มาทำหนังสือวันสตรีสากลกันเถอะ ^^

สิ่งหนึ่งที่ทำให้การทำงานราชการไม่น่าเบื่อจนเกินไป … โดยเฉพาะในช่วงที่มีคนจำนวนน้อย ๆ ต้องทำงานเยอะ ๆ — ก็คือเรามักจะได้รับมอบหมายให้ทำอะไรที่ประมาณว่า … Hey, ให้เราทำ / ไปจริง ๆ อะ ? ไว้ใจเราได้เรอะ ? (.. คิดถึงตอนนี้ข้าราชการ / พนักงานราชการตัวน้อยนิดต้องไปเข้า – ประชุมระดับชาติ – อะไรเทือกนี้ดิ…^^”..) … ^^”.. อยู่เสมอ ๆ … … เอ้อ .. อย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะคะ — ข้าราชการไม่มีการ lay off ดังเช่นเอกชน…. แม้เมื่อภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ — ก็ยังไม่มีการ lay off อยู่ดี … ^^”… ไม่ได้แปลว่าระบบราชการไทยใจดีและเอื้ออาทรมาก …. แต่แปลว่าเขาตกลงกันยากมากเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ในการ lay off ต่างหากเล่า … ประมาณว่า — กว่าจะพิจารณาได้ตามกฎเกณฑ์ .. กว่าจะจับไปฝึกอบรม … ละลายพฤติกรรม … เสริมสร้างศักยภาพ blah blah blah … จนกระทั่งรู้ว่าเข็นไม่ขึ้น — สมควรแก่การ lay off … กระบวนการที่ว่ามาทั้งหมดนั้น — ก็น่าจะเกินเงินเดือนของคุณข้าราชการผู้น่าสงสารคนนั้นแล้ว … ไม่ lay off ดีกว่า … 555 …



เข้าเรื่อง ๆ … คือถ้าใครติดตามข่าวน่าจะพอรู้ — ว่าเพิ่งมีการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ (… รึเปล่า ?..) ในระบบราชการเมื่อไม่นานมานี้ — ซึ่งก็คือการยกเลิกระบบซี …. ตอนนี้ กพ. ก็เลยยังงง ๆ ว่าจะรับข้าราชการที่จบวุฒิต่าง ๆ กันยังไงดี … ช่วงนี้ก็เลยยังไม่มีการประกาศสอบรับคนเพิ่มนั่นเอง … ^^”… – เพราะงั้น – … หากมีใครลาออก .. หนีไป … ลาไปไหน .. เพื่อน ๆ ที่เหลือก็มักจะได้รับเกียรติให้ทำงานที่เหลือต่อเป็นมรดกตกทอดนั่นเอง … โอ้ลันลา …. ^^”… ยุ่งได้อีก ! … แค่งานของตัวเองนี่ก็ทำจะไม่ทันอยู่แล้ว … งืออ … T-T…


งานชิ้นสำคัญชิ้นนึง… ที่มีผู้ทิ้งไว้เป็นมรดกให้เราทำ …. -“-… ก็คือ … การจัดทำหนังสือเล่มเนี้ย…..

… จะแจกในงานวันสตรีสากลปีนี้ — เนื่องในวาระครบรอบ 20 ปีงานสตรีในประเทศไทยด้วย … ^^…. ใครสนใจขอเชิญไปร่วมงานได้ที่ impact วันที่ 5 มีค. 52 — คุณจะได้รับแจกหนังสือเล่มนี้ — …คือชื่ออย่างนี้ … แต่ปกอาจจะไม่ใช่อย่างนี้นะคะ … เพราะอันนี้เราทดลองออกแบบก่อนเฉย ๆ … เพื่อขอรับความคิดเห็นจาก – ผู้ มี ส่ ว น ไ ด้ ส่ ว น เ สี ย – ทั้งหลาย … [ ประกอบด้วยพี่ยุ้ย – และพี่ศันเป็นต้น …จริง ๆ แปะหน้าปกแฟ้มรวมบทสัมภาษณ์ไว้ด้วย — เผื่อใครอยากจะมา ‘ment … จะได้ลากตัวมาช่วยทำซะเลย … ^^..]

ห น้ า คำ นำ – … ก็อปมาจากหนังสือครุฑของพี่ศัน — เพราะอยากรู้ว่า หน้าที่มีตัวหนังสือเยอะ ๆ จะออกมาหน้าตาเป็นยังไง … ^^”…

… – ส า ร บั ญ – … อาจจะแบ่งเนื้อหาเป็นส่วน ๆ ประมาณนี้อะ ….

… – ห น้ า อื่ น ๆ -… ยัง design ไม่เสร็จ … ^^”… แต่ idea คือ — จะต้องมีเนื้อหาที่เป็นแกนหลักของแต่ละหัวข้อ … แล้วก็มีบทสัมภาษณบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้น ๆ (คือตัดมาเป็นช่วง ๆ อะ — ไม่ได้เอาลงทั้งบท — เอาหลาย ๆ คนที่พูดเรื่องนั้นมา — อะไรยังงี้ … ) ประกอบพร้อมกับลงรูป… ยังคงคิดอยู่ … ว่าควรจะจัดรูปแบบออกมายังไงดี – มันจึงจะดูงดงามและไม่รกหูรกตาจนเกินไป .. …


….. – ใ ค ร มี ข้ อ เ ส น อ แ น ะ ดี ๆ – … ขอเชิญเดินมาบอกได้ที่โต๊ะเรา … จะฝากใครมาบอก … หรือจะบอกกับพี่ยุ้ยโดยตรงเลยก็ได้ — เพราะพี่ยุ้ยเป็น บก. หนังสือเล่มนี้อะ … คาดว่าน่าจะใช้ลูกเล่นต่างๆ ได้อย่างเต็มที่ — ติดแต่ว่าเราใช้ลูกเล่นอะไรไม่ค่อยเป็น ….^^”… อ้อ .. จะมีการจัดทำวิดิทัศน์ประกอบหนังสือเล่มนี้ด้วย (… คือใช้เนื้อหาเดียวกันอะ …) ซึ่งก็ยังไม่ได้ทำอีกเช่นกัน — จะใช้ Organizer ทำ … แต่เราต้องเขียน story line & หารูปไปให้เขาง่ะ … หากมี idea ดี ๆ อะไร – ก็บอกด้วยแล้วกัน … เผื่อว่า idea ดี ๆ ของท่าน — จะได้รับการเสนอต่อที่ประชุมระดับชาติ — ในวันสตรีสากลปีนี้ (… จริงๆ นะคะ … ^^…)

Advertisements

พร้อม (?)

N o T a – B e N e – … – สิ่ ง ที่ เ ร า เ ขี ย น ใ น วั น นี้ – … เป็นการตอบคำถามที่ – คุ ณ ผู้ อ่ า น B l o g – ของเราคนหนึ่ง … ซึ่งเป็นผู้สนใจศึกษาปรัชญาการเมืองเขาถามเรามา …. – เ พ ร า ะ งั้ น – … ท่านผู้ไม่เกี่ยวข้อง และไม่สนใจ …. จะไม่อ่าน blog ของวันนี้เราก็ไม่ว่ากันค่ะ … เนื่องจากมี target อยู่แล้ว (เราส่งให้น้องเขาทาง e-mail ค่ะ — แค่เอามาแปะไว้ใน blog ด้วยเฉย ๆ — เผื่อมีใครสนใจ … ^^”…)



….- ข อ ข อ บ คุ ณ – …. คำถามจากน้อง ปี ๓ มอ. ผู้ที่ (พี่ไม่รู้ว่าน้องประสงค์จะออกนามหรือไม่ … ดังนั้นจึงจะไม่ใส่ชื่อแล้วกัน) ถามคำถามนี้มา ..^^… เป็นคำถามที่สร้างสรรค์ดีมาก และพี่ก็เชื่อว่าคำถามนี้อาจจะเป็นคำถามที่หลายๆ คนอาจจะกำลังสงสัยอยู่เช่นกัน – รวมทั้งตัวพี่เองด้วย (… อ้าว .. กัม … ^^”..) เพราะงั้น – จึงขออนุญาตนำมาใช้ในการแบ่งปันความคิดกับเพื่อน ๆ พี่ ๆ และน้อง ๆ คนอื่น ๆ ด้วยนะคะ ^^



—————————————————————-

“How could you begin,” said she. “I can comprehend your going on charmingly when you had once made a beginning; but what could set you off in the first place?”
“I cannot fix the hour, or the spot, or the look, or the words, which laid the foundation. It is too long ago. I was in the middle before I knew I had begun.”



– Jane Austen’s Pride and Prejudice Chapter 60



เรารู้ตัวว่า ‘พร้อม’ ที่จะศึกษาปรัชญาการเมืองเมื่อไหร่?”



…….แน่นอนว่านี่ไม่ใช่คำถามสำหรับสอบสัมภาษณ์ ป. เอก หรือสอบวัดคุณสมบัติ ( ถ้าหากว่าใช่จริง — ก็นับว่าเป็นคำถามที่โหดไม่เบาเลยค่ะ ^^”) แต่เป็นคำถามที่มีน้องคนหนึ่ง ถามเรามาทาง e-mail และเป็นคำถามที่เรารู้สึกว่า น่าสนใจ — ไม่ใช่เฉพาะที่ว่า – เราไม่สามารถตอบคำถามนี้ได้ทันทีอย่างเดียว แต่เป็นคำถามที่ – ถ้าเป็นเรา คงไม่น่าจะคิดถามอย่างนี้ได้ต่างหาก … ^^”… อย่าว่าแต่ตอบเลย (… อ้าว … ^^”..)



เราต้องขอโทษด้วยถ้าทำให้น้องคนถามใจเสีย – หรือเริ่มอยากจะยกมือขึ้นมาเกาหัวแกรก ๆ ว่า ตกลงตรูถามถูกคนไหม(ฟะ)เนี่ย ? หรือสงสัยว่า ตกลงตรูจะได้รับคำตอบในชาตินี้ไหม(วุ้ย) ? คือถ้าเราไม่คิดจะตอบคุณ — เราไม่เริ่มต้นพิมพ์ – อะไรก็ไม่รู้ – มาตั้งเกือบ ๆ จะสองย่อหน้า – แถมยังอุตส่าห์เปิด Pride and Prejudice ลอกบทสนทนา (ถึงแม้ว่าจะเป็นหน้าที่เราคั่นไว้อยู่แล้ว – เนื่องจากชอบเป็นการส่วนตัว) มาแปะไว้ตั้งสี่บรรทัดหรอกนะคะ … และที่เราตัดสินใจแบ่งปันคำถาม และข้อเขียนนี้ให้บรรดามิตรสหายผู้ร่วมเส้นทาง(วิบาก … ^^”..) ศึกษาปรัชญาการเมือง และปรัชญาที่มิใช่การเมืองกับเราด้วย – ก็เป็นเพราะเราอยากจะมั่นใจว่า – ต่อให้เรา – ไม่ได้ตอบ – หรือ – ตอบไม่ได้ – กับคำถามนี้ – มันก็คงจะต้องมีใครสักคนในหมู่เพื่อน ๆ เราที่ตอบคำถามนี้ได้ – และมีจิตศรัทธาอยากช่วยตอบแหละน่า ….



อีกอย่าง – เราไม่คิดว่าการที่เรามีคำถามที่ – ตอบไม่ได้ในตอนนี้ – จะเป็นเรื่องใหญ่สำหรับการศึกษาปรัชญา … เพราะคำถามประเภทนี้มีอยู่เยอะมาก…ก .. มากก กว่าคำถามที่หาคำตอบได้ด้วยซ้ำ — จะว่าไปแล้ว — เราว่าการใช้คำว่า – ปรัชญา – เป็นคำแปลของ Philosophy นี่มันค่อนข้างจะเป็นการ – ‘ลากไปในทางที่ผิด’ (misleading) – มิใช่น้อย … เพราะมันกลายเป็นการทำให้ชาวบ้านชาวช่องเขาพาลเข้าใจกันไปว่า — ปรัชญานั้นคือ – คำตอบ, ทางสว่าง หรือความรู้แจ้งแทงตลอดของปัญหา / คำถาม — เลยทำให้มักจะเกิดอาการผิดหวังต๊อแต๊ขึ้นมาได้ง่าย ๆ … ^^”… เมื่อลองได้ศึกษาไปจริง ๆ แล้วพบว่า – ปรัชญาเป็นวิชาที่ให้คำถามมากกว่าคำตอบ – อย่างที่เราพบ … และเราค่อนข้างมั่นใจว่า – เรา(คง)ไม่ใช่คนเดียวที่พบเช่นนี้ (ใช่ไหมคะเพื่อน ๆ ^^”?) เนื่องจากอาจารย์สมบัติ จันทรวงศ์ ปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งวงการปรัชญาการเมืองของไทย ยังเคยบอกไว้เลยว่า “ไม่มีคำตอบที่ถาวรในทางปรัชญา จะมีก็แต่คำถามที่ถาวร” … หากมันเป็นกระบวนการที่ดำเนินต่อเนื่องตั้งแต่ยุค Plato มาจนกระทั่งถึงทุกวันนี้ – ลองประมาณการดูเอาเองแล้วกัน – ว่าคำถามแบบที่ว่าจะมีมากมายมหาศาลแค่ไหน — ถ้าวันนี้ เราจะมีคำถามแบบที่ว่าเพิ่มขึ้นอีกคำถาม — เราก็ไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องแปลกอะไรหรอก …



เข้าเรื่อง ๆ … หากใครเคยอ่าน Pride and Prejudice .. หรือหากไม่เคยอ่าน – เราก็กำลังจะบอกคุณอยู่นี่ – ว่า quote ที่เรายกมาตอนต้น – คือตอนที่นางเอก (Elizabeth) ถามพระเอก (Mr.Darcy) ว่า – เขาเริ่ม รัก เธอตอนไหน ? คำตอบของพระเอกคือประโยคที่สอง — ที่บอกว่า – เขาบอกไม่ได้หรอกว่า ตอนไหน เพราะกว่าจะรู้ตัวว่าได้ เริ่มต้น เขาก็มาได้ครึ่งทางเข้าไปแล้ว ……. ^^…… ซึ่งเรารู้สึกว่า – เป็นคำตอบที่สะท้อนถึงความเป็นจริงของความรักได้ตรงใจเรามาก – นั่นก็คือ – เวลาที่คุณรักใคร (อย่างน้อยก็สำหรับเรา) คุณมักจะไม่ค่อยรู้ตัวหรอกว่าคุณ – กำลังจะเริ่มต้น – … กว่าจะรู้ตัวก็เมื่อได้ เริ่มไปแล้ว (… แถมยังทำท่าจะไม่หยุดได้ง่าย ๆ เสียด้วย …^^… ) นั่นแล …



แล้วมันเกี่ยวกับการ ‘พร้อม’ที่จะศึกษาปรัชญา(การเมือง) ตรงไหน ? คืออย่างนี้ค่ะ — เราฟังคำถามของน้องแล้ว … รู้สึกว่า – คำถามนี้มันคล้ายกับการถามว่า คุณ’พร้อม’ ที่จะมีความรักตอนไหน ? ซึ่งถ้าหากเราเอาความหมายของคำว่าปรัชญาในภาษาไทยไปเก็บไว้ที่ชอบๆ เสียก่อน – แล้วหันมาพิจารณาความหมายของคำว่า Philosophy ในฐานะที่เป็นส่วนผสมของ Philos + Sophia = ความรัก(ใน)ความรู้ – เราก็คิดว่ามันมีความคล้ายกันอยู่มากพอสมควรนะ ..^^… – เพราะงั้น – เราถึงได้บอกไว้ในย่อหน้าแรก – ว่า – ถ้าเป็นเรา – เราคงไม่ได้คิดถึงคำถามนี้ … อันที่จริง … ตอนที่เราคิดจะเริ่มศึกษาปรัชญาการเมือง — ซึ่งเราเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่า – ถ้าจะให้ระบุเวลาเป๊ะ ๆ มันคือ – เมื่อไหร่? – เนื่องจาก – ที่นี่ (หลักสูตรปริญญาเอกคณะรัฐศาสตร์) – เขาให้เลือกวิชาหลักตอนขึ้นปีสอง–ซึ่งก่อนหน้านั้นคุณต้องเรียนวิชาในกลุ่มต่าง ๆ ก่อนแล้วเยอะแยะเลย– รวมทั้งวิชาปรัชญาการเมืองด้วย … หรือถ้าจะนับการเลือกเรียนวิชาปรัชญาการเมืองวิชาแรกเป็นจุดเริ่มต้น – ก็คงจะนับอย่างนั้นไม่ได้อีก … เพราะเราไม่ได้อยู่ ๆ ก็เลือกเรียนวิชา – ปรัชญาการเมืองที่มิใช่ตะวันตก – (มันสอนเทอม 1 อะ — เลยได้เรียนเป็นวิชาแรก… ^^”..) … แต่เลือกเพราะว่าเรามีพื้นฐานมาบ้างแล้วจากการเรียน ป. ตรีที่อักษรต่างหาก … คือถ้าเราไม่มีพื้น …หรือไม่สนใจเลย …เราก็คงไม่เลือกหรอก … – เอาเป็นว่า-เราตอบไม่ได้หรอกว่าตัวเราเองนั้น ‘พร้อม’ ที่จะเริ่มศึกษาปรัชญาการเมืองตอนไหน — จริง ๆ ตอนนี้เราอาจจะยังไม่ ‘พร้อม’ ตามความหมายที่ควรจะเป็นของใครหลาย ๆ คนก็ได้ …. ^^”… กว่าจะรู้ตัวก็เก็บ coursework หมดไปแล้ว …^^”… และยังรู้สึกว่ายังศึกษาไปได้ไม่เท่าไหร่ … ยังมีเรื่องอะไรให้เรียนรู้อีกตั้งเยอะเลย … ^^…เราคิดว่าน้องผู้ถามก็คงจะมีประสบการณ์คล้าย ๆ อย่างนี้บ้างเหมือนกัน – คือคุณคงไม่ได้ถามเราเพราะอยากจะ ‘เตรียมความพร้อม’ เพื่อที่จะศึกษาปรัชญาการเมืองหรอกใช่ไหมคะ — แต่ถ้าถามอย่างนี้ได้ — ก็แสดงว่าคงเริ่มไปบ้างแล้วไม่มากก็น้อยแหละ … – ถ้าอยากได้คำตอบของเราจริง ๆ – เราขอตอบว่า … เราว่า ‘พร้อม’ หรือ ‘ไม่พร้อม’ มันไม่สำคัญเท่ากับความตั้งใจที่จะทำ – และความเต็มใจที่จะทุ่มเทเวลาและกำลัง(กาย/ใจ/สมอง/ etc) ให้กับมัน — ไม่ว่าจะเป็นความรักหรือการศึกษาปรัชญา – ไม่ว่าคุณจะอยู่ในสภาพไหน …. คือเราไม่ใช่พวกบ้า perfection เลยไม่เชื่อในอะไรที่มันเต็มร้อย … ^^”… ตรงกันข้าม – เราเป็นพวกเชื่อว่ามนุษย์นั้น imperfect และมีความสุขดีกับความไม่สมบูรณ์ของตัวเอง .. ^^.. บางที .. การที่คนเรา ‘ไม่พร้อม / ไม่สมบูรณ์’ เพื่อที่จะได้มี ‘ความพร้อม / ความสมบูรณ์’ ไว้ให้เป็นเป้าหมายแห่งการแสวงหา — ก็อาจจะเป็นกุศโลบายอย่างหนึ่งของ – ใครบางคน – ที่ต้องการให้กงล้อประวัติศาสตร์มีแรงพอที่จะหมุนไปข้างหน้าอยู่เรื่อย ๆ ก็ได้ .. ^^..



แต่การถามว่า คุณ ‘พร้อม’ ที่จะมีความรักตอนไหน ? มันไม่เหมือนกับถามว่า คุณ ‘พร้อม’ ที่จะแต่งงานตอนไหน? — และในทำนองเดียวกัน – ความ ‘พร้อม’ ที่จะศึกษาปรัชญาการเมือง กับ ‘พร้อม’ ที่จะเลือกปรัชญาการเมืองเป็นวิชาเอก – หรือเลือกเรียนปริญญาโท – เอก สาขาปรัชญาการเมือง มันก็ไม่เหมือนกันนะคะน้อง …. ^^”… เวลาที่เราพูดว่า – ไม่รู้ตัวว่ารักตอนไหน – กว่าจะรู้ตัวก็รักเข้าไปแล้ว – นั้น – มันฟังดูน่ารักน่าเอ็นดู … ^^… แต่ถ้าเราพูดว่า — ไม่รู้ตัวว่าสมควรแก่เวลาที่จะแต่งงานได้ตอนไหน – กว่าจะรู้ตัวก็ลูกสองเข้าไปแล้ว – นั้น … มันฟังไม่ขึ้น – และดูไม่มีความรับผิดชอบกับสิ่งที่ทำลงไปด้วยค่ะ … ^^”… ความแตกต่างระหว่างคำถามชุดแรก – และคำถามชุดหลัง – ที่เราคิดว่าควรจะมีการแยกแยะ … ทั้งในเรื่องของความรัก และการศึกษาปรัชญาการเมือง …. ก็คือ – ความพร้อมที่จะทำ (do) ในสิ่งที่เราอยากจะทำ — และ – ความพร้อมที่จะทำ (commit) ในสิ่งที่มันจะส่งผลสืบเนื่องให้เกิดอะไรก็ตามที่เราจะต้องรับผิดชอบ – … เราอาจจะเคยได้ยินคนพูดว่า จงทำอะไรอย่างที่คุณอยากจะทำ / อยากจะทำก็ทำไปเถอะ ( Just do it! — เหมือน slogan ของ Nike ไง ..^^…) แต่ถ้า ‘อะไร’ ที่คุณอยากจะทำนั้น – มันเป็นสิ่งที่ต้องไปเกี่ยวข้องกับคนอื่น – หรือส่งผลให้เกิดอะไรที่คุณจะต้องรับผิดชอบต่อไป — คนเราจะไม่พูดอย่างนั้นหรอก (คุณคงไม่เคยได้ยินใครพูดว่า Just commit it ใช่ไหมคะ ? ^^”) ……. – ถ้าคำถามที่น้องอยากจะถามจริงๆ คือคำถามชุดที่สอง – (…หมายถึงเรื่องการเลือกเรียนปรัชญาการเมืองเป็นวิชาเอกค่ะ – ไม่ใช่เรื่องแต่งงาน .. ^^”..) เราขอตอบว่า … สำหรับเรา – เรารู้ตัวว่า ‘พร้อม’ ที่จะเลือกเรียนปริญญาเอก – สาขาวิชาเอกใด ๆ เมื่อเรามั่นใจว่านี่คือสิ่งที่เราจะสนใจ – และอยู่กับมันไปได้จนตลอดชีวิต — โดยที่เราพอมีกิน และอยู่ได้โดยที่ชีวิตไม่ลำบากนัก – และไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับใครค่ะ .... ^^”… แต่จริง ๆ พอน้องเรียนจบ — และถึงเวลาที่จะต้องทำงานจริง ๆ แล้วน้องจะรู้ค่ะ – ว่าถ้าเราได้เลือกสิ่งที่เรา ‘พร้อม’ ที่จะอยู่กับมันไปตลอดชีวิต — และได้ทำทุกอย่าง – อย่างเต็มที่ – เต็มความสามารถ – ด้วยความมั่นใจในสิ่งที่เราได้เลือกจริง ๆ แล้ว .. การหางานทำมันไม่ได้ยากขนาดนั้น … แล้วคนเราก็มักจะไม่ได้ต้องกินต้องใช้อะไรที่มันมากมายไปกว่าวิถีชีวิตที่เราได้ ‘เลือก’ แล้วหรอกค่ะ … ^^…



…. ตกลงว่าเราได้ตอบคำถามของน้องเขาไหมนี่ ? … ^^”… หากว่าเรายังไม่ได้ตอบ — และมีใครคิดว่าน่าจะตอบได้ตรงคำถามกว่านี้ … ก็ช่วย ๆ กันตอบแทนเราหน่อยนะคะ … คิดเสียว่าเป็นวิทยาทานให้กับเพื่อนร่วมเส้นทางศึกษาปรัชญาการเมืองอีกคนนึงแล้วกัน…^^…

น้องอายรับปริญญา ณ ม. รามค่ะ

….พร้อมใจกันโดดงานมา ม. ราม …เพราะว่ามีใครบางคนบอกว่า ” ..ถ้าไม่มา — โป้งจิง ๆ ด้วย …”…^^”….

…. ซึ่งก็คือ … – บั ณ ฑิ ต ใ ห ม่ ป้ า ย แ ด ง -… ทายาท(อสูร…..^^”…) คณะรัฐศาสตร์อีกคนหนึ่ง …. — ว่าจะเอามาตั้งแก๊งค์สู้กะสาวสังคมสงเคราะห์เค้าซะหน่อย …. ^^…..

….ของขวัญของเราเอง …สำหรับบัณฑิตใหม่ตาใสแป๋ว … – น้ อง อ า ย – …^^…

….มาถึงแล้ว — แต่บัณฑิตใหม่ยังไม่ออกมาเลย –งั้นพี่ ๆ ขอถ่ายรูปกันก่อนนะ …^^….

…อีกรูป ๆ …^^….

……..เดินไปเดินมาก็แล้ว… บุคคลที่รอคอย ก็ยังไม่ออกมาซักที … ว่าแล้วก็เลยไปถ่ายรูปกะน้องอีกคนที่คณะนิติฯ ก่อนดีก่า…. ^^”…

… เย้ ! น้องออกมาแย้ววว ..^^….

ทำท่าตามที่คุณตากล้องเขาบอกให้ทำ …^^….

ขอแสดงความยินดีเป็นการส่วนตัวนิดนุง … ^^….

บัณฑิตทั้งสองถ่ายรูปร่วมกัน ^^

งานปีใหม่ (..ยังใหม่อยู่น่า…^^”) ณ ร้านรถเสบียง

คิดว่าคงเป็นงานเลี้ยงปีใหม่งานสุดท้ายของปีนี้แล้ว … ^^”…เพราะมันเลยปีใหม่เข้าไปตั้งจะครึ่งเดือนแล้วง่า…. ^^”….. ทีแรกว่าจะไม่มา …. แต่คิดไปคิดมาก็เกรงใจคนเชิญ … แหะ แหะ … กลัวเจ๊จะต้องเป็นผู้หญิงคนเดียวในหมู่เสือและหมี (… เพราะเราว่าในห้องเราไม่น่าจะมีกระทิงและแ – ด ..^^”..)… – อี ก อ ย่ า ง – … คราวนี้ร้านที่เขาเลือกมันใกล้บ้าน กะที่ทำงานเราด้วย … คือร้าน – ร ถ เ ส บี ย ง – ตรงสถานีรถไฟสามเสนแค่นี้เอง …. ^^….

… – น้ำ พ ริ ก ล ง เ รื อ – … รึ เปล่า ?….

… – ยำ ม ะ เ ขื อ เ ผ า – … ที่มีคนบ่นว่า ชื่อไม่เป็นมงคลเลยแฮะ … (แต่ก็กิน … ^^”..)…

… กับแกล้มสถานีสายเหนือ… รึอะไรสักอย่างเนี่ย … ^^”…

…. คิดว่าน่าจะเป็นปลาสำลีทอด …^^…

… ปลาหมึกผัดไข่เค็มที่มีผู้ recommend มา ….^^…

… ส่วนจานนี้คือ – ไ ก่ ห่ อ ใ บ เ ต ย –

… ตามมาด้วยกระเบื้องกรอบ…^^…

…. กินกันไปได้ซักพัก …. สาวคนที่ 3 ก็มาร่วมแจม… ^^….

… สิริรวมแล้ววันนี้มีผู้หญิงรวมทั้งหมด 4 คน……. ว่าแต่คนหลังสุดนี่ตามหาตัวคุณเธอยากมากทีเดียว … ไม่เจอกันร่วม 10 ปีเห็นจะได้ … ^^”…

… ถ่ายรูปหนุ่ม ๆ มั่ง … ^^…

…รวมพลคน 3/1 วันนี้ … ได้ 11 ชีวิต .. เย้ ! …

แย่งกันจ้วง … ^^”…

… ไหน ๆ มากันแล้วทั้งที …เขียนอะไรเป็นที่ระลึกหน่อยเนาะ … ^^…

… ใครที่ไม่ได้เขียนก็หม่ำ ๆ กันไป …..

…. คู่นี้มาหลังสุด… เพราะแวะไปงานแต่งงานมาก่อน … ^^…

… ของหวานตบท้าย – ไ อ ติ ม น้ อ ย ห น่ า -…

… ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกหน้าร้าน … ตอนร้านเค้าปิดพอดี … แหะ แหะ … ^^”….

น้องพลาย ^^

และแล้ว… ก็มีคน message มาชวนไปเยี่ยมหนูน้อยผู้นี้ .. ผู้เพิ่งลืมตามาดูโลกเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา … ^^…

…ก็เลยชวนกันไป — สองคน ^^ …แต่จริง ๆ เพื่อน ๆ ก็ทยอยกันไปทั้งวันนะคะ — อย่างก่อนที่เราจะไป ก็มีทีมของ กต. ทั้งทีมเลย — สวนกันตรงลิฟท์พอดี… ^^…

คุณแม่คนใหม่ — กะคุณลูก ^^

คุณปู่หรือคุณตาก็ไม่รู้ … กับคุณหลาน ^^

มาดูหน้าน้องพลายกัน ๆ

โปรดสังเกต — มือของคุณพ่อ กะหัวของคุณลูก … ^^…

ไปแอบถ่ายมา… จากรูปที่ รพ. เค้าถ่ายให้อีกที — ในห้องคลอดค่ะ … ^^…

แนะนำหนังสืออ่านเบื้องต้น…สำหรับผู้ที่สนใจปรัชญาการเมืองค่ะ

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า – entry นี้ไม่ได้ค่า promote – และไม่ได้ make ขึ้นมาเอง ^^”… แต่พักนี้มีคนถามเรามาหลาย ๆ คนจริง ๆ เกี่ยวกับปรัชญาการเมือง … อ่า .. ไม่ต้องตกใจ ๆ .. ส่วนใหญ่ – ท่านผู้สนใจ – เหล่านั้นจะไม่ได้ถามอะไรเราลึกซึ้งมากง่ะ ( … คือถ้าคนคิดจะถามอะไรลึกซึ้งมากจริง ๆ เขาคงรู้หรอก — ว่าไม่ควรถามเรา … แต่น่าจะไปถามผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายมากกว่า … ^^”..) เขาแค่ถามว่า — ถ้าจะเริ่มต้นศึกษาปรัชญาการเมือง ควรจะเริ่มจากอะไร ตรงไหน อะไรยังงี้เฉย ๆ … ^^”.. – อ ย า ก จ ะ บ อ ก ว่ า – … ถามมากว้างเป็นมหาสมุทรแอตแลนติกแบบนี้ … คนตอบหนักใจเหมือนกันค่ะ … ^^”.. ไหน ๆ ก็สนใจจะทำความรู้จักกับปรัชญาการเมืองแล้วทั้งที … ช่วยบอกเราหน่อยก็จะดีมาก … ว่าคุณอยากอ่านงานของใครเป็นพิเศษ … ชอบปรัชญาการเมืองโบราณ สมัยใหม่ หรือหลังสมัยใหม่ (postmodern) หรืออยากฟัง / อ่านความคิดของนักปรัชญาการเมืองในประเด็นไหน เช่น ธรรมชาติของมนุษย์ ความยุติธรรม ประชาธิปไตย สิทธิ เสรีภาพ อะไรเทือกนี้ … หรือแค่อยากรู้เฉย ๆ ว่าคนศึกษาปรัชญาการเมืองเขาเรียน – สอนอะไรกัน …ยังไม่อยากจริงจังอะไรมากมาย (… ซึ่งอาจจะเป็นเพราะคุณมีภารกิจที่สำคัญกว่าที่จะต้องทำมากมาย … เข้าใจค่ะเข้าใจ … ^^”..) ถ้าเป็นอย่างนั้น … เราขอแนะนำหนังสือเล่มนี้ก่อนดีไหม — เผื่อคุณจะได้รู้ว่า วิชาปรัชญาการเมืองจะให้ – อ ะ ไ ร ใ ห ม่ ๆ – (ขอยืมคำอาจารย์ไชยันต์หน่อยค่ะ .. ^^”..) ได้บ้าง …

PostModern … ฟังชื่อเรื่องอาจจะรู้สึกว่า – มันไม่เห็นจะปรัชญาการเมืองตรงไหน – … แต่ช้าก่อนครับท่านผู้ชม Caption ข้างใต้ที่ท่านอ่านไม่เห็น — เพราะรูปมันเล็กนั้น เขาเขียนว่า ‘ชะตากรรมโพสต์โมเดิร์นในอุ้งมือนักปรัชญาการเมืองโบราณ’ … ฟังดูเริ่มจะปรัชญาแล้วใช่ไหม ? … ใครที่ไม่รู้ว่า Postmodern คืออะไร — เกี่ยวกับปรัชญาการเมือง และชีวิตประจำวันของเรา ๆ ท่าน ๆ ยังไง … ตลอดจนเขาเรียน – สอน ปรัชญาการเมืองกันยังไงที่คณะรัฐศาสตร์ – จุฬา … ท่านจะหาคำตอบได้จากเล่มนี้เลย …. อ่านแล้วฮาดีด้วย … ฮาทั้งศิษย์ ฮาทั้งอาจารย์เลย … ^^… อะนะ .. จะได้รู้กันสักทีว่า — คนเรียนปรัชญาการเมืองไม่จำเป็นต้องเป็นพวกหมกมุ่นครุ่นคิดทั้งวันเสมอไป … เราก็เฮฮาบ้าต๊องได้เป็นช่วง.. ช่วง (…พ่อหมีแพนด้า ^^…) ได้เหมือนคุณนั่นแหละ … ^^”…

… แต่ถ้าคุณไม่ค่อยถูกโรคกะอะไรที่มันใหม่จี๋ … ได้ยินคำว่า โพสต์โมเดริน์ แล้วอยากยกเท้าขึ้นมาเกาหู – เราขอแนะนำเล่มนี้ Premodern (… ให้มันได้อย่างนี้ — กลับกันแบบตีลังกาไปเลย .. ^^”) โดยผู้เขียนคนเดียวกันคืออ. ไชยันต์ (… สาบานได้ว่าไม่ได้ค่าโฆษณา ….^^”) จะพาคุณย้อนกลับไปสู่ยุคกรีกโบราณ ว่าคนสมัยนั้นเขาคิดเรื่องพรรคการเมือง พลเมือง ประชาธิปไตย การเลือกตั้ง ไปจนกระทั่งถึงทรราช ( … ใช่แล้ว !!!) กันอย่างไร — ด้วยสำนวนที่เป็นกันเอง ไม่ต้องปีนกระไดอ่าน … ^^”… ใครที่สงสัยคำศัพท์ประหลาด ๆ ที่มักจะโผล่มาใน text ปรัชญาการเมือง — ที่ดูเหมือน ๆ จะไม่ใช่ภาษาอังกฤษ — เพราะมันมีรากศัพท์มาจากภาษากรีก เช่น discourse , nomos , polis หรือสงสัยว่าเจ้าของชื่อกรีกประหลาด ๆ แต่ละคน เช่น ไดโอจีนีส คาสสิโอโดรัส คือใคร — มีความสำคัญยังไงกะปรัชญาการเมือง … คุณจะหาคำตอบจากเรื่องนี้ได้เยอะมาก … แม้ว่าอาจจะไม่ครบทั้งหมดที่คุณอยากจะรู้ก็ตาม …

ถ้าอ่านทั้ง 2 เล่มที่ว่ามาแล้ว — ท่านยังคงสนใจปรัชญาการเมืองอยู่ (ซึ่งเราหวังว่าจะเป็นอย่างนั้น) หรือสนใจยิ่งขึ้น (… ก็ช่วยไปบอก อ. ไชยันต์ ให้แบ่งค่าเรื่องมาเลี้ยงกาแฟเด็ก ๆ ใน class ปรัชญาการเมืองตอนบ่ายหน่อย — จักเป็นพระคุณยิ่ง … เง๊ยย .. ไม่ใช่ค่ะ .. ^^”..) เราก็จะขอแนะนำหนังสือเล่มต่อไป คือ – ปรัชญาการเมืองเบื้องต้น – ของ อ. สมบัติ จันทราวงศ์ … ที่เรามีเป็น edition เก่า … เพราะง้นหากท่านไปหาซื้อ ก็อาจจะเจอปกอื่น — แต่เนื้อหาข้างในคิดว่าน่าจะเหมือนกันค่ะ .. – บทที่แนะนำ – คือ บทที่ 1 เลย .. ซึ่งจะอธิบายว่า ปรัชญาการเมืองคืออะไร มีความสำคัญยังไง … และคนเขาศึกษาปรัชญาการเมืองกันยังไง .. ตั้งคำถาม และหาคำตอบกันแบบไหน … – ตัวอย่างของการศึกษา – เราก็จะเห็นได้จากบทถัด ๆ มา ที่ อ. สมบัติเลือกผลงานชิ้นเด่น ๆ ของโสเครตีสมาวิเคราะห์ค่ะ … ^^…

สำหรับท่านที่สนใจปรัชญาการเมืองในรูปแบบของ ทฤษฎีการเมือง คือการมุ่งแก้ไขปัญหา/ หาคำอธิบายปรากฎการณ์การเมือง หรืออยากรู้จักนักปรัชญาการเมืองที่ชาวบ้านเขาอ้างถึงกันบ่อย ๆ เช่น ฮอบบ์ ล็อค รุซโซ — เราขอแนะนะ – ทฤษฎีการเมืองยุคใหม่ – ของ อ. พงศ์เพ็ญ ศกุนตาภัย … เล่มเล็ก ๆ พกง่าย แต่ก็มีนักปรัชญาการเมืองไม่กี่คนเท่านั้น คือ เริ่มที่ แมคคิอาเวลลี่ และจบที่รุซโซค่ะ — ใครชอบพวก มาร์กซ์ นิชเช่ คงต้องหาเล่มอื่นมาอ่านเสริมค่ะ… ^^…

ที่เราเห็นว่าค่อนข้างจะครบถ้วนสมบูรณ์ดีที่สุด ก็คือหนังสือแปลชุด ประวัติปรัชญาการเมือง ของ อ. สมบัติ จันทรวงศ์ ที่แปลมาจากหนังสือชื่อเดียวกัน ( แต่เป็นภาษาอังกฤษ คือ History of Political Philosophy) ชุดนี้ … ทั้ง 3 เล่ม มีเนื้อหาที่ต่อเนื่องกันในแง่ของเวลาที่เรียง ๆ กันไป คือ เล่ม 1 เป็นปรัชญาการเมืองโบราณ .. เล่ม 2 จะเป็นยุค Enlightenment ส่วนเล่ม 3 จะเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ … ใครอยากอ่านไม่เรียงกัน — หรือเลือกอ่านเป็นบางเล่ม ก็ไม่น่าจะมีปัญหา… แต่มีไว้ทั้งชุดก็ดีค่ะ … เอาไว้เป็น reference book เราเองก็มีทั้งชุดเหมือนกัน … ^^…

ปีใหม่(อีก)แล้ว …^^…

“ไม่ต้องไปนั่งสมาธิข้ามปีหรอก แค่ไปนอนบ้านพ่อ – แม่ข้ามปี ก็ได้บุญแล้ว ..”



…. แม่เราเขาว่ายังงี้ … ^^”… ปีนี้ก็เลยไปบ้านคุณตาคุณยายกัน … พอบอกว่า – เ ร า จ ะ ก ลั บ บ้ า น ต่ า ง จั ง ห วัด . . . ที่ สุ ริ น ท ร์ – ทีไร … ชอบมีคนบอกว่าเรา – ห น้ า ไ ม่ ใ ห้ – อยู่เรื่อยเลย ……. 555 … ไม่ว่ากัน — เดี๋ยวปีหน้าเราบอกว่าจะกลับ – จี น แ ผ่ น ดิ น ใ ห ญ่ – ดีกว่า … จะได้เข้ากับใบหน้า ….. ^^”…

ปีนี้ไปทำบุญที่นี่ — เพราะอาเราเป็นนายอำเภออยู่

ป้ายบอกว่าเริ่ม – ตั้งแต่ 6 โมงครึ่งเป็นต้นไป – เลยตื่นตั้งกะไก่โห่ … ^^”… เอาเข้าจริงกว่าพระจะมาก็ล่อเข้าไป 7 โมงกว่า…หุ หุ .. แต่น้าเราอีกคนบอกว่า — ต่างจังหวัดก็งี้แหละ (… คือมันไม่ต้องรีบมากก็ได้ไง … ^^”… ไม่ถึงกับธุรกิจพันล้านจะเสียหาย …) .. อีกอย่าง … วันนี้มีหลายงานด้วย …. เห็นเขาว่ามีงานแต่งงาน แล้วก็มีงานขึ้นบ้านใหม่ด้วย … พระท่านเลยต้องเดินสายเล็กน้อย … ^^”…

คนเข้าคิวรอตักบาตร

ของตักบาตรที่เตรียมมา — ส่วนใหญ่เป็นพวกของแห้ง ๆ เก็บไว้ได้นาน — เพราะรู้ว่างานนี้พระท่านคงจะต้องได้เยอะเกินฉันหมดแหง ๆ … ^^”..

ค ว า ม ตั้ ง ใ จ อ ย่ า ง นึ ง ข อ ง ปี นี้ – คือ… – อ ย า ก ทำ ค ว า ม รู้ จั ก กั บ ชื่ อ ข อ ง ด อ ก ไ ม้ – ต้ น ไ ม้ ต่ า ง ๆ ใ ห้ มา ก ขึ้ น – …. เนื่องจากมีคนบอกหลายคนแล้วว่าเราถ่ายรูปดอกไม้สวย …. ^^…… แต่พอเขาถามต่อว่า – ที่ ถ่ า ย ม า เ นี่ ย … คื อ ด อ ก อ ะ ไ ร ? – … เรามักจะตอบไม่ได้ (… กรรมเวร … ^^”..) … เพราะงั้น .. เราก็คิดว่าจะหาซื้อหนังสือที่เกี่ยวกับชื่อชนิดของดอกไม้ต่าง ๆ ที่เห็นหน้าเห็นตากันบ่อย ๆ มาศึกษาเสียบ้าง ….^^”…… เผื่อจะได้มี website หรือสมุดภาพรวมรูปดอกไม้ที่ถ่ายเวลาไปที่ไหน – ไหน … ถึงแม้ว่าปีนี้ดวงเดินทางอาจจะไม่รุ่งเท่าปีที่ผ่านมาแล้วก็ตาม … ^^”… [ – ห ม า ย เ ห ตุ แ ก้ ข่ า ว – … ดวงเดินทางที่ – รุ่งได้อีก..ก – (หมายความว่าเยอะกว่าปีก่อนนู้น … ^^”..)ในปีที่ผ่านมา — ทำให้หลาย ๆ ท่านคิดว่าเราเป็นผู้พิสมัยการเดินทางอย่างมาก ……. ^^”… ไปต่างประเทศมันได้ชนิดเดือนเว้นเดือน … – ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย – … ไปอินโดเดือนเมษา … ไปอเมริกา + เปรูเดือนพฤษภา …. ไปอินโดอีกรอบเดือนสิงหา … ไปเวียดนามเดือนตุลา … แล้วจบด้วยไปอินโด – บาหลีเดือนพฤศจิกา … ยังไม่นับไปต่างจังหวัดอีกสาม – สี่ครั้ง … ซึ่งนี่คือเราเลือกไปแล้ว — ไม่งั้นอาจจะเยอะกว่านี้ … ^^”… – อ ย า ก จ ะ บ อ ก ว่ า – ….. จริง ๆ แล้วเรา – ไ ม่ เ ค ย เ ชื่ อ – ว่าคนเราจะสามารถ – รู้ จั ก โ ล ก – … ซึ่งเราหมายถึง world-wise ได้ด้วยการเดินทางไปเห็นทุกซอกทุกมุมของโลกนี้ …. แถมด้วยถ่ายรูป และซื้อของที่ระลึกสวย ๆ มาเก็บไว้จนเต็มบ้าน ….. – ใ ค ร ก็ ไ ม่ รู้ – (… จำไม่ได้แล้วว่าใครพูด — แต่ไม่ได้คิดขึ้นมาเองง่ะ … ^^”..) เคยบอกไว้ว่า … คนเราไม่จำเป็นต้องเดินทางไปทั่วทั้งโลก … เพื่อที่จะได้รับรู้ว่า – ท้องฟ้าที่ไหนมันก็เป็นสีฟ้าเหมือนกันนั่นแหละ …. การได้ – ม อ ง เ ห็ น – ไม่ได้แปลว่าเราจะ – เ ข้ า ใ จ – … และในโลกนี้ก็มีอะไรหลาย ๆ อย่างที่เรา – เข้าใจ – ไม่ใช่ด้วยการ – ม อ ง เ ห็ น – หรือ – เ ป็ น เ จ้ า ข อ ง – …….. – ค ว า ม สุ ข ข อ ง เ ร า – ไม่ได้อยู่ที่ว่าเรา – อ ยู่ ที่ ไ ห น – …แต่อยู่ที่เรารู้ตัว และเข้าใจว่าเราอยู่ที่นั่น – เ พ ร า ะ อ ะ ไ ร – และ – เ พื่ อ ใ ค ร – มากกว่า … เราไม่ชอบอยู่ในสถานที่สวย ๆ ที่ไม่มีใครต้องการให้เราอยู่ที่นั่น …. และเราทำประโยชน์อะไรให้กับใครไม่ได้ …. เราถึงได้บอกไง … ว่าเราไม่ค่อยสนใจว่าเราจะไป – ที่ ไ ห น — เท่ากับไป – กั บ ใ ค ร … เ รื่ อ ง อ ะ ไ ร – … แต่ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีใครเข้าใจเราเลยแฮะ … แย่จริง … -“-…]

….ว่าจะพูดเรื่องดอกไม้ … แต่ดันไปบ่นเรื่องอะไรก็ไม่รู้นานมาก …. ^^”… – ส รุ ป ว่ า – …… เราดีใจที่เพื่อน ๆ หลายคนที่ได้รับ Postcard รูปดอกไม้ฝีมือเรามาตลอดทั้งปีต่างก็ชมว่าเราถ่ายรูปดอกไม้สวย (… ถ่ายเองทุกรูปจริง ๆ ค่ะ … ^^..) … ปีนี้ – ต่อให้เราไม่ค่อยได้ไปไหน … ท่านก็จะยังคงได้ Postcard รูปดอกไม้ในเทศกาลต่างๆ ต่อไป – เพราะว่าเราจะเลิกซื้อการ์ดแล้ว (… มั่นใจมากก … ^^..) แต่เราจะพยายามตอบท่านให้ได้ว่า – ไอ้ที่ส่งให้น่ะ — มันดอกอะไร … – ว่ า แ ต่ ว่ า – … ดอกข้างบนนี้ .. ซึ่งเป็นดอกไม้ที่บ้านคุณตาเราเองเนี่ย … เราก็ไม่รู้จักหรอก (… อ้าว … ^^”..)

…. แต่ดอกนี้รู้ว่าคือ – ช ว น ช ม –

… อันนี้เป็น – ช บ า – ซึ่งภาษาอังกฤษเรียกว่า Hibiscus — เป็นชื่อห้องอาหารในสำนักงานเลขา
ธิการอาเซียนที่จาการ์ตาด้วย … ^^…

ดอกนี้ — น่าจะอยู่ในตระกูลเดียวกะพวกคุณนายตื่นสายเนาะ … ^^”…

… ส่วนดอกนี้บานอยู่ข้าง ๆ กุหลาบหิน … แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นดอกอะไร … ^^”… แหะ แหะ …