Posted in Friends

หลั่นล้า @ ธรรมศาสตร์ ^^

จริง ๆ ก็ยังเขียนบทความไม่เสร็จ ^^”… แต่เริ่มเห็นอนาคต อนางอบ้างแล้ว (… อย่างน้อยก็ไม่ถูกอาจารย์รื้อสร้างงานใหม่แล้วล่ะน่าาาา … คาดว่า อ. คงรู้ว่าหากรื้อสร้างอีกรอบมันจะต้องไม่เสร็จ … ไม่ก็ขี้เกียจจิกแล้ว เพราะงานนี้ อ. ก็ต้อง present บทความตัวเองเหมือนกัน) ก็เลยจะมา update รูปที่ไปหอจดหมายเหตุธรรมศาสตร์ซะหน่อย

… นัดงิ้มกะยู้มาด้วย — เพราะงิ้มทำวิจัยเรื่องใกล้ ๆ กับเรา — เลยต้องใช้เอกสารหอจดหมายเหตุเหมือนกัน ส่วนยู้ร้านอยู่แถวนี้ เลยแวะมาแจม ^^

มาธรรมศาสตร์ทั้งที ขอถ่ายรูปกะตึกโดมนิดนึง ^^…

ความดีของกล้อง Cannon G11 อย่างนึงคือ มันสามารถถ่ายรูปตัวเองได้ โดยที่เห็นหน้าจอ LCD ด้วย …

…ทดลองครั้งแรกในร้านไอติม … ด้วยมือเราเองเพราะเพื่อนเห็นว่าแขนยาว … ^^

แต่แขนยาวเฉย ๆ ไม่ได้่แปลว่าจะต้องมีทักษะในการถ่ายรูปตัวเอง … แหะ แหะ … ^^”…

เปลี่ยนมือมาให้งิ้มถ่ายบ้างดีก่า … ^^”….

….ขอรูปเดี่ยวกะตึกโดมนิดนึง … เกือบลืมไปแล้วว่าจริง ๆ มาค้นเอกสาร ^^”… ว่าแล้วก็ไปหอจดหมายเหตุดีกว่า … ^^…

Posted in Politics, Study

สงครามเย็นกับพัฒนาการของกระแสขวาในไทย หลังเหตุการณ์ 14 ตุลา 16- 6 ตุลา 19

NB : นี่คือ – บ ท คั ด ย่ อ – (Draft แรก ) ของบทความที่อาจารย์ที่ปรึกษาของเรา ( อ.กุลลดา ณ ภาค IR คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ) ได้ตั้งชื่อภาษาอังกฤษให้อย่างสวยเก๋ว่า Emergence of Right-Wing Politics in Thailand between October 1973 – October 1976 แม้ว่าบทความที่ว่านี้จะเขียนและนำเสนอเป็นภาษาไทย — ที่บอกว่า – จ ะเ ขี ย น – หมายความว่าเรายังเขียนไม่เสร็จ ^^”… แต่ยังไงก็ต้องเขียนให้เสร็จก่อนที่จะนำเสนอในวันที่ 8 กพ. (..จะรอดมั้ยเนี่ย … -“-…) ใครมีข้อคิดเห็น / ข้อเสนอแนะอะไร — หรืออยากอ่าน version มี footnotes อยากอ่านฉบับเต็มของบทความนี้ หรืออยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Seminar on Thailand and the Coldwar ซึ่งมีผู้นำเสนอบทความที่น่าตื่นเต้นเร้าใจ (…กว่านี้ ^^) อีกมากมายถึง 5 คน (…เมื่อไม่รวมเรา …^^”..) ขอเชิญลงชื่อไว้ได้ … ไว้เขียนบทความเสร็จแล้ว และ/หรือมีอะไรเพิ่มเติม — เราจะแจ้งให้ทราบจ้า … ^^…



———————————————–


บทความนี้เสนอว่า เราสามารถทำความเข้าใจอิทธิพลของอุดมการณ์สงครามเย็นในประเทศไทย ต่อพัฒนาการของกระแสฝ่ายขวาในประเทศไทย ในช่วงหลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ได้ในฐานะที่เป็นผลผลิตส่วนหนึ่งของความสัมพันธ์ไทย – สหรัฐฯ ภายใต้บริบทโครงสร้างอำนาจโลก กล่าวคือ ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สหรัฐอเมริกาในฐานะศูนย์กลางของระบบทุนนิยมโลก ได้เข้ามากำหนดบทบาทของประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้รองรับการขยายตัวของทุนนิยมโลก รวมทั้งประเทศไทย



เพื่อที่จะก่อให้เกิดการผนึกรวมตัวกันของภูมิภาค ที่จะสอดคล้องกับผลประโยชน์ของสหรัฐฯ สหรัฐฯ โดยการแนะนำของสภาความมั่นคงแห่งชาติในปี พ.ศ. 2419 (ค.ศ. 1948) ได้ “สร้าง” นโยบายการต่อต้านคอมมิวนิสต์ขึ้น ซึ่งรัฐบาลชุดต่อ ๆ มาของสหรัฐฯ ได้ให้ความสำคัญกับนโยบายนี้มาก และได้มีการกำหนดให้ไทยเป็นศูนย์กลาง (Focal Point) ของปฏิบัติการลับ และปฏิบัติการจิตวิทยาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้นโยบายดังกล่าวมีผลกระทบต่อพลวัตการเมืองภายในประเทศของไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กล่าวคือ รัฐบาลไทยตั้งแต่ยุคของจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นต้นมา ได้ให้ความร่วมมือกับสหรัฐฯ เป็นอย่างดี และโดยเฉพาะนโยบายการต่อต้านคอมมิวนิสต์นั้น ได้ถูกนำมาเป็นเครื่องมือในการสร้างความชอบธรรมในการครองอำนาจของรัฐบาล ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจที่สงครามเวียดนาม ซึ่งถูกมองว่า เป็นภาพที่เป็นรูปธรรมของการต่อสู้ทางอุดมการณ์ระหว่างโลกเสรี และคอมมิวนิสต์ จึงได้กลายมาเป็นประเด็นการเมืองระหว่างประเทศที่คนในสังคมไทยถูกดึงให้เข้าไปมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางมากที่สุด ทั้งในส่วนของฝ่ายสนับสนุน และฝ่ายที่ต่อต้านนโยบายของรัฐบาล อีกทั้งยังถูกนำมาเป็นข้ออ้างของรัฐบาลในการจัดการกับฝ่ายตรงข้ามอยู่บ่อยครั้ง กระแสความคิดที่แตกแยกเป็นฝักฝ่ายอย่างชัดเจน ได้นำไปสู่ความความขัดแย้งอย่างแหลมคมในสังคมไทย จนกระทั่งทำให้เกิดการเผชิญหน้าระหว่างกลุ่มต่าง ๆ ในสังคม โดยเฉพาะตั้งแต่ช่วงเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 จนกระทั่งถึงเหตุการณ์ความรุนแรง และรัฐประหารในวันที่ 6 ตุลาคม 2519


บทความนี้จะนำเสนอภาพต่อของการแตกแยกทางความคิด และความขัดแย้งอย่างแหลมคม โดยเฉพาะความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในกลุ่มชนชั้นนำ และผู้นำทหารของไทย รวมทั้งการแบ่งฝักฝ่ายที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ตั้งแต่ช่วงเหตุการณ์ 14 ตุลา และโครงสร้างการเมืองที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น โดยเน้นการก่อตัว และพลังที่อยู่เบื้องหลังการก่อตัวและพัฒนาการของกระแส และองค์กรฝ่ายขวา รวมทั้งพลังสังคมฝ่ายขวา และความรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในสังคมไทย ตั้งแต่ช่วงหลังเหตุการณ์ 14 ตุลา โดยเฉพาะในช่วงของการรณรงค์เลือกตั้งทั่วไปในปี พ.ศ. 2518 – 2519 จนถึงเหตุการณ์ความรุนแรง และรัฐประหารในวันที่ 6 ตุลาคม 2519 ทั้งนี้ เพื่อเป็นการนำเสนอภาพในมุมมองที่แตกต่างจากนักวิชาการที่เคยได้มีการนำเสนอในเรื่องนี้มาแล้ว บทความนี้จะได้ใช้ข้อมูลจากเอกสารชั้นต้นของหอจดหมายเหตุสหรัฐฯ ที่เพิ่งจะเปิดให้บริการในช่วงปี พ.ศ. 2548 – 2549 (ค.ศ. 2005 – 2006) รวมทั้งเอกสารชั้นต้นจากหอจดหมายเหตุของอังกฤษ ในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2518 – 2520 (ค.ศ. 1975 – 1977) ในส่วนที่เกี่ยวข้อง เป็นข้อมูลหลักในการวิเคราะห์ การนำเสนอจะแบ่งเป็นส่วนหลัก ๆ 3 ส่วนได้แก่ 1) โครงสร้างทางการเมืองไทย หลังเหตุการณ์ 14 ตุลา ซึ่งประเทศไทยมีการปกครองระบบประชาธิปไตยภายใต้รัฐบาลพลเรือน 2) ผลกระทบของภาวะสิ้นสุดสงครามเวียดนามและการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นคอมมิวนิสต์ของประเทศเพื่อนบ้านในอินโดจีน ต่อการเปลี่ยนแปลงภายในสังคมไทย รวมทั้งประเด็นความเปลี่ยนแปลงในการดำเนินนโยบายต่างประเทศของไทย และการถอนทหารสหรัฐฯ ออกจากประเทศไทย และ 3) กระแสฝ่ายขวาในไทย กับความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง 6 ตุลา 2519 โดยมองว่า เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น เป็นผลของการปะทะกันระหว่างพลังต่าง ๆ ที่แตกแยกเป็นฝักฝ่ายในสังคมไทยในขณะนั้น

Posted in Study

ห้องสมุดจุฬาฯ พัฒนา (ตั้งนาน) แล้ว ^^”

หายหัวไปนานมากหลังปีใหม่ — เพราะต้องไปทำงานส่งอาจารย์ ซึ่งจนบัดนี้มันก็ยังไม่เสร็จ (555) ระยะเวลาในการยืมหนังสือที่มันยืมได้ตั้ง 2 อาทิตย์ ดูจะสั้นเกินไป เพราะยืมมาสุม ๆ ไว้แล้วไม่ได้อ่าน (… แย่น้อ… ^^”..) โชคดีที่เดี๋ยวนี้มันต่ออายุด้วยตัวเองได้ ก็เลยไม่ต้องจ่ายค่าเกินกำหนด จะว่าไป เดี๋ยวนี้ห้องสมุดจุฬาฯ มีอะไรก้าวหน้าเยอะแยะมากมาย … ^^… คือจริง ๆ มันอาจจะก้าวหน้ามานานมากแล้ว แต่เราเพิ่งรู้ ก็เป็นได้ ^^” … แปะไว้เป็นอนุสรณ์เล็กน้อยแล้วกันว่า ห้องสมุดจุฬาฯ พัฒนา(มานาน)แล้ว… จิติยาก็พัฒนาแล้วเหมือนกันนะ … ^^…

ที่น่าชื่นชมมาก ๆ ก็คือห้องสมุุดคณะรัฐศาสตร์ของเรา ที่ตั้งกะได้รางวัลมาก็มีพัฒนาการอย่างต่อเนื่องน่าชื่นชม … ^^… ทั้งห้องสมุดสวนที่ไม่ว่าจะเป็นเด็กรัฐศาสตร์เองที่อยากจะเมาท์ไปอ่านไป จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ห้องสมุดอยากจะเชิญไปกรุณาอ่านและคุยกันข้างนอก — ตลอดจนเพื่อน ๆ ต่างคณะสามารถมานั่งรอพวกเราโดยไม่ต้องเสียตังค์ – ทนหนาวเข้าไปในห้องสมุด… ทั้งบริการคืนหนังสือนอกสถานที่ในกล่องที่ตั้งอยู่ ณ ที่ต่าง ๆ บริการคืนหนังสือห้องสมุดหอกลางให้หากเราไม่อยากถ่อไปถึงฝั่งกระนู้น … เอาเป็นว่าใครสนใจก็ติดตามเอาจาก website ห้องสมุดเองนะ ^^

บริการอีกอย่างนึงก็คือบริการจองหนังสือใหม่ได้ทาง website เลยนะ … ^^…

ส่วนบริการที่เราว่่า — ต่ออายุคืนหนังสือได้ด้วยตัวเองก็ทำได้ทาง web ด้วยเช่นกัน แค่เข้าไปหน้าหลักของการค้นหาหนังสือ และ คลิก view your record ก็จะเจอหน้าที่มีหน้าตาแบบนี้ … ^^…

…. ใส่ชื่อของเราและรหัส barcode มันก็จะเข้ามาในหน้าที่แสดงรายการหนังสือที่เรายืมมาทั้งหมด อยากจะ renew เล่มไหน ก็คลิก renew ได้เลย ต่ออายุได้ครั้งนึง — ก็คือ ยืมต่อได้ 2 อาทิตย์อะ …

อีกอย่างที่เราคิดว่าจุฬาฯ ทำได้ตั้งนานแล้ว แต่เราเพิ่งรู้ คือ บริการ download บทความ PDF จากวารสารต่าง ๆ ท่ี่จุฬาฯ สมัครเป็นสมาชิก — แต่ก่อนเรานึกว่าเข้าได้แต่ที่จุฬา ฯ กับเวลาต่อ net dial up โดยใช้ account จุฬาฯ ตอนนี้ทุกที่เขาเปลี่ยนมาใช้ broadband กันแล้ว รวมทั้งบ้านเราด้วย — เราก็เลยลองถามเจ้าหน้าที่หอกลางดูว่าทำอย่างไร ซึ่ง เจ้าหน้าที่หอกลางก็น่ารักมาก — ส่ง mail ไป ก็โทรมาอธิบายวิธีใช้ให้เลย ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ ….^^… ขั้นแรกก็คือ ต้องเข้าไปที่บริการ vpn ของจุฬาฯ ที่ http://vpn.chula.ac.th และใล่ user name & password e-mail จุฬาฯ ของเรา จะได้หน้าจอแบบข้างบนค่ะ

จากนั้น — ใส่ website ของบทความที่เราต้องการ บริการ download PDF ที่ชอบถามรหัสบัตรเครดิตให้เราเสียตังค์ก็จะหายไป — ไม่ใช่บทความหายไป แต่ราคาหายไป เปลี่ยนเป็นอนุญาตให้เราโหลดได้เลยแทน … ^^… ถ้าเป็นอะไร basic ๆ อย่าง JSTOR หรือวารสารในเครือ สำนักพิมพ์ Routledge รู้สึกว่าจะได้หมด แต่ถ้า advance มาก ๆ รู้สึกว่าจะมีที่เข้าไม่ได้อยู่เหมือนกัน … เสี่ยงดวงเอาเองละกันนะ … ^^…

โหลดแล้วจะได้บทความ PDF หน้าตาแบบนี้ — click save ได้เล้ยยย !