แม่นาค The Musical

กิจกรรมบันเทิงครั้งสุดท้าย … ก่อนที่อาจารย์ที่ปรึกษาจะกลับมา — แล้วชีวิตข้าพเจ้าก็จะต้องเข้าสู่วังวนของการทำ disser และ disser และ disser อีกครั้ง (… ได้ข่าวว่าควรจะทำตั้งนานแล้ว … ^^”…) คือการไปดูแม่นาคพระโขนง The Musical — จองช้าไปหน่อย … เลยอดได้ตั๋วลดราคา … แต่ก็ไม่แพงเท่าไหร่อะเพราะเป็น Production ของไทย … และอาจจะเพราะราคาอยู่ในระดับที่พอรับได้นี่แหละ — ทำให้ผู้คนล้นหลามมิใช่น้อย … นี่เห็นว่าเพิ่มรอบด้วยนะ … ^^

ทางขึ้นโรงละคร … คนเยอะจริง ๆ ด้วย ^^”…

เขาห้ามเอากล้องเข้า — แต่คราวนี้เราก็ไม่ได้เอากล้องมาอยู่แล้วเนื่องจากมั่นใจในความสามารถของน้อง HTC ^^… เอ้อ … แต่เราก็มีมารยาทพอที่จะไม่ถ่ายรูปข้างในโรงละคร — ถึงแม้จะมีหลายตอนที่รู้สึกว่า … โห … อลังการงานสร้างมากกก … สงสัยจะเป็นเพราะมันเป็นหนังผีด้วยแหละ — เลยเล่น effect ได้เยอะกว่าเรื่องอืน ๆ — อย่างข้างหลังภาพถึง setting จะเป็นญี่ปุ่น — แต่เรื่องมันก็ดำเนินไปเนิบ ๆ นาบ ๆ ไม่มีหมอผีปลุกวิญญาน … ไม่มีฉากมือยืนเก็บสาก (…ไม่ใช่มะนาว .. ^^”..) ไม่มีนัท มีเรียลอยออกมาหน้าเวทีเกือบปะทะคนดู (… แอบดีใจที่จองตั๋วช้า — เลยได้ที่นั่งริม … ^^”… ถ้าอยู่ตรงกลางคงตกใจน่าดู … ^^”…) …

…ต้องขอชมเชยเสียงนัท มีเรียมากกว่าคนอื่น ๆ — คือเขาร้องเยอะกว่าคนอื่น …. แต่ก็ยังรู้สึกได้ว่าเสียงเพราะ ใส และชัดเจนมากถึงแม้ว่าจะต้องร้องและใช้อารมณ์มากขนาดนั้น … คือบางคนเขาจะมีปัญหาร้องชัดแล้วไม่ได้ feel … พอจะร้องให้ได้ feel เสียงก็ไม่ชัด — เช่นพวกที่ชอบร้องเพลงเสียงกระซิบ ๆ ทั้งหลาย — ซึ่งเราก็พอจะเข้าใจ (… แต่ถ้าไม่ได้ทั้ง feel และร้องเสียงก็ยังไม่ชัด — อันนี้ไม่ไหวนะ .. ^^”..) … อีกอย่าง — เพลงเรื่องนี้ก็ค่อยข้างจะเอื้อให้นักแสดงได้แสดงความสามารถมากกว่าข้างหลังภาพด้วย … คงเป็นเพราะว่าเนื้อเรื่อง และความที่ตัวละครเป็นชาวบ้านธรรมดา — ไม่ใช่ Elite ที่ต้องเก็บอารมณ์อย่างตัวเอกในข้างหลังภาพ … เลยทำให้เพลงสามารถใช้ภาษาที่แสดงความรู้สึกรักชอบโกรธเกลียดออกมาได้ชัดเจนกว่า … เพราะทุกเพลงจนน่าซื้อเก็บ — แต่หากซื้อทันทีตอนที่ละครมันยังมีเล่นอยู่… คนเรามักจะต้องมาช้ำใจทีหลังเวลามาคราวหน้าตอนที่มีเรื่องอื่นฉายแทนแล้ว –เมืองไทยรัชดาลัย ฯ ชอบลดราคาเรื่องเก่าทีละเยอะ ๆ เรื่อยเลย … ^^”… ก็เลยคิดว่าวันหลังค่อยมาซื้อดีกว่ามั้ง ?

… แต่พวงกุญแจอันนี้ซื้อเลย — เพราะรู้สึกว่ามันน่ารักดี — กลัวจะหมดซะก่อน … ^^”… ไม่ได้เอาออกมาจากซอง — เลยเห็นไม่ค่อยชัด … แต่มันจะเป็น กุมารทอง น้ำมันพราย ผ้ายันต์ และควายธนูเรียงกันน่ารักมากทีเดียว … ^^.. เห็นแล้วนึกถึงตอนที่ รมว. วัฒนธรรม (… รู้สึกว่าจะเป็นคนที่แล้วนะ — ไม่ใช่คนปัจจุบัน ) … บอกว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ — ซึ่งเราจำไม่ได้ว่าตอนนั้นท่านพูดถึงอะไรบ้าง … แต่ที่แน่ ๆ มีควายธนู .. ^^” — น่าจะนำมาพัฒนาเป็นสินค้าเชิงวัฒนธรรม — มี certificate อะไรงี้ … เราเลยกะว่าได้ไปต่างประเทศอีกวันใด — จะพกไปด้วย … เผื่อเจอเพื่อนขำ ๆ จะได้มอบให้เป็นที่ระลึก … 555 …

… ไปดูกะนู๋มดเช่นเคย … โดยมีคุณพี่ท็อปเล่น fitness รอเช่นเคยเหมือนกัน — เพราะพี่ท่านมะชอบดู Musical ^^” … แหะ แหะ .. ยังไงก็ขอขอบคุณที่เลี้ยงทาโกะยากิก่อนกลับนะคะ … ^^…

Advertisements

ข้อคิดเห็นบางประการต่อวิทยานิพนธ์ของวิว

NB : วิ ท ย า นิ พ น ธ์ เ ล่ ม ที่ ว่ า — มีชื่อเต็ม ๆ ว่า … “เศรษฐศาสตร์การเมืองว่าด้วยกระบวนการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจ : กรณีศึกษาข้อตกลงการค้าเสรีไทย – สหรัฐอเมริกา ระหว่างปี พ.ศ. 2544-2549″ และเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรปริญญาศิลปศาสตร์บัณฑิต สาขาเศรษฐศาสตร์การเมือง คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย … ซึ่งแน่นอนว่าย่อมไม่ใช่วิทยานิพนธ์ของเรา …^^”…เพราะหลักสูตรนี้เราไม่ได้เรียน…แต่เป็นวิทยานิพนธ์ของวิวที่เราขอเขามาอ่าน …เพราะเห็นว่าเขียนเข้าท่าดี และเป็นเรี่องที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการกำหนดนโยบายคล้าย ๆ ของเราด้วย (…แต่ของเราเป็นนโยบายต่้างประเทศอะ) — เผื่อจะมีบางส่วนที่ลอกได้ (…อ้าว ^^”..) อย่างน้อยก็ในแง่ของ format และการเขียน — เพราะวิทยานิพนธ์เล่มนี้ได้ – ดี ม า ก – ด้วยนะ ..^^… – ใ ค ร อ ย า ก อ่ า น บ้ า ง – …คิดว่าไม่นานคงมี on-line ให้อ่าน …เดี๋ยวนี้วิทยานิพนธ์จุฬาก็ on-line เหมือนกัน… ^^.. ใ ค ร อ ย า ก อ่ าน ก่ อ น ห น้ า นั้ น — เรามี version PDF แต่ไม่แน่ใจว่าเป็น version final รึเปล่า ? ยังไงก็ถามเอาจากวิวแล้วกัน …^^…



——————————————————————-


สิ่งที่เราชอบเกี่ยวกับ Thesis เล่มนี้ — ซึ่งทำให้เราคิดว่าทำให้เพื่อน ๆ ควรจะอ่านมันนะ :-


1) ที่แน่ ๆ เราคิดว่าทุกคนไม่ว่าจะมี – หรือไม่มีเวลาแค่ไหนก็ควรจะได้อ่าน Abstract นะคะ — มันสั้นมาก — ไม่ถึงหน้าหรอก.. แต่การเขียนสรุปทุกอย่างให้อยู่ได้ในความยาวแค่นี้เราถือว่าเจ๋งมากนะ –[ จากประสบการณ์การแปล Abstract ให้กับวิทยานิพนธ์เพื่อน ๆ ที่ทำงานมาหลายเล่ม — มันไม่ค่อยจะมีคนทำได้อย่างนี้ว่ะ —ส่วนใหญ่พอบอกหน้านึงก็จะอัดกันจนเต็มหน้า –ไม่งั้นก็เขียนสั้นแล้วอ่านไม่รู้เรื่อง — คนแปลต้องประพันธ์ฉบับภาษาอังกฤษให้ใหม่ก็หลายหน — เพราะหากแปลตรงๆ ตามตัวไปมันจะออกมาเป็นภาษาอังกฤษที่อ่านไม่รู้เรื่อง ..] การตั้งคำถามชัดเจน ทำให้ึคนอ่านรู้ตั้งแต่ต้นว่าจะได้อ่านเรื่องอะไร แนวไหน ใช้กรอบแนวคิดทฤษฎีอย่างไร…เอ..หรือว่าปกติวิทยานิพนธ์เศรษฐศาสตร์เป็นอย่างนี้อยู่แล้วหว่า ? แบบว่าไม่ค่อยได้อ่านง่ะ ..^^”…


2) ที่มา และความสำคัญของปัญหา —trace back ไปยาวมาก ๆ เป็นการให้ข้อมูลที่ดี — มีทั้งเหตุการณ์ในประเทศ และต่างประเทศ ใครที่ไม่รู้ว่าอะไรคือ Bretton Wood System อะไรคือ Keynesian Consensus น่าจะชอบ — และคนที่เคยรู้เรื่องประมาณนี้บ้างอยู่แล้ว.. พอเจอพวกนี้แล้วก็จะรู้สึกอบอุ่นคุ้นเคยคล้ายเจอเพื่อนเก่าค่ะ …ทำให้รู้สึกว่า ถ้าอ่านต่อไป tu ต้องอ่านรู้เรื่องแน่ ๆ เลย…^^”… ประมาณนั้น ^^


3) แผนภูมิ Timeline ( หน้า 25-27) ช่วยให้เข้าใจความเป็นมาได้ดีขึ้น น่าจะเอาไว้ใน ppt เวลาไปพูดที่ไหน — จะทำให้น่าสนใจ .. อะไรนะคะ ?..เราบอกช้าไป — ทำไมไม่บอกตั้งกะวันศุกร์ –เหรอ ^^”…เอาน่าาา ..เดี๋ยวก็มีโอกาสไป present อีกอะ –แต่คราวหน้าน่าจะให้ข้อมูล audience ที่จะฟัง present หน่อยนะ — จะได้แนะนำถูก …^^”…


เนื่องจาก Thesis ฉบับนี้เป็น thesis ที่ส่งมหาลัยไปแล้ว — และเราค่อนข้างเชื่อมั่นในวิจารณญานของอาจารย์ และทุก ๆ ท่านที่มีโอกาสได้ review วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ (ซึ่งได้ – ดี ม า ก – ด้วย … จึงทำให้คาดว่าจะต้องถูกตรวจด้าน format จากบัณฑิตวิทยาลัยอีกมิใช่น้อย ^^”)– ข้ อ เ ส น อ แ นะ ข อ ง เ ร า ต่ อ ไ ป นี้ – … จึงเป็นข้อเสนอแนะในฐานะผู้อ่านต้นฉบับที่เป็นบุุคคลภายนอก –คือเราคงไม่รู้หรอก .. ว่าวิทยานิพนธ์ของเศรษฐศาสตรฺ์(..หรือแม้แต่รัฐศาสตร์ ^^”…) ที่เขาเขียนกันดี ๆ นั้นเขาเขียนกันอย่างไร — คือถึงแม้จะอ่านมาหลายเล่มแล้ว แต่ก็รู้สึกว่ามาตรฐานมันช่างแตกต่างหลากหลาย — แม้ว่าจะเป็นวิทยานิพนธ์ของคณะและมหาลัยเดียวกัน … – ถ้าถามเรา – เราว่าวิทยานิพนธ์ของวิวเขียนดี (– หมายถึงอ่านแล้วรู้เรื่อง — อ่านแล้วไม่รู้สึกว่า — มันเขียนมั่วอย่างนี้แล้ว committee ปล่อยให้รอดมาได้อย่างไร ? จนกระทั่งต้องเปิดดู committee และปีพิมพ์ด้วยความสงสัยมาก — เหมือนวิทยานิพนธ์ ป. โทบางเล่ม …^^”…) แล้วเมื่อเทียบกับเล่มอื่น ๆ ที่เราอ่านมา….เราน่าจะช่วยเสนอแนะในแง่ที่ว่า — หากจะมีการตีพิมพ์วิทยานิพนธ์เล่มนี้เป็นเล่มให้ชาวบ้านทั่วไปเขาอ่านกันแล้ว — จะทำอย่างไรให้มันน่าอ่านและขายออก (ยิ่งขึ้น …^^) มากกว่า ..


ข้ อ เ ส น อ แน ะ ที่ ว่ า – ..มีดังนี้ค่ะ :-


1) ในส่วนของการเกริ่นนำเรื่อง — น่าจะบอกหน่อยว่า –ทำไมเลือก FTA ไทย – สหรัฐ ฯ — TUFTA มีความแตกต่างจาก FTA อื่น ๆ ของไทยอย่างไร มีความเป็นมาที่น่าสนใจอย่างไร i.e. ในแง่ของบทบาท/ ตำแหน่งแห่งที่ของไทยในระบบเศรษฐกิจโลก .. โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่เริ่มต้น ‘ยุคโลกาภิวัตน์ ‘ เป็นต้นมา –..ส่วนจะ define ว่าโลกาภิวัตน์เริ่มตอนไหนนั้น ก็ตามใจแล้วกัน .. แต่ถ้าเอาจากคำพูดของวิวเมื่อวันศุกร์ที่ว่า ‘ถ้าไม่ค้าเสรี — ก็จะต้องมีสงครามโลก ‘…เราว่าเอาตั้งแต่เขาเลิกคิดทำสงครามโลก แล้วหันมาเริ่มค้าเสรีกันก็ดีนะ..^^… — เพราะโดยส่วนตัวแล้วคิดว่า FTA ไทย – สหรัฐ ฯ มีความน่าสนใจกว่า FTA ระหว่างไทยกับประเทศอื่น ๆ โดยเฉพาะในแง่ของ – ที่มาของ FTA ไทย – สหรัฐ ฯ และผลประโยชน์ที่สหรัฐฯ จะได้จาก FTA นี้ –ที่สอดคล้องกับผลประโยชน์ของกลุ่มไทยรักไทย (เรียกรวม ๆ แล้วกันนะ — ใครอยากรู้รายละเอียดเกี่ยวกับกลุ่มที่ว่านี้มากขึ้น — ขอให้ไปอ่านในบทที่ 3 ของวิทยานิพนธ์ค่ะ) — ก็เข้าใจว่ามันอาจจะไม่เกี่ยวกับประเด็นหลักของ thesis เท่าไหร่..^^”… แต่มันตื่นเต้นเร้าใจดี คิดว่าน่าจะทำให้คนไทยที่ชอบอ่านอะไรตื่นเต้น ๆ โดยเฉพาะพวกกลุ่ม audience ของหนังสือแนวรู้ทันทักษิณทั้งหลายสนใจหนังสือเล่มนี้เวลาวางแผงค่ะ


2) ในส่วนของกรอบแนวคิดทฤษฎี — จากที่ได้มีผู้เสนอแนะไปแล้่วว่า — ถ้ามองจากทฤษฎีมุมมองอื่นจะเป็นอย่างไร คิดว่าน่าจะเอามาเพิ่มเติมตรงนี้ได้ว่า —ทฤษฎีที่เลือกใช้ในงานนี้จะทำให้ได้มุมมองที่แตกต่างจากทฤษฎีอื่น ๆ อย่างไร เช่น institutionalism/ deliberative democracy ทำไมถึงใช้กับกรณีนี้ไม่ได้ (หรือหากดันทุรังใช้ไป — อาจก่อให้เกิดความหายนะได้อย่างไร ^^”) และทำไมถึงเลือกใช้คู่กับทฤษฎีการควบคุมวาระทางนโยบายของ คอปป์ กับเอลเดอร์ — คือก็เข้าใจอะ …ว่าแถว ๆ หน้า 35 มีพูดถึงไปแล้ว …แต่สงสัยว่าทำไมต้องเป็น 2 คนนี้ง่ะ — คนอื่นไม่พูดถึงเรอะ ?(…แต่ถ้าเขาเป็นเจ้าพ่อก็โทษทีนะคะ ^^” เผอิญว่าหนูไม่รู้จักท่านจริง ๆ …แหะ แหะ ..)


3) ในส่วนของการอภิปรายกลุ่มผลประโยชน์ –เวลาพูดถึงกลุ่มผลประโยชน์ ถ้ามีการอภิปรายถึงที่มาของ ‘ผลประโยชน์’ ที่กลุ่มจะได้อย่างเป็นรูปธรรม —( ยกตัวอย่างเช่น ผลประโยชน์ของ สหรัฐ ต่อการรักษาและควบคุมสายสัมพันธ์เชิงการผลิตกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือ ผลประโยชน์ด้านทรัพยากรธรรมชาติ และบทบาทที่สหรัฐฯ ต้องการให้ไทย / เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เล่นในการ support ญี่ปุ่น ด้านทรัพยากร และเป็นแหล่งระบายสินค้า)ทั้งในส่วนของฝ่ายที่สนับสนุน FTA (… ซึ่งเราคิดว่าผลประโยชน์ของกลุ่มนี้เชื่อมโยงกับผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ที่มาทำ FTA กับไทยด้วย..) และฝ่ายที่คัดค้านเสียประโยชน์อย่างไร–อย่างเป็นเนื้อเป็นหนัง (..ว่าแต่มันเกี่ยวกับเรื่อง CL ยาไหมคะ ?)… ถ้าทำเป็นหนังสือจริง ๆ น่าจะ quote คำพูดของคนที่ไปสัมภาษณ์มาใส่ Box นะคะ — ตอนนี้กำลังฮิต ..world bank ก็ชอบทำ …^^… เพราะเราคิดว่้าหลาย ๆ ประเด็นใน FTA ไทย – สหรัฐฯ เกี่ยวข้อง & ส่งผลกระทบต่อชีวิตของคนไทยจริง ๆ ซึ่งคิดว่าผู้เขียน/ ผู้วิจัยก็รู้สึกถึงข้อนี้ ถึงได้เลือกตัวแทนกลุ่มต่าง ๆ ที่ได้สัมภาษณ์ — จริง ๆ แล้วกระบวนการในการเลือก (หมายถึง identify — ทำไมเอาคนนี้ ทำไมไม่เอาคนอื่น) กลุ่มไหน / ใคร มาสัมภาษณ์ก็น่าจะพูดถึงเหมือนกัน — คือมันอาจจะไม่ควรอยู่ใน thesis หรอก … แต่เวลาที่มันอยู่ในหนังสือ มันจะทำให้มีความเป็นมิตรกับมนุษย์มากขึ้น — คือทำให้คนคิดว่าเป็นเรื่องใกล้ตัว –และเห็นตัวตนของ ‘ประชาชน’ ที่เสีย/ ได้ประโยชน์จาก FTA จึงมารวมตัวกันเป็นกลุ่มผลประโยชน์มากขึ้น — จะทำให้ ‘กลุ่มผลประโยชน์’ ในที่นี้ดูชัดเจนและมีมิติมากกว่าการเป็นกลุ่มผลประโยชน์ในเชิงทฤษฎี


***แนะนำเอกสาร/ ข้อมูลจากการสัมมนาเรื่อง “ข้อตกลงการค้่าเสรี (FTA) ไทย- สหรัฐอเมริกา : ผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน ” วันที่ 17-18 มกราคม 2550 โรงแรมอมารีวอเตอร์เกต กรุงเทพฯ — ค่ะ (…ไม่รู้เหมือนกันว่าทั้งหมดมันมีอะไรบ้าง ^^” …แต่ได้อ่านบางส่วนตอนเรียนวิชา อ. กุลลดา และคิดว่าน่าสนใจดี — และรู้สึกว่าจะเป็นการชุมนุมเชิงวิชาการของผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับ FTA มากที่สุึดครั้งหนึ่งค่ะ )


ขอพูดถึง quote อีกสักหน่อย ..^^.. –ในบทที่ 3 มีส่วนที่เป็นการ quote คำพูดของคุณทักษิณหลายตอนที่พูดถึงผลกระทบของ FTA ไทย – สหรัฐ ฯ ว่า เป็นเรื่องที่ประชาชนไม่รู้จริงออกมาพูด— คิดว่าคนอ่านก็น่าจะต้องการรู้ว่า –แล้วตกลงผลประโยชน์ – ผลกระทบจริงๆ คืออะไร ถึงแม้ว่านี่อาจจะไม่ใช่คำถามที่วิทยานิพนธ์นี้ต้องการตอบ แต่คิดว่าน่าจะมีการศึกษาเชิงวิชาการที่ทำเรื่องนี้ ถ้ามาแปะไว้ใน reference เคียงคู่กับคำพูดที่ quote มาจาก นสพ. หรือสื่ออื่น น่าจะเป็นประโยชน์ให้กับคนอ่านที่ต้องการสนใจไปหาความรู้ต่อ — พูดในกรณีที่คนอ่านอาจจะเป็นนิสิต ป. โท รุ่นน้อง ๆ ที่เผอิญทำงานกับอาจารย์ของวิว แล้ว อ. แนะนำว่าให้อ่านงานของพี่คนนี้เพื่อหาประเด็นทำ thesis ( ซึ่งเป็นสิงที่อาจารย์ที่ปรึกษาส่วนใหญ่ชอบทำมาก) เขาจะได้ได้ทั้ง idea และแหล่งข้อมูล น่าจะทำให้เป็นการทำการกุศลด้านการศึกษาไม่มากก็น้อย ^^


พูดถึงสิ่งที่เราอยากเห็นใน version หนังสือไปแล้ว — ก็ต้องมาถึงสิ่งที่ไม่อยากเห็นบ้าง .. มีอยู่จุดเดียวคือ ตรง(ขอบเขตของการศึกษา)ที่บอกว่า —การศึกษานี้ไม่ได้เป็นการประเมินถึงผลกระทบแท้จริงที่จะเกิดขึ้นจากการทำข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างไทย – สหรัฐฯ แต่อย่างใด — ..คือพอมีอยู่ในวิทยานิพนธ์มันดูจริงใจดี … แต่พออยู่ในหนังสือนี่มันท่าทางจะทำให้ขายไม่ออกเอาว่ะ … ^^”…เราว่าวิวควรจะหาวิธีพูดใหม่ — ไม่ก็หาคนเขียนคำนำเจ๋ง ๆ ก็ได้ว่า — แล้วมันจะ link กับโลกแห่งความเป็นจริงได้อย่างไร — คือ ถ้าหากงานที่ขายได้ในโลกวิชาการต้องมี theoretical contribution งานที่จะขายได้ในโลกแห่งความเป็นจริงก็ควรจะมี practical contribution ในระดับที่พอ ๆ กันค่ะ


… ใครคิดว่าไม่สำคัญ ^^

F o r w a r d ไ ป สี่ ห้ า ค น เ ห็ น จ ะ ไ ด้ (… ^^”…) ไ ม่ ก ลั ว คำ ขู่ ข้ า ง ท้ า ย — เพราะไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตนในขณะนี้ …. ^^”… และคิดว่าอาการอกหักทำให้เกิดความทุกข์หนัก ๆ ได้เฉพาะกับคนที่ perceptive [ – อ ธิ บ า ย ศั พ ท์ เ ฉ พ า ะ สำ ห รั บ ค นไ ม่ ช อ บ ภ า ษ า อั ง ก ฤ ษ -…. หมายถึงรู้สึกกระทบกระเทือนใจเป็นพิเศษกะอะไรบางอย่าง … ทั้งที่ชาวบ้านทั่วไปเขาไม่เป็นกัน … ^^”..] กับมันเท่านั้น …. และก็คิดว่าการเอาแต่ส่งจดหมายลูกโซ่ที่ไม่ค่อยสร้างสรรค์ [ – อ ธิ บ า ย ศั พ ท์ สำ ห รั บ ค น ที่ คิ ด จ ะ ส่ ง จ ดห ม า ย ลู ก โ ซ่ ใ ห้เ ร า อี ก ต่ อ ไ ป – … อะไรที่เราเคยได้แล้วหลายครั้ง — และมีคำขู่แบบไม่มีเหตุผล — คือเราอ่านแล้วรู้สึกว่าไม่น่าเชื่อถือ … เราถือว่าไม่สร้างสรรค์นะ … ^^…] น่าจะเป็นการทำให้คนเกลียดชังมากกว่าคนรักแฮะ …



A n y w a y , เ อ า ม า ฝ า ก — เผื่อว่าจะมีใครที่ยังไม่เคยได้ … และถ้ามีคน click อ่านหน้านี้ถึงประมาณ 15 คน (…. เพราะเราส่งไปแล้วแน่ ๆ 5 คน …. อ้าว — ไหนว่าไม่กลัวคำขู่ … 555) ถือว่าเราหลุดพ้นจากคำแช่งข้างท้ายละกันนะ … ^^… – สำ ห รั บ ใ ค ร ที่ อ่ า น ม า ถึ ง ต ร ง นี้ แ ล้ ว ก ลั ว เ ร า แ ช่ ง – … ไม่ต้องกลัวเพราะเราไม่ได้แช่ง … ^^… – เ อ า เ ป็ น ว่ า – .. ถ้ามีใครมาอ่านหน้านี้ต่อจากคุณ – เรายกผลประโยชน์ให้ก็แล้วกัน … ^^…

ป อ ล อ ... ไม่เคยใส่แหวน .. ก็เลยไม่เคยได้ให้แหวนใครไปใส่ …^^”…
ให้ของขวัญเราบ่อย ๆ … หมายถึงบ่อยแค่ไหนง่ะ ?… ของขวัญวันเกิดทุกปีนี่นับไหม ?
ถ้าคุยกันย่อมต้องมองตานะ … ไม่งั้นก็ถือว่าไม่จริงใจดิ … ^^”…
… เคยถูกเล่นผม … 555 ….

สญช. สารพัดสัตว์ ^^

นั่งปั่น proposal ให้ทัน deadline วันที่ 15 …. ^^”… ก็ไม่รู้ว่าคณะนี้มันเป็นอะไร …ไม่เคยสามารถทำงานเสร็จได้ก่อนกำหนดซักที …. ^^”… — คือจริง ๆ เราก็ว่าเรา – เ ห มื อ น ๆ จ ะ ทำ เ ส ร็ จ – ตอนที่บอกคุณเพื่อนสนิทว่า – เ ร า ช่ ว ย อ่ า น d i s s e r ใ ห้ เ อ า มั้ ย ?... ^^… – ตอนนั้นเรามีเวลาอ่านให้จริง ๆ (… ถึงแม้ว่าจะอ่านไม่ค่อยรู้เรื่อง … แหะ แหะ … ^^”.. Anyway – บ ริ ก า ร อ่ า น Disser ใ ห้ ทั้ ง เ ล่ ม – และ – ต ร ว จ เ ช็ ค G r a m m a r ภ า ษ า อั ง ก ฤ ษ ต ล อ ด ชี วิ ต … หรือจนกว่าจะเบื่อที่จะส่งให้อ่าน .. ^^”..- แถม mental support เวลาที่คุณเหงา เบื่อ และเซ็งชีวิต… นี่เป็น – บ ริ ก า ร พิ เ ศ ษ เ ฉ พ า ะ บุ ค ค ล – นะคะ … ^^… เราไม่ได้ทำให้ทุกคน — ใครต้องการใช้บริการแบบนี้บ่อย ๆ เราว่าคุณหาแฟนอยู่ (หรือจบ)อักษร – เอกอังกฤษซักคนจะดีกว่านะ ^^ ) …. แต่พออาจารย์ที่ปรึกษาบอกว่าให้สรุป proposal ตัวเองให้เหลือ 15 หน้าจาก 50 หน้า — แต่ว่าอยากให้เพิ่มเนื้อหาตรงนั้นตรงนี้ (… ลดจำนวนหน้า — แต่เพิ่มเนื้อหาเนี่ยนะ … ฮ่วย … -“-…) ประกอบกับ ผอ. จะรีบให้ส่งรายงาน — อาทิตย์นี้ก็เลยกลายเป็น – สั ป ด า ห์ น ร ก – ไปอย่างช่วยไม่ได้ … ^^”… ยังดีที่พอไปปรับทุกข์กะเพื่อน ๆ ร่วมชะตาเวร – ชะตากรรมทั้งหลายเมื่อวันอังคาร — แล้วก็ปรากฎว่าทุกคนอาการไม่ต่างกันเท่าไหร่…. ^^”… โดยเฉพาะน้องบีกับพี่น้อยก็ยังแก้งานไม่เสร็จเหมือนเราเลย — ก็เลยรู้สึกว่าชีวิตดีขึ้นเล็กน้อย …….. หุ หุ …..

…. และเมื่อวันหยุดหมดไป — คนเราก็ต้องมาทำงาน … ใช่ไหม ?… ^^…….. แต่ดูเหมือนว่า – ตั ว นี้ – (…. เค้าชื่อล้ายลายค่ะ — เป็นแมวอาวุโสประจำ Office เรา …^^”) จะขยันฝ่า … มานั่งเฝ้ากองหนังสือตะเช้าเชียว … ^^”…..

ส่วนตัวนี้อาวุโสรองลงมา — มีชื่อว่า – ถุงเท้า – หรือชื่อเล่นภาษาเกาหลี (… เออ … แมวแถวนี้เค้ามีชื่อเล่นเป็นภาษาเกาหลีด้วย — เชื่อเหอะ ^^”..) ว่า – มึ น จั ง – …

ตัวนี้น้องสุดท้อง — ตอนแรกตัวเล็ก ๆ ที่สุด — แต่ด้วยความที่กินเก่งก็เลยตัวเกือบเท่าพี่ ๆ แล้ว … ^^”… ชื่อ – ส า ย รุ้ ง – และมีชื่อเล่นว่า – แ ซ๊ บ แ ส บ – (… ชื่อแมวจริง ๆ ค่ะ … ^^”..)

แขกไปใครมา … เค้าก็รอรับอยู่หน้าประตูเนี่ย … ^^”….



…… รูปหมดแล้ว……. ^^”…. แต่จริงๆ ที่ทำงานเรายังมีสัตว์อีกมากมาย … ทั้งหมา … นก . หนู… และสัตว์ต่าง ๆ ที่มาพร้อมกะสายฝน (…. คิดเอาเองละกันว่าเป็นตัวอะไรบ้าง … หุ หุ …) .. ช่างสมกะเป็น – ส ญ ช . ส า ร พั ด สั ต ว์ – อะไรอย่างนี้ …. ^^”… แต่ดูแล้วก็แก้เครียดได้ชงัดดีมิใช่น้อย …. ใครอยู่แถวนี้ว่าง ๆ ก็แวะมาเยี่ยมได้นะ …. ^^……… แมวสองตัวหลังอะเชื่อง … ^^…….. แต่สำหรับล้ายลาย … เราว่าอย่าไปยุ่งกะเค้าเลย …. ^^”…….

ทุนจุฬา ฯ 90 ปี

นึกว่า อ. ที่ปรึกษาไปนอกแล้วจะสบาย ..ที่ไหนได้ อ. ยังคงตามหลอกหลอนเราทาง e-mail เป็นระยะว่า – ทำ ง า น ไ ป ถึ ง ไ หน แ ล้ ว ! – และ – เ มื่ อ ไ ห ร่ จ ะ ข อ ทุ น !- … คือที่เรายังเฉื่อยอยู่ — เพราะพี่น้อย กะน้องบีเขาเพิ่งสอบหัวข้อผ่านไปเมื่อวันที่ 29 และ 30 เมษา – ตามลำดับ – เอง ..ทำให้ทั้ง 2 คนยังแก้ proposal ไม่เสร็จ .. ส่วนนายเนก็ยังแก้ proposal ไม่เสร็จเหมือนกัน เราเลย chilled-chilled …และก็อาจจะยัง chilled ต่อไป .. ถ้าไม่ถูก อ. ที่ปรึกษากดดันให้สมัครทุนจุฬา ฯ 90 ปี … คือพี่ ๆ ที่หน่วยบัณฑิตศึกษาคณะ เขาก็ mail มาแจ้งนิสิตทุกคนในหลักสูตรตามหน้าที่ … แล้วจริง ๆ ทุนอุดหนุนวิทยานิพนธ์ ป. เอกทั้งหลายเหล่านี้ มันก็มีมาเป็นระยะ ๆ ทั้งปีเลย — ถ้าไม่สมัครทุนนี้ ..รอไว้สมัครทุนอื่นก็ได้ .. แต่ไหน ๆ ก็ถูก อ. ให้สมัครแล้ว เอามาเล่าให้ฟังเป็นวิทยาทานแล้วกัน — เผื่อใครอยากจะสมัครบ้าง — แต่บอกก่อนนะว่า – เราเองก็ไม่แน่ใจว่าเราจะได้ทุนนี้รึเปล่า .. ^^”… จะว่าไป — ตอนนี้มันยังไม่ปิดรับสมัครเลย … ใครอยู่จุฬาฯ และอยากได้ตังค์มาใช้ทำวิทยานิพนธ์เพิ่มเติม ( เพราะมันไม่มี requirement ว่าถ้ารับทุนอื่นอยู่แล้วห้ามรับ — และไม่ได้บอกว่า -ได้แล้วห้ามขอทุนอื่นอีก …) – งานที่ใช้สารเคมี – 80,000 – 250,000 บาท – งานไม่ใช้สารเคมี – 40,000- 150,000 บาท … ก็เชิญลองขอโลด … ไปที่ link นี้เลย :
http://grad.chula.ac.th เลือก “ทุนอุดหนุนการศึกษาและการวิจัย” แล้วเลือก – ทุ น 9 0 ปี จุ ฬ า ล ง ก ร ณ์ ม ห า วิ ท ย า ลั ย – นะคะ ^^


…เข้าไปแล้วก็ลงทะเบียนด้วยเลขประจำตัวนิสิต กับเลขที่บัตรประชาชน … ตั้ง password ตามที่เค้าบอก — มันจะขึ้นหน้าแบบฟอร์มกรอกใบสมัครทุน และให้ download แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้องเป็น file word — เพราะว่าเราจะต้องเอามากรอกข้อมูลแล้วให้อาจารย์ที่ปรึกษาเซนต์ — แล้วไปส่งที่บัณฑิตวิทยาลัยอีกชุดนึง — เอกสารเหล่านี้ประกอบด้วย


1) ข้ อ มู ล อ า จ า ร ย์ ป รึ ก ษ า วิ ท ย า นิ พ น ธ์ ห ลั ก – ให้กรอกข้อมูลทิศทางการวิจัยของอาจารยฺ์ และประวัติการทำวิจัยของอาจารย์ในอดีต – อันนี้ตอนแรกเรากะน้องบีบ่นกันว่า – อ ะ ไ ร กั น นั ก กั น ห น า ..-“-…- แต่พอไปถามน้อง TA ของอาจารยฺ์ ปรากฎว่าข้อมูลเหล่านี้อาจารย์ทุกคนมักจะต้องทำไว้อยู่แล้วง่ะ — เพราะมหาลัยเขาจะเอา — ถามเขา ๆ ให้อะ ..^^”…


2) ร า ย ล ะเ อี ย ด ค่ า ใ ช้ จ่ า ย — แบ่งเป็น 3 หมวด … คือหมวดวัสดุ หมวดสารเคมี และหมวดค่าใช้สอยอื่น ๆ … อยากจะใช้อะไรเท่าไหร่ก็บอกเขา … เขาจะให้รึเปล่านั่นเป็นอีกเรื่อง – ไม่เกี่ยวกัน …^^”… อย่าขอเกิน limit ก็แล้วกัน … อันนี้ตอนแรกเราก็บ่นกะน้องบีว่า ..- แ ล้ ว ชั้ น จ ะ รู้ มั้ ย ย ?!? ..-“-..- … แต่พอมากรอกจริง ๆ มันก็ไม่ยากเท่าไหร่ .. คือถ้าเรารู้ว่าจะต้องไปเก็บข้อมูลที่ไหน ..ค่าเดินทาง / ค่าที่พักเท่้าไหร่ … หรือจะต้องจ่ายตังค์ทำอะไรบ้าง … มันก็ย่อมจะใส่ข้อมูลได้อยู่แล้วอะ .. ประมาณ ๆ เอา …


3) ส รุ ป ป ร ะ เ ด็ น สำ คั ญ ข อ ง โค ร ง ร่ า ง วิ ท ยา นิ พ น ธ์ — .. อ่านในประกาศรับสมัครบอกว่้า ต้องมี 1) คุณค่าของวิทยานิพนธ์ต่อแวดวงวิชาการ ;2) องค์ความรู้ในปัจจุบันที่เกี่ยวข้องกับวิทยานิพนธ์และการทบทวนวรรณกรรม และ 3) จุดเด่นของกรอบแนวคิดและระเบียบวิธีวิจัย .. แล้วมึนตึ้บ …^^”.. ว่า -.. แ ล้ ว ต รู จ ะ เ ขี ย น ไ ด้ มั้ ยเ นี่ ย ย ย ?!?! ..- … แต่จริง ๆ แล้วมันเป็นแบบฟอร์มเป็นช่อง ๆ ให้กรอก — ขนาด 2 หน้าเอง …. ไม่ยาวเท่าไหร่ — และเราก็อยากเป็นกำลังใจให้ทุกท่านที่เขียน proposal จนเสร็จ & สอบหัวข้อ – โครงร่างผ่านไปเรียบร้อยแล้วนั้น -มั น ต้ อ ง มี ดี – อยู่แล้ว ..^^.. ถ้าเขียน Proposal 30-50 หน้าได้ …กรอกแบบฟอร์มแค่ 2 หน้าไม่ยากหรอก …


..ส่วนใบสมัคร on-line นั้นพอกรอกข้อมูลแล้วเราจะต้อง upload file proposal ของเราขึ้นไป – โดยให้รวม file prosal ค่าใช้จ่าย (ข้อ 2) กับสรุปประเด็น (ข้อ3) –ลบข้อมูลชื่อ – นามสกุล สาขาวิฃา และคณะออกไปก่อน (ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม ..^^”..) ทำเป็น pdf file เดียวกัน – แล้ว upload ขึ้นไป — หลังจากนั้นก็ print ใบสมัคร — เอามารวมกับเอกสารอื่น ๆ และประกาศ/ หลักฐานการอนุมัติหัวข้อวิทยานิพนธ์ของคณะกรรมการบริหารคณะ / สำนักวิชา / บัณฑิตวิทยาลัย — เอาไปให้ อ. ที่ปรึกษา approve แล้วก็เอาไปส่งที่หน่วยส่งเสริมและพัฒนาทางวิชาการ งานบริการการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาฯ — และรอประกาศผลค่ะ …^^…


….ก็ขอให้ทุกท่านโชคดีได้ทุนกันถ้วนหน้า — เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาให้กี่ทุน — เพราะเขาไม่บอก …^^”..ถ้าไม่ได้ทุนนี้ – ก็รอไว้สมัครทุนอื่นละกันนะ ..^^…

กิ ต ติ ก ร ร ม ป ร ะ ก า ศ ^^

ช่วงเวลาแห่งการสอบหัวข้อ … สอบโครงร่าง (สำหรับผู้ที่เพิ่งสอบ Q.E ผ่าน) และช่วงเวลาแห่งการสอบตัวเล่มวิทยานิพนธ์ของเด็ก ป. เอก ป. โท — กำลังจะผ่านพ้นไปพร้อมกะเลือดสาดกระจายทั่วจุฬา ฯ (… ว้าย .. ^^” ) อะนะ … ก็อาทิตย์นี้พี่น้อย กะน้องบี ซึ่งเป็น 2 คนสุดท้ายของ ป. เอกรุ่นเรา (… แบบว่าทั้งรุ่นมี 4 คน ^^”) ก็ได้ผ่านการสอบหัวข้อกันไปแล้วเรียบร้อย — ด้วยสภาพเลือดสาดพอ ๆ กะสอบหัวข้อของเราเลย ^^” … แอบดีใจ – นึกว่าจะเจอคนเดียวซะอีก ^^ … แต่ก็ไปปฏิบัติการเป็นกำลังใจ และเป็นเลขาเพื่อการกุศล ร่วมกะอีตาเนอีกคน ในการจด comment กรรมการให้แล้วนะ … หวังว่าทั้งสองท่าน – คงจะรีบ develop proposal ใหม่ให้เสร็จในไม่ช้า — คือยังไงมันก็ต้องเสร็จก่อนวันที่ 15 พ.ค. — แต่เราคิดว่าทั้ง 2 น่าจะพอทำได้ – คือถ้าไม่เอานิยายอะไรกะมันมาก – develop โครงเรื่องตามที่ อ. เขาว่า — กับถ้าพอมีเอกสารอยู่บ้างแล้ว – หรือเอกสารหาไม่ยาก — ก็น่าจะพอไหว – มั้ง ? … อะไรที่โหด ๆ เช่นกรอบแนวคิดทฤษฎีที่จะใช้ (… ที่จนบัดนี้ของเราก็ยังแก้ไม่เสร็จ — แบบว่าไม่รู้จะเขียนยังไงให้ดูดี .. โอ้ลั้นลา .. ^^”…) เอาไว้ก่อน — คือไม่ใช่ไม่ควรทำ — แต่ถ้าไปหมกมุ่นกะมันมาก ส่วนอื่น ๆ ไม่เสร็จไปด้วยแล้วมันจะแย่เอาดิ … ^^”..


ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาที่ฟังดูโหด — แต่เมื่อมองดูอีกมุมนึงแล้ว … เวลาแบบนี้ ก็เป็นช่วงเวลาแห่งความประทับใจดี ๆ มากมาย ^^ … อย่างที่น้องบีบอกว่า – ตั้งกะ course work จบไป – ก็เพิ่งจะมีช่วงนี้เนี่ย ที่พวกเราได้มารวมตัวกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา – ร่วมเลือดสาด .. เอ๊ยย … ร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกันในห้องสอบ – แม้ว่าจะถูกเชือดกันคนละวัน ^^”…ร่วมกัน develop proposal แม้ว่าจะคนละเรื่อง – และไม่ค่อยเกี่ยวกันเท่าไหร่ (… รึเปล่าหว่า ? … รู้สึกว่าของเน กับน้องบี จะเป็นเรื่องแนวปรัชญาศาสนาเหมือนกัน — และเรื่องกรอบเวลาของเรากะน้องบีก็เกือบ ๆ จะตรงกัน … ถึงแม้จะดู social movements คนละกลุ่ม … ^^”…) แต่ก็ใช้ deadline เดียวกัน … และภายในเวลาอันน้อยนิดเช่นนี้ – แหล่งข้อมูลที่เชื่อใจได้ – และเข้าถึงง่ายที่สุดก็คงเป็นแหล่งเดียวกันคือ – ห้ อ ง ส มุ ดรั ฐ ศ า ส ต ร์ – เหมือนกัน… หุ หุ .. ตอนนี้บรรยากาศระอุ .. เอ๊ยย .. อบอุ่นมากทีเดียว … คือมันไม่ได้มีแค่พวกเรา .. แต่มีน้อง ๆ ป. โท และ ป. เอกปีอื่น ๆ ด้วยไง … ^^…


ว่าแล้วก็ต้อง – ข อ ข อ บ คุ ณ – พี่ ๆ เพื่อน ๆ น้อง ๆ ทุกคน — ที่ทำให้เราได้มีช่วงเวลาดี ๆ (… ถึงแม้ว่าจะเลือดสาดไปมีใช่น้อย ^^”) เช่นนี้ … ขอบคุณอย่างไม่เป็นทางการก่อน — เดี๋ยวค่อยไปขอบคุณอย่างเป็นทางการในหน้า – กิ ต ติ ก ร ร ม ป ร ะ ก า ศ – อีกที… ^^… คงอีกนาน – เพราะแอบไปกัดคุณ – เ พื่ อ น ส นิ ท – ไว้เยอะ – ว่าใช้เวลาไป – ก ว่ า ท ศ ว ร ร ษ – … ^^”.. คาดว่าเวรกรรมน่าจะตามทัน (.. อ่านะ .. ^^”..) .. และท่าทางจะมีอีกหลายเรื่องที่พวกเราชาว ป. เอกต้องร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน …


..อืมม์ … พูดถึงหน้า – กิ ต ติ ก ร ร ม ป ร ะ ก า ศ – หรือ Acknowledgements (… ในกรณีที่คุณเขียนวิทยานิพนธ์ภาษาอังกฤษ) เนี่ย… เป็นอีกอย่างที่เราคิดว่า – น่ า รั ก – มาก ^^… เพราะมันแสดงให้เห็นถึงการที่เราเห็นคุณค่าของน้ำใจ – และความช่วยเหลือของทุก ๆ คนที่เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จครั้งนี้ .. เพราะย่อมไม่มีผลงานที่ยิ่งใหญ่ใด ๆ จะสำเร็จได้ด้วยคน ๆ เดียว …^^… และที่ – น่ า รั ก ม า ก . . เ ป็ น พิ เ ศ ษ – .. คือการที่มีคนที่เห็นคุณค่าทั้ง – น้ำ ใ จ – และ – กำ ลั ง ใ จ – ที่บางครั้งไม่ใช่ความช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรม … คือบางครั้ง -บางคนไม่ได้รู้เรื่องที่เราทำ — ซึ่งก็ไม่แปลก – เพราะส่วนใหญ่เรื่องที่เป็นวิทยานิพนธ์ป. เอก ป. โท มักจะไม่ใช่เรื่องที่ชาวบ้านรู้กันโดยทั่วไป — เพราะถ้าคนเขารู้กันอยู่แล้วจะไปทำทำไม ? — แต่การที่รู้ว่ามี – ใ ค ร บ า ง ค น – อยู่ตรงนั้น … – ใ ค ร สั ก ค น – ที่เชื่อมั่นในความสามารถที่เรามี (… ถึงแม้เราเองจะไม่แน่ใจเหมือนกัน – ว่ามันมีอยู่จริงมั้ย ?…) เชื่อว่าเราจะต้องทำสำเร็จ … พร้อมที่จะช่วยประคองในวันที่เราล้ม … ปลอบใจในวันที่เราพลาด … และอยู่ข้างเราเสมอ – ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม.. มันทำให้เรามีพลังที่จะก้าวไปข้างหน้าต่อไป — และแน่นอนว่า – สำ ห รั บ เ ร า -… คุ ณ คื อ ค น สำ คั ญ — ในความสำเร็จของเรา … คือผู้ที่จะมีชื่ออยู่ในกิตติกรรมประกาศของเราอย่างแน่นอนแม้ว่าคุณจะไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับการต่างประเทศของไทยหลัง 14 ตุลา ฯ ก็ตาม… ^^”…


…และก็ต้อง – ข อ ข อ บ คุ ณ – ด้วยเช่นกัน .. สำหรับคุณ – เ พื่ อ น ส นิ ท – คนเก่ง ( …เ ย้ ! เพื่อนเราเก่งที่สุดในโลกเลย … ^^ ..) ที่ให้เราเป็น – ส่ ว น ห นึ่ ง ข อ ง ค ว า ม สำ เ ร็ จ – ของคุณ … ถึงแม้ว่าเราจะไม่รู้เรื่องอะไรเลย(… ^^”…) เกี่ยวกับเรื่องที่คุณทำ – นอกจากที่ส่งให้อ่าน… – อ ย า ก ใ ห้ รู้ ว่ า – … เราจะเป็นอีกคนนึง – ที่ชื่นชม … และเชื่อมั่นในความสามารถของคุณเสมอ (… ไม่ว่าเราจะกัดคุณบ่อยแค่ไหน .. ^^”.. แหมม .. ไม่รักไม่กัดนะเนี่ย… ^^”…) และพร้อมที่จะยืนอยู่ข้าง ๆ คุณเสมอ — ไม่ว่าคุณจะต้องการให้คนที่ยืนอยู่ตรงนั้นเป็นเราหรือไม่ก็ตาม … ^^… รวมทั้ง – สั ญ ญ า ว่ า – คุณจะมีชื่ออยู่ในหน้ากิตติกรรมประกาศของเราเช่นกัน — ถ้าคุณไม่แต่งงานกะคนอื่นไปซะก่อนนะ … เพราะว่าในกรณีนั้นเราจะต้องเกรงใจภรรยาของคุณเล็กน้อย (…แบบว่ากัวถูกกระชากครุย 555) แต่ถ้าแต่งกะเราก็ไม่มีปัญหา — เดี๋ยวเขียนชื่อไว้เป็นคนสุดท้ายเลย –เพราะคนแรกเราคงเขียนชื่อ อ. ที่ปรึกษา (ถ้าไม่มีเขาเซ็นต์รับเป็นที่ปรึกษา -เราจะไม่ได้ทำตั้งแต่ต้นง่ะ… ^^”… ) , ประธาน (.. บอกแล้วว่า – รอดมาได้เพราะไชยวัฒน์ .. ^^”..) , กรรมการ(อันนี้ต้องดูก่อน –เพราะไม่รู้ว่าเขาจะช่วย – หรือจะเชือด ^^”)… และพ่อกะแม่ก่อน ..– แต่จริง ๆ ชื่อที่เด่นที่สุดก็คือชื่อแรกกะชื่อสุดท้ายนี่แหละนะ … ดีมั้ย ?…. ^^….



… แต่ตอนนี้เราว่าเราไปปรับแก้โครงร่างก่อนดีกว่าเนาะ … ^^”…