How-to ส่งบทความไปลงวารสารวิชาการ สายสังคม และรายชื่อวารสารสายสังคมที่เพื่อน ๆ สามารถส่งบทความไปลงได้ค่ะ

เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ นิสิตนักศึกษา ป. โท ป. เอก สายมนุษยศาสตร์ – สังคมศาสตร์ ทุกท่าน … เชื่อว่าหลาย ๆ คนอาจจะกำลังประสบปัญหาดวงตกดวงซวยในขณะนี้เช่นเรา … – เ นื่ อ ง จ า ก – วารสารสังคมศาสตร์ของคณะรัฐศาสตร์ จุฬา ฯ และรัฐศาสตร์สารของธรรมศาสตร์ ได้ตัดสินใจหยุดพิมพ์ชั่วคราว เพื่อ – ป รั บ ป รุ ง ใ ห้ มี ค ว าม ถู ก ต้ อ ง ท า ง วิ ช า ก า ร ยิ่ ง ขึ้ น – (ถามผู้รู้แล้ว…เขาบอกว่า แปลว่า ต้องปรับปรุงอะไรหลาย ๆ อย่าง เพื่อให้มีค่า impact factor เพิ่มขึ้น และที่สำคัญจะต้องออกให้ตรงเวลา …จะมาสามเดือนออกเล่มนึง อีกเล่มนึงสี่เดือน อีกเล่มนึงหกเดือน ไม่ได้ค่ะ) ส่งผลให้นิสิตนักศึกษาสายสังคม – มุนษย์ ที่จบในปีนี้ ไม่สามารถส่งบทความเพื่อลงตีพิมพ์ในวารสารทั้ง 2 เล่มนี้ได้ …T-T … แน่นอนว่าผู้ที่จะตกที่นั่ง – ซ ว ย ที่ สุ ด – ก็คือนิสิตจุฬาฯ และนักศึกษาธรรมศาสตร์ สายสังคม (สายมนุษย์เราเข้าใจว่ามีอีกเล่มหรือเปล่าคะ ?) เพราะมหา’ลัยอื่น ๆ เขาต่างก็มีวารสารออกมารองรับผลงานของนิสิตนักศึกษาตัวเองทั้งนั้นง่า ….T-T…


โวยวายไปก็เท่านั้น… ระเบียบของมหา’ลัยเขาบอกว่า – นิ สิ ต ที่ ส่ ง วิ ท ย า นิ พ น ธ์ แ ล้ ว จ ะ ต้ อ ง เ ผ ย แ พ ร่ วิ ท ย า นิ พ น ธ์ ก่ อ น เ ปิ ด ภ า ค ก า ร ศึ ก ษ า ถั ด ไ ป – …ตามความคิดเห็นของเรา .. คิดว่าเป็นระเบียบที่กำหนดขึ้นมาโดยไม่ได้ใช้สมองคิดมาก … เนื่องจากมันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่คนเราจะสามารถเผยแพร่วิทยานิพนธ์ที่เพิ่งทำเสร็จได้ในเวลาเพียงไม่ถึงเดือน — ถ้าคุณส่งวิทยานิพนธ์ในช่วงกลางเดือน พ.ค. และกำหนดเปิดเทอมต่อไปคือวันที่ 1 มิ.ย. และ – ถ้า ก า ร เ ผ ย แ พ ร่ นั้ น จำ เ ป็ น ต้ อง เ ป็ น ก าร เ ผ ย แ พ ร่ ใ น ว าร ส า ร วิ ช า ก า ร – กำหนดการของมันคือ …



1) นิสิตติดต่อวารสารวิชาการเล่มต่าง ๆ ตามรายละเอียดใน website หรือโทรไป แล้วเขียนบทความตามข้อกำหนดของวารสารนั้น ๆ —-> เรายังไม่นับเวลาก็ได้ อาจจะแตกต่างกันไปแต่ละคน แต่ต่อให้เป็นคนที่เขียนไว ๆ ก็อาจจะต้องใช้เวลาสักอาทิตย์นึง

2) กองบรรณาธิการรับบทความไว้และแจ้งกลับว่าได้รับบทความแล้ว —-> เท่าที่เราเช็ค ไวที่สุดคือ วารสารมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม. มหาสารคาม บอกว่า สามารถตอบกลับได้ภายใน 1 สัปดาห์

3) กองบรรณาธิการพิจารณาบทความในเบื้องต้นว่าสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของวารสารของเขา (ใช้เวลาไม่นาน … กอง บก. วารสารร่มพฤกษ์ บอกเราว่า บางทีดูแค่ชื่อเรื่องก็รู้ว่าเข้ากับ Theme ที่เตรียมไว้หรือไม่) และออกหนังสือเชิญให้ peer reviewer อ่าน —–> ถ้าเขามี peer อยู่แล้ว และส่งให้อ่านได้ทันที จะใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือนอย่างเร็ว —> ณ จุดนี้ เราสามารถขอให้กอง บก. บางแห่ง ออกหนังสือรับรองการตีพิมพ์ให้เราเลยได้

4) Peer อ่านและแก้ไข และส่งคืนมายังกอง บก. เพื่อให้เจ้าของบทความแก้แล้วส่งกลับคืนมายังกอง บก. อีกที —-> ขึ้นอยู่กับว่าข้อผิดพลาดมากไหม และคนแก้แก้ไวไหม – เ ร็ ว ที่ สุ ด – หมายความว่าคนเขียนเป็นอาจารย์ แล้วก็เขียนไม่ค่อยผิดด้วย ใช้เวลาประมาณ 1 เดือน

5) รอ…รอ..รอ…การตีพิมพ์ของหนังสือเล่มที่ว่า … ถ้าตีพิมพ์ได้เลย ก็อาจจะต้องรอกระบวนการต่าง ๆ อย่างน้อย 1-2 เดือน



ส รุ ป ร ะ ย ะ เ ว ล า ที่ ใ ช้ ใ น ก า ร เ ขี ย น บ ท ค ว า ม ห ลั ง จ า ก ทำ วิ ท ย า นิ พ น ธ์ เ ส ร็ จ จ น ก ร ะ ทั่ ง บ ท ค ว า ม ไ ด้ ตี พิ ม พ์ – …. อย่างเร็วสุด 4-5 เดือน .. T-T… แม่เราบอกว่า ถ้าเป็นมหิดล เขาจะถือว่าเราเรียนจบแล้ว แต่จะยังไม่ได้รับปริญญาจนกว่าบทความจะได้ตีพิมพ์ ซึ่งก็นับว่าเป็นข้อกำหนดที่ fair ดี (ระหว่างนี้ — มหิดลจะไม่คิดเงินคุณค่ะ — แค่ยังไม่อนุมัติให้จบการศึกษาเฉย ๆ ) …ใครก็ได้ช่วยไปบอกจุฬาฯ ให้เราที ว่า ถ้าอยากจะใช้เรื่องการเผยแพร่วิทยานิพนธ์ในบทความวิชาการเป็นเกณฑ์ในการจบการศึกษา — น่าจะต้องมีหลักเกณฑ์ที่ clear และ sensible กว่านี้ …ไม่งั้นเวรกรรมก็จะตกกับเพื่อน ๆ น้อง ๆ รุ่นต่อ ๆ ไปนะคะ ….:P


– สำหรับนิสิตจุฬา ฯ นักศึกษาธรรมศาสตร์ และที่อื่น ๆ ในสายสังคมศาสตร์ มนุษย์ศาสตร์ ที่กำลังหาที่ลงบทความทุกท่าน – …เราขอแนะนำ – ว า ร ส า ร ใ น ส า ย สั ง ค ม ศ า ส ต ร์ แ ล ะ ม นุ ษ ย์ ศ า ส ต ร์ ที่ ยั ง ดำ เ นิน ก า ร อ ยู่ ใ น ปั จ จุ บั น – ที่ท่านสามารถส่งบทความไปได้ คิวไม่ยาวเว่อร์ และออกตรงเวลา ดังนี้ค่ะ — click ที่ชื่อของวารสาร เพื่อดูรายละเอียดข้อกำหนดในการเขียนของแต่ละเล่มได้เลย ^^


1. วารสารการเมือง การบริหาร และกฏหมาย มหาวิทยาลัยบูรพา



2. วารสารวิจัย มข. ฉบับบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น



3. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม



4. วารสารร่มพฤกษ์ มหาวิทยาลัยเกริก



5.วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย



6. ABAC Journal (อันนี้บทความต้องเป็นภาษาอังกฤษนะคะ)



ปอลอ — ข อ ข อ บ คุ ณ –…เพื่อนเน สำหรับคำแนะนำในการเขียนบทความเพื่อการตีพิมพ์ และกระบวนการในการส่ง …น้าวิ มข. —สำหรับการติดตามเรื่องบทความที่เราส่งไป และหวังว่าจะได้รับความกรุณาในการตามเรื่องบทความใหม่ที่เราจะส่งไปด้วยนะคะ …คุณเมย์ ม. บูรพา และเจ้าหน้าที่ ม. เกริก (ไม่ทราบชื่อ) สำหรับคำแนะนำเกี่ยวกับการส่งบทความไปลงในวารสาร Dr. James Gallagher บรรณาธิการบริหาร ABAC journal …และเพื่อนงิ้มสำหรับข้อมูลวารสาร ม. หอการค้าค่ะ …^^…

Advertisements

The Circle ราชพฤกษ์

ได้ข่าวว่า The Circle ที่เปิดใหม่แถวถนนราชพฤกษ์ มีร้านสวย ๆ ให้ถ่ายรูปเหมือน Palio แบบไม่ต้องถ่อไปถึงเขาใหญ่ แบบนี้ก็ต้องไปพิสูจน์ซะหน่อย …^^… ถนนราชพฤกษ์ฟังแล้วเหมือนจะใกล้ ๆ บ้าน คุณแฟนบอกว่า อันที่จริงเราเคยขับรถผ่านกันหลายรอบแล้ว… แต่ไม่เคยรู้เลยว่า มันมีอะไรอยู่ข้างในบ้าง ^^”

ที่แน่ ๆ ก็คือมีร้านเหล่านี้ ^^

ป้ายข้างใน …ก่อนทางเข้าที่จอดรถ

มาดูแผนที่กันว่ามีร้านอะไรบ้าง ^^

จอดรถแล้วเข้ามาตรงกลาง ๆ เจอน้ำพุดอกไม้ The Circle of Love

เข้ามาดูกันใกล้ ๆ ..แต่วันนี้น้ำพุไม่เปิดนะ ^^

เดินเข้ามาดูดีกว่าว่ามีร้านอะไรกันบ้าง ^^

ถนนเล็ก ๆ คล้าย Palio จริง ๆ แหละ

อีกด้าน

ป้ายถนน

ตั้งใจถ่ายให้เห็นภาพวาดบนกำแพง

แวะทานข้าวที่ร้านนี้ เพราะร้านส่วนใหญ่ยังไม่เปิดเลยค่ะ เดินเข้าไปเขาบอกว่า ยังทดสอบระบบกันอยู่ คาดว่าสิ้นเดือนนี้ (พ.ค. 54) ไม่ก็ต้นเดือนหน้า น่าจะเปิดได้อย่างเป็นทางการทุกร้านนะคะ ^^

ร้าน MK แบบนี้เพิ่งเคยเห็น ^^

ร้านขนมน่ารัก ๆ ^^

ร้านนี้ได้ข่าวว่าขนมอร่อย ^^

ร้านขายของจุกจิกน่ารักจำนวนมาก ^^

ร้านขายเสื้อผ้าน่ารัก ๆ ก็เยอะนะคะ ^^

มีสนามเด็กเล่นด้วย ^^

ร้านที่ยังไม่เปิดก็เยอะมาก …คาดว่าเปิดหมดแล้วน่าจะคึกคักกว่านี้ค่ะ

ลากันด้วยภาพถนนสวย ๆ อีกภาพ ^^

“When you really want something, the world conspires to make a dream comes true”

Nota Bene : ข้อเขียนต่อไปนี้เราไม่ได้เขียนเอง — แต่แปลและถอดความ (หมายความว่ามีบางตอนที่ตีความเพิ่มเอง … ซึ่งอาจจะผิดหรือถูกก็ได้แต่เราเข้าใจแบบนี้) จาก Blog ของ Paolo Coelho ที่ http://paulocoelhoblog.com/2011/05/20/dreams-and-obcessions/comment-page-1/#comment-703460 ผู้สนใจกรุณาตรวจสอบความถูกต้องจาก web ต้นฉบับอีกครั้งนะคะ — ขอบคุณค่ะ
——————————————————————————————————


“When you really want something, the world conspires to make a dream come true”

– Paolo Coelho’s The Alchemist


.เมื่ อ คุ ณ ต้ อ ง กา ร อ ะ ไ ร สั ก อ ย่ า ง ห นึ่ ง – จ ริ ง ๆ – โ ล ก ทั้ ง ใ บ จ ะ ร่ ว มกั น ห า ทา ง ทำใ ห้ ฝั น นั้ น เ ป็ น จ ริ ง ขึ้ น ม า ไ ด้ ….



มีคนเข้าใจผิดกันมาก เกี่ยวกับคำพูดนี้ในเรื่อง The Alchemist ว่าเป็นคำพูดที่ดูเหมือนจะมองโลกในแง่ดีเกินไปหน่อยว่า — ค น เ ร า อ ย า ก จ ะ ไ ด้ อ ะ ไ ร แ ล้ ว ก็จ ะ ต้ อ ง ไ ด้ — ซึ่งผู้เขียนไม่ได้ตั้งใจจะให้หมายความอย่างนั้นเลย …


สิ่งที่ผูู้อ่านประโยคนี้ควรจะต้องตระหนักคือ — ในบางครั้ง… เราก็ไม่ได้ต้องการอะไรสักอย่าง – จ ริ ง ๆ – …หรือบางครั้ง ..เราก็ต้องการบางอย่างที่เอาเข้าจริงแล้ว ….มันไม่ได้ช่วยอะไรเราได้เลยแม้แต่น้อย …

… สิ่งที่เราเรียกว่ามันคือ – จั ก ร ว า ล ข อ ง เ ร า – นั้น … อันที่จริงแล้ว ก็คือเสียงสะท้อนแห่งความหวังทั้งปวงของเรา ….ไม่ว่ามันจะเป็นไปในทางสร้างสรรค์ หรือทำลาย….


…ผู้อ่านควรจะต้องตระหนักเช่นกัน ถึงความแตกต่างระหว่าง – ค ว า ม ฝั น – และ – ค ว า ม ห ล ง ใ ห ล ห ม ก มุ่ น – … สิ่งที่กล่าวถึงใน The Alchemist เป็นเรื่องของตำนานเฉพาะตัวของคนผู้เดินตามความฝัน … ส่วนความหลงใหลหมกมุ่นนั้น Paolo Coelho ได้เขียนถึงไว้ในเรื่อง The Zahir

… เมื่อคุณเดินตามเส้นทางแห่งตำนานเฉพาะตน ….คุณเดินไปตามเส้นทางของตัวคุณเอง และเรียนรู้จากแต่ละก้าวที่เดินไป …เป้าหมายมิได้บังตาคุณไว้ — ไม่ให้มองเห็น – เ ส้ น ท า ง ที่ ต้ อ ง ผ่ า น – ในแต่ละก้าวที่คุณเดิน …


…. ในทางตรงข้าม – ค ว า ม ห ล ง ใ ห ล ห ม ก มุ่ น – … จะบดบังไม่ให้คุณเห็นว่า ชีวิตที่ผ่านไปในแต่ละวันนั้น ..ได้ให้บทเรียนอะไรกับคุณบ้าง ….


….เหมือนกับการพยายามที่จะพุ่งไปสู่เป้าหมาย — โดยไม่ผ่านอุปสรรคและความท้าทายใด ๆ…. ซึ่งย่อมเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ….


… – แ ต่ – …ท่ามกลางความกลัว บาดแผล และความบอบช้ำของชีวิต …. ผู้ ที่ มี ฝั น — จะยังคงต่อสู้เพื่อสืบสานตำนานแห่งชีวิตของตน…ต่อไป ….


…เช่นเดียวกับที่กวี Borges ( Jorge Luis Borges — นักเขียนและกวีชาวอาร์เจนตินา — ผู้แปล) ได้กล่าวไว้ว่า ” ..ไ ม่ มี คุ ณ ค่า ใ ด ที่ จะ ยิ่ ง ใ ห ญ่ แ ล ะ สำ คั ญ ไ ป ก ว่ า – ค ว า ม ก ล้ า ห า ญ – “ ( ที่จะยอมรับความเป็นจริง และสู้ต่อไป — ด้วยความมั่นใจว่านี่คือเส้นทางที่ถูกต้องและสิ่งที่เราต้องการจริง ๆ — ผู้แปล)

… และเราจะต้องเข้าใจว่า — ความกล้าหาญนั้น …ไม่ได้ทำให้ความกลัวหมดสิ้นไป –แต่หมายถึง – พ ลั ง- ที่เพียงพอใจทำให้เรายังคงก้าวต่อไปตามเส้นทางของเรา ….ไ ม่ ว่ า จะ ต้ อ งเ ผ ชิ ญกั บ ค ว า มก ลั ว …แ ล ะ ค วา ม บ อบ ช้ำ อี ก สั ก เท่ า ไ ห ร่. ..ก็ ต า ม ….

How-to ส่งวิทยานิพนธ์ @บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาฯ

Entry นี้ คงไม่มีประโยชน์อันใดต่อนิสิตจุฬาที่ส่งวิทยานิพนธ์ในปีนี้ (เทอม 2 ปีการศึกษา 2553) เพราะว่าเราส่งวิทยานิพนธ์ในวันสุดท้าย (คือ อ ที่ปรึกษา ไม่ให้ผ่านอะนะ ><) แต่เขียนไว้เพื่อ share ประสบการณ์ เผื่อว่าจะมีประโยชน์กับรุ่นน้อง ๆ ที่ส่งวิทยานิพนธ์ในปีต่อ ๆ ไปนะคะ …เพราะก่อนเราจะไปส่งตัวเล่ม ก็มีคนเล่าให้เราฟังก่อนเหมือนกันว่าเวลาจะไปส่งควรจะต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง …. โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อคุณส่งวิทยานิพนธ์ในวันสุดท้าย … ถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ ไม่ควรนะคะ ส่งก่อนได้ส่งก่อนดีกว่า เผื่อมีอะไรต้องแก้ไข จะได้ไม่ตาเหลือก — คนไม่เยอะด้วย… วันสุดท้ายนี่แถวยาวราวกับวันเปิดร้านคริสปี้ครีมเลยค่ะ…. -"-….

ตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นไป (เราไม่แน่ใจว่าก่อนหน้านี้เขาต้องส่ง On-line กันรึเปล่า… เพราะเห็นวิทยานิพนธ์บางเล่มมันก็ On-Line อยู่ — แต่นับแต่นี้ต่อไป ส่งแน่นอน) นิสิตจุฬาทุกคนต้องส่งวิทยานิพนธ์ On-Line ก่อนมาส่งตัวเล่มจริงนะคะ เข้าไปที่ web site http://thesis.grad.chula.ac.th แล้วกรอกเลขประจำตัวนิสิต กับรหัสบัตรประชาชน มันจะขึ้นข้อมูลของวิทยานิพนธ์เรา ที่ลงไว้ตั้งแต่ตอนสอบหัวข้อค่ะ

สิ่งที่เราต้องทำ — ก็คือเตรียม file วิทยานิพนธ์ให้พร้อม เพราะเดี๋ยวจะต้อง upload — วิทยานิพนธ์ที่จะ upload ในที่นี้ ก็คือวิทยานิพนธ์ที่แก้ไขรูปแบบตามที่บัณฑิตวิทยาลัยแจ้งให้แก่ตอนตรวจรูปเล่ม … และแก้ไขเนื้อหาตามที่คณะกรรมการสอบวิทยานิพนธ์บอกให้แก้ และอาจารยืที่ปรึกษา / ประธานกรรมการโอเคกับมันแล้วนะคะ — เข้าไปกรอกข้อมูลในแบบสอบถามเรื่องการเผยแพร่วิทยานิพนธ์ก่อน — ก็คือ กรอกผลสอบวิทยานิพนธ์ของเรา ว่าได้ผ่าน ดี หรือดีมาก และวิทยานิพนธ์ของเราได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ได้หรือไม่ …. ส่วน research mapping และข้อมูลการเผยแพร่วิทยานิพนธ์ ก็คือ วิทยานิพนธ์เราจัดอยู่ในสาขาอะไร และที่ผ่านมาเราได้เผยแพร่ในรูปแบบไหนบ้าง เช่น บทความลงวารสารหรือสิ่งพิมพ์วิชาการ หรือนำเสนอในที่ประชุมวิชาการต่างๆ จ้า ^^

หลังจาก upload file 2 files คือ abstract ภาษาไทย – อังกฤษ เป็น word file และวิทยานิพนธ์ฉบับเต็ม เป็น PDF file แล้ว เราจึงจะสามารถ print barcode (คือรหัสประจำตัวนิสิตเรา print ที่หน้าปกวิทยานิพนธ์) และเอกสารสำหรับการส่งวิทยานิพนธ์ฉบับสมบูรณ์ออกมาได้ เอกสารนี้ เราจะต้องเอาไปให้อาจารย์ที่ปรึกษา กับประธานกรรมการสอบวิทยานิพนธ์เซ็นต์ก่อน แล้วจึงเอามาส่งพร้อมกับตัวเล่มนะคะ

และแล้ว …ก็มาถึง ศึกวันธงชัย…เอ๊ย… วันส่งวิทยานิพนธ์ — เวลารับ คือ 8.30 -17.00 …- แ ต่ – เริ่มแจกบัตรคิว ประมาณ 7.00-8.00 น. และแจกบัตรคิวใบสุดท้าย (ถ้ามันไม่หมดไปซะก่อน) ของแต่ละวัน ที่ 16.00 น. นะคะ … อย่าช้า อย่าชะล่าใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณส่งวันสุดท้ายเหมือนเรา …..คนแรกของวันนี้ได้ข่าวว่ามาตั้งกะตี 4 …-“-… เรามาถึง 9 โมง คิวยาวเกือบจะรอบสำนักทะเบียนแล้ว ….-“-…..

มาถึงแล้วเขาจะแจกใบสีฟ้า (ไม่ได้ถ่ายรูปไว้) ให้เขียนจำนวนหน้าทั้งหมดของวิทยานิพนธ์ของเรา เพื่อคำนวนค่า xerox (เริ่มตั้งแต่รุ่นปี 2553 เหมือนกัน — นิสิตส่งวิทยานิพนธ์ฉบับเดียว บัณฑิตวิทยาลัยจะไป xerox เอง และคิดเงินค่า xerox เอา) และเข้าคิวตรวจเอกสารต่าง ๆ ว่าครบหรือไม่….. – เ อ ก ส า ร ที่ ต้ อ ง ใ ช้ – ก็คือเอกสารที่ print ออกมาจาก web เมื่อกี๊ กับเอกสารท่ีทางบัณฑิตวิทยาลัยออกให้ตอนเราส่งตัวเล่มวิทยานิพนธ์เพื่อตรวจรูปแบบ …. อันนี้แต่ละปีอาจจะไม่เหมือนกัน เราไม่ระบุรายละเอียดแล้วกันว่ามีอะไรบ้าง …เอาเป็นว่าเขาให้อะไรมาวันตรวจรูปเล่ม และบอกให้ทำอะไรกับมัน ก็จงทำให้เสร็จ และเอามันมาให้ครบนะคะ

ตรวจเอกสารเรียบร้อยแล้ว คุณจะได้บัตรคิวสีชมพูที่่มีชื่อคุณอยู่ด้วยเช่นนี้ …. ดูให้ดี ๆ อย่าให้สับกะของชาวบ้านนะคะ เพราะของเราสลับกะคนข้างหน้ามาแล้ว …^^”….

ได้บัตรคิวสีชมพูแล้ว …. นั่นแปลว่าเอกสารในการส่งวิทยานิพนธ์ของเรา รวมทั้ง CD ที่ เขาบอกให้ write ข้อมูลบรรณานุกรมวิทยานิพนธ์ของเรา (….เป็นสิ่งที่ save ออกมาได้จาก website ข้างบน หลังจากที่เรากรอกข้อมูลอะไรต่อมิอะไรเสร็จเรียบร้อยแล้วเช่นกันค่ะ…. มันจะมีหน้านึงที่ให้เรากรอกข้อมูล แล้วพอ click save มันจะขึ้น text file มาให้ — เราก็ write file นั้นลง CD มา) เรียบร้อย … ทีนี้ก็เข้าคิวตรวจตัวเล่มวิทยานิพนธ์ต่อได้เลย !

ขอโทษทีที่ถ่ายไม่ชัด ….^^”…. พอดีถ่ายตอนเดินออกมา และจะกลับไปอีก คนก็เยอะมาก ๆ ….. ป้ายหน้าห้องนี้บอกว่า ให้เตรียมตัวเล่มวิทยานิพนธ์ฉบับเต็มให้พร้อม พร้อมทั้งตัวเล่มที่เราส่งตรวจรูปเล่มตอนแรกที่ต้องเอามาด้วยค่ะ เพราะหลัก ๆ ที่เขาจะเช็ค คือ ที่เขาบอกให้แก้ไข เราได้ไปแก้รึเปล่า ถ้าแก้แล้วส่วนใหญ่ก็ไม่มีปัญหาค่ะ …. แต่ถ้ายังไม่ได้แก้ ….หรือแก้มาแล้วยังผิดอยู่ …. เขาจะให้ไปแก้เป็นหน้า ๆ ไป … แก้แล้วเอามาส่งที่ห้องนี้ได้เลย ไม่จำเป็นต้องไปตรวจเอกสารใหม่จ้า ….^^….

ในห้องจะมีคนตรวจวิทยานิพนธ์ประมาณ 4 คน เรียกตรวจตัวเล่มตามบัตรคิวนะคะ ….. ใครโหด ใครไม่โหด แล้วแต่ดวงกันเลยทีเดียว ….^^”…. แต่ถ้าเรียบร้อยไม่มีปัญหาอะไร …ก็ ส่งตัวเล่มได้ที่ห้องนี้เลยค่า ….^^….


– สิ่ ง ที่ อ ย า ก จ ะ บ อ ก –
1) ผู้หญิงอย่าใส่ส้นสูงมานะคะ — เพราะอาจต้องยืนรอนานมาก ๆ ปวดเท้าสุด ๆ …-“-… ใส่รองเท้าที่ใส้สบายมาดีกว่านะคะ
2) ควรเอาคอมพิวเตอร์ — ซึ่งควรจะเป็นคอมพิวเตอร์ที่ write CD ได้มา เผื่อว่า CD ข้อมูลที่ write มามันมีปัญหาเปิดไม่ออก จะได้ทำใหม่ แต่ถ้ามากับเพื่อนหลาย ๆ คนอาจไม่จำเป็นต้องเอาคอมของตัวเองมาค่ะ ให้เพื่อนขึ้นมาตรวจก่อนแล้วลงไปเปิดคอม stand by รอข้างล่างได้ ถ้ามี printer ด้วยจะยิ่งดีมากค่ะ … เปิด work station มันข้างล่างสำนักทะเบียนเลย เค้าไม่ว่า จะได้ไวค่ะ

บางแสน in an afternoon

หายทั้งหัวและตัวไปนานมาก — แม้แต่เพื่อนที่ทำงานยังบอกว่าไม่ค่อยจะพานพบ (…ต้องมาเช้าจริง ๆ จึงจะพบ เพราะบางวันเราเข้ามาเซ็นต์ชื่อเหมือนกันนะ …เซ็นต์ชื่อแล้วก็ออกไปจุฬาฯ …แหะ แหะ ^^”) เพราะต้องเผชิญวิกฤตวิทยานิพนธ์ และอาจารย์ที่ปรึกษา –ผู้คิดว่าเรายังทำงานได้ไม่ดีพอ ….จะว่าไป ตอนนี้เขาก็ไม่ได้คิดว่ามันดีพอ..แต่ว่าเราต้องส่งแล้ว …แว๊กก !! (… แต่ก็มีส่งนะคะ ไม่ต้องห่วง ข้าราชการไทยเชี่ยวชาญการทำงานให้เสร็จแม้ว่ามันอาจจะไม่ดีเลอเลิศก็ตาม ….^^”…)


จบภาระเรื่องวิทยานิพนธ์พอดีกะวันเกิดคุณแฟน เพราะเค้าเกิดเดือนพฤษภา … เช้าไปทำบุญ (คุณแฟนทำบุญวันเกิด — ส่วนเราอุทิศส่วนกุศลให้วิทยานิพนธ์ …. ขออย่าให้มีเวรมีกรรมต่อกันอีกต่อไป …. กร๊าก…^^”…) แล้วบ่ายก็เลยไปบ้านเค้าที่ชลบุรี ขากลับเลยได้แวะทะเลบางแสนนิดนุง …. แต่ยังไม่ได้กรี๊ด ๆ ใส่ทะเลให้สะใจอย่างท่ีอยากทำ …เอาไว้ส่งตัวเล่มเรียบร้อยก่อน … มันอาจจะมีอะไรให้กรี๊ดกว่านี้ได้อีก …วันนี้มาแค่เป็น Sample ^^

ลิงบนเขาสามมุขที่เดินบนถนนอย่างไม่เกรงกลัวใคร อันนี้ถ่ายจากบนรถ ไม่ได้เดินลงไป ยังไม่พร้อมที่จะให้มันจับหัวเล่น ^^”

ทะเลมาแล้ว ^^

นางแบบขอถ่ายรูปหน่อย ^^

ทางเดินมีต้นมะพร้าวเรียงราย

โตีะที่นั่ง มีร่ม ซึ่งเสียตังค์นะ เดิน ๆ ไปจะมีคนมาถามเลยว่า ต้องการโต๊ะนั่งมั้ย

ร่มเรียงติดกันแบบไม่ต้องกลัวแดด

ไปถึงตอนเย็น น้ำมันขึ้นพอดี เลยเหลือหาดอยู่นิดเดียวเอง

ห่วงยางสีสันสดใส มีขายทั่วไปตามริมหาด

แต่ถ้าจะเล่นน้ำจริง ๆ เราว่าแบบนี้สะใจกว่า 555

ปิดท้ายด้วยรูปอาหารทะเลริมหาด …ว่าง ๆ (กว่านี้) มานั่งกินลมชมทะเลกันบ้าง น่าจะดีนะคะ ^^

รวมมิตรปิ้งย่างแถวซอยอารีย์ : Yuu & Dai Chan

หายหัวไปเป็นเวลานานมาก เพราะต้องเผชิญวิบากการแก้วิทยานิพนธ์ของอ. ที่ปรึกษา ….-“-…ซึ่งเราจะไม่ขอพูดถึงรายละเอียด on line เพราะมีพี่ที่เคารพคนหนึ่งเตือนไว้ว่าไม่ควร ใครอยากรู้รายละเอียดถามเอาหลังไมค์ละกัน — เอาเป็นว่า …ความเครียดจากการทำวิทยานิพนธ์ ทำให้เรากินสิ่งต่างๆ เหล่านี้เข้าไปได้ยังไงไม่รู้ในช่วงเวลาแค่ 2 วัน (เสาร์ – อาทิตย์) ที่ อ ที่ีปรึกษาเรียกไปพบที่บ้าน….กรี๊ดด !!!!

ร้านแรก Yuu @ La Villa อยู่ชั้น 3 ถ้าจำไม่ผิด

เอาสลัดมากินก่อน ^^

กุ้งร้านนี้แกะมาให้เรียบร้อย ^^

ข้าวผัดกระเทียมหอมอร่อย ^^

หมูหมักจ้า ^^

ซี่โครงหมูหมัก

เบคอน ๆ ^^

ขึ้นเตาแร้ว ^^

ของว่างไว้ล้างปาก …^^…พุดดิ้งถั่วแดง

ร้านที่สอง …ไดจัง เป็นบุฟเฟต์ปิ้งย่างชื่อดัง(มั้ง?) ในซอยอารีย์ เคยมาสองทีแล้วแต่ไม่ได้กินเพราะรถจอดเยอะมาก ><… วันนี้มาตั้งแต่เปิดร้าน 11 โมง เลยได้กิน …- ใ ค ร อ ย า ก ม า กิ น ร้ า น นี้ -…ถ้ามาหลาย ๆ คนควรจะโทรมาจองก่อนนะคะ เพราะว่าที่เต็มไวมาก ๆ เลย ….

หมูหมักเกาหลี….เมนูแนะนำของทางร้าน

เห็ดโอริงจิ ^^

หมูสไลด์ ^^

ซัลมอนจ้า ^^

กุ้งร้านนี้ดันไม่แกะเปลือกมา … ><….คุณแฟนต้องนั่งแกะให้ ขอบคุณนะคะ ^^

ปลาหมึกจ้า ^^

ขึ้นเตาโลด ^^

ตบท้ายด้วยเยลลี่ล้างปาก ^^