Asiatique @ เจริญกรุง

เห็นเพื่อน ๆ ไปกันมาหลายรอบแล้ว…กับสถานที่ท่องเที่ยว (มั้ง 5555) Life style mall ใหม่ ใจกลางเมือง Asiatique ณ ถนนเจริญกรุง ซอย 72 -76 เขาว่ามาทางเรือจะง่ายกว่า ไม่ต้องจอดรถ แต่วันนี้เรากะคุณแฟนขับรถมากัน ขณะที่กำลังงง ๆ อยู่ ว่าเลี้ยวเข้าเจริญกรุงแล้วไปทางไหน ก็เจอเข้ากับป้าย Asiatique พอดีเลย หาไม่ยากค่ะ … ^^….หอคอยนี้ก็ตั้งอยู่ข้างหน้าโครงการฯ เลย

มาดูแผนที่กันหน่อย …โครงการนี้ค่อนข้างกว้าง มีร้านขายของเยอะแยะมากมาย ส่วนที่เป็นร้านค้าทั้งหลาย รวมทั้งห้องน้ำ จะเปิดตั้งแต่ 15.00 น. เป็นต้นไป เพราะงั้นใครมาก่อนนั้น อาจจะได้ถ่ายรูปแต่กับตึก เสา รูปปั้น และแม่น้ำเท่านั้นนะ ถ้าไม่ถือก็แล้วไป …แต่ถ้าอยากมาดูแบบเต็ม ๆ โครงการ มาเย็นๆ จะเหมาะกว่า ..^^….

ร้านอาหารต่าง ๆ ก็มีมากมาย ส่วนใหญ่น่าจะเปิดตอนเย็นเหมือนกัน

โครงการประกอบด้วยร้านค้าต่าง ๆ มากมาย จัดเป็นโซนๆ เรียกว่าเป็นโกดังต่าง ๆ …เท่าที่เรานับ ๆ ดู น่าจะมีประมาณ 15 โกดัง (พอดีไม่ได้ดูแผนที่อย่างละเอียด เพราะวันที่ไปนั้นฝนตก จะยืนอ่านแผนที่กลางสายฝนก็ลำบากอยู่ …^^”…) …ระหว่างทางเดินจะมี landmark ต่างๆ ให้ถ่ายรูป เช่นตู้โทรศัพท์เก่า ตู้ไปรษณีย์เก่า …มีสาว ๆ มาโพสท่าเป็นนางแบบกันเพียบเรย….^^…..

Landmark รูปปั้นคนจีนลากรถ

ข้าง ๆ จะมีคำบรรยายเอาไว้ด้วย ใครจะพาเพื่อนต่างชาติมา แล้วไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไรเพราะเผอิญเกิดไม่ทัน ก็อ่านให้เค้าฟังละกันนะ (คำบรรยายมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษจ้า)

ใครอยากลองมาทางเรือดู ….เราเห็นเรือด่วน และเรือธรรมดามาจอดเหมือนกัน…Asiatique มีท่าเรือเป็นของตัวเอง….เราไม่แน่ใจว่าเรียกว่าท่าเรืออะไร แต่เห็นที่เรือมีป้ายอยู่ คาดว่าน่าจะหาไม่ยาก ขึ้นได้ตามท่าเรือทั่วไป ทั่ว กทม. ค่ะ

บริเวณริมน้ำ …คือส่วนโกดัง 8 -9 มีร้านอาหารต่าง ๆ ให้เลือกมากมาย ส่วนใหญ่เป็นพวกอาหารทะเล อารมณ์คล้าย ๆ อาหารที่ท่าเรือแถว San Francisco ซะงั้น….^^”….

ป้ายริมแม่น้ำ ที่ใคร ๆ ชอบมาถ่ายรูป ^^

Landmark รูปกุลีขนของ

ป้ายทองเหลืองบริเวณริมแม่น้ำ อธิบายถึงที่มา ความเก่าแก่ และความสำคัญของพื้นที่บริเวณนี้ …ซึ่งเป็นพื้นที่ท่าเรือสินค้า ที่เรือสำเภาของตะวันตกยุคแรก ๆ นำสินค้ามาขึ้นเพื่อค้าขายในประเทศไทย…

มีสมอเรือด้วย ^^

ใกล้ ๆ ท่าน้ำ จะมีบ้านเก่าหลังนึง ดู Antique น่ามาถ่ายแฟชั่นสุด ๆ (อารมณ์คล้าย ๆ ดับเพลิงบางรัก ที่คนเขาชอบไปถ่าย prewedding กับถ่ายภาพรับปริญญากัน ^^) คือบ้านหลังนี้นี่เอง …จำไม่ได้เหมือนกันว่าก่อนหน้าที่จะมีโครงการนี้มันเป็นอะไรมาก่อน…..

อ่านจากป้ายเค้าว่ากำลังอยู่ในระหว่างการบูรณะ เพื่อให้เป็น landmark อีกแห่งนึงของ Asiatique ใครไปหลังจากที่มันบูรณะเสร็จแล้ว ก็ลองเข้าไปดูกันได้นะคะ วันที่เราไปเขากั้นรั้วไว้ ไม่ให้เข้าไปจ้า …^^….

เดินเข้ามาข้างใน …เป็นโซนโรงงาน

ร้านรวงต่าง ๆ มีสินค้าหลากหลาย ตั้งแต่ของจุกจิกต่าง ๆ ไปจนถึงของที่ระลึกแบบไทย ๆ ไม้แกะสลัก ต้นไม้ ดอกไม้ ทั้งสดและแห้ง …ไม่มีอย่างเดียว (….หรือมี..แต่เราไม่รู้หว่า ? …^^”) คือสัตว์เลี้ยงต่าง ๆ

เดินไปเดินมา เจอเส้นขีดบนถนน และเขียนว่า “จุดจอดรถราง” …เดินต่อไปอีกหน่อย ก็เจอรถรางจริง ๆ แต่ตอนนี้เค้ายังไม่เปิดให้บริการนะคะ ….คาดว่าจะวิ่งวนรอบ ๆ โครงการซึ่งกว้างพอสมควร …..เค้าไม่ได้บอกว่าจะเปิดให้บริการเมื่อไหร่ …ใครมาช่วงนี้ ก็เดินอดทนไปก่อนละกัน ….^^…..

ด้านหน้ามีโรงละครโจหลุยส์ หุ่นละครเล็กด้วย

ประตูเหมือน China Town ตามเมืองใหญ่ ๆ อยู่ด้านหน้าของโครงการฯ ส่วนที่ติดกับถนน อันนี้ก็เป็น Landmark อันนึงที่คนชอบมาถ่ายรูปกันเยอะ ๆ เช่นกัน …^^..

ปิ ด ท้ า ย – …. ด้วยรูปลานจอดรถ ณ Asiatique สำหรับคนที่จะเอารถมา ที่นี่ก็มีที่จอดรถ คิดราคาในอัตรา 3 ชม. แรกฟรี แต่ถ้าจอดเกินจะเสียตังค์ ประมาณ ชม. ละ 40 บาท (ถ้าเราจำไม่ผิด…) ที่จอดรถดูเหมือนมีเยอะพอสมควร ….แต่ก็เต็มไวพอสมควรเหมือนกัน…^^”…. เพราะงั้นถ้ามาเร็วหน่อยน่าจะดี …เพราะที่นี่จอดรถข้างถนนไม่ได้นะคะ ….^^….



————————————————————————————
ใ ค ร ส น ใ จ อ ย า ก ดู ภ า พ เ พิ่ ม เ ติ ม – ( …ไม่ค่อยมีอะไรหรอก แต่มีรูปเรา ^^”) ขอเชิญเข้าไปดูได้ที่ http://jeenina.multiply.com/photos/album/84/Asiatique-on-a-rainy-day นะคะ ^^

Advertisements

เลี้ยงรับเพื่อนกลับไทย @Karaoke City

เนื่องในโอกาสที่เพื่อนเราที่ทำงาน กต. และถูกส่งออกไปประจำที่สถานทูตเวียงจันทน์อยู่น้านนาน เพิ่งได้กลับมาไทยในปีนี้ เพื่อน ๆ ชาว ม. 3/1 สามเสนวิทยาลัย ก็เลยรวมตัวกันเลี้ยงต้อนรับกลับสู่มาตุภูมิซะหน่อย ตอนแรกว่าจะจัดตั้งกะอาทิตย์ที่แล้ว แต่เพื่อนสาวอีกคนที่เป็นแอร์ไม่ว่าง เพิ่งมาว่างวันศุกร์นี้ …..ว่าแล้ว คุณแม่งาน (คือเฟริ์นเจ้าเก่า ไม่ใช่เราแต่อย่างใด) ก็เลยจองห้อง ณ คาราโอเกะซิตี้ ไว้เลย

เนื่องจากเป็นวันศุกร์แห่งชาติ …. รถติดสาหัสตั้งกะออกจากศูนย์ราชการ ….-“-… แถมยังมาเจอรถติดเส้นเกษตร – นวมินทร์ ที่เต็มไปด้วยร้านอาหารมากมายอีก ! กว่าจะมาถึง เพื่อน ๆ ก็มากัน(เกือบ) ครบแล้ว …ดังที่เห็น เป็นรูปที่เฟริ์นส่งมาให้ ตอนที่เราถามว่า “มากันกี่คนแล้ว ….”…^^”…..

เห็นป้ายมาหลายรอบแล้ว …แต่เพิ่งเคยเข้ามาครั้งแรก กับคาราโอเกะ ซิตี้ ที่มีห้องต่าง ๆ มีชื่อตามเมืองใหญ่ ๆ อย่างห้องที่เฟริ์นจองวันนี้ ชื่อห้อง “ปารีส” แต่บรรยากาศก็ไม่เห็นจะมีการตกแต่งให้เป็นปารีสแต่อย่างใด …. เป็นห้องกระจกธรรมดาเหมือนกันทุกห้อง …. มีจอให้ดู & กดเลือกเพลงจากหน้าจอได้เลย (เข้าใจว่าเป็นจอ touch screen แต่ไม่ได้เป็นคนกดเพลง เลยไม่รู้) ไม่ต้องใช้คีย์บอร์ดพิมพ์เอา และไม่ใช่เป็นสมุดเล่ม ๆ อย่างสมัยโบราณอีกต่อไป ….^^…..

เพราะว่ามาถึงช้า …อาหารบนโต๊ะเลยร่อยหรอไปหมดแล้ว เพื่อน ๆ บอกว่าให้สั่งมาใหม่ได้เลย เลยจัดจานนี้มาก่อน กุ้งแช่น้ำปลา …มาแบบกุ้ง cocktail

เค้าบอกต้องกินแบบนี้ …(…คิดว่าตรูเชื่อเรอะ… ^^”)

จานนี้ คอหมูย่าง

กะหล่ำปลีผัด… เพื่อให้มีผักบ้าง

(จากซ้าย) เพชร ฐา เฟริ์น และเราเอง

เหมือนเดิม— เพิ่ม กรกช (จำชื่อเล่นไม่ได้ …สมัย ม. ต้น เราเรียกเพื่อนด้วยชื่อจริง ไม่ก็ชื่อพ่อ ชื่อแม่ — แต่ถามตอนนี้ก็จำชื่อพ่อชื่อแม่มันไม่ได้แล้วอ่า…. ^^”) มุมซ้าย และ ดร. ใหญ่ ปุณณมี (คนนี้จำได้เพราะเผอิญเลขที่ติดกัน เข้าแถวติดกันบ่อย) มุมขวา

3 คนนี้ขาประจำ….มาทุกทีที่มีเลี้ยง

สมาชิกชาว 3/1 ผู้มาร่วมงานแบบครบถ้วน แถมเพื่อนสะใภ้ (ด้านซ้ายหน้าสุด) และคุณแฟน (ข้างหลังเรา) นับได้ 9 + 2 = 11 คน + น้องฝ้าย น้องสาวของเฟริ์น ผู้มาถ่ายรูปให้ อีก 1 คน — ครบโหลพอดี …^^….

พามาชิม…เซตากายะ ราเมน @ Ramen Champion

เคยแวะมาแถวร้าน Ramen Champion ซึ่งถ้าใครเคยได้ยินมาก่อน คงรู้ว่าเป็นหมู่บ้านร้านราเมนที่ได้รางวัลมาจากญี่ปุ่น ประมาณ 10 ร้าน (มั้ง ?) ของคุณตัน มารอบนึงแล้ว ช่วงสงกรานต์ (ถ้าจำไม่ผิด) แต่พอจะแวะเข้ามากิน ดันปิดซะงั้น … -“-…. พอดีคุณแฟนได้รางวัลคูปองเงินสดมาจากการแข่งขันกินราเมนที่อุดร (ไม่ชนะ …ได้ที่ 3 แต่ก็ดีแระ…กินไวมากก็ไม่ไหว….รอ ๆ กันมั่งดีกว่า ^^”) ก็เลยชวนมากินอีกรอบ … คราวนี้ไม่ผิดหวัง เปิดทุกร้านเลย ..^^….

ทางเดินตกแต่งด้วยธงแบบญี่ปุ่น

เดินวนไปวนมาซักพัก แต่ละร้านต่างก็มีป้ายโฆษณาเมนูที่น่าสนใจมากมาย ในที่สุด ก็ตัดสินใจเลือกร้านนี้ “เซตากายะ โชยุราเมน” ที่เราก็ไม่เคยกินเหมือนกัน (ที่จริงไม่เคยกินซักร้าน 555) หน้าตาเมนูน่าสนใจดี

เดินเข้าร้านกันเลย !

ปกเมนู บอกความเป็นมาของร้าน

เมนูต่าง ๆ ดูหลากหลายน่าทาน ที่นี่จะมี 2 ขนาดให้เลือก (จริง ๆ ทุกร้านในหมู่บ้านราเมนแชมเปี้ยน จะมี 2 ขนาดหมดนะคะ) คือ ขนาดชามปกติ — ซึ่งจะใหญ่กว่าบะหมี่ทั่วไป แต่ถือว่าเป็นขนาดปกติของชามราเมนที่ญี่ปุ่นเค้า และชามเล็ก — คือประมาณครึ่งนึงของชามใหญ่ ราคาก็จะย่อมเยากว่า เหมาะกับสุภาพสตรีที่ชอบทานน้อย ๆ (…แต่ถ้าเป็นเราเวลาหิว สั่งชามใหญ่มาก็หมด 555) …เลือกสั่งได้ตามต้องการ …พอดีว่าวันนี้มื้อกลางวันกินมาเยอะ เลยเลือกเป็นชามเล็กดีกว่า …..

เครื่องดื่มอิชิตัน รสเก็กฮวย อร่อยดีนะ ^^

เกี๊ยวซ่า –สั่งมาทานร่วมกันกับคุณแฟน ชิ้นใหญ่ ไส้เยอะ อร่อยดี

เซตากายะ ราเมน (แบบที่โชว์ไว้หน้าร้าน) ของเรา เป็นชามเล็กก็เลยดูไม่อลังการเท่าในโบชัวร์ รสชาติโอเค ไม่ถึงกับอร่อยเลิศอย่างที่โฆษณา น่าจะเป็นเพราะว่าน้ำซุปมันจืดไปหน่อย ไม่แน่ใจว่าเขาปรุงอย่างนี้อยู่แล้ว หรือว่าวันที่เราไปนั้นแก๊สมันหมดพอดี (พนักงานเดินมาบอกให้รอนิดนึง เพราะแก๊สหมด แต่อาหารก็ไม่ได้มาช้าเท่าไหร่) เลยต้มเคี่ยวน้ำซุปได้ไม่นานเท่าที่ควรก็ไม่รู้

ของคุณแฟน — จำไม่ได้ว่าเป็นราเมนอะไร หน้าคาค่อนข้างจืดเหมือนกัน

มาทานกันเลย !

ถ่ายรูปกะคุณตันซะหน่อย ก่อนกลับบ้าน ^^

รัก/จับ/ใจ The Musical

= S P O I L E R A L E R T = … เนื่องจากตอนนี้ละครกำลังเล่นอยู่ เพิ่งรอบต้น ๆ เอง ใครที่คิดจะไปดู และไม่ต้องการรู้เรื่อง หรือรายละเอียดใด ๆ ก็ตามที่เกี่ยวกับเรื่องล่วงหน้า (ที่จริงคุณไม่น่าจะคลิกเข้ามาตั้งแต่ต้นแล้วนะคะ) กรุณากดปุ่มกากบาทที่บริเวณมุมบนด้านซ้าย (PC Windows) หรือขวาของจอ (MAC)ได้เลยค่ะ

จองตั๋วไว้ตั้งกะเดือนก่อนแล้ว สำหรับ “รัก/จับ/ใจ The Musical” ละครเพลงเรื่องใหม่ของคุณหนูบอย ที่เป็นเรื่องแต่งขึ้นมาใหม่ (แต่เอาเข้าจริง Plot ก็พอเดาได้อะนะ) และรวมนักร้อง นักแสดงเสียงดี ๆ มาไว้เพียบ ทั้งแก้ม & บี้ The Star น้องพินต้า หนูนา แหม่ม วิชชุดา และอู๊ด เป็นต่อ (ไม่น่าเชื่อว่าจะเล่นละครเพลงได้ 555) ว่าแล้วเราก็มาที่เมืองไทย รัชดาลัย theater กันอีกซักครั้งดีกว่า …..

โปสเตอร์หน้าตาแบบนี้ — ดูไปดูมา คล้ายคอนเสริ์ตบี้ The Star มาก ๆ

จองตั๋วไว้รอบบ่าย 2 แต่ขึ้นไปหน้าโรงราว 13.30 กะว่าไปถ่ายรูปเล่น ๆ กันกะคุณนู๋มด …. แต่โอ้..พระเจ้า ละครก็เรื่องแต่งใหม่ ทำไมคนมันถึงได้เยอะขนาดนี้เนี่ย ….-“-… ว่าแล้วก็เลยไม่ถ่ายรูปแล้ว รอไว้ถ่ายตอนละครจบออกมาก็แล้วกัน…ต่อแถวเข้าโรงไปเลยดีกว่า …..

– รั ก / จั บ / ใ จ T h e M u s i c a l – เป็นเรื่องราวความรักระหว่างนักร้องหนุ่มชื่อดัง “ซัน” (บี้ The Star) กับสาวตาบอด “วิว” (หนูนา หนึ่งธิดา) นักเขียนนิยาย ผู้ใช้ใจมองโลกแทนดวงตา จริง ๆ วิวไม่ได้ตาบอดแต่เกิด แต่ตาบอดเพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่ทำให้เสียพ่อแม่ไป วิวอยู่กับพี่สาวชื่อ “วุ่น” (แก้ม The Star) ที่มีอคติกับดารา เพราะเคยถูกแฟนเก่าที่เป็นดาราหลอกเอาเงินไปจนต้องเอาร้านอาหารที่ทำอยู่ไปจำนอง ทำให้วุ่นกีดกันความรักระหว่างซันและวิว ….. (ส่วนสองคนนี้มาเจอและรักกันได้ไงนั้น …ไปดูเอาเองในเรื่องแล้วกัน …^^”….)

……จะเห็นว่า Plot เรื่องเปิดมาได้ค่อนข้างจะน้ำเน่า ….. และยังมีปัจจัยเพิ่มเติมเสริมความเน่า ด้วยการที่ …. ตอนแรกที่ซันกับวิวเจอกันนั้น วิวตาบอดอยู่ และด้วยความที่ซันรู้ว่าบ้านของวิวเกลียดดารา -นักร้อง (เพราะวุ่นจะพูดกรอกหูวิวทุกวันว่าดารานักร้องนั้นชอบหลอกลวง ไม่จริงใจ คิดแต่เรื่องผลประโยชน์ blah blah blah) จึงโกหกวิวว่าตัวเองเป็นสตันท์แมน ….. ซึ่งก็แน่นอนว่า เมื่อภายหลังวิวได้รับการผ่าตัดตา และมองเห็นว่าอะไรเป็นอะไรแล้ว ก็จะต้องโกรธมากกกกก …ตามประสานางเอกละครไทย …..ส่วนจะคืนดีกันได้หรือไม่ อย่างไรนั้น คาดว่ามิตรรักแฟนละครไทยทุกท่านก็น่าจะเดากันได้ ….ถ้าเดาไม่ได้ ( โดยเฉพาะตรง “อย่างไร” )… ก็ขอเชิญไปดูเอาในละครละกันนะคะ ….^^….

เมื่อพิจารณา Plot เรื่องที่ง่าย ๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน คนดูเดาได้ตลอดว่าจะเกิดอะไรขึ้น ตัวละครเป็นแบบด้านเดียวเกือบทั้งหมด (แบบว่าพระเอกดีก็ดีเริ่ดไปเลย มีข้อเสียข้อเดียว ตรงที่โกหกนางเอกว่าตัวเองเป็นคนอื่น นางเอกก็ดีเริ่ดไปเลยเช่นกัน ตัวร้าย เช่น แฟนเก่าพระเอก แฟนเก่าพี่นางเอก ก็เลวไปเลย ) ดังนั้น จุดเด่นจึงมาอยู่ที่ – เ พ ล ง แ ล ะ เ สี ย ง ร้ อ ง – ซึ่งเรื่องนี้อัดเพลงเข้ามาเต็มมาก นั่งดูช่วงแรก ๆ นึกว่ากำลังดูคอนเสริ์ตบี้ The Star 555 … ส่วนใหญ่แล้วเป็นเพลงที่แต่งขึ้นมาเพื่อเรื่องนี้โดยเฉพาะ …แต่บางเพลงก็ได้มีการปล่อยออกทางคลื่นวิทยุ และดังฮิตติดลมบนไปตั้งแต่ก่อนละครเรื่องนี้จะเข้าซะอีก เช่น เพลง ณ บัด Now เพลงโปรดของแม่เรา ที่เพิ่งรู้ตอนอ่านสูจิบัตร ว่ามันแต่งมาเพื่อเรื่องนี้โดยเฉพาะ…

ฉ า ก ต่ า ง ๆ — นับว่าทำได้ดีตามมาตรฐานคุณบอย แต่ไม่มีอะไรเร้าใจมากนัก เป็นฉากคอนเสริ์ตธรรมดา ๆ อาจจะมีแสง มี dried ice มีเทคนิคต่าง ๆ แบบที่เล่นในคอนเสริ์ตบ้าง แต่ไม่ถึงกับน่าตื่นตาตื่นใจว่าทำได้ไง เหมือนกับตอนที่ปล่อยน้ำลงมาในฉากจริง ๆ เหมือน “ข้างหลังภาพ” หรือนักแสดงพุ่งออกมาจากเวทีเหมือน “แม่นาคพระโขนง” ไม่มีการใช้ฉากเชิงสัญลักษณ์เหมือนสายน้ำใน “สี่แผ่นดิน” …หรือว่าเราตาไม่ถึงเอง เลยมองไม่ออกก็ไม่รู้ …555

ข อ ง ที่ ร ะ ลึ ก ต่ า ง ๆ จ า ก ล ะ ค ร – …ที่เราว่าน่าสนใจที่สุด คือสมุดบันทึกปกเป็นอักษรเบรลล์ (แต่ก็ไม่ได้ซื้อมา) อย่างอื่น ๆ ก็ธรรมดา ๆ

เรากะนู๋มด ถ่ายรูปด้วยกันหน้าโรง หลังละครเลิก

ส่วนคุณแฟนมาส่ง …แต่ไม่ได้เข้าไปดูด้วยกัน เพราะเราเล่า Plot เบื้องต้นให้ฟัง (ตอนที่เราคลิกจองตั๋วใน Thaiticketmaster มันจะมีให้อ่านก่อนนิดหน่อยว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร ..และพอดีเราเป็นคนไม่คิดมากเรื่อง Spoil ก็เลยอ่านได้ไม่มีปัญหา) แล้วเขาบอกว่า “น้ำเน่า” …^^”… แต่ก็ยังดีที่อุตส่าห์มาส่ง (…แล้วแยกไปดู Spiderman 5555) เพราะพี่ท็อปถึงกับปล่อยให้ยายนู๋มดขับรถมาเองเลยทีเดียว ….^^”….

Review กระเป๋า The Zatchels Polkadots Series in Navy Blue

เป็นที่ Hot hit กันมาตั้งแต่ปีที่แล้ว สำหรับกระเป๋าทรงกระเป๋านักเรียนอังกฤษ หรือ Satchels ที่มีอยู่ 3 เจ้าใหญ่ ๆ คือ The Cambridge Satchels ที่รู้สึกว่าจะฮิตสุดในไทยแล้วมั้ง เพราะราคามันย่อมเยาสุด The Leather Satchel ที่ claim ว่าเป็นต้นฉบับ เพราะก่อตั้งมาตั้งกะปี 1966 และ The Zatchels ที่รูปแบบและสีสันค่อนข้างจะแฟนตาซีกว่าชาวบ้าน — ทั้งสามเจ้านี้ต่างก็เป็น Brand อังกฤษแต๊ ๆ ทั้งหมด จึงเป็นที่กรี๊ดกร๊าดสำหรับสาว ๆ ที่ชื่นชอบแฟชั่นแนวอังกฤษจ๋าเป็นอย่างยิ่ง เราเองแม้ว่าจะไม่ได้บ้าอังกฤษเท่าไรนักแต่เมื่อเห็นเค้าฮิต ๆ กัน และราคามันก็ไม่ได้แพงมากมายอะไร ก็เลยสั่งมาถือเล่นซักใบก็แล้วกัน ^^

หลังจากที่กดสั่งซื้อ กับ web ฝากหิ้วของจากอังกฤษ web หนึ่ง (ลืมไปแล้วว่าเว็ปไหน 555) ไปนานประมาณครึ่งชาติ กล่องหน้าตาแบบนี้ก็เดินทางมาถึงบ้าน ตอนแรกก็สงสัยอยู่ว่ามาจากไหน เพราะว่าแม่ค้าดันไม่ mail มาบอกก่อน ว่าสินค้าถึงเมืองไทยแล้ว และจะส่งให้ ประมาณนี้

ออกมาแร้น ! ใบที่เราสั่งไป คือ The Zatchels Polka Dots Collection สี Navy Blue ขนาด 13 นิ้ว เพราะจะได้ใส่ของได้เยอะหน่อย 11.5 นิ้ว มันเล็กไปสำหรับสาวร่างยักษ์เช่นเรา ส่วน 14.5 นิ้ว ก็เหมือนกระเป๋านักเรียนมากไปหน่อย ป้าแก่แล้ว เดี๋ยวจะไม่เข้ากับใบหน้า ^^”

ช้างในมีกระดาษม้วนเล็ก ๆ มาด้วย

แกะโลด ! กระดาษใบนี้ คือรายละเอียดว่า กระเป๋าใบนี้ของเรา ใครเป็นคนทำ (ลืมบอกไปว่า กระเป๋า Satchels ของทุกบริษัทที่ว่ามาข้างต้น เป็น handmade นะคะ) ทำเสร็จวันที่เท่าไหร่ (ของเราคือ วันที่ 23 พ.ย. 2011) และใครเป็นคนตรวจสอบคุณภาพ

จริง ๆ ก็ใช้งานมาได้ซักพักแล้ว และมีคนทักอยู่มากมายหลายคน ว่ากระเป๋าดูเท่ in trend (ขัดกับหน้าตา 555) มากมาย ว่าแล้วก็มา review ซะหน่อยดีกว่า อันนี้ถ่ายจากในร้านอะไรสักอย่าง ที่ Esplanade สีเลยออกมาเพี้ยนเล็กน้อย

ภายใน — ข้อเสียที่สำคัญของกระเป๋าแบบ Satchel คือมันใส่ของได้ไม่มาก เพราะงั้นหากสาวไหนเป็นประเภทบ้าหอบฟาง อาจจะใช้ลำบากหน่อย ที่เห็นใส่อยู่นี่ คือกระเป๋าตังค์ใบใหญ่ใบนึง กระเป๋าใส่เครื่องสำอางค์ กระดาษทิชชู และอาจจะยัด iPad หรือสมุดได้อีกสักเล่มก็เต็มแล้ว ด้านหน้าจะมีอีกช่องนึงเอาไว้ใส่ iPhone และพวกเครื่องเขียนได้ แต่ไม่ได้ถ่ายรูปมา

ด้านหลังกระเป๋า –เรียบ ๆ ไม่มีอะไร

ด้านหน้ามุมเฉียง

ด้านข้าง ใช้มาได้สักพัก สายเริ่มลอกละ

ให้ดูกันชัด ๆ ว่าใส่ iPad 1 ได้สบาย ๆ

มาดูภาพตอนสะพายกันบ้าง — เราสูง 160 สะพายแล้วอยู่ประมาณต่ำกว่าสะโพกเล็กน้อย สายถอดไม่ได้ ดังนั้นจะเอามาถือไม่ได้นะคะ ต้องสะพายอย่างเดียว ไม่งั้นก็ต้องซ่อนสายไว้ข้างในกระเป๋า (ซึ่งก็จะทำให้พื้นที่ใส่ของน้อยลงไปอีก) กระเป๋าไม่หนักมาก เพราะใส่ของได้นิดเดียว แต่หยิบของค่อนข้างลำบากเล็กน้อย เพราะฝาปิด – เปิด เป็นแบบหัวเข็มขัด ไม่ใช่กระดุมติด ครั้นจะเปิดไว้ตลอด ก็กลัวว่าเวลาเบียด ๆ แล้วคนจะมาเปิดหยิบของออกไปได้ง่าย ๆ หนังค่อนข้างแข็งนะคะ ไม่น่าจะถูกกรีดกระเป๋าได้ง่าย คนผิวบาง หรือชอบใส่กระโปรง/ กางเกงขาสั้น อาจจะต้องระวังหนังบาด แต่สำหรับเราไม่มีปัญหาอะไร

ปิดท้าย –ด้วยภาพสะพายแบบปัดกระเป๋ามาด้านหน้าจ้า