวัญกับตัวเองเสียหน่อย … ขืนมัวรอให้เจ้าชายที่ไหนมาส่งบัตรเชิญให้ — มีหวังไม่ต้องได้อะไร … แน่ ๆ … ^^”…

เ นื้ อ เ รื่ อ ง – คงไม่ต้องเล่า — เพราะรู้ ๆ กันอยู่ … ^^… – ช ว น ดู – … คงไม่ชวน — เพราะรู้สึกว่ารอบมันจะหมดแล้ว …^^”… Program หน้า -ถ้าใครอยากจะดู –ปดู Chicago แล้วกันนะ …(.. – ป ร ะ ช าสั ม พั น ธ์ นิด นึ ง – ว่า .. ใครมีบัตร Platinum ธนาคารกรุงเทพ — จะได้ลด 15% เลยนะคะ .. ใครมีจริง ๆ บอกเราด้วยแล้วกัน — จะได้ฝากซื้อบัตรค่ะ .. ^^… ) – ป ร ะ ทั บ ใ จ ต ร ง ไ ห น ? – เสียงร้องของ Lea Salonga เพราะจับใจแน่นอน … ภาษา.. costume และฉากที่ใช้ก็สวยเลิศหรูอลังการมาก …ก .. – ก รุ ณ า อ ย่ า ถ า ม -… ว่าเจ้าชายหล่อไหม — เพราะเราลืมเอาแว่นไป .. ^^”.. เลยมองไม่เห็นหน้าใครซักคน (… เวร .. ^^”.. — แต่ดูจาก poster ก็หน้าตาโอเคนะ — คล้าย Heyden Christensen ที่เล่น StarWars อะ .. ^^”.. ) แต่ Musical เขาไม่ได้เน้นดูหน้าอยู่แล้วนี่ … – เ อ า เ ป็ น ว่ า -… ตัวละครทุกตัวเล่นได้อย่างมืออาชีพ และเสียงมี power มาก… จนอยากซื้อซีดี … แต่ปรากฎว่าพอเดินออกมาก็หมดแผงซะแล้ว … แสดงว่าต้องมีหลาย ๆ คนคิดอย่างเราแหงเลย … ^^…

… – ถ้ า ถา ม เ ร า – .. เราว่า Cinderella version นี้ได้ถูกปรับปรุงให้เหมาะกับยุคปัจจุบันมากพอใช้ … และเราดีใจที่เห็นการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้อะ … ^^ .. ชอบตรงที่เขาไม่ได้เปลี่ยนเนื้อเรื่อง .. แต่เหมือน ๆ จะเปลี่ยนที่จุดเน้น — ทำให้อะไร ๆ มันดูดี – ดูสมเหตุสมผลขึ้น (อย่างน้อยก็ในสายตาของเรา) … อย่างเช่นแทนที่ Fairy Godmother จะ – จั ด ใ ห้ – Cinderella ทุกอย่าง .. Cinder ฯ แค่นั่งทำตัวเหงาๆ เศร้า ๆ น่าสงสารแค่นั้น — เหมือนในนิทาน … ก็เปลี่ยนเป็นเน้นว่าทุกอย่างเริ่มจากความกล้าคิด กล้าฝัน และกล้าเชื่อในความฝันของ Cinderella เอง…ว่า — ลูกฟักทอง (ที่เธอปลูกเอง) จะกลายเป็นรถม้าได้ … ทีนี้ — พอมีรถม้าแล้วก็ต้องมีคนขับ — หนูที่เธอเลี้ยงไว้เป็นเพื่อน ก็น่าจะมาเป็นคนขับได้ … อะไรงี้ … เราว่ามันดูส่งเสริมให้เด็กที่ดูกล้าที่จะมี – และเชื่อที่จะใช้จินตนาการ ..และความคิดสร้างสรรค์ของตัวเองมากกว่า version ก่อน ๆ … – เ พ ล ง ที่ ป ร ะ ก อ บ ต อ น นี้ – คือ Impossible/It’s possible ! ก็เข้ากันมาก … ^^ … – เ นื้ อ ร้ อ ง โ ด ย ส รุ ป – (… คือมันจะเป็น Cinderella กับ GodMother ร้องสลับกันไปมาค่ะ — ช่วงแรก ๆ จะร้องว่า Impossible (เป็นไปไม่ได้) แต่ช่วงหลัง ๆ เขาจะแทนที่ด้วยคำว่า It’s possible (มันต้องเป็นไปได้สิ) ซึ่งเสียงคล้ายกันมาก … ลองออกเสียงดูแล้วจะรู้ .. ^^… เปลี่ยนเสียงนิดเดียวแต่ความหมายเปลี่ยนไปเลยนะ .. ^^..) ว่ายังงี้ค่ะ …


Impossible for a plain yellow pumpkin to become a golden carriage.

เป็นไปไม่ได้หรอก — ที่ฟักทองจะกลายเป็นรถม้า…


Impossible for a plain country bumpkin and a prince to join in marriage.

เป็นไปไม่ได้หรอก — ที่สาวบ้านนอกหน้าตาจืด ๆ จะได้แต่งงานกับเจ้าชาย …


And four white mice will never be four white hourses.

และหนูสี่ตัว — ก็ไม่มีทางที่จะกลายเป็นม้าขาวสี่ตัวไปได้ …


Such fol-de-rol and fiddle dee dee of courses. Impossible!

เรื่องเหลวไหลไร้สาระเช่นนี้ — ไม่มีทางเป็นจริง …


But the world is full of zanies and fools who don’t believe in sensible rules

แต่โลกนี้ก็เต็มไปด้วยคนเหลวไหล และคนที่โง่พอที่จะไม่เชื่อในกฎอันสมเหตุสมผลใด ๆ


[ – ข อ น อ ก เ รื่ อ ง นิ ด นึ ง – ..แต่เราว่าคนที่หลับหูหลับตาเชื่อ — และยึดตามกฎโดยไม่สนว่าโลกมันได้หมุนรอบตัวเองไปกี่รอบแล้วกว่าจะมาถึงวันนี้นั่นโง่กว่าว่ะ — ไม่ใช่แค่ – โ ง่ เ ฉ ย ๆ – แต่เป็น – โ ง่ แ บ บ ไ ร้ ค ว า ม ห วั ง ใ น ก า ร พั ฒ น า – ด้วย – เพราะดูเหมือนจะคิดไม่เป็นเลย .. ^^”..]


and won’t believe what sensible people say..

และไม่เชื่อในสิ่งที่คนที่มีเหตุผลทั้งหลายพูดกัน …. ทุก ๆ สิ่ง..


and because these daft and dewey eyed dopes keep building up impossible hopes,

และเพราะยังมีคนที่เชื่อมั่น — ว่าความหวังและความฝันเหล่านั้น .. จะต้องเป็นจริง …


impossible things are happening every day!

…ก็ ทำ ใ ห้สิ่ ง ม หั ศ จ ร ร ย์ เ กิ ด ขึ้น ใ น โ ล ก นี้ ไ ด้ — ทุกวัน … ^^…

Tags:

About jeenina

I'm a Thai government official currently affiliated with the Ministry of Justice of Thailand. I've got my degrees in English (1st degree) and Political Science (Masters and PhD). I love travelling, art, literature and philosophy. I currently live in Bangkok, Thailand.
%d bloggers like this: