ครอบครัวตัว L(V)

รู้จักกับ LV มานานแค่ไหนแล้วจำไม่ได้ ^^”… แต่ที่แน่ ๆ LV ไม่ใช่ Brandname Hi-end แรกที่เรารู้จัก — แบรนด์แรกที่เรารู้จักคือ Gucci ที่พ่อเราซื้อมาให้แม่ — แล้วแม่บ่นว่า กระเป๋าอะไรก็ไม่รู้แพงบั – ซบ เช่นนี้ … เกือบๆ จะทะเลาะกัน..^^”..กระเป๋าใบนั้นตกเป็นของเราตอนอยู่ปี 1 ซึ่งนับว่าเป็นเวรเป็นกรรมของมันอย่างยิ่ง ..(…^^”..) เพราะใช้ได้ไม่สมกับเป็นกระเป๋า Brandname ของแท้ที่สุดแล้ว ลากไปลากมา ยัดนู่น ยัดนี่ ทั้งหนังสือ ปากกา นมกล่อง ซาลาเปา และขนมขาไก่ไว้กินในห้อง lecture (…^^”…) บัดนี้ไม่รู้มันหายสาบสูญไปไหนแล้วในห้องเรา …แต่สภาพก็คงจะแย่เต็มทีเนื่องจากเป็นแบบหูรูด (… คล้าย ๆ LV หนมจีบ — แต่เล็กกว่ากันมากอยู่ … ไว้หาเจอจะถ่ายรูปมาให้ดู …


วกกลับเข้ามาเรื่อง LV .. จำได้ว่ามันเป็นแบรนด์ยอดฮิตของคณะเราในขณะนั้น (… คณะอื่นก็อาจจะฮิตเหมือนกันก็ได้ — แต่เราไม่ค่อยได้ออกจากคณะไปไหน .. มันห่างไกลจากประเทศเพื่อนบ้านเยอะอยู่ — ของเราก็หนักด้วย ^^”…) มองดูพี่ ๆ ปีสอง – ปีสามแบกหนมจีบกันเป็นลูก ๆ มีหลาย ๆ สีดูแล้วเพลิดเพลินตายิ่งนัก …จนเรารู้สึกว่า – ตรูจะต้องหามาครอบครองสักลูกให้ได้ (… แต่พอซื้อจริงดันซื้อสีดำ … กร๊าก .. ^^”..) – หนมจีบลูกนั้น ? – …ตอนนี้ส่งต่อให้กับประมูล – ของรักของหวง – ของชมรมลูกประชาสงเคราะห์ (…ชื่อถูกป่าวหว่า ? ประมาณนี้แหละ ของกรมประชาสงเคราะห์เดิม ไปเรียบร้อย … ไม่รู้ตกเป็นของใคร – เห็นสภาพมันยังใช้ได้โอเคอยู่ – ควรค่าแก่การประมูล … คงเพราะว่ามันเป็นสีดำด้วยเลยไม่ค่อยโทรม… ^^..


ตั้งกะเรียนจบมา มีการมีงานทำเงินเดือนน้อยนิด — เลยทำให้เรารู้สึกว่า – เงินทองเป็นของหายาก.. อะไรเช่นนี้ — แล้วก็เลยห่างหายจาก LV ไปอย่างช่วยไม่ได้ .. เพราะเรารู้สึกว่า – เอาตังค์ไปทำอย่างอื่นเข้าท่ากว่าเยอะ .. อีกอย่าง — ช่วงเริ่มต้นทำงานใหม่ ๆ นั้นเรายังบ้าเห่อ Brand Hi-Street มากมาย — เสื้อผ้า hi-street กระเป๋าก็ hi -street ตามไปด้วย … hi ได้ไม่นานเท่าไหร่ — ที่ทำงานเราก็ย้ายจากตึกเช่าเอกชนสุดแสนไฮโซ Suntower มาเป็น ณ บ้านราชวิถี … คราวนี้ไม่ต้อง Hi -Street แล้ว — ตลาดนัดอย่างเดียวครับท่าน … ^^”.. เห็นของซ้ำ ๆ กันทุกอาทิตย์ — ไฟในการช็อปเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า เลยมอดไปเยอะอยู่… ใช้กระเป๋าใบเดิม ๆ หรือไม่ก็ตามแต่จะมีผู้บริจาคให้ — ก็ได้ …


และแล้ว — ก็มีผู้บริจาคใบนี้มาให้ … ^^…

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใบนี้ – ข อ ง ป ล อ ม แ หง ๆ ..^^”..- พิจารณาได้จาก Cowhide ที่เก็บไว้นานก็ – เ ก่ า – ได้อย่างเดียว …ไม่มีการ patina เป็นสี honey อย่างของชาวบ้านเขา — แต่ตอนมาใหม่ ๆ มันก็ใหม่นะ ไม่ได้เก่าขนาดนี้ … ^^”… ที่เราใช้จนมันเก่า เพราะเราประทับใจในวีรกรรมของคุณพี่สาวที่อุตส่าห์ไปตบตีกับแม่ค้าที่เสินเจิ้นมา (… พี่บอกว่าต่อขนาดนั้นถ้าไม่ซื้ออาจไม่มีชีวิตรอดกลับมา … 555) แล้วก็อย่างที่บอกคือขี้เกียจเปลี่ยนกระเป๋า … ใช้ใบไหนก็ใบนั้น — เปลี่ยนบ่อยของหายน้อ …


เมื่อพี่สาวเรากลับมาจากออสเตรเลียอีกครั้ง –และพบว่าเรายังคงใช้ LV ก็อบใบนี้ (…ก็บอกแล้วว่าไม่สนใจเท่าไหร่ว่าก็อบหรือไม่ — เค้าซื้อมาให้ก็ใช้เฉย ๆ ขี้เกียจเปลี่ยนกระเป๋า.. ) ทำให้ she ค่อนข้างจะตกใจมาก – เนื่องจาก she ตั้งใจซื้อมาฝากให้เราใช้เล่นขำ ๆ เฉยๆ (…รู้สึกว่าตอนนั้น she จะไปเหมาอะไรก็ไม่รู้มาเกือบเต็มคันรถ — จากเสินเจ้น .. ^^”…) ..ใช้ได้นานขนาดนี้ — คุณพี่สาวเลยยก LV ของแท้ให้ 1 ใบเป็นรางวัล — คือน้อง Monogram Pochette รุ่นพิมพ์นิยมใบนี้

จะสังเกตุได้ว่า Cowhide เก่าเกิน honey ไปมากมายหลาย step ^^”… เพราะรับช่วงต่อมาจากพี่สาวอีกที — แถมยังเอามาใช้แบบเอาจริงเอาจังใช้เช่นเคย … ^^”…แต่ใบนี้เราไม่ได้ใช้ทุกวันขนาดนั้น … เพราะใบมันเล็ก … ส่วนใหญ่จะใช้ใส่กระเป๋าตังค์ – โทรศัพท์ และบัตรต่าง ๆ แค่นั้น แล้วใส่ในกระเป๋าใบใหญ่อีกที — ช่วยได้ดีมากในเรื่องการทำให้หากระเป๋าตังค์และมือถือในกระเป๋าใบยักษ์ ๆ เจอได้ง่าย… แถมยังสะดวกดีเวลาเก็บกระเป๋าใหญ่เข้าลิ้นชักที่ทำงาน แล้วเอาแต่ใบเล็กติดตัวไปเวลาจะเดินไปไหนมาไหนใกล้ ๆ อีกด้วย … ^^….

…นอกจากน้อง Mono Pochette แล้ว — พี่สาวเรายังใจดีแถมกระเป๋าใส่แว่นตามาให้อีกอัน — แต่อันนี้เราไม่ค่อยได้ใช้เท่าไหร่อะ … ^^”… ปกติไม่ค่อยใส่แว่น – ใส่แต่ตอนขับรถ แว่นก็อยู่ในรถนั่นแล…. ^^”…

ส่วนที่ใส่บัตรอันนี้ — จริง ๆ เราตั้งใจซื้อให้แม่เป็นของขวัญ … แต่ที่ใส่บัตรมันมีน้อยเกินไป – ไม่สะใจแม่เรา .. เลยต้องรับมาเลี้ยงดูเองตามระเบียบ … แม้จะมีที่ใส่บัตรน้อยไปหน่อย –แต่เราว่ามันโอเคเลยทีเดียวสำหรับคนที่แค่ต้องการแยกบัตรสำคัญ ๆ และใช้บ่อย — เช่นพวก บัตรประชาชน ใบขับขี่ บัตรเครดิต บัตรเอทีเอ็มใบหลัก บัตรรถไฟฟ้า etc. ออกมาจากกระเป๋าสตางค์ … เพื่อกระจายความเสี่ยงเวลาลืมกระเป๋าสตางค์ – หรือถูกล้วงกระเป๋า — ถ้าที่เก็บบัตรอันเล็กนี้ไม่ถูกล้วงไปด้วย … ก็จะไม่ลำบากเท่าไรนัก — เพราะถึงแม้จะไม่มีตังค์ ATM และบัตรเครดิตก็ยังอยู่กับเรา … เราเคยทำกระเป๋าสตางค์หายหลายหนอยู่ — เลยคำนึงถึงข้อดีตรงนี้ … ถึงแม้ว่าตั้งกะมีชิ้นนี้มา – กระเป๋าสตางค์เราจะไม่เคยหายเลยก็ตาม (… เคยแต่ลืมที่ใส่บัตรไว้บ้าน — กรรม T-T)

เลื่อนบัตรต่างๆ ออกมาด้วยวิธีง่าย ๆ เช่นนี้ — สำหรับบางบัตร เช่น บัตรรถไฟฟ้า ไม่ต้องเอาออกมาก็ยังใช้ scan ได้ … ดูเท่มากเวลาขึ้นรถไฟฟ้า แต่ถ้าเป็นบัตรเครดิตยังไงก็ต้องเอาออกมารูดอยู่ดี … ^^”…

… – ถ่ า ย ภ า พ ห มู่ ค ร อ บ ค รั ว ตั ว L V – ..ตอนนี้มีแค่นี้ — อีกไม่นานอาจจะมีมาเพิ่ม … หรือลด ? ..^^”… กระเป๋า LV ก็เช่นเดียวกับกระเป๋า Brandname Hi-end ทั่วไป … คือเบื่อแล้วขายต่อได้ — แต่เท่าที่สังเกตดู — ใบทื่เขาขาย ๆ ต่อกันจะสภาพดีกว่านี้เยอะ …และถ้าจะให้ดูดีมีมารยาทงาม — หากซื้อมาแล้วคิดจะขายต่อ ควรต้องเก็บถุงผ้า กล่อง (ถ้ามี — บางทีก็ไม่มี) และใบเสร็จไว้ให้เรียบร้อย.. เพราะมันจำเป็นเวลากระเป๋าพังแล้วเอาไปซ่อมที่ shop — ซึ่งเป็นข้อดีที่โดดเด่นประการหนึ่งของ LV … ของพังรับประกันซ่อมฟรีตลอดชีพ (…แต่ถ้าใบเสร็จหายก็ซวยไป )… ของสภาพอย่างของเรานี่เก็บไว้ใช้เองน่าจะ work กว่า … ^^”…

Advertisements

The Grilled Tokyo

ตั้งท่าว่าจะมากินร้านนี้หลายรอบแล้ว .. แต่ไม่ได้กินซะที เพราะจังหวะเวลาไม่เหมาะสม คือส่วนใหญ่เรามาพารากอน ก็เพราะสาเหตุอื่น ประมาณว่า มาดูหนัง มาซื้อของ หรือกำลังจะไปห้องสมุด อะไรงี้ — ต้องรีบไปต่อ เลยมักจะเลือกอะไรที่มันสั่งได้กินง่าย ๆ ไว ๆ แต่ร้าน The Grilled Tokyo นี่ถ้าจะกินให้คุ้ม ควรจะสั่งเป็นอาหารเซ็ตที่มันจะค่อย ๆ มาทีละจาน ต้องใช้เวลากินนานหน่อย … ฤกษ์งามยามดี — วันนี้ก็เลยมาลอง Lunch Set ซะหน่อย … – ส ถ า น ที่ ตั้ ง ข อ ง ร้า น – อยู่ที่ชั้น 1 สยามพารากอน …โทรจองที่นั่งก่อนได้แต่เราไม่รู้เบอร์ (… แล้วจะบอกทำไม ^^”..) อย่างไรก็ตาม Set Lunch ในราคา 300 กว่า ๆ ( รู้สึกว่าจะ 360 นะ… ถ้าจำไม่ผิด) นับว่าคุ้มค่ามากเลยทีเดียว … ^^ …

ว่าแล้วก็ไม่รอช้า … สั่ง Set Lunch ในทันใด — อาหารจานแรกของเราคือ – ส ลั ด ป ล า แ ซ ล ม่ อ น

…. – ป ล า ย่ า ง ร า ด ซ อ ส เ ท ริ ย า กิ – … ^^ ….

… – ซุ ป อุ ด้ ง ใ ส่ เ ต้ า หู้ ท อ ด – … ^^…

…ตบท้ายด้วยของหวาน … – ไ อ ติ ม เ ส า ว ร ส – … Passion Fruit Sherbet ค่า … ^^…

ข อ ข อ บ คุ ณ – … คนพามากิน ^^ (เค้าสั่งอีกชุดค่ะ … ไม่ได้แย่งกัน เพียงแต่เราไม่ได้ถ่ายรูปไว้ … ^^…)

ภาพทั้งหมดโดยกล้องมือถือ BB Bold 9700 ที่รู้สึกจะถ่ายทุกอย่างออกมาได้หน้าตาดีหมด … ยกเว้นเจ้าของกล้อง … (… ^^”….) …

มาเวียดนาม — กินอะไรดี ? (2)

อยู่เวียดนามนาน ๆ หรือมาเวียดนามบ่อย ๆ สำหรับคนที่ชอบอาหารเวียดนาม หรือพิสมัยผักหญ้าจืด ๆ เป็นอาหารหลักอยู่แล้วก็คงจะแล้วไป … แต่ถ้าใครที่ไม่ได้ปลื้มอาหารเวียดนามขนาดนั้น อยากจะลองชิมอาหารชาติอื่น ๆ ในเวียดนามบ้าง … ก็ — นะ … รอบที่แล้วที่เรามา เคยไปกินอาหารไทยในฮานอย … มีหลายร้านอยู่ รสชาติก็โอเคคล้ายเมืองไทย … แต่ที่ฮาลองเบย์นี่เราไม่เจอร้านอาหารไทย — ซึ่งอาจจะเป็นเพราะเราใช้ชีวิตอยู่ใกล้ ๆ โรงแรมเป็นหลักก็เป็นได้ … ก็มาประชุมนี่หว่า …^^”…

แนะนำสำหรับคนที่จะมาพัก Novotel Halong Bay ในอนาคต – (โรงแรมเขาเข้าท่าอยู่ค่ะ สะอาดและตกแต่งสวยดี ราคาก็ไม่แพง rate ราชการเอาอยู่สบาย ๆ ไม่ต้องเบิกเกิน) ที่นี่อาหารตะวันตกรสชาติใช้ได้เลยทีเดียว … อย่างเช่นจานนี้คือ – สลัดปลาหมึก – ค่ะ …

ส่วนจานนี้เราไม่แน่ใจว่าเป็นสัญชาติไหน — เป็น – ไก่ราดซอสเทอริยากิกับข้าว – … ข้าวจะออกแนวเค็ม ๆ นิดหน่อย อร่อยดีเหมือนกัน จานนี้เป็น main course

วันไหนเบื่ออาหารโรงแรม … หรือผู้จัดการประชุมไม่เลี้ยง … อยากจะออกมาหาอะไรกินข้างนอก เดินออกมาไม่ถึง 300 เมตร — ทางซ้าย (คิดว่าซ้ายนะ … ถ้าเดินออกมาแล้วไม่เจอ ก็หันไปอีกทางแล้วกัน แต่ไม่ไกล ๆ ^^) จะมีร้านอาหารญี่ปุ่นที่เราลืมชื่อไปแล้ว …^^”… รสชาติใช้ได้ราคาไม่แพง … ลองดู ๆ จานนี้คือ – หมูทอดทงคัทซึ – จ้า

กุ้งทอดเทมปุระ – …. พอดีวันที่ไป มีพี่คนนึงเขาท้องเสียเพราะกินลิ้นจี่ที่มีคนหาบมาขายข้างทาง .. เลยไม่กล้าเสี่ยงกินอะไรดิบ ๆ กัน … วันนี้ก็เลยอดปลาดิบไปตามระเบียบ… ^^”…

ของทอดต่าง ๆ ทั้งผัก … ปลาหมึก… และอื่น ๆ

ไม่กินปลาดิบ — กินปลาสุกแทนละกัน .. จานนี้ – แซลม่อนย่าง – ค่ะ

กินกับเครื่องเคียงคือน้ำซอสโชยุ และหัวไชเท้าดองที่เห็นเป็นสีเหลือง ๆ อร่อยแค่ไหน .. ดูเอง … ^^…

ส่วนจานนี้ – ยากิโทริ – หยิบกล้องขึ้นมาไม่ทัน หายไปชิ้นนึงเฉยเลย ^^”…

มาเวียดนาม — กินอะไรดี ? (1)

ปีนี้เวียดนามเป็นเจ้าภาพอาเซียน — ทำให้หลาย ๆ คนอาจมีโอกาสได้ไปเที่ยวเวียดนามมากขึ้น ทั้งที่ตั้งใจไปเองอยู่แล้ว และทั้งที่จำเป็นต้องไปประชุม / ไปทำงาน จริง ๆ ไปเวียดนามก็ดีนะ ผู้หญิงสวย (อันนี้เราเป็นผู้หญิงเราก็เลยเฉย ๆ … แต่ก็ยอมรับว่าผู้คนเขายิ้มแย้มแจ่มใสดูเจริญหูเจริญตาดีกว่าผู้คนหน้าตาไม่รับแขก — ถึงแม้ว่าเราจะฟังภาษาเวียดนามไม่ออกเลยก็ตาม … ^^”) ของให้ช็อปเยอะ (…แต่ส่วนใหญ่จะเป็นพวกผ้าปัก กระเป๋า งานฝีมือ มุก ไม้แกะสลัก อะไรพวกนี้ค่ะ พวกที่ชอบสะสมของคงชอบ แต่เราไม่ค่อยปลื้มเท่าไหร่ ^^”) ส่วนอาหารเราว่าอาหารเวียดนามในไทยอร่อยกว่า — คือรสมันจะจัดกว่า เครื่องปรุงก็เยอะกว่าด้วย อยู่เวียดนามนี่หาเครื่องไม่ค่อยเจอเท่าไร … หรืออาจจะเป็นเพราะเราสั่งไม่ถูกเอง .. ก็เป็นได้ … ^^”…

อาหารขึ้นชื่อของชาวเวียดนาม — ที่นักท่องเที่ยวมาแล้วต้องชิม (แต่เราว่ากินในเมืองไทยอร่อยกว่า — ความเห็นส่วนตัว) นั่นก็คือ – เฝอ – หรือก๋วยเตี๋ยวน้ำเวียดนาม (ไม่เคยเห็นแบบแห้งนะคะ — ไม่รู้ว่ามีหรือเปล่า) มีตั้งแต่แบบที่นั่งกินกันตามถนน และขึ้นเหลา หรือโรงแรมหรู ๆ มีทั้งไก่ หมู และเนื้อให้เลือก กินกับน้ำจิ้มเฉพาะที่มีซอสมะเขือเทศ มะนาว พริก และน้ำปลาตามความชอบใจ … ร้านไหนไม่ให้ควรจะทวง — เพราะส่วนใหญ่เฝอเปล่า ๆ จะมาแบบจืดมาก …^^”..

เอามาให้เห็นกันชัด ๆ อันนี้เป็นอาหารเช้าในโรงแรมที่เราไปพัก — ชื่อโรงแรม Novotel Halong Bay อยู่ที่ Halong Bay ซึ่งเป็นเมืองตากอากาศมีชื่อของเวียดนาม … แต่ตามโรงแรมทั่ว ๆ ไปมักจะมีเป็นอาหารเช้าอยู่แล้วค่ะ … ^^…

– ผัดผักบุ้ง – — สุดยอดเมนูฮิตที่สั่งไปแล้วมักจะไม่ผิดหวังในเวียดนาม … ทุกร้านมักจะมี และส่วนใหญ่มักจะทำอร่อย (…ร้านไหนที่ทำผักผักบุ้งไม่อร่อย — ก็ไม่ควรจะต้องไปคาดหวังแล้วว่าอย่างอื่นมันจะอร่อยนะคะ … ^^”..) เพราะว่าผักบุ้งที่นี่สดมาก … ใครที่ทานอะไรไม่ค่อยได้ หรือแพ้อาหารทะเล และไม่กินเนื้อ สั่งเมนูนี้น่าจะเหมาะที่สุดนะคะ … ^^…

ปอเปี๊ยทอด – ที่ไม่ยักกะมีน้ำจิ้มหวาน ๆ ให้กินเหมือนบ้านเรา — เขาใช้จิ้มซีอิ๊วเอา

มาเวียดนามคราวนี้ — เรามา Halong Bay ดังนั้นก็จะมีอาหารทะเลมานำเสนอเยอะหน่อย .. เริ่มต้นด้วยจานนี้ — หอยลวก — รสชาติเหมือนหอยแครงลวก แต่ดูเปลือกแล้วไม่ใช่ … และอย่าได้หวังว่าจะมีเครื่องเคียงอย่างเมืองไทย — เพราะเขากินกันเปล่า ๆ กับน้ำจิ้ม (เป็นน้ำปลา / ซีอิ้วเฉย ๆ ไม่ใช่น้ำจิ้มซีฟู้ด) ^^”… เราไม่ค่อยเชี่ยวชาญเรื่องชื่ออาหาร และชื่อหอย ดังนั้นจะขอผ่าน … ให้สั่งเองคงสั่งไม่ได้เหมือนกัน … ^^”… อันนี้มีคนสั่งให้ … เราไม่ค่อยแพ้อาหาร ดังนั้นจึงจะไม่รู้หรอก .. ว่ากินไปแล้วจะแพ้หรือเปล่า (เพราะเราก็กินได้หมดอะ — ไม่เป็นอะไร)… – สำ ห รั บ ค น ที่ แ พ้ อ า ห า ร ง่ า ย ๆ -… เราถึงได้บอกไงว่าควรจะสั่งผักผักบุ้ง — สะอาด ปลอดภัย และอร่อยแน่นอน … ^^…

กุ้งเสียบไม้ย่าง – ที่แกะยากเป็นบ้า — อันนี้ก็ควรจะมีน้ำจิ้มซีฟู้ด … แต่ไม่มี หรือจะเป็นเพราะชาวเวียดนามเขาไม่กินน้ำจิ้มซีฟู๊ดกันก็ไม่รู้ … จิ้มน้ำจิ้มสูตรเฉพาะของเวียดนาม .. เป็นเกลือ บีบมะนาว แล้วก็ใส่พริกสดค่ะ …

หอยแมลงภู่ทรงเครื่อง – มาในสภาพห่อกระดาษฟลอย — ตอนแรกเลยไม่รู้ว่ามันเป็นอะไร ^^”… จิ้มน้ำจิ้มสูตรเดียวกับที่จิ้มกุ้งเหมือนกัน … ใครติดน้ำจิ้มซีฟู๊ด พกมาจากไทยสักขวดก็ดีนะ อาจจะง่ายกว่าพยายามสั่งเพราะพนักงานที่นี่ (หลายร้านมาก) มักจะไม่เข้าใจว่าเราจะเอาอะไร–แต่ทำหน้าเข้าใจไว้ก่อนเรื่อยเลย … ^^”…