ข้อคิดเห็นบางประการต่อวิทยานิพนธ์ของวิว


NB : วิ ท ย า นิ พ น ธ์ เ ล่ ม ที่ ว่ า — มีชื่อเต็ม ๆ ว่า … “เศรษฐศาสตร์การเมืองว่าด้วยกระบวนการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจ : กรณีศึกษาข้อตกลงการค้าเสรีไทย – สหรัฐอเมริกา ระหว่างปี พ.ศ. 2544-2549″ และเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรปริญญาศิลปศาสตร์บัณฑิต สาขาเศรษฐศาสตร์การเมือง คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย … ซึ่งแน่นอนว่าย่อมไม่ใช่วิทยานิพนธ์ของเรา …^^”…เพราะหลักสูตรนี้เราไม่ได้เรียน…แต่เป็นวิทยานิพนธ์ของวิวที่เราขอเขามาอ่าน …เพราะเห็นว่าเขียนเข้าท่าดี และเป็นเรี่องที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการกำหนดนโยบายคล้าย ๆ ของเราด้วย (…แต่ของเราเป็นนโยบายต่้างประเทศอะ) — เผื่อจะมีบางส่วนที่ลอกได้ (…อ้าว ^^”..) อย่างน้อยก็ในแง่ของ format และการเขียน — เพราะวิทยานิพนธ์เล่มนี้ได้ – ดี ม า ก – ด้วยนะ ..^^… – ใ ค ร อ ย า ก อ่ า น บ้ า ง – …คิดว่าไม่นานคงมี on-line ให้อ่าน …เดี๋ยวนี้วิทยานิพนธ์จุฬาก็ on-line เหมือนกัน… ^^.. ใ ค ร อ ย า ก อ่ าน ก่ อ น ห น้ า นั้ น — เรามี version PDF แต่ไม่แน่ใจว่าเป็น version final รึเปล่า ? ยังไงก็ถามเอาจากวิวแล้วกัน …^^…



——————————————————————-


สิ่งที่เราชอบเกี่ยวกับ Thesis เล่มนี้ — ซึ่งทำให้เราคิดว่าทำให้เพื่อน ๆ ควรจะอ่านมันนะ :-


1) ที่แน่ ๆ เราคิดว่าทุกคนไม่ว่าจะมี – หรือไม่มีเวลาแค่ไหนก็ควรจะได้อ่าน Abstract นะคะ — มันสั้นมาก — ไม่ถึงหน้าหรอก.. แต่การเขียนสรุปทุกอย่างให้อยู่ได้ในความยาวแค่นี้เราถือว่าเจ๋งมากนะ –[ จากประสบการณ์การแปล Abstract ให้กับวิทยานิพนธ์เพื่อน ๆ ที่ทำงานมาหลายเล่ม — มันไม่ค่อยจะมีคนทำได้อย่างนี้ว่ะ —ส่วนใหญ่พอบอกหน้านึงก็จะอัดกันจนเต็มหน้า –ไม่งั้นก็เขียนสั้นแล้วอ่านไม่รู้เรื่อง — คนแปลต้องประพันธ์ฉบับภาษาอังกฤษให้ใหม่ก็หลายหน — เพราะหากแปลตรงๆ ตามตัวไปมันจะออกมาเป็นภาษาอังกฤษที่อ่านไม่รู้เรื่อง ..] การตั้งคำถามชัดเจน ทำให้ึคนอ่านรู้ตั้งแต่ต้นว่าจะได้อ่านเรื่องอะไร แนวไหน ใช้กรอบแนวคิดทฤษฎีอย่างไร…เอ..หรือว่าปกติวิทยานิพนธ์เศรษฐศาสตร์เป็นอย่างนี้อยู่แล้วหว่า ? แบบว่าไม่ค่อยได้อ่านง่ะ ..^^”…


2) ที่มา และความสำคัญของปัญหา —trace back ไปยาวมาก ๆ เป็นการให้ข้อมูลที่ดี — มีทั้งเหตุการณ์ในประเทศ และต่างประเทศ ใครที่ไม่รู้ว่าอะไรคือ Bretton Wood System อะไรคือ Keynesian Consensus น่าจะชอบ — และคนที่เคยรู้เรื่องประมาณนี้บ้างอยู่แล้ว.. พอเจอพวกนี้แล้วก็จะรู้สึกอบอุ่นคุ้นเคยคล้ายเจอเพื่อนเก่าค่ะ …ทำให้รู้สึกว่า ถ้าอ่านต่อไป tu ต้องอ่านรู้เรื่องแน่ ๆ เลย…^^”… ประมาณนั้น ^^


3) แผนภูมิ Timeline ( หน้า 25-27) ช่วยให้เข้าใจความเป็นมาได้ดีขึ้น น่าจะเอาไว้ใน ppt เวลาไปพูดที่ไหน — จะทำให้น่าสนใจ .. อะไรนะคะ ?..เราบอกช้าไป — ทำไมไม่บอกตั้งกะวันศุกร์ –เหรอ ^^”…เอาน่าาา ..เดี๋ยวก็มีโอกาสไป present อีกอะ –แต่คราวหน้าน่าจะให้ข้อมูล audience ที่จะฟัง present หน่อยนะ — จะได้แนะนำถูก …^^”…


เนื่องจาก Thesis ฉบับนี้เป็น thesis ที่ส่งมหาลัยไปแล้ว — และเราค่อนข้างเชื่อมั่นในวิจารณญานของอาจารย์ และทุก ๆ ท่านที่มีโอกาสได้ review วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ (ซึ่งได้ – ดี ม า ก – ด้วย … จึงทำให้คาดว่าจะต้องถูกตรวจด้าน format จากบัณฑิตวิทยาลัยอีกมิใช่น้อย ^^”)– ข้ อ เ ส น อ แ นะ ข อ ง เ ร า ต่ อ ไ ป นี้ – … จึงเป็นข้อเสนอแนะในฐานะผู้อ่านต้นฉบับที่เป็นบุุคคลภายนอก –คือเราคงไม่รู้หรอก .. ว่าวิทยานิพนธ์ของเศรษฐศาสตรฺ์(..หรือแม้แต่รัฐศาสตร์ ^^”…) ที่เขาเขียนกันดี ๆ นั้นเขาเขียนกันอย่างไร — คือถึงแม้จะอ่านมาหลายเล่มแล้ว แต่ก็รู้สึกว่ามาตรฐานมันช่างแตกต่างหลากหลาย — แม้ว่าจะเป็นวิทยานิพนธ์ของคณะและมหาลัยเดียวกัน … – ถ้าถามเรา – เราว่าวิทยานิพนธ์ของวิวเขียนดี (– หมายถึงอ่านแล้วรู้เรื่อง — อ่านแล้วไม่รู้สึกว่า — มันเขียนมั่วอย่างนี้แล้ว committee ปล่อยให้รอดมาได้อย่างไร ? จนกระทั่งต้องเปิดดู committee และปีพิมพ์ด้วยความสงสัยมาก — เหมือนวิทยานิพนธ์ ป. โทบางเล่ม …^^”…) แล้วเมื่อเทียบกับเล่มอื่น ๆ ที่เราอ่านมา….เราน่าจะช่วยเสนอแนะในแง่ที่ว่า — หากจะมีการตีพิมพ์วิทยานิพนธ์เล่มนี้เป็นเล่มให้ชาวบ้านทั่วไปเขาอ่านกันแล้ว — จะทำอย่างไรให้มันน่าอ่านและขายออก (ยิ่งขึ้น …^^) มากกว่า ..


ข้ อ เ ส น อ แน ะ ที่ ว่ า – ..มีดังนี้ค่ะ :-


1) ในส่วนของการเกริ่นนำเรื่อง — น่าจะบอกหน่อยว่า –ทำไมเลือก FTA ไทย – สหรัฐ ฯ — TUFTA มีความแตกต่างจาก FTA อื่น ๆ ของไทยอย่างไร มีความเป็นมาที่น่าสนใจอย่างไร i.e. ในแง่ของบทบาท/ ตำแหน่งแห่งที่ของไทยในระบบเศรษฐกิจโลก .. โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่เริ่มต้น ‘ยุคโลกาภิวัตน์ ‘ เป็นต้นมา –..ส่วนจะ define ว่าโลกาภิวัตน์เริ่มตอนไหนนั้น ก็ตามใจแล้วกัน .. แต่ถ้าเอาจากคำพูดของวิวเมื่อวันศุกร์ที่ว่า ‘ถ้าไม่ค้าเสรี — ก็จะต้องมีสงครามโลก ‘…เราว่าเอาตั้งแต่เขาเลิกคิดทำสงครามโลก แล้วหันมาเริ่มค้าเสรีกันก็ดีนะ..^^… — เพราะโดยส่วนตัวแล้วคิดว่า FTA ไทย – สหรัฐ ฯ มีความน่าสนใจกว่า FTA ระหว่างไทยกับประเทศอื่น ๆ โดยเฉพาะในแง่ของ – ที่มาของ FTA ไทย – สหรัฐ ฯ และผลประโยชน์ที่สหรัฐฯ จะได้จาก FTA นี้ –ที่สอดคล้องกับผลประโยชน์ของกลุ่มไทยรักไทย (เรียกรวม ๆ แล้วกันนะ — ใครอยากรู้รายละเอียดเกี่ยวกับกลุ่มที่ว่านี้มากขึ้น — ขอให้ไปอ่านในบทที่ 3 ของวิทยานิพนธ์ค่ะ) — ก็เข้าใจว่ามันอาจจะไม่เกี่ยวกับประเด็นหลักของ thesis เท่าไหร่..^^”… แต่มันตื่นเต้นเร้าใจดี คิดว่าน่าจะทำให้คนไทยที่ชอบอ่านอะไรตื่นเต้น ๆ โดยเฉพาะพวกกลุ่ม audience ของหนังสือแนวรู้ทันทักษิณทั้งหลายสนใจหนังสือเล่มนี้เวลาวางแผงค่ะ


2) ในส่วนของกรอบแนวคิดทฤษฎี — จากที่ได้มีผู้เสนอแนะไปแล้่วว่า — ถ้ามองจากทฤษฎีมุมมองอื่นจะเป็นอย่างไร คิดว่าน่าจะเอามาเพิ่มเติมตรงนี้ได้ว่า —ทฤษฎีที่เลือกใช้ในงานนี้จะทำให้ได้มุมมองที่แตกต่างจากทฤษฎีอื่น ๆ อย่างไร เช่น institutionalism/ deliberative democracy ทำไมถึงใช้กับกรณีนี้ไม่ได้ (หรือหากดันทุรังใช้ไป — อาจก่อให้เกิดความหายนะได้อย่างไร ^^”) และทำไมถึงเลือกใช้คู่กับทฤษฎีการควบคุมวาระทางนโยบายของ คอปป์ กับเอลเดอร์ — คือก็เข้าใจอะ …ว่าแถว ๆ หน้า 35 มีพูดถึงไปแล้ว …แต่สงสัยว่าทำไมต้องเป็น 2 คนนี้ง่ะ — คนอื่นไม่พูดถึงเรอะ ?(…แต่ถ้าเขาเป็นเจ้าพ่อก็โทษทีนะคะ ^^” เผอิญว่าหนูไม่รู้จักท่านจริง ๆ …แหะ แหะ ..)


3) ในส่วนของการอภิปรายกลุ่มผลประโยชน์ –เวลาพูดถึงกลุ่มผลประโยชน์ ถ้ามีการอภิปรายถึงที่มาของ ‘ผลประโยชน์’ ที่กลุ่มจะได้อย่างเป็นรูปธรรม —( ยกตัวอย่างเช่น ผลประโยชน์ของ สหรัฐ ต่อการรักษาและควบคุมสายสัมพันธ์เชิงการผลิตกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือ ผลประโยชน์ด้านทรัพยากรธรรมชาติ และบทบาทที่สหรัฐฯ ต้องการให้ไทย / เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เล่นในการ support ญี่ปุ่น ด้านทรัพยากร และเป็นแหล่งระบายสินค้า)ทั้งในส่วนของฝ่ายที่สนับสนุน FTA (… ซึ่งเราคิดว่าผลประโยชน์ของกลุ่มนี้เชื่อมโยงกับผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ที่มาทำ FTA กับไทยด้วย..) และฝ่ายที่คัดค้านเสียประโยชน์อย่างไร–อย่างเป็นเนื้อเป็นหนัง (..ว่าแต่มันเกี่ยวกับเรื่อง CL ยาไหมคะ ?)… ถ้าทำเป็นหนังสือจริง ๆ น่าจะ quote คำพูดของคนที่ไปสัมภาษณ์มาใส่ Box นะคะ — ตอนนี้กำลังฮิต ..world bank ก็ชอบทำ …^^… เพราะเราคิดว่้าหลาย ๆ ประเด็นใน FTA ไทย – สหรัฐฯ เกี่ยวข้อง & ส่งผลกระทบต่อชีวิตของคนไทยจริง ๆ ซึ่งคิดว่าผู้เขียน/ ผู้วิจัยก็รู้สึกถึงข้อนี้ ถึงได้เลือกตัวแทนกลุ่มต่าง ๆ ที่ได้สัมภาษณ์ — จริง ๆ แล้วกระบวนการในการเลือก (หมายถึง identify — ทำไมเอาคนนี้ ทำไมไม่เอาคนอื่น) กลุ่มไหน / ใคร มาสัมภาษณ์ก็น่าจะพูดถึงเหมือนกัน — คือมันอาจจะไม่ควรอยู่ใน thesis หรอก … แต่เวลาที่มันอยู่ในหนังสือ มันจะทำให้มีความเป็นมิตรกับมนุษย์มากขึ้น — คือทำให้คนคิดว่าเป็นเรื่องใกล้ตัว –และเห็นตัวตนของ ‘ประชาชน’ ที่เสีย/ ได้ประโยชน์จาก FTA จึงมารวมตัวกันเป็นกลุ่มผลประโยชน์มากขึ้น — จะทำให้ ‘กลุ่มผลประโยชน์’ ในที่นี้ดูชัดเจนและมีมิติมากกว่าการเป็นกลุ่มผลประโยชน์ในเชิงทฤษฎี


***แนะนำเอกสาร/ ข้อมูลจากการสัมมนาเรื่อง “ข้อตกลงการค้่าเสรี (FTA) ไทย- สหรัฐอเมริกา : ผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน ” วันที่ 17-18 มกราคม 2550 โรงแรมอมารีวอเตอร์เกต กรุงเทพฯ — ค่ะ (…ไม่รู้เหมือนกันว่าทั้งหมดมันมีอะไรบ้าง ^^” …แต่ได้อ่านบางส่วนตอนเรียนวิชา อ. กุลลดา และคิดว่าน่าสนใจดี — และรู้สึกว่าจะเป็นการชุมนุมเชิงวิชาการของผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับ FTA มากที่สุึดครั้งหนึ่งค่ะ )


ขอพูดถึง quote อีกสักหน่อย ..^^.. –ในบทที่ 3 มีส่วนที่เป็นการ quote คำพูดของคุณทักษิณหลายตอนที่พูดถึงผลกระทบของ FTA ไทย – สหรัฐ ฯ ว่า เป็นเรื่องที่ประชาชนไม่รู้จริงออกมาพูด— คิดว่าคนอ่านก็น่าจะต้องการรู้ว่า –แล้วตกลงผลประโยชน์ – ผลกระทบจริงๆ คืออะไร ถึงแม้ว่านี่อาจจะไม่ใช่คำถามที่วิทยานิพนธ์นี้ต้องการตอบ แต่คิดว่าน่าจะมีการศึกษาเชิงวิชาการที่ทำเรื่องนี้ ถ้ามาแปะไว้ใน reference เคียงคู่กับคำพูดที่ quote มาจาก นสพ. หรือสื่ออื่น น่าจะเป็นประโยชน์ให้กับคนอ่านที่ต้องการสนใจไปหาความรู้ต่อ — พูดในกรณีที่คนอ่านอาจจะเป็นนิสิต ป. โท รุ่นน้อง ๆ ที่เผอิญทำงานกับอาจารย์ของวิว แล้ว อ. แนะนำว่าให้อ่านงานของพี่คนนี้เพื่อหาประเด็นทำ thesis ( ซึ่งเป็นสิงที่อาจารย์ที่ปรึกษาส่วนใหญ่ชอบทำมาก) เขาจะได้ได้ทั้ง idea และแหล่งข้อมูล น่าจะทำให้เป็นการทำการกุศลด้านการศึกษาไม่มากก็น้อย ^^


พูดถึงสิ่งที่เราอยากเห็นใน version หนังสือไปแล้ว — ก็ต้องมาถึงสิ่งที่ไม่อยากเห็นบ้าง .. มีอยู่จุดเดียวคือ ตรง(ขอบเขตของการศึกษา)ที่บอกว่า —การศึกษานี้ไม่ได้เป็นการประเมินถึงผลกระทบแท้จริงที่จะเกิดขึ้นจากการทำข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างไทย – สหรัฐฯ แต่อย่างใด — ..คือพอมีอยู่ในวิทยานิพนธ์มันดูจริงใจดี … แต่พออยู่ในหนังสือนี่มันท่าทางจะทำให้ขายไม่ออกเอาว่ะ … ^^”…เราว่าวิวควรจะหาวิธีพูดใหม่ — ไม่ก็หาคนเขียนคำนำเจ๋ง ๆ ก็ได้ว่า — แล้วมันจะ link กับโลกแห่งความเป็นจริงได้อย่างไร — คือ ถ้าหากงานที่ขายได้ในโลกวิชาการต้องมี theoretical contribution งานที่จะขายได้ในโลกแห่งความเป็นจริงก็ควรจะมี practical contribution ในระดับที่พอ ๆ กันค่ะ


About jeenina

I'm a Thai government official currently affiliated with the Ministry of Justice of Thailand. I've got my degrees in English (1st degree) and Political Science (Masters and PhD). I love travelling, art, literature and philosophy. I currently live in Bangkok, Thailand.

3 responses to “ข้อคิดเห็นบางประการต่อวิทยานิพนธ์ของวิว”

  1. Nan says :

    สวัสดีค่ะ
    ไม่ทราบว่าถ้าอยากจะข้อ thesis มาเป็นข้อมูลอ้างอิงในการเขียน essay ของแนนได้ไหมค่ะ พอดีว่าทำเรื่องเกี่ยวกับ Bretton Wood System and its impact ของ International banking and financial law ค่ะ

    รบกวนด้วยนะค่ะ
    ขอบคุณค่ะ

    แนน

  2. วิว says :

    พี่จิ๊ครับ

    ขอบคุณที่แนะนำครับ

    ผมส่งไฟล์ไปให้น้อง (มั้ง) เขาแล้ว

    แรกก็งงอยู่เหมือนกันว่าใคร แถมเขาอ้างถึง “board” ของ “คุณจิติมา” ด้วย

    พบกันวันอาทิตย์ครับ : )
    วิว

    ป.ล. บล็อคของพี่ให้ความรู้สึกที่สะอาดหมดจนดีนะครับ

    • Nat says :

      ก่อนอื่นต้องขอสวัสดีเจ้าของ blog ก่อนนะคะ
      และต้องขอขอบคุณที่ใ้หข้อมูลดีๆ แก่เรา (ผู้อ่าน)
      พอดีกำลังหาข้อมูลเพื่อจัดทำ Thesis สาขาเศรษฐศาสตร์การเมืองน่ะคะ
      ไม่ทราบว่าพอจะขอ copy งานของคุณวิวได้จากที่ไหนเอ่ย?

      รบกวนด้วยนะคะ

%d bloggers like this: