Posted in Food

พามาชิม Madame T Vietnamese Restaurant ค่ะ ^^

วันนี้พามาแนะนำร้านอาหารเวียดนามเปิดใหม่แถวสุขุมวิท ..^^.. เผื่อใครที่ทำงานอยู่แถว ๆ นั้น เบื่อรถติด จะได้แวะไปทานกันบ้าง เป็นร้านของญาติเราเอง อยู่ตรงอาคารสุขุมวิท เฮ้าส์ ซอยสุขุมวิท 23 เลี้ยวเข้าตรงอาคารชิโนไทยก็สะดวกดี … ว่าแล้วก็เอาแผนที่ไปก่อนเลยดีกว่า..^^….

เข้ามาถึงแล้วจะเจอธงญี่ปุ่นต้อนรับอย่างนี้ …^^…

ป้ายชื่อร้านค่ะ

อาวุธพร้อม… ผักสด ๆ ก็พร้อม ^^

ร้านนี้เค้ามีดีที่ผักสด ๆ กรอบ ๆ จัดมาให้แบบไม้อั้น สมกับเป็นอาหารเวียดนาม … ยังไม่ต้องสั่งอะไรผักก็มาก่อนเลย เหมาะกัน trend รักสุขภาพยุคนี้มาก ๆ … แล้วก็ไม่ต้องกลัวผักไม่สะอาดด้วยนะคะ เพราะเจ้าของร้านเค้าเคยทำงานโรงแรมมาก่อนอะ … สะอาดมาตรฐานโรงแรม 5 ดาวกันเลยทีเดียว … ^^…

เมนูเรียกน้ำย่อยมาก่อน … ขนมเบื้องญวน ชิ้นโต ๆ โรยหมูยอนุ่ม ๆ หั่นเป็นชิ้นยาว ๆ อร่อยดีค่ะ … ^^…

ตามด้วยน้ำดอกอัญชัญแก้กระหาย … เมนูน้ำดื่มสมุนไพรเพียบเลยร้านนี้ น้ำตะไคร้เค้าก็หอมดีนะคะ … ^^…

กินอาหารเวียดนามแล้วจะขาดแหนมเนืองไปได้อย่างไร … ^^…

เมนูเด็ด ที่เค้าแนะนำให้ชิม … เพราะไปหาที่อื่นชิมไม่ได้ คือ สุกี้เวียดนาม เราไปเวียดนามยังไม่เจอเลย ไม่รู้พี่เค้าไปหาสูตรมาจากไหน น้ำสุกี้รสชาติกลมกล่อมอร่อยมั่ก ๆ ใส่เนื้อมะพร้าวอ่อนด้วย… ^^…

หม้อสุกี้ที่ว่า …

ปอเปี๊ยทอดดด .. ^^…

ข้าวผัดเวียดนามที่ไม่รู้เอาสูตรมาจากไหนอีกเหมือนกัน … ใส่หมูยอหั่นเป็นสูกเต๋าเล็ก ๆ หนุบ ๆ อร่อยดี … ^^…

ทีนี้มาถึงของหวานบ้าง … ตอนนี้เค้ามีแค่ 2 เมนูให้เลือก ..ต่อไปอาจจะมีมากกว่านี้ สั่งมาลองทั้งสองเมนูเลย เมนูแรก – สาคูแคนตาลูป -หวาน ๆ เย็น ๆ ชื่นใจดี แต่ไม่หวานเกินไป แบบนี้เราชอบ ^^

เมนูนี้ก็ไม่ควรพลาดเช่นกัน กล้วยหอมทอด ชิ้นขนาดพอคำ (แต่ขอตัดเป็นซัก 2- 3 คำละกันนะ .. ^^..) ราดเมเปิ้ลไซรับ อร่อยมาก ๆ ค่า… ^^….



– ส รุ ป ว่ า – …ใครทำงาน / เรียน / บ้านอยู่แถวนั้น อยากให้ลองแวะไปชิมดู รับรองไม่ผิดหวัง โดยเฉพาะใครชอบร้านอาหาร chic ๆ ตกแต่งสไตล์อังกฤษ ออกโทนสีขาว ๆ รับรองว่าจะกรี๊ดมาก … ู^^… — และถ้าใครเจอพี่เจ้าของร้าน (ผู้หญิง — ชื่อพี่ติ๊ก) ลองอ้อนขอลดราคาดูแล้วกัน บอกว่าเป็นเพื่อนเรา หรืออ่านมาจาก blog เรา ..เผื่อเค้าจะลดราคาให้จ้า ….^^…

Posted in Musicals

หงส์เหนือมังกร The Musical

มาลงชื่อไว้นิดนึง — ว่าไปดูมาแล้วกับ Production ยิ่งใหญ่ (.. มั้ง ? ก็เห็นยิ่งใหญ่ทุกโปร ฯ เลยไม่แน่ใจ — ว่าเรื่องไหนใหญ่กว่ากัน) หงส์เหนือมังกร The Musical ณ เมืองไทยรัชดาลัยเธียเตอร์ หลังจากเจ้าหน้าที่โทรมาชวนถึงมือถือ (… อะนะ .. ก็ยังดีกว่าขายประกัน กะบัตรเครดิตล่ะน่า … ^^”..) แต่จองตั๋วจริง ๆ ก็จองผ่าน Web เหมือนเดิม เนื่องจากช่วงนั้นยุ่งหัวฟุ ไม่มีเวลาไปโผล่ที่ Thai Ticket Major Booth ให้มันได้ที่นั่งดี ๆ …

… คิดว่าหลาย ๆ คนคงรู้เรื่องดีแล้ว เพราะว่าตอนเป็นละคร TV กับหนังสือนิยาย ( เหมิอนเคยอ่านแต่ที่บ้านไม่มี … เลยจำไม่ได้ว่าใครเป็นคนแต่ง แต่ข้อมูลจาก Wikipedia บอกว่าแต่งโดย “วิศวนาถ”) เรื่องนี้ดังมากกกก … พี่มาช่ากับพี่แท่งเท่มากกก … โดยเฉพาะฉากเปิดพินัยกรรม ลาออกจากมหาลัยแล้วตัดผมเปีย (ซึ่งในละครไม่มี — แพ็ตผมยาวตลอดเรื่อง — แต่ก็เอาเหอะ .. เข้าใจว่าละครเวทีมันมีเวลาจำกัด).. เลยอยากมาดูว่าพอทำเป็นละครเวที 3 ชม. เค้าจะย่อเรื่องยังไง เพราะรายละเอียดมันเยอะมาก ๆ แต่เอาเข้าจริงเราคิดว่าเค้าทำได้ดีทีเดียว … คือ เอาแก่นเรื่อง และคำสอนที่สำคัญเอาไว้ (คืออะไร … กรุณาไปดูเอาเอง … เพราะเค้าเล่นถึง 24 ตค. ค่ะ) แล้วทำให้เด่นมาก ๆ ไปเลย ส่วน Character ของแต่ละตัว ก็ดึงจุดเด่น ปมด้อยออกมาแค่ปมเดียวแล้วส่งให้เดินไปเลย ไม่ทำให้คนดูงง — ว่าตกลงตัวนี้ฉลาด หรือโง่ ดี หรือชั่ว เพราะอะไร — ซึ่งบางทีเป็นอดีตไกลโพ้นมาก… และจะทำให้เสียเวลาในเรื่อง (มีรายละเอียดในนิยาย — ใครสนใจลองไปหาอ่านดูเองแล้วกัน)

แพ็ต สุธาสินี — แม้ว่าเครื่องแต่งกายจะทำให้ออกมาดูคล้ายกับซอนต๊อกไปหน่อย (สงสัยเราจะติดกับภาพมาช่าในละครที่แต่งตัวเรียบ ๆ เท่ ๆ ด้วยอะ … แต่เราเข้าใจนะ ว่า costume ในละครโทรทัศน์ กับละครเวทีย่อมต้องไม่เหมือนกัน ^^”) แต่ก็ทำให้ดูสง่าโดดเด่นมาก และแพ็ตเป็นคนที่ร้องเพลงได้เพราะเหมาะกับการแสดงเวที เพราะเสียงมีพลัง และร้องได้อารมณ์หลายแบบ ทำให้เหมาะกับการแสดงเป็นคุณหนูหลิวมาก ๆ — ใครที่บอกว่าแพ็ตแก่ไปสำหรับบทนี้ … เราว่าคุณก็อาจจะเด็กเกินไปสำหรับการดูละครเพลง (Musical) ด้วยหรือเปล่า ? เพราะละครเพลงจริง ๆ นั้นเน้นที่พลังเสียง และอารมณ์เพลงที่เป็นตัวดำเนินเรื่องที่แท้จริงมากว่าหน้าตาของผู้แสดง.. ที่คนดูซึ่งมักจะนั่งอยู่สูง ๆ โดยเฉพาะพวกบัตรถูกๆ เช่นเรา ( อยู่ที่นี่ไม่เคยดูเกินสองพัน — ส่วนตอนอยู่อังกฤษรู้สึกว่าจะเคยดูแพงสุด 25 ปอนด์ ต่ำสุด 10 ปอนด์ … นั่งไประวังไป กลัวว่าหัวจะชน Chandelier ^^”) มักจะมองไม่ค่อยเห็นหรอก นักแสดงในหลาย production อายุมากกว่าเรา – ยังเล่นเป็น Christine ใน Phanthom อยู่เลย — เพราะเสียงมีพลังเหมาะสม… น้องเอมี่ รอสซั่ม ที่แสดงในหนังนั่น — ถูกวิจารณ์ว่าเสียงเบา(หมายถึงน้ำหนักและพลังเสียง — ไม่ใช่ความดัง) ไปนะ .. เหมือนนักร้องเพลงป๊อบแจ๊สธรรมดา .. ไม่ใช่ละครเพลง

แบงค์ วงแคลช และโตโน่ The Star อ่านในสูจิบัตรที่เขาให้มา เห็นว่าฝึกซ้อมร้องเพลงมาเยอะเหมือนกันเพื่อละครเพลงในครั้งนี้ … ^^… พอดีไม่ค่อยได้ติดตามผลงานทั้งแคลช และ The Star (ฟังเหมือนกัน … แต่ไม่ถึงขนาดแฟนคลับ — เลยไม่รู้ว่าเขาอยู่ The Star ปีไหน … น่าจะแถว ๆ นี้แหละใช่มั้ย ? ^^”) ทำได้ดีทีเดียว แต่จางเหา version นี้ออกมาไม่ค่อยอารยะเท่า version พี่แท่งแฮะ .. ( เข้าใจเหมือนกันว่าตามท้องเรื่องพระเอกต้องเป็นนักเลง …. แต่เผอิญคนมันไม่ชอบผู้ชายแนวนักเลงเถื่อนเซอร์นี่หว่า … ^^”…) น้องโตโน่ทำให้ตี๋เล็กดูน่าสงสารเห็นใจไปเลย … หุ หุ …

คนดูล้นหลามเอาจริงเอาจังมากเรื่องนี้ …. ใครยังไม่ได้ซื้อบัตร ไม่ได้ไปดู ถ้ามีเวลา และชอบเรื่องนี้ตอนเป็นละครโทรทัศน์ เราว่าน่าจะแวะไปดูเหมือนกันนะคะ … ^^…ให้กำลังใจคนไทยทำ Musical ดี ๆ กันหน่อย … จะได้มีผลงานดีมีคุณภาพออกมาเยอะ ๆ … สำหรับงานที่เพิ่งพัฒนามาได้ไม่กี่ปี เราถือว่าทำได้ดีมากแล้วนะ .. ^^.. อยากให้ต่อไปมีคนเข้ามาดูละครเพลงในเมืองไทย เหมือนพวกไป New York แล้วต้องดู Broadway ไป London แล้วต้องไป Westend บ้างเหมือนกัน … ^^…

Posted in Food, Travel, Work

APEC Japan 2010 (5)

ดูอาหารญี่ปุ่นแล้ว มาดูอาหารหรู ๆ ในโรงแรมกันบ้าง เมนูนี้คือที่เลี้ยงตอน Farewell Dinner ค่ะ — แค่เมนูก็หรูแร้ว ^^

อาหารจานแรก — ชาร์ล็อตกุ้ง ราดน้ำสลัดแอปเปิ้ล ^^

ซุปไก่มาในถ้วยขนมพาย ^^

ปลา และมันฝรั่งบด

จานหลักของเราเป็นสเต็กเนื้อ … แต่ของคนที่ไม่กินเนื้อก็จะเป็นไก่แทน …

ส่งท้ายความหรู — ด้วยขนมหวานคือ ช็อกโกแล็ตมูส ^^

Posted in Food, Travel, Work

APEC Japan 2010 (4)

มาญี่ปุ่น ก็ต้องกินอาหารญี่ปุ่น เพราะมันหากินง่ายสุดแล้ว ^^ … ร้านราเม็งงี้มีทุกหัวมุมถนน อาหารมื้อแรกของเราก็เลยเป็นราเม็งชามโตจากร้านใกล้ ๆ โรงแรมนั่นแหละ

เมนูในร้าน

เกี๊ยวซ่าชิ้นโตมาก ๆ

ราเม็งชามโต ที่ได้มาด้วยวิธีจิ้ม ๆ เอา เพราะคนขายไม่พูดภาษาอังกฤษ และเมนูก็เป็นภาษาญี่ปุ่นหมดเลย … แต่ก็อร่อยดีนะ… ^^…

กินเองข้างนอกแค่มื้อแรก … พอเริ่มประชุมแล้วก็กินอาหารในโรงแรมเป็นหลัก … แต่ก็ไม่พ้นอาหารญี่ปุ่นเช่นเคย … อันนี้คืองานเลี้ยงต้อนรับ ซุ้มเทมปุระนี้มีคนต่อคิวยาวมาก ๆ …

ซุ้มซูชิจัดเป็นเซ็ทเรียบร้อย …

1 เซ็ท ประกอบด้วยอาหารเช่นนี้

อันนี้เป็นซุ้มสาเกที่เราไปรับมาสองรอบ … ไม่ได้ชอบกิน แต่แก้วไม้มันสวยดี .. ^^…

อาหารเลี้ยงวัน field trip ก็ไม่พ้นอาหารญี่ปุ่นอีกเช่นเคย…

เนื้อกับสาหร่าย

มีปลาดิบมาให้หน่อยนึง

ตบท้ายด้วยของหวาน — เยลลี่สาลี่ ^^

Posted in Travel, Work

APEC Japan 2010 (3)

ที่ไปคราวนี้ทั้งอาทิตย์ — เพราะว่าไปประชุม 2 งาน งานแรกที่โตเกียว งานที่ 2 ที่ไซตามะ ช่วงเดินทางไปเปลี่ยนที่ประชุม เลยขอแวะเที่ยวภูเขาฟูจิซะหน่อย … ฤดูนี้ยังไม่มีหิมะ ภูเขาฟูจิก็เลยดูเป็นเพียงแค่ภูเขาธรรมดา ๆ … ^^…

ทางขึ้นไปบนยอดเขา … บ้านที่เห็นอยู่ไกล ๆ ตอนที่เราอยู่ห่าง ๆ จากตัวเขา ที่จริงมันก็คือร้านจำหน่ายของที่ระลึกขนาดใหญ่นั่นเอง …

ร้านนี้น่าจะใหญ่ที่สุด ชั้นบนมีร้านอาหาร ให้นั่งกินอาหารญี่ปุ่นไป ชมวิวภูเขาฟูจิไป สุขใจดีพิลึก … แต่เราไม่ได้กิน เพราะมีภารกิจที่สำคัญกว่า นั่นก็คือ การซื้อของฝากให้กับท่านผู้ชมทางบ้าน นั่นเอง … ^^…

ขนมจากฟูจิยาม่า

อันนี้ก็ใช่ — แต่ถ่ายได้แค่นี้ก้ต้องเก็บกล้องแล้ว จริง ๆ เค้าห้ามถ่ายรูป ^^”

รูปปั้นคนปีนเขา ให้นักท่องเที่ยวได้มาถ่ายรูปเล่น

ตู้ไปรษณีย์เหล่านี้คือ — ให้เราซื้อ Postcard แล้วส่งมาได้จริง ๆ แต่เราไม่ได้ส่งให้ใคร เพราะลืมเอาที่อยู่มา (… อีกแร้ว … ^^”)

แผนที่สำหรับคนที่ต้องการปีนเขา

น้องหมีปีนต้นไม้นี่ก็เป็นหนึ่งในมุมถ่ายรูปยอดฮิตเหมือนกัน…

ป้ายบอกว่า เรามาพิชิตยอดเขาฟูจินี้ ณ วันที่เท่าไหร่ ^^

ข้างหลังรู้สึกว่าจะเป็นวัดแต่ไม่ได้เดินเข้าไป

แวะกินอาหารกลางวันที่ร้านราเมงข้างทางพลาง … ดูภูเขาฟูจิไปพลาง (ตอนนี้ลงมาจากเขาแล้วค่ะ — กำลังจะเดินทางไปไซตามะต่อ) ได้บรรยากาศญี่ปุ่นดีจริง ๆ เลย .. ^^…