Posted in My car

Car in Memory: Suzuki Fronte

Nota BeNe : เนื่องจากรถคันทีกำลังจะเขียนถึง คือ Suzuki Fronte เป็นสีเหลือง จึงขอใช้รูปประกอบที่เป็นรูปรถคันอื่น ๆ (ทุกรูป credit จาก google นะคะ) สีเหลืองเหมือนกันนะคะ ^^



————————————————————–


เนื่องในโอกาสที่กำลังจะไปรับน้อง Honda Jazz ใหม่ ในวันเสาร์นี้ (เลื่อนมาจากวันอาทิตย์ เพราะหม่ามี้ไม่ว่างค่ะ ^^) และเป็นช่วงที่มี Motor Show (ซึ่งทำให้แถวเมืองทอง และศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ รถติดเป็นบ้าเป็นหลัง ทั้ง ๆ ที่เป็นช่วงปิดเทอม …. ฮ่วย … -“-…) กระแสสวิฟท์ และมิราจ ก็มาแรงมั่ก ๆ ดังนั้นก็จะขอคุยเรื่องรถสักเล็กน้อย …. อ้อ … – สำ ห รั บ ใ ค ร ที่ เ ข้ า ม า เ พื่ อ ตั้ ง ใ จ จ ะ อ่ า น ข้ อ มู ล ข อ ง ส วิ ฟ ท์ ห รื อ มิ ร า จ – …. เราว่าคุณไปตั้ง / อ่านกระทู้ในห้องรัชดาของพันทิปจะเหมาะกว่า เพราะว่าเราไม่ได้จะเขียนถึง และคงจะไม่ซื้อ (…. อย่างน้อยก็ในขณะนี้…. เพราะจะเอาตังค์ไปซื้อ Jazz … ^^”….) … แต่จะมาโพส – รู ป ร ถ คั น โ ป ร ด แ ล ะ ค น ที่ คุ ณ รั ก – ตามกระทู้แนะนำในห้องรัชดา …. น่าเสียดายที่เราดันค้นหารูปแม่กับรถคันนี้ไม่เจอ ทั้ง ๆ ที่ส่วนใหญ่แล้วรถคันนี้แม่เราเป็นคนขับ เพราะเป็นรถที่พ่อซื้อให้แม่เอาไว้ใช่ขับไปทำงานและรับ – ส่งลูกตอนที่อยู่ที่ขอนแก่น เอาเป็นว่า … เอารูปรถกับพ่อ น้อง แล้วก็เราไปแทนแล้วกัน … ^^….

Suzuki Fronte เป็นรถที่พัฒนามาจากรถตระกูล Suzulight SS (1955) ที่ตอนนั้นรถยนต์ยังมีขนาดของกระบอกสูบแค่ 360 ซีซี (…. ไม่น่าเชื่อว่าจะวิ่งได้ ….) ชื่อ Suzuki Fronte ปรากฏเป็นครั้งแรก เมื่อปี 1967 ซึ่งรถมันก็ไม่ได้หน้าตาอย่างในรูปนี้หรอก …. เท่าที่อ่านจากใน Web เจ้า Fronte ของบ้านเรานี้น่าจะเป็น 5th Generation ซึ่งออกมาครั้งแรกที่ญี่ปุ่นในปี 1984 ก็คือตอนที่เราอายุได้ 4 ขวบ เข้าเรียนอนุบาลแล้ว … สอดคล้องกับที่เราพอจะจำได้ลาง ๆ ว่ารถคันนี้ซื้อมาหลังจากที่น้องเราเกิดไม่นานเท่าไหร่ (น้องเด็กกว่าเรา 3 ปี) … ขนาดกระบอกสูบ 543 ซีซีเท่านั้น …. ไม่น่าจะวิ่งได้ แต่ก็วิ่งได้ … วิ่งออกต่างจังหวัดไกล ๆ อย่างขอนแก่น – โคราช – กทม. ด้วย…

– ใครสนใจความเป็นมาของรถตระกูล Suzuki Fronte สามารถอ่านได้ – ที่ นี่ – …. อ่านไปจนจบแล้วเพิ่งรู้ว่า พัฒนาการขั้นสูงสุด (อย่างน้อยก็ในขณะนี้) ของมัน ก็คือน้อง Suzuki Swift ซึ่งเป็นหนึ่งในรถที่กำลังถูกกล่าวขวัญกันอย่างมากในขณะนี้ สำหรับรุ่น Eco ที่ได้ข่าวว่ายอดจองยาวไปถึงปลายปีเรียบร้อย …. ใครอยากได้คืนภาษีรถคันแรกกับ Swift ก็ต้องลุ้นกันหน่อยนะคะ … ^^….

เราเอง — สมัยเรียนอนุบาลที่ขอนแก่น

จำได้ว่านี่คือ act เพื่อการถ่ายภาพเฉย ๆ ไม่ได้เข็นจริง ^^”

หลักฐานว่ามันสามารถขับจากขอนแก่นไปโคราช หรือกรุงเทพฯ ไปโคราชก็ไม่รู้ (….. ^^”….) ได้ ก็คือการที่มีภาพรถคันนี้ปรากฏในภาพถ่ายชุดเชงเม้งด้วย … และตามปกติบ้านเราไปเชงเม้งกันที่โคราช … นอกจากนี้ เท่าที่เราจำได้ รถคันนี้ขนของได้ค่อนข้างจะเยอะ ใส่จักรยานสองล้อของเด็กได้สบาย ๆ เพราะแม่เราเคยเอาใส่รถให้ ตอนเราไปปั่นเล่นกับเพื่อน ๆ ที่ขอนแก่น

และหลักฐานที่แสดงว่ามันสามารถขับมา กทม. ได้ ตลอดจนใช้เดินทางไปมาใน กทม. ได้บ้าง ก็คือการที่มีรูปมันอยู่ที่บ้านที่กรุงเทพฯ ของเราด้วย ซึ่งเราจำได้ว่าพ่อซื้อบ้านหลังนี้ตอนเราอยู่ประมาณ ป. 3 …. อืมม์…. เพิ่งสังเกตุว่า พอย้ายมาอยู่ กทม. แล้วมันมีการเปลี่ยนล้อแม็กด้วยแฮะ …. ^^”….


น้อง Fronte(เราไม่เคยเรียกมันว่าน้องซูฯ เลย …. ^^”…) อยู่บ้านเรามาเป็นเวลานานมาก แต่หลัง ๆ พอพ่อซื้อรถคันใหม่ให้แม่ โดยไม่ได้ turn รถคันนี้ มันก็เลยถูกจอดไว้เฉย ๆ เป็นส่วนใหญ่ มีการเอาออกมาขับบ้างเป็นครั้งคราว พอให้เครื่องได้ทำงานบ้างเท่านั้น … จริง ๆ เราเองก็อยากจะขับคันนี้เพราะเห็นว่ามันน่ารัก … ^^”… – แ ต่ – … เราดันไม่ได้เกิดมาพร้อมกับความสามารถในการขับรถเกียร์ธรรมดาได้ …. ^^”… พอจะต้องเดินทางไปทำงานด้วยตัวเอง พ่อเลยจำเป็นต้องซื้อรถที่เป็นเกียร์อัตโนมัติให้ … เป็นที่มาของน้อง Jazz 2003 คันปัจจุบัน และทำให้พ่อตัดสินใจขายน้อง Fronte ให้กับน้องที่ทำงานไป เพราะบ้านเรามีที่จอดรถได้แค่ 3 คัน … ^^”….

อาจจะมีคนถามว่าทำไมในเมื่อเราชอบ Suzuki Fronte (แต่ขับเกียร์ธรรมดาไม่ได้ … ^^”…) แล้วทำไมไม่จอง Swift ? … คือว่าบ้านเราค่อนข้างประทับใจบริการหลังการขาย และศูนย์บริการของ Honda มากกว่าเพราะรถเราซ่อมศูนย์มาโดยตลอด เพิ่งจะมาเคยซ่อมอู่บ้างตอนหลัง ๆ ที่รถมันเก่าแล้ว ประกันชั้น 1 ของทิพยฯ (ใช้เพราะลดให้ข้าราชการที่มีบัตร กบข. 10 %) ไม่ยอมให้ซ่อมศูนย์…. เลยเปลี่ยนมาทำชั้น 3 แทน แล้วก็เอารถไปเข้าศูนย์บ้าง อู่บ้าง แล้วแต่……………จริง ๆ พ่อเราต้องการให้ซ่อมศูนย์ตลอดเลยมากกว่า เพราะเราดูเครื่องยนต์ไม่เป็น ไม่รู้ว่ามันเสียหายตรงไหน ราคาอะไหล่ควรจะเป็นเท่าไหร่ เดี๋ยวจะโดนอู่หลอก…. เพิ่งจะมาช่วงน้ำท่วม อะไหล่หายาก เข้าศูนย์ที่รอนานข้ามภพข้ามชาติ เนี่ยแหละ ที่พ่อเรายอมให้เอารถเข้าอู่ที่รู้จักกันได้บ้าง ….


ส รุ ป ว่ า – ….ในส่วนของเรา ก็คงจะไปรับน้อง Jazz ประกอบนอก ตามที่ได้จองไว้นะคะ ไม่เปลี่ยนใจแล้ว … ^^…. – แ ต่ -…. สำหรับท่านที่ต้องการจะซื้อรถใหม่ในขณะนี้ … เห็นคุณแฟนบอกว่าที่น่าสนใจที่สุดน่าจะเป็น Mirage นะ โปรฯ มอเตอร์โชว์เป็นไงไม่รู้ แต่โปรฯ ศูนย์ต่างจังหวัดที่แฟนเราไปดู ก็มีทั้งลดราคา 10,000 ประกันชั้น 1 และ พรบ. ฟรี ลดภาษี 100,000 สำหรับรถคันแรก แถมน้ำมันให้อีก 300 บาท และตัวรถที่มีทั้งระบบ Navigator จอ DVD และระบบ Push Start ไม่ต้องใช้กุญแจ … และอื่น ๆ รวมทั้งอัตราประหยัดน้ำมันที่ 22 กิโล/ลิตร ในรีวิวของ Headlight Magazine ก็น่าสนใจ แม่ว่ารถอาจจะหน้าตาจืด ๆ อยู่สักหน่อย แต่เห็นเขาว่าแต่งสักนิดก็จะสวยอยู่ … ลองดูแล้วกันนะคะ … ^^…

Posted in Food

โอโคโนมิยากิทำเอง @ Dohton Bori

คนส่วนใหญ่เค้ามา Terminal 21 เพื่อมาหาที่ถ่ายรูปเก๋ ๆ กับช็อปปิ้ง แต่ส่วนใหญ่แล้วเรากะคุณแฟนถ้าจะมาที่นี่ ก็มักจะเป็นเพราะมาหาของกินกันมากกว่า (…เอ หรือคนส่วนใหญ่เขาก็มาหาของกินกันด้วยก็ไม่รู้เนาะ …^^”….) เพราะมีร้านน่ากินต่าง ๆ มารวมกันอยู่มากมาย บางร้านที่อื่นก็ไม่มี …. และวันนี้ เราขอนำเสนอ โอโคโนมิยากิทำเอง (…. จริง ๆ มีอีกหลายเมนูทำเอง แต่วันนี้เลือกมาเป็นเมนูนี้ค่ะ ) ที่ Dohton Bori ร้านตั้งอยู่ที่ชั้น 5 ตรง Ai Japanese Village ค่ะ

บรรยากาศในร้าน มืดก็มืด ที่ดูดควันก็ไม่มี ออกจากร้านให้ระวังหัวเหม็นเอาไว้ด้วย แต่ถ้าไม่มีโปรแกรมไปดูหนัง หรือทำอะไรกับคนหมู่มาก เช่น ประชุมกรรมการผู้จัดการใหญ่ของบริษัท ต่อ ก็ไม่เป็นไรมั้ง ….^^”….

สั่งเกี๊ยวซ่ามากินระหว่างรออาหาร

เมนูที่สั่งวันนี้ — โอโคโนมิยากิปลาหมึกยักษ์

แม้จะบอกว่าเป็นเมนูทำเอง แต่ส่วนผสมทุกอย่างก็จัดมาให้เรียบร้อย เพียงแค่นำมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน ก็สามารถลงเตาได้ทันที…เย้ !

ระหว่างที่รออาหารสุก ก็มาดูของบนโต๊ะกันหน่อย ที่มาพร้อมกันกับอาหารสดตะกี๊ มีนาฬิกาจับเวลามาให้ด้วย แต่ละเมนูจะมีบอกไว้ค่ะ ว่าเราต้องทิ้งอาหารไว้บนเตากี่นาที จึงจะพลิก แล้วจะสุกพอดี ไม่มีปัญหาเรื่องอาหารไหม้ ส่วนที่อยู่ข้าง ๆ โต๊ะนั้นเป็นเครื่องปรุงที่มีมาให้อยู่ตั้งแต่ต้นแล้ว

เปิดกล่องไม้ให้เห็นกันชัด ๆ ชั้นบนเป็นปลาแห้ง ส่วนชั้นล่างเป็นสาหร่าย ซึ่งเราจะได้ใช้กันต่อไป เมื่อโอโคโนมิยากิสุกเรียบร้อยแล้วค่ะ

ไหนดูซิสุกรึยัง …อิ อิ

เมื่อโอโคโนมิยากิสุกได้ที่แล้ว ก็ต้องจับพลิก และทาซอส โรยมายองเนสให้เป็นเส้น ๆ สวยงาม รวมทั้งปรุงรสด้วยปลาแห้งเช่นนี้ค่ะ

ตามด้วยสาหร่าย …แล้วก็ตัดแบ่งลงจานได้เลย ^^

Posted in Travel, Work

สวิตเซอร์แลนด์แบบด่วน ๆ (2)

เดินทางด้วย Swiss Pass อีกรอบ เข้ามายังเจนีวา เพราะว่ามีประชุมที่นี่ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ ณ นครเจนีวา หรือ Palais des Nations ตั้งอยู่ที่ Avenue de la Paix หรือ ถนนสายสันติภาพ (แปลเอง ^^”) เราก็เพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรก … ปกติแล้วเคยไปแต่สำนักงานใหญ่ที่ New York ตอนที่ไปประชุม CSW รู้สึกว่าที่เจนีวานี่ใหม่กว่า และสะอาดกว่าเยอะเลย แต่ก็ยังไม่ได้เดินดูจนทั่วหรอกนะ เพราะว่าคราวนี้มาประชุมแค่ประมาณครึ่งวันเอง … ><…..

ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกหน้าตึก กะคุณน้องกุ้ง ^^

รูปปั้นมหาตมะคานธี หน้า UN Geneva

เก้าอี้สามขาตัวยักษ์หน้า UN ที่ใคร ๆ มาที่นี่ ก็ต้องไปถ่ายรูปด้วย

ที่ ม า ที่ ไ ป ข อ ง เ ก้ า อี้ ตั ว นี้ – … อยู่ที่ฐาน มีหลายภาษา แต่เลือกมาให้อ่านภาษาอังกฤษภาษาเดียวแล้วกัน … – เ ค้ า บ อ ก ว่ า – เก้าอี้นี้สร้างขึ้นโดยสมาคมคนพิการสากล (Handicap International) ตั้งแต่ปี 1997 (… ก็ไม่นานเท่าไหร่นี่หว่า …) เพื่อเรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ ลงนามในสนธิสัญญาแบนเหมืองแร่ (Mine Ban Treaty) เพื่อช่วยเหลือเหยื่อเหมืองแร่ (เข้าใจว่าน่าจะเป็นคนที่บาดเจ็บ เสียชีวิต หรือพิการ จากการทำงานในเหมืองแร่) และปรับภูมิทัศน์บริเวณเหมืองแร่ …. แต่ตอนหลัง ๆ รู้สึกว่าจะมีวัตถุประสงค์ที่เปลี่ยนไป เป็นการต่อต้านอาวุธสงคราม (munitions) ซะงั้น …. ^^”….

เมื่อประชุมเสร็จแล้ว … mission completed ก็ต้องขอเดินเที่ยวชมเมืองเจนีวาสักเล็กน้อย… ^^… – เ จ นี ว า มี อ ะ ไ ร บ้ า ง ? -… ที่ไม่ควรพลาดแน่ ๆ ก็คือแถว ๆ สะพาน Pont du Mont-Blanc (Pont แปลว่าสะพานในภาษาฝรั่งเศส) ซึ่งจะนำเราไปสู่สถานที่ ๆ เป็น Landmark ของเจนีวามากมาย ….

ลงมาเดินลอดใต้สะพานกันหน่อย … ^^…

เพราะว่าจากใต้สะพานนี้ จะเป็นจุดที่เราสามารถถ่ายรูปน้ำพุ Jet d’Eau ได้อย่างชัดเจนที่สุดนั่นเอง ! น้ำพุนี้เขาว่าสร้างขึ้นเพื่อเพิ่มออกซิเจน และช่วยการระบายน้ำในทะเลสาบเจนีวา หรือ Lac Leman แห่งนี้ น้ำพุจริงสูงมาก วันไหนแดดดี ๆ จะเห็นรุ้งบริเวณฐานน้ำพุด้วย แต่เราคงบุญไม่ถึง ก็เลยไม่เห็น 555

ถ้าเราเดินมาชมน้ำพุกันชัด ๆ เราจะเข้าพื้นที่ของสวนอังกฤษ หรือ Jardin d’ Anglais ซึ่งเป็นสวนดอกไม้ที่ตกแต่งแบบอังกฤษสวยงาม นาฬิกาดอกไม้อันเลื่องชื่อ ก็เห็นว่าอยู่ที่นี่ แต่ตอนที่เราไปนี้ยังไม่มีดอกไม้ เพราะเพิ่งพ้นฤดูหนาว (…. ฮ่วย … -“-…..) มีต้นหญ้าเขียว ๆ ให้ดูบ้าง ก็นับว่าเป็นบุญแล้ว ….

บริเวณ Jardin d’Anglais นี้ ยังเป็นที่ตั้งของท่าเรือที่จะเดินทางไปยัง Lausanne, Montreux และเมืองอื่น ๆ ได้มากมาย มีหลายทัวร์ให้เลือกอยู่เหมือนกัน และตารางก็จะแตกต่างกันไปตามฤดูกาล ต้องคอยเช็คเอาถ้าใครอยากนั่ง …. รถรางชมเมืองก็เริ่มต้นที่นี่เหมือนกันค่ะ …. แต่เราไม่ได้นั่ง … ^^”…

ทะเลสาบบริเวณเลียบสะพาน Mont-Blanc มีหงส์มากมาย

จากสะพาน Mont-Blanc จะมองเห็นเกาะเล็ก ๆ ที่เรียกว่า L’ile de Rousseau (ile แปลว่าเกาะ ในภาษาฝรั่งเศส) เป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์เล็ก ๆ ของ Jean-Jacques Rousseau นักปรัชญาที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดคนหนึ่งในประเทศไทย เพราะเห็นตำรารัฐศาสตร์ต่าง ๆ ชอบอ้างถึงกันเป็นอย่างมาก Rousseau เป็นนักปรัชญาในกลุ่มสัญญาประชาคม และเป็นผู้แต่งหนังสือเรื่อง The Social Contract ที่นักเรียนรัฐศาสตร์ที่เรียนการปกครองทุกคนควรจะต้องได้อ่าน … ใครยังไม่ได้อ่าน ก็ควรจะไปหามาอ่านซะ เล่มมันเล็กนิดเดียว และเป็นพื้นฐานความเข้าใจการเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่มีรัฐธรรมนูญได้เป็นอย่างดีค่ะ … ^^….

รีบเดินผ่าน …. เลยไม่ทันได้เข้าไปถ่ายรูปชัด ๆ …. ได้ข่าวว่าชาวเมืองเจนีวา (ในยุคนั้น) ไม่ค่อยปลื้มแนวคิดของ Rousseau เท่าไรนัก แต่เนื่องจากเป็นคนดัง ก็เลยต้องสร้างอนุสาวรีย์เอาไว้ให้ …. ตอนแรกไม่มีสะพานด้วยซ้ำ ….

บรรยากาศโดยรอบ L’ile de Rousseau มีหงส์มากมายอีกเช่นกัน …. บริเวณข้าง ๆ อนุสาวรีย์ เราไม่แน่ใจว่าเป็นนิทรรศการหรืออะไร เพราะไม่ได้เดินเข้าไปดู ใครเคยเดินเข้าไปดูแล้ว ก็ช่วยมาเล่าให้ฟังหน่อยนะคะ … ^^.,…..

ปิ ด ท้ า ย – ด้วยรถคันหนึ่งในเทศกาล International Car Show ที่เจนีวา ซึ่งเราได้ยินคนที่โรงแรมคุยกันว่า อยู่แถว ๆ สนามบิน แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นตรงไหน เราเองก็ไม่ได้ไป คันนี้ตั้งโชว์อยู่ที่สถานีรถไฟ ก็เลยเห็น …. ใครอยากไปเจนีวา ถ้าไม่ได้สนใจจะดู International Car Show เราคิดว่าควรหลีกเลี่ยงช่วงนี้ไว้เป็นดีที่สุดนะคะ … โรงแรมเต็มหมดเลยจริง ๆ ด้วย … ><…..

Posted in Travel, Work

Switzerland แบบด่วน ๆ (1)

น้องที่ทำงานเก่าแต่งงานที่น่าน …ที่ทำงานจัดไป Outing ต่างจังหวัด พร้อมแข่งกีฬาสีที่หัวหิน แต่ไม่ได้ไปทั้งคู่ เพราะติดราชการโ – ตร ด่วน ไปสวิตเซอร์แลนด์ ….ฟังดูเหมือนจะดี เพราะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ใคร ๆ ก็อยากไป เราเองก็เคยอยากไป และยังไม่เคยไป …น้องอีกคนก็ไม่เคยไปเหมือนกัน…และแล้ว …หลังจากวิ่งหนังสือกันหูตูบ …และนั่งเครื่องบินอีกประมาณเกือบ ๆ 16 ชม (บินจริงประมาณ 13 ชม. แต่มี transit ที่อาบูดาบี ประมาณ 3-4 ชม. ค่ะ บิน Etihad) เราก็เดินทางมาถึงสนามบินนานาชาติเจนีวากันจนได้ …..

ซื้อบัตร Swiss Pass มาแล้วจากเมืองไทย ( … เราก็ไม่เคยซื้อที่นี่ แต่ที่ซื้อมา เพราะ ผอ. บอกว่า ซื้อจากเมืองไทยมาถูกกว่า แต่มันก็แพงอยู่ดี 3 วันซัดเข้าไปคนละประมาณ 8,000 ! … ราคาบัตรขึ้นลงตามเงินยูโรนะ ใครสนใจจะไปบ้าง ติดต่อได้ที่ บริษัทดีล์ทแฮล์ม โทร 02 -660-7067 จ้า … ^^…) เขาไม่ได้ประทับวันที่เริ่มเดินทางให้ ก็เลยต้องมาให้เจ้าหน้าที่สถานีรถไฟประทับให้ซะก่อน …..^^….

สวิส ฯ เป็นประเทศที่สามารถเดินทางโดยรถไฟได้อย่างสะดวกสบาย ดังนั้นคราวนี้แม้ว่าโรงแรมที่พัก จะอยู่คนละเมืองกับ UN Geneva (เพราะจองโรงแรมในเจนีวาไม่ได้ …มันเต็มหมด ช่วงนี้ อันเนื่องมาจากหน้าสกี และ Geneva Motor Show …><…) ก็ไม่มีปัญหา ว่าแล้วก็หยิบตารางรถไฟกันก่อนเลย ….

…ลงมารอรถไฟที่ Platform ข้างล่าง … รถไฟที่นี่ไม่เหมือนรถไฟไทย เพราะไม่มีการ delayed ตรงเวลาแบบสุด ๆ ถ้าพลาดนาทีเดียว ก็เตรียมตัวรอรอบต่อไปอีกประมาณครึ่ง ชม. ได้เลย เพราะงั้นเดินทางไปไหน ต้องมาให้ตรงเวลานะคะ …^^….

ต า ร า ง ร ถ ไ ฟ — เล่มใหญ่จะบอกรายละเอียดว่า รถแต่ละสายผ่านสถานีอะไรบ้าง เวลาไหน ส่วนเล่มเล็ก จะบอกแต่เวลาเดินทางจาก – ถึง สถานีไหนเฉย ๆ โดยไม่ได้ให้รายละเอียดเส้นทาง มีแจกทุกสถานีค่ะ …^^…

รถไฟโดยทั่วไปในสวิส มัชั้น 1 และชั้น 2 ซึ่งตั๋วชั้น 2 จะราคาย่อมเยากว่าชั้น 1 เยอะอยู่ บรรยากาศภายในเป็นแบบนี้ ก็นับว่านั่งได้สะดวกสบายและกว้างขวางดี …ถ้าไม่มีเงินเหลือกินเหลือใช้ หรือต้องการความเป็นส่วนตัวจริง ๆ (เพราะชั้น 1 คนจะน้อยกว่ามาก ) เราว่านั่งชั้น 2 ก็พอแล้ว จะได้เป็บเงินไปทำอย่างอื่น เพราะที่นี่ข้าวของต่าง ๆ ราคาแพงมากค่ะ …><….

เราเดินทางไปในช่วงต้นเดือนมีนา ..เริ่มเข้าฤดูใบไม่ผลิ อากาศไม่หนาวมากขนาดติดลบ หิมะบนภูเขายังละลายไม่หมด แต่เริ่มละลายลงมาปะปนกับน้ำในทะเลสาบเยอะแล้ว ทำให้น้ำในทะเลสาบเจนีวาเป็นสีเข้ม ๆ ขุ่น ๆ ไม่ค่อยใสปิ๊งเท่าไรนัก … – ใ ค ร อ ย า ก ม า เ ที่ ย ว บ้ า ง -… เขาบอกว่า ต้องมาช่วงกลาง ๆ มีนา – เมษา เพราะเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิ… น้ำจะเป็นสีน้ำเงินเข้มสวยมาก ๆ เหมือนรูปที่ห่อช็อคโกแล็ตเลยค่ะ ….

เ มื อ ง ที่ เ ร า ม า พั ก – …คือเมือง Montreux อันโด่งดังจากงาน Jazz Festival ที่จะมีช่วงเดือนพฤษภา แต่มาช่วงนี้ก็ไม่มีอะไรอยู่ดี …. ^^”…. เก็บกระเป๋าในโรงแรมกันแล้ว ก็มาเดินชมเมืองกันหน่อย …^^… เห็นอนุสาวรีย์นี้อยู่แต่ไกล ซึ่งเป็น Landmark แห่งนึงของเมืองนี้เลยค่ะ

ดูกันชัด ๆ^^

เ ข า คื อ ใ ค ร ? ... เขาคือ Freddie Mercury หนึ่งในสมาชิกวงร็อคชื่อดัง Queen ซึ่งมีเพลงฮิตติดชาร์ตมากมายหลายเพลง แต่เรารู้จักอยู่เพลงเดียว คือ Bohemian Rhapsody (…. กรรมเวร …. ^^”….) แถมยังเป็นการรู้จักแบบฟังแต่เพลง ไม่สนใจหน้าตานักร้องอีกด้วย…… ^^”…. อืมม์ Freddie Mercury ได้มาใช้เวลาช่วงบั้นปลายของชีวิตที่เมืองนี้ …ใครที่เป็นแฟนเพลง และได้แวะมาแถบนี้ ก็อย่าลืมมาเยี่ยมเยียนนะคะ …..^^….

เพื่อให้คุ้มค่าบัตร Swiss Pass ใบละ 8,000 บาท เราจึงตัดสินใจกันว่า …มานั่งรถไฟชมเมืองสวิสกันดีกว่า ดูจากตารางรถไฟแล้ว เมืองที่สามารถจะนั่งรถไป และกลับได้ โดยที่ไม่กลับมาถึงค่ำมืดมากนัก ก็คือ Interlaken ….ว่าแล้ว — ก็ขึ้นรถไฟสายชมวิว หรือ Golden Pass Panoramic กันเล้ย !

ความพิเศษของรถไฟสายนี้ก็คือ กระจกข้าง ๆ และด้านบนเพดาน จะเป็นกระจกใสบานใหญ่พิเศษ ทำให้เราเห็นวิวได้กว้างกว่ารถไฟธรรมดาทั่วไป และรถจะวิ่งผ่านเส้นทางที่ระหว่างทางผ่านทิวเขาสวยงาม เป็นเมืองที่เขามาเล่นสกีกัน อะไรอย่างนี้ เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะมานั่งชิล ๆ ชมวิวค่ะ มีหลายสายอยู่เหมือนกัน …ใครสนใจสามารถเข้าไปหารายละเอียดได้ที่ Website การท่องเที่ยว หรือการรถไฟของสวิส เข้าใจว่าน่าจะมีบอกไว้ หรือตอนที่ซื้อตั๋ว Swiss Pass เขาก็จะแจกคู่มือค่ะ … ^^….

ภูเขาต่าง ๆ ยังคงปกคลุมไปด้วยหิมะ

Ski Resort หลาย ๆ แห่ง ตั้งอยู่แถบนี้ค่ะ

….กว่าจะถึง Interlaken ก็เกือบ ๆ จะค่ำ ….วันนี้ฟ้าไม่ค่อยเป็นใจ เลยไม่เห็นทะเลสาบสีสวยใสอย่างที่ควรจะเป็นซะงั้น แต่ก็ไม่เป็นไร …ถือว่าเห็นวิวเมืองต่าง ๆ ของสวิส ระหว่างที่เดินทางมาจาก Montreux ถึงนี่ ก็สวยพอแล้ว…^^… ชื่อเมือง Interlaken นี้เป็นภาษาเยอรมัน รู้สึกว่าจะแปลว่า เมืองที่อยู่ระหว่างทะเลสาบ อะไรประมาณนี้ …เป็นฉากจบของนวนิยายชื่อดังของ ว ณ ประมวลมารค เรื่อง “ รั ต น า ว ดี ” ( ผอ. และหัวหน้าบอก …ความจริงแล้วที่บ้านเราก็มีหนังสือเล่มนี้ ..แต่เราจำไม่ยักกะได้ว่าเขาไปเมืองไหน ..ตอนไหนกันบ้าง …มันเยอะเกิ๊น …><….) … ใครที่เป็นแฟนเรื่องนี้ ยังไงก็อย่าลืมหาโอกาสมาเยือนซักครั้งนะคะ …^^….

เรากะคุณน้องกุ้ง ขอชักภาพเป็นที่ระลึกกันหน่อย …^^…