Advertisements
Archive | June 2012

Pan & Ko … ร้านแพนเค้กน่ารัก @ Mega Bangna

ได้ยินชื่อร้านนี้มาซักพักแล้ว แต่ไม่ได้มาชิมซักที เนื่องจากร้านมันอยู่ไกลบ้านเรามาก ตั้ง Mega บางนา วันนี้ได้โอกาส มาเยี่ยมบ้านคุณแฟนที่ชลบุรี ขากลับก็เลยแวะซะหน่อย ….ใครที่ขึ้น Motor Way หรือทางด่วนใด ๆ ไปทางบางนา – ชลบุรี หรือเคยไป shopping ที่ IKEA น่าจะเคยเห็นกันอยู่แล้ว สำหรับ Mega Bangna เพราะมันใหญ่มาก …. เพื่อนเราบอกว่า ใครไม่ว่างจริง ไม่ควรมาเดินที่นี่ เพราะอาจจะหมดเวลาไปเป็นวัน ๆ ได้ง่าย ๆ ….555

ร้าน Pan & Ko เป็นร้านแพนเค้กเล็ก ๆ น่ารัก ตั้งอยู่บริเวณชั้น 2 ของ Mega Bangna โซน IKEA แต่ดูจากแผนที่ชั้น 2 อาจจะไม่มีระบุไว้นะคะ (คิดว่าเขาน่าจะระบุแต่ร้านที่เป็นกั้นห้อง พอดีว่าร้านนี้มันอยู่ตรงกลาง Floor) หาไม่ยาก จริง ๆ เดินตรงมาทางโซน IKEA ก็จะเจอร้านเลยเพราะมันอยู่ตรงกลางห้าง เลย iStudio มาหน่อยนึงเอง ….

มาถึงแล้วก็ดูเมนูกันเลยดีกว่า…. เมนูแพนเค้กหลากหลาย มีที่เป็นอาหารเช้าด้วย (แต่ถ้าเจ้าของร้านแล้วเขาบอกว่าสั่งได้ทั้งวันนะคะ) และที่เป็นเมนูของหวาน ราคาจานละประมาณ 100 -200 บาท ก็นับว่าราคาโอเคนะ คือจานที่ 200 ++ นั้นจะมี 2 เมนูในจานเดียวจ้า …

พลิกเมนูไปอีกด้าน จะเป็นเมนูเครื่องดื่มซึ่งมีหลากหลายเช่นกัน ทั้งน้ำหวาน ชา และกาแฟ ราคาอยู่ที่แก้วละประมาณ 60 -80 บาท แต่ช่วงนี้ทางร้านมีโปรโมชั่น สั่งแพนเค้ก ฟรีเครื่องดื่มอยู่ .. ..เพราะงั้นอยากกินอะไรก็สั่งโลด ! แต่เราไม่แน่ใจว่าโปรโมชั่นถึงเมื่อไหร่ ยังไงสอบถามกันได้ที่ FB ของทางร้าน Pan& Ko เลยนะคะ … ^^….

2 เมนูที่เลือกสั่งในวันนี้ น่าทาน ๆ ^^

เครื่องดื่มวันนี้เราเลือกสั่งเป็น Blue Lemon Soda สีฟ้าใส

สีสวยมาก ! รสชาติเปรี้ยวหวานซ่า ๆ ดีค่ะ

วางคู่กัน กับมะนาวโซดาของคุณแฟน ^^

อาวุธพร้อม !

จานของคุณแฟนมาก่อน แพนเค้กสอดไส้กล้วย

ราดน้ำผึ้งที่ให้มาซะหน่อย แล้วค่อยทาน จานนี้แอบชิมไปคำนึง เนื้อแพนเค้กนุ่มหอมเนยดี เข้ากันกับกล้วยหอมมาก ๆ แพนเค้าร้านนี้จะไม่หวานมาก ดังนั้น พอราดน้ำผึ้งเข้าไปก็จะพอดีเลยค่ะ ใครชอบทานหวานจัด ๆ อาจจะขอน้ำผึ้งจากทางร้านเพิ่มได้ ….แต่จริง ๆ ทานกับไอศกรีมวนิลา ก็น่าจะหวานพอแล้วนะ ^^

ส่วนจานนี้บูลเบอร์รี่ชีสแพนเค้ก ของเราเอง ตอนแรกว่าจะเอาแบบ 2 ชิ้น แต่คุณแฟนบอกว่าแบบนั้นน่าจะเป็นชิ้นเล็ก (ดูจากภาพ) ก็เลยสั่งแบบเป็นชิ้นใหญ่ชิ้นเดียวมาเลยดีกว่า บูลเบอร์รี่ให้มาเยอะสะใจดี (…แอบเห็นคนเดินผ่านข้างหลังบอกว่าน่ากินด้วย 555 ) แพนเค้กรสชาติกลมกล่อมหอมชีส จานนี้ไม่ได้ให้น้ำผึ้งมา พี่เจ้าของร้านบอกว่าจะขอก็ได้ แต่พอดีเราไม่ชอบทานหวานจัดค่ะ แบบนี้ก็ดีแล้ว …. ^^….


เอาเป็นว่า …เป็นร้านของหวานแนะนำอีกร้านนึง ที่ใครแวะมา Mega บางนา ก็อยากแนะนำให้มาลองทานดูนะคะ ^^ … แพนเค้กจานไม่ใหญ่เท่าไหร่ เหมะากับทานเป็นอาหารว่าง หรือมื้อเบา ๆ ร้านตกแต่งน่ารักน่าเอ็นดู มีหลายมุมให้สาว ๆ ที่ชอบถ่ายรูปได้ถ่ายรูปเล่น หรือจะนัดกับเพื่อนก็น่าจะหากันเจอง่ายดีค่ะ เพราะอยู่กลางห้างเลย … ^^….

Advertisements

Review กะเค้าบ้าง …เครื่องสำอางค์ ของฝากจากเกาหลี ^^

เนื่องจากน้าเราไปราชการที่เกาหลีมา และใคร ๆ ที่ไปเกาหลี ก็มักจะต้องได้ไปแวะช็อปเครื่องสำอางค์อันลือลั่น ที่เป็นที่นิยมของสาว ๆ สมัยนี้กัน ทำให้เราและหม่ามี้ได้ของฝากมาจำนวน 1 ถุง อย่ากระนั้นเลย ไหน ๆ ก็ได้มาฟรี…. ว่าแล้ว เราก็มาเปิดถุงเครื่องสำอางค์ ของฝากจากเกาหลีกันเลยดีกว่าเนาะ ….^^…..

….มาดูภาพหมู่กันก่อน …มีทั้ง BB โฟมล้างหน้า ลิปสติก และลิปกลอส ของ Etude House และแป้งจาก The Face Shop ข้างหลังนั้นคือสาหร่าย ก็เป็นของฝากเหมือนกัน แต่ไม่ใช่เครื่องสำอางค์… ^^”…….

แกะออกจากห่อ ให้เห็นชัด ๆ

ที่นี้ก็มารีวิวกันทีละชิ้นเลยดีกว่า … เริ่มตั้งแต่ชิ้นแรก …. – โ ฟ ม ล้ า ง ห น้ า Happy Tea Time ก ลิ่ น Mlik Tea จ า ก Etude House –…. ราคาซื้อที่เกาหลี 3,000 วอน หรือ 81.13 บาท (อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันนี้ 1,000 วอน = 27.04 บาท ) ได้มาก็ใช้เลย เพราะโฟมล้างหน้าที่บ้านหมดพอดี…555…. เนื้อโฟมเป็นครีมละเอียดเนียน ๆ .. ล้างหน้าได้สะอาดหมดจดดี ไม่ลื่น มีกลิ่นหอมคล้าย ๆ ชานมผสมแป้งเด็ก เมื่อเทียบขนาดกับราคาแล้ว ถือว่าคุ้มค่ามาก ๆ … แต่ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า พวกที่หิ้วมาขายในเมืองไทย เขาบวกราคาไปอีกเท่าไหร่ ….

มาถึงชิ้นที่ 2 กันบ้าง ….. – B B ผ ส ม ค รี ม กั น แ ด ด SPF 50+ – จาก Etude House อีกเช่นกัน … ราคาซื้อที่เกาหลี 17,000 วอน หรือ 459.76 บาท

…รหัสสี Sand Beige W15 ซึ่งเข้ากับผิวคนไทยส่วนใหญ่ อันที่จริงแล้วน้าเราตั้งใจซื้อมาให้แม่ แต่เผอิญว่าแม่เราเป็นคนไม่ค่อยชอบทารองพื้นและครีมกันแดด …..รองพื้นขวดนี้ก็เลยเสร็จโจรไปตามระเบียบ ถึงแม้ว่ามันจะสีเข้มกว่าที่เราใช้อยู่ปกติเล็กน้อย ….

มีฟองน้ำรองอยู่ที่หัวกันมิให้เนื้อครีมที่บีบออกมาซึมเลอะเทอะดังเช่นรองพื้นแบบบีบทั่ว ๆ ไป ส่วนเนื้อครีมเมื่อบีบออกมาแล้วเป็นอย่างนี้ค่ะ

ทาลงที่ใบหน้า (โทษทียังไม่ได้เกลี่ย ….ตั้งใจให้เห็นสีเทียบกับหน้าค่ะ)

….. เกลี่ยให้ทั่ว ๆ หน้า ….จริง ๆ สีก็ไม่ได้โดดมากเท่าไหร่ … เนื้อ BB ค่อนข้างจะบาง เกลี่ยแล้วไม่หนาเหมือนโบกปูน ดูเหมือนไม่ค่อยช่วยเรื่องปกปิดริ้วรอยเท่าไหร่นัก แต่ในความเป็นจริงก็คงจะไม่มีใครมานั่งจ้องหน้าเราอย่างเอาเป็นเอาตายใกล้ขนาดนี้หรอก ….. ^^”……

…. มาถึง – แ ป้ ง จ า ก The Face Shop – กันบ้าง …ไม่ได้ถ่ายกล่องมา แต่ตัวนี้ราคา 16,900 วอน หรือ 457.05 บาท มีแป้งตลับเดียว แต่มีพัฟมาให้ตั้ง 2 อัน ช่างแตกต่างกับแป้งชีเน่ 199 ที่เราใช้เป็นประจำ (ชีเน่ก็ดีนะ … ^^…) ที่แถมรีฟิล แต่ดันให้พัฟมาอันเดียวเสียนี่กระไร ….. ^^” ….

เนื้อแป้งละเอียดมาก ๆ …. จริง ๆ แล้วอันนี้แม่เราตั้งใจจะใช้เอง แต่เขาว่าใช้แล้วสีมันสว่างไปหน่อย ก็เลยยกให้เรา …เสร็จโจรอีกตามระเบียบ …555……

ทาลงบนใบหน้าที่ลงรองพื้นไว้เมื่อกี๊ …^^…

…หลังจากลงทั้งรองพื้นและแป้งแล้ว จะเห็นว่าหน้าดูจะสีเข้มกว่าคออยู่เล็กน้อย แต่เอาเข้าจริงก็ไม่ได้ดูออกชัดขนาดนั้น … การปกปิดริ้วรอยโดยทั่วไปก็ถือว่าทำได้โอเคอยู่ …(อ้อ …รอยตรงใต้จมูกเรานั้นเป็นแผลเป็นง่ะ … จึงไม่อาจใช้เครื่องสำอางค์ใด ๆ ปกปิดได้ … ^^”….) ….

…..ชิ้นต่อมาเป็นของคุณแม่ เราไม่ได้ใช้ … – ลิ ป ส ติ ก จ า ก Etude House – … Package น่ารัก ในราคา 8,500 วอน หรือ 229.88 บาท … สีเหมือนจะเข้ม แต่พอทาจริงก็ไม่ได้ออกเข้มขนาดนี้หรอก …

รหัสสี เผื่อใครสนใจ ^^

ส่วน 2 อันนี้คือ Lip gloss ของ Etude House จำราคาไม่ได้แล้ว … ^^”… อันซ้ายเป็นแบบแท่ง ไม่ออกสี (แต่สีตัวลิป เป็นสีชมพูอ่อน ๆ ) เอาไว้ทาก่อนลงลิปสติก ส่วนอันขวา เป็นแบบมี glister หน่อย ๆ ออกสีนิด ๆ เหมาะสำหรับเอาไว้เติมระหว่างวัน…. สองอันนี้ยังไม่ได้จริงจัง เพราะอันที่ใช้ปกติ ก็ยังไม่หมดเลย …^^”….

โชว์โต๊ะทำงานปัจจุบัน และเปิดกระเป๋ากะเค้ามั่ง ^^

ย้ายที่ทำงานมาได้จะครึ่งปีแล้ว โดยทั่วไปเดินทางเหมือนจะไกลขึ้นเล็กน้อย (…มั้ง ? มันคนละฝั่งกัน เลยไม่แน่ใจว่าไกลกว่าจริง ๆ รึเปล่า ที่จริงถ้าไม่นับว่าไปส่งน้องที่สถานีรถใต้ดินแล้วขึ้นทางด่วนมาทำงาน ระยะทางน่าจะพอ ๆ กัน) แต่คุณภาพชีวิตทั้งคนและรถดีขึ้นเยอะ อย่างน้อยตึกที่ศูนย์ราชการก็ไม่ใช่อาคารไม้เก่า ๆ ผุ ๆ ดูเหมือนจะถล่มลงมาได้ทุกขณะ (แม้จะมีคนบอกว่าชั้น 9 ก็มีหนูเหมือนกัน ^^”) โต๊ะทำงานทุกโต๊ะมีเครื่องคอม ฯ หน้าตาเหมือน ๆ กัน (คอมฯ ที่ทำงานเก่า มีตั้งแต่รุ่นตู้ใหญ่เบ้อเริ่ม ยกมาจากสำนักนายก ฯ ตั้งแต่กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ยังไม่ถือกำเนิด …เครื่องใหม่สุดเราไม่แน่ใจว่าใหม่ขนาดไหน เพราะไม่มีให้ดูที่ตึก สญช.) และมีโทรศัพท์หน้าตาทันสมัยประจำอยู่ทุกโต๊ะ (ที่เก่ามีฝ่ายละ 1 เบอร์ เครื่องประมาณ 3 เครื่อง หล่นประจำ…^^”… ) และน้องแจ๊สก็ไม่ต้องจอดตากแดดตากลมอีกต่อไป เพราะมีอาคารจอดรถ….



ทีนี้ ….. เวลาสาว ๆ ชาวโต๊ะเครื่องแป้ง Pantip เขาอวดโต๊ะทำงานกัน เราก็สามารถเอามาโชว์บ้างได้อย่างสบายใจ 555 …. แต่อันนี้เป็นภาพตอนเก็บโต๊ะแล้ว ปกติรกกว่านี้เยอะ กระดาษเป็นกอง ๆ เลยทีเดียว …^^”…

– จ า ก ซ้ า ย – มี ….

เ ค รื่ อ ง ค อ ม ฯ – เห็นว่าที่ทำงานเก่าเรามีปัญหา เรื่องคนมาถึง Office แล้วเปิด FB ก่อนที่จะ check mail (555) ที่นี่แก้ปัญหาดังกล่าวด้วยการตั้งระบบให้พอ Log in เข้ามาทำงานแล้ว Outlook เด้งขึ้นมาก่อนเลย แม้ไม่อยาก check mail เท่าไหร่ …ก็ต้องเช็ค …. -“-…..

ที่ ว า ง โ ท ร ศั พ ท์ มื อ ถื อ – เอามือถือออกมาถ่ายรูป ก็เลยไม่มีมันอยู่ ….

โ ท ร ศั พ ท์ -…. และที่อยู่ข้างหน้าคือ สมุดจดเบอร์ ข้างหลังเป็นปฏิทิน … โทรศัพท์ก็อย่างที่บอก คือเป็น 1 เบอร์ต่อ 1 โต๊ะ โทรมาเจอตัวเลย ไม่ต้องต่อ ใช้โทรออกหาเบอร์ land line ได้ แต่ถ้าจะโทรมือถือ ก็ต้องไปโทรที่เครื่องอื่นอยู่ดี หน้าจอเป็นจอ LCD แสดงเบอร์โทรเข้าด้วย

…ที่เหลือก็เป็นแก้วน้ำ กระป๋องใส่ดินสอ- ปากกา คลิบหนีบกระดาษ เหมือนชาวบ้านทั่วไป ส่วนกล่อง Slip ที่เคยมีเป็นของส่วนตัวนั้นได้ถูกย้ายไปเป็นของส่วนรวมเป็นที่เรียบร้อย เพราะที่นี่ใช้ slip ไม่เยอะ ไอ้ที่เราตัดเผื่อไว้เสียมากมายตอนอยู่ที่เก่านั้น อยู่ที่นี่ใช้คนเดียวไปอีกสิบปีก็ไม่หมด (…กร๊ากก …^^”…) เลยเอาไปวางตรง printer ให้ชาวบ้านเขาใช้ด้วยดีกว่า ….

โชว์โต๊ะทำงานแล้ว …ก็มาเปิดกระเป๋ากันบ้างดีกว่า – ก ร ะ เ ป๋ า ที่ เ ร า ใ ช้ ไ ป ทำ ง า น เ ป็ น ป ร ะ จำ -… เป็นใบนี้ เพราะมันเป็นพลาสติก จึงเบากว่าใบอื่น ๆ .. ถือทุกวัน แม้ว่าจะถือแค่เดินจากรถมาที่ทำงานซะเป็นส่วนใหญ่ แต่ถ้าถือกระเป๋าหนัก ๆ มันก็มักจะปวดไหล่อยู่ดี (…แก่แล้ว 555) ก็เลยเลือกตัวกระเป๋าที่เบาไว้ก่อน …ไม่งั้นใส่ของเข้าไปแล้วมันจะหนักมากกกก ….

มี อ ะ ไ ร อ ยู่ บ้ า ง ใ น ก ร ะ เ ป๋ า ? … – จ า ก บ น ซ้ า ย – … ในกระเป๋าเขียว ๆ นั้นคือน้อง iPad 1 ได้รับมรดกมาจากน้อง อยากจะพกทุกวันเหมือนกัน แต่นี่คือชิ้นที่หนักที่สุดในกระเป๋า ดังนั้น ถ้าวันไหนขี้เกียจแบก ก็จะไม่พก …ถัดมาเป็นกระเป๋าสีชมพูใส่แว่นตา และ Thumb drive บางทีก็มีเครื่องเขียนด้วย … ลงมาแถวล่าง มี กุญแจบ้าน กุญแจน้อง Jazz บัตรประจำตัว กระเป๋าทิชชู กระเป๋าใส่เครื่องสำอางค์ และล่างสุดเป็นกระเป๋าตังค์ …. เหมือน ๆ จะไม่เยอะ (… มั้ง ? ….^^”….) แต่ก็หนักพอสมควรเลยทีเดียว … อ้อ ..ขาดไปอีกอย่างคือโทรศัพท์มือถือ เนื่องจากใช้ถ่ายรูปอยู่จ้า …^^….

มาดูกันทีละอย่างเลยดีกว่า ….- ซ อ ง ใ ส่ i P a d – เป็นซองหนัง ซื้อมาจากร้านที่จามจุรีสแควร์ … Pattern ข้างหน้า เป็นลายปักเลือกได้ ตอนที่ซื้อมันจะมี Pattern และเข็มด้ายแถมมา ให้เราไปปักเอง ใช้เวลาไม่นานอย่างที่คิด คนที่ไม่มีความสามารถด้านงานฝีมือเลยอย่างเราก็ทำได้

น้ อ ง i P a d 1 – ….ไม่มีกล้อง ใช้เล่นเกม เช็คเมล เข้า web ต่าง ๆ แต่ที่ใช้บ่อยสุดคือ ใช้เป็นเครื่องคิดเลขเวลาคิดงบ …มันใหญ่ดี 555

กุ ญ แ จ – กุญแจน้อง Jazz เปลี่ยนพวงกุญแจไปเรื่อย ๆ (เปลี่ยนแต่ตรงตัวห้อย ห่วงไม่เปลี่ยน ขี้เกียจแกะ) ส่วนกุญแจบ้านนั้นมีทั้งกุญแจประตูรั้ว และข้างใน มันเลยดูเยอะ พวงกุญแจรูปยีราฟสีชมพู น้องที่ที่ทำงานให้มา …

ก ร ะ เ ป๋ า ใ ส่ T h u m b dr i v e แ ล ะ แ ว่ น ต า — เครื่องเขียนจะมีเฉพาะเวลาไปประชุมข้างนอก เพราะถ้าแค่ไปทำงานเฉย ๆ บนโต๊ะทำงานก็มีมากมาย Thumb drive เป็นของที่ทำงานอันนึง ส่วนตัวอันนึง ส่วนอีกอันนั้นไม่ใช่ Thumb drive แต่เป็น token เข้าระบบ สำหรับลางาน จองรถ จองห้องประชุม etc. ของที่ Office

บั ต ร ป ร ะ จำ ตั ว – … ไม่ใช่บัตรประจำตัวข้าราชการ แต่เป็นบัตรแสดงตนเวลาเข้าตึกศูนย์ราชการ ให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตรงหน้าประตูเขาดู เพื่อที่จะได้ไม่ต้องแลกบัตร หน้าตึกเขาจะเขียนว่า – ใ ห้ แ ข ว น บั ต ร แ ส ด ง ต น ไ ว้ ต ล อ ด เ ว ล า – แต่ส่วนใหญ่เดินผ่านประตูมาได้เราก็ถอดออกแล้ว …^^”…

ก ร ะ เ ป๋ า ใ ส่ เ ค รื่ อ ง สำ อ า ง ค์ – …น้องฝึกงานให้มาตอนรับปริญญา จริง ๆ เขาคงตั้งใจให้มาเป็นกระเป๋าใส่เศษตังค์มากกว่า แต่เผอิญเราไม่ได้มีตังค์เศษเยอะขนาดนี้ (555) ไม่ได้พกอะไรมาก เพราะไม่ใช่พวกต้องแต่งหน้าตลอดเวลา ใครที่คิดจะขอยืมนู่นนี่ น่าจะผิดหวัง (แต่จริง ๆ เห็นหน้าเราก็น่าจะรู้แล้ว ว่าไม่มีเครื่องสำอางค์ให้ยืม ….^^”…) มีแต่หวี แป้ง กระดาษซับมัน ลิปกลอส 1 อัน และ rouge 1 แท่งเล็ก ๆ เผื่อว่าทา lip gloss แล้วมันยังจืดอยู่

ก ร ะ เ ป๋ า ส ต า ง ค์ – ….ที่ไม่ค่อยมีตังค์ 555 ….แต่บัตรต่าง ๆ เยอะมาก ส่วนใหญ่เป็นพวกบัตรลด – บัตรสมาชิก ร้านไหนที่ไม่ค่อยได้ไป ว่าจะเอาออกบ้างแล้ว… 😛 ….

ปิ ด ท้ า ย -…. ด้วยโทรศัพท์มือถือ iPhone 4s สร้างสรรค์ ไอโฟนดีมีคุณภาพ เพิ่งเปลี่ยนเมื่อตอนที่ BB ทำท่าว่าจะเจ๊ง ตั้งแต่ซื้อมา (ไม่นาน) มี case ประมาณ 3 อัน แต่เท่าที่ดู ดูเหมือนจะมีคนทักอันนี้บ่อยที่สุดแล้ว เพราะมันแปลก (ตรงไหน ? …. เราว่าของชาวบ้านแปลกกว่านี้ก็มีเยอะนะ ) ถ้าเอาเข้ามาดมใกล้ ๆ จะพบว่ามีกลิ่นช็อคโกแล็ตด้วย …^^….

My Wedding Diary (2) : [Review] แต่งหน้า & ทำผม ถ่าย Pre wedding ที่ Royal Elizabeth Wedding Studio

….ถ้าใครที่ติดตามอ่าน Blog ของเรามาตั้งแต่ ตอนที่ไปสำรวจราคา Pre wedding package รอบที่แล้ว น่าจะจำคูปองถ่ายรูปฟรีอันนี้ได้ และก็น่าจะจำได้ด้วยว่า คราวที่แล้ว เราแค่ลองชุดเล่นเฉย ๆ ยังไม่ได้ถ่ายรูปแต่ประการใด หน้าก็ยังไม่ได้แต่ง ผมก็ยังไม่ได้ทำ ที่รูปออกมาดูดีโดยไม่ต้องพึ่งศัลยกรรม (? ^^”) นั้นเป็นเพราะ instagram เฉย ๆ …..หลังจากจองวันถ่ายภาพฟรีเป็นที่เรียบร้อย และจากการสอบถามพี่ google ดู พบว่า Wedding Studio นี้ เป็นที่นิยมพอสมควร แถมยังมีขาย deal กับพวก web deal ต่าง ๆ เช่น Ensogo, You2deal อยู่เป็นระยะ ๆ อีกด้วย …..วันที่เราไปถ่ายภาพ ตากล้องก็ถาม ว่าซื้อ deal มารึเปล่า เป็น deal ของอะไร คือเขาเห็นช่วงนี้มากันเยอะ แต่เขาก็ถ่ายรูป / จัดท่าให้ตามปกตินั่นแหละ ….



… อย่ากระนั้นเลย ไหน ๆ ก็ได้มาใช้บริการแต่งหน้า ทำผม และถ่ายรูปฟรี (…. แต่เอาเข้าจริงก็ถูกกดดันให้ซื้อรูปเพิ่มตามสูตร 555) ที่ Royal Elizabeth Wedding Studio แห่งนี้แล้ว เราก็มารีวิวเป็นวิทยาทานให้แก่เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ที่คิดจะมาถ่ายภาพแต่งงาน หรือซื้อ Package Prewedding ที่มีรวมถ่ายภาพ / แต่งหน้าทำผมที่นี่ดีกว่า …ว่าบริการเป็นยังไงบ้าง แต่งหน้าทำผมโอเคมั้ย …คุ้มราคาที่จ่ายไป (แม้ว่าคุณอาจจะซื้อ deal มา ) รึเปล่า ….ว่าแล้ว ก็เดินเข้า Stu ฯ กันเลย !

ในคูปองเค้าเขียนบอกว่า ให้เอาชุดมาได้ 1 ชุด และใช้ชุดของ Stuฯ ได้ 1 ชุด เรากะคุณแฟนก็ไม่คิดอะไรมาก มาแบบเสื้อยืดกางเกงยีนบ้าน ๆ แบบนี้เลย (555 ) เนื่องจากตามปกติก็ไม่ได้เป็นพวกช่างแต่งตัว …อ้อ ภาพนี้ถ่ายตั้งกะปีใหม่แล้ว ไม่ได้ถ่ายก่อนเข้า Stuฯ แต่เห็นเป็นเสื้อตัวเดียวกัน เลยเอามาลงให้ดูเป็นการเปรียบเทียบก่อนแต่งหน้า – หลังแต่งหน้าค่ะ ^^

….มาถึง Stu ฯ ตามเวลาที่นัดไว้ ประมาณบ่าย 2 นั่งรอซักพัก เซลล์ก็จะเชิญให้ขึ้นไปแต่งหน้า – ทำผมที่ชั้น 2 ค่ะ ช่างแต่งหน้าของที่นี่ได้ข่าวว่ามีหลายคน แต่เขาจะเปลี่ยนเวรกันมาทำหน้าที่ทีละคน 1 คนต่อลูกค้า 1 คณะ (ถ้าเป็นคู่แต่งงาน ก็ 1 คู่ ถ้าเป็นถ่ายภาพครอบครัวก็แต่งทั้งบ้าน แต่ถ้าเยอะมาก อาจจะต้องใช้ 2 คนมั้ง) เราจำชื่อช่างแต่งหน้าของเราไม่ได้ แต่ท่าทางเธอจะถนัดแต่งหน้าผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เพราะใช้เวลาในการแต่งหน้าเรานานมาก …คุณแฟนนั่งเล่น iphone รอ จนแบตจะหมด แต่ใช้เวลาแต่งหน้า – ทำผม คุณแฟนแป๊บเดียว เราเดินไปเลือกชุดกลับมาก็เสร็จแล้ว ….

….แม้ว่าชุดแต่งงานของที่นี่จะมีมากมายหลากหลายรูปแบบให้เลือก แต่อย่าเข้าใจผิดว่าเราใช้เวลาเลือกนานขนาดนั้น ….^^”… คือ ชุดมันแขวนซ้อน ๆ กันไว้ แล้วขณะที่จับพลิก ๆ ดู ชุดนี้มันหลุดติดมือเรามาแล้วเราแขวนคืนไม่ได้ (….กรรมเวร ….-“-….) ก็เลยเอาเป็นชุดนี้ก็ได้ …. คือเราว่าจริง ๆ ชุดแต่งงานขาว ๆ ยาว ๆ ใส่ออกมาแล้วมันก็เหมือนกันหมดอะ ไม่ค่อยแตกต่าง …..ภาพนี้คุณแฟนถ่ายให้ในห้องแต่งตัว เราให้เค้าเข้ามาช่วยรูดซิบให้ เนื่องจากรูดเองไม่ขึ้น (….กร๊าก….^^”….) …. – ใ ค ร ที่ ไ ม่ มั่ น ใ จ ว่ า จ ะ ใ ส่ ชุ ด ข อ ง ท า ง ร้ า น ไ ด้ – … เขามีช่างเสื้ออยู่ใน Stuฯ ใส่ไม่ได้ก็บอกให้เขาแก้ชุดให้ได้ เพราะจริง ๆ เราก็ใส่ชุดนี้ไม่พอดีหรอก คือชุดมันเกาะอกเราไม่อยู่ (……^^”…..) เขาก็เลยเย็บเข้าให้นิดนึงค่ะ …….

.. เปลี่ยนชุดเรียบร้อยแล้ว คุณช่างแต่งหน้า – ทำผมคนเดิม ก็จะทำการเกล้าผม และแต่งหน้าให้เราอีกเล็กน้อยเพื่อให้เข้ากับชุดเจ้าสาวที่เราเลือกมา …. ซึ่งสำหรับชุดนี้ ….ช่างได้ต่อผมให้เราเล็กน้อย และประดับผมด้วย net ดอกไม้ ตามรูปค่ะ

(ภาพจาก instagram) เอียงด้านข้างให้เห็นชัด ๆ

(ภาพจาก instagram อีกเหมือนกัน) เครื่องประดับที่เข้ากับชุด ทางร้านจะมีให้ยืมใส่ถ่ายภาพค่ะ จริง ๆ มีหลายแบบอยู่ แต่ช่วงนี้คนแต่งงานกันเยอะ เลยดูเหมือนไม่ค่อยมีให้เลือกเท่าไหร่ ….อย่างไรก็ตาม เนื่องจากที่ผมเรามีดอกไม้ประดับอยู่แล้ว เขาเลยแนะนำให้ใส่เป็นสร้อยเล็ก ๆ ก็พอ ….

ขอถ่ายภาพคู่กะคุณแฟนนิดนึง ^^

…พอดีใช้กล้องหน้า iphone ถ่าย มันเลยไม่ค่อยชัด ^^”

เอาเป็นภาพสีดีกว่าเนอะ …จะได้ดูหน้าตากันให้ชัด ๆ หน่อย…. – ถ้ า ถ า ม เ ร า -…เราว่าที่นี่แต่งหน้าได้สวยเป็นธรรมชาติดี จริง ๆ เซลล์บอกเราก่อนแต่งหน้าว่า ถ้าอยากได้แนวไหนเป็นพิเศษ ให้บอกช่างได้ แสดงว่า she น่าจะมีความสามารถในการแต่งหน้าได้หลายแนวอยู่ แต่เราไม่ได้บอกอะไร เนื่องจากปกติเราไม่ค่อยแต่งหน้า นอกจากลงรองพื้นกะทาลิปสติกเฉย ๆ she ก็ยังอุตส่าห์ทำให้หน้าตาเราออกมาดูดีได้เช่นนี้ …..

… – แ ต่ เ มื่ อ ถ า ม คุ ณ แ ฟ น ด้ ว ย แ ล้ ว -… เขาบอกว่าที่นี่แต่งหน้าให้ผู้ชายน้อยไปหน่อย หรืออาจจะเห็นว่าไม่ต้องแต่งก็ไม่ทราบได้ …เราเองก็ไม่เห็นว่าเขาทำอะไรกับหน้าและผมของคุณแฟนบ้าง เนื่องจากมันเร็วมาก แต่เห็นว่าคู่ที่มาแต่งหน้าพร้อมกัน (แต่เป็นช่างอีกคน) ช่างก็ใช้เวลาแต่งหน้าฝ่ายหญิงนานจนฝ่ายชายหลับไปเลย (……^^”….) แล้วจึงปลุกฝ่ายชายขึ้นมาแต่งหน้าเล็กน้อยเช่นกัน..ก่อนที่จะไปถ่ายรูป …เขาอาจจะเห็นว่าหากให้ฝ่ายเจ้าสาวรอนานจนหลับไปเช่นนั้นบ้าง อาจจะใช้เวลานานเกินจำเป็น หรือรอนาน make up ผู้หญิงจะเลอะรึเปล่าก็ไม่รู้ ….

ม า พู ด ถึ ง ก า ร ถ่ า ย ภ า พ ใน S t u ฯ สั ก เ ล็ ก น้ อ ย – …เนื่องจากในช่วงเวลาที่เราไป มีลูกค้ามาถ่ายภาพพร้อมกันหลายคณะ …เลยมีช่างภาพมาให้บริการคู่เราคนเดียว ทำหน้าที่ทั้งถ่ายภาพ จัดท่า เปลี่ยนฉาก สารพัด …. คุณแฟนถามเหมือนกันว่าใช้กล้องอะไร แต่เราจำไม่ได้แล้ว (…กรรม …^^”…) แต่ก็เป็นกล้องมาตรฐานที่ Stu ฯ ดี ๆ เขาใช้กันค่ะ…. ฉากมีให้เลือกหลายฉาก …ภาพดูในจอกล้องคมชัดสวยดี แต่ภาพนี้ถ่ายจากหน้าจอที่ให้เลือกรูปอีกที (…ในบริเวณ Stuฯ ถ่ายภาพ ห้ามเอากล้องตัวเอง หรือกล้องมือถือเข้าไปถ่ายค่ะ ) มันเลยไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ เดี๋ยวรอดูภาพจริงอีกทีแล้วกัน …เพราะภาพนี้ก็เป็นภาพนึงที่เลือกอัดค่ะ ….

ภ า พ จ า ก ห น้ า จ อ เ ลื อ ก รู ป อี ก ภ า พ – …. ถ้าเราถ่ายภาพตอนบ่าย ซักประมาณ 2 ทุ่ม ก็จะสามารถเข้ามาเลือกรูปได้แล้ว หรือจะนัดมาเลือกอีกวันนึงก็ได้ค่ะ …ภาพที่เราเลือก จะเป็นภาพที่ยังไม่ได้แต่งด้วยโปรแกรมใด ๆ ถ่ายจากกล้องยังไง ก็มาอย่างนั้น หลังจากที่เราเลือกภาพได้แล้วเขาจึงจะนำไปแต่งภาพ – อัดขยาย – ใส่กรอบ หรือจัดเป็นอัลบั้มให้ตาม Package ค่ะ …. – ห า ก ต้ อ ง ก า ร ใ ห้ จั ด เ ป็ น อั ล บั้ ม ใ ห้ – … คุณจะต้องเลือกอย่างน้อย 20 ภาพ (…ซึ่งเราก็เลือกไม่ถึงหรอก ….^^”…)... – ห า ก คุ ณ ซื้ อ d e a l ม า แ ล ะ ต้ อ ง ก า ร เ ลื อ ก ภ า พ เ พิ่ ม เ ติ ม – … เขาจะคิดเพิ่มรูปละ 700 หรือเป็น package เลือกเพิ่ม 5 ภาพ แถมภาพใหญ่อีก 2 ภาพ ในราคา 3,500 บาท …. ก็ลองดูแล้วกันนะคะว่าแบบไหนคุ้มกว่า ….. ^^ …. – ถ้ า ถ า ม เ ร า -…. เราว่าน่าจะขึ้นอยู่กับว่าเราชอบภาพที่ออกมา set นี้มั้ย ถ้าเห็นว่าสวยก็ซื้อไปเถอะ เพราะคนเราก็ไม่ได้ถ่ายรูปใส่ชุดแต่งงานกันบ่อย ๆ แต่ถ้าเห็นว่าไม่สวย ไม่ถูกใจ ก็เลือกพอเป็นพิธี ไม่ให้เสียน้ำใจช่าง(แต่งหน้า / แก้ชุด / ถ่ายภาพ) และพนักงานที่อุตส่าห์มาเชียร์ก็แล้วกัน …..


ห ลั ง จ า ก เลื อ ก ภ า พ แ ล้ ว – …ทาง Stu ฯ จะใช้เวลาในการแต่งภาพ / อัดขยาย / จัดอัลบั้ม (….แล้วแต่ว่าเราสั่งให้เขาทำอะไร) ประมาณเดือนนึง … ใครที่เคยบ่นว่า Royal Elizabeth แต่งให้แต่ภาพ ไม่แต่ง file นั้น ตอนนี้เขาแต่งภาพใน file ให้ด้วยแล้วนะคะ …ใครสนใจอยากดูฝีมือ ..เข้าไปดูภาพของเราได้ – ที่ นี่ – เลยจ้า …. ^^…..

ซีฟู้ดหม้อไฟ …มื้อนี้ที่ร้านเพลิน

วันนี้น้าเราที่อยู่สุรินทร์แวะมา กทม. ก็เลยไปหาอะไรอร่อย ๆ กินกัน ที่ร้านอาหารเพลินซีฟู๊ด ถนนวิภาวดี ซึ่งได้ข่าวว่าเป็นร้านที่มีชื่อเสียงมานานมาก ตอนเราทำงานอยู่ตึก Suntower ขับรถผ่านทุกวันเลย แต่ไม่เคยเข้าไป (…..^^”….) รู้แต่ว่าถ้าวิ่งตามถนนวิภาวดีมาถึงตรงนี้แล้วต้องชิดซ้ายเพื่อขึ้นสะพานไปลงแยกประชานุกูล 5555…. – สำ ห รั บ ใ ค ร ที่ ต้ อ ง ก า ร จ ะ ม า บ้ า ง – ร้านตั้งอยู่บนถนนวิภาวดี เลยห้าแยกลาดพร้าว และ ปตท. สำนักงานใหญ่มาประมาณนึง …คือให้ขับตรงมาเรื่อย ๆ จนเห็นป้ายตัว P ก็เลี้ยวเข้ามาได้เลยค่ะ

เข้ามาในร้าน จะเห็นซุ้มทำอาหารสดต่าง ๆ ดูน่าทานทีเดียว

เมนูอาหารมีหลากหลาย แต่เนื่องจากน้าเรา (อีกคน) ต้องการแนะนำเมนูหม้อไฟของร้านนี้ ซึ่งได้ข่าวว่า อาหารทะเลสด หม้อใหญ่ และน้ำจิ้มรสเด็ดอร่อยมาก ก็เลยสั่งมาโลด ! หม้อไฟที่นี่มีหลายขนาด คือ หม้อไฟอ่าวไทย ขนาดเล็กสุด หม้อไฟอันดามัน ขนาดใหญ่หน่อย และหม้อไฟแปซิฟิก ขนาดใหญ่มาก คาดว่าเป็นไปตามขนาดของพื้นน้ำที่กล่าวถึงค่ะ

มาแล้ว….มาแล้ว…เนื่องจากมากันหลายคน จึงเลือกสั่งชุดหม้อไฟแปซิฟิกที่ใหญ่ที่สุดไปเลยค่ะ อาหารมาเป็นถาดใหญ่เลยทีเดียว ดูน่าทานมาก ๆ

หม้อไฟ และน้ำจิ้มสี่รสเด็ด ไม่รู้ว่าเขาเรียกรสอะไรบ้าง (555) ที่แน่ ๆ มีน้ำจิ้มซีฟู้ด และน้ำจิ้มเต้าเจี้ยวค่ะ

มาดูปลาสด ๆ กันชัด ๆ ^^

ว่าแล้วก็ใส่ทุกอย่างลงในหม้อไฟโลด !

ระหว่างรอหม้อไฟเดือด เราก็สั่งราดหน้ามาทานกันก่อน ราดหน้าจานนี้ให้กุ้งตัวโต ๆ (โปรดเทียบขนาดกับช้อนตัก) มาเพียบ…บ..ผักคะน้ายอดอ่อน ๆ ต้มพอสุกแต่ไม่เละ เข้ากันมาก ๆ น้ำราดหน้าก็หอมกลิ่นงาดีค่ะ …ส่วนเส้นเราไม่ได้กิน ถูกคนอื่นแย่งกินหมด …^^”….. แต่ก็น่าจะแปลว่ามันอร่อยนะคะ ….

นอกจากอาหารอร่อย ๆ แล้ว ร้านนี้ยังมีดีที่ขนมเบอเกอรี่สวย ๆ และอร่อยนานาชนิดด้วยค่ะ เราเห็นโปสเตอร์โฆษณานี้ในห้องน้ำ (…..^^”…. จริง ๆ เราคิดว่าเขาติดตามเสาทุกเสาในร้านนั่นแหละ) เลยคิดว่าทานอาหารเสร็จต้องสั่งมาทางซักชิ้นค่ะ …^^….

ดูโปสเตอร์มันแห้ง ๆ มาเลือกจากของจริงเลยดีกว่าค่ะ

ในที่สุดก็เลือกชิ้นนี้ … Double Lemon ข้างในเป็นครีมมะนาว ส่วนข้างนอกเป็นเค้กเนื้อเมอแรงค์ รสชาติเปรี้ยว ๆ หวาน ๆ อร่อยดีค่ะ Topping ด้านบนที่เห็นเป็นรูปใบไม้นั้นเป็นช็อคโกแล็ตขาวค่ะ

กินขนมหวาน ๆ ก็ต้องดับด้วยกาแฟขม ๆ หน่อย เนื่องจากขนมก็อร่อยและมีครีมเยอะอยู่แล้ว เราจึงเลือกเป็นกาแฟอเมริกาโนธรรมดา ๆ ค่ะ …ที่นี่จะมีน้ำตาล 3 อย่างมาให้เลือก คือ น้ำตาลกรวด น้ำตาลทรายขาว และน้ำตาลทรายแดง …แต่ถ้าทานกับขนมหวาน ๆ อยู่แล้ว เราว่าไม่จำเป็นอย่าไปเพิ่มความหวานให้กับตัวเองเลยค่ะ …สงสารสุขภาพบ้าง ….^^…..

%d bloggers like this: