Advertisements
Archive | August 2012

นำเที่ยวอังกฤษ & Paris แบบบ้าน ๆ ผ่าน Scrap Book (3) : เที่ยวปารีสแบบบ้าน ๆ

…..จากลอนดอนแล้ว ก็มาถึงคิวปารีสกันบ้าง เราคงแนะนำอะไรไม่ได้มากนักเกี่ยวกับปารีส เนื่องจากเคยไปครั้งเดียวเมื่อน้านนานมาแล้ว ….สังเกตได้จากปี ค.ศ. ใน Scrap Book ….ไม่ได้ไปทัวร์ แต่มีไกด์กิตติมศักดิ์จำนวนหนึ่ง (ดังที่เห็นในภาพ) เป็นพี่ ๆ กลุ่ม – โ ต๊ ะ น า ง ฟ้ า – ที่คณะอักษร ฯ จุฬา ฯ (…. ใครเรียนคณะอักษรฯ คุณน่าจะรู้จัก – โ ต๊ ะ น า ง ฟ้ า – อันเลื่องลือ ซึ่งแต่ก่อนตั้งอยู่หน้าตึกอักษรศาสตร์ 4 ….. ตอนนี้ตึกที่ว่าทุบไป เกิดตึกใหม่ขึ้นมาแทนเรียบร้อย … ไม่รู้ว่ายังมีโต๊ะนางฟ้าอยู่รึเปล่าเหมือนกัน …) ซึ่งไปเรียนและใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นพาเที่ยวแทน ….. ดังนั้น วันแรกที่ไปถึง พี่เค้าก็พาไปหาข้อมูลสถานที่ ๆ อยากไปเที่ยว ที่ Tourist Centre ถนน Champs – Elysees … ต่อด้วยขึ้นไปถ่ายรูปตรง Arc de Triomphe ที่มันอยู่สุดถนนพอดี … และก็มานั่งชิลชมวิว แถว Centre Georges Pompidou-Beaubourg ที่เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะ และศาลาว่าการกรุงปารีส Hotel-de-Ville

ทางเดินไปสู่ Arc de Triomphe ถนน Champs – Elysees

…. – ก า ร เ ดิ น ท า ง ใ น P a r i s -… เพื่อความสะดวก รวดเร็ว เนื่องจากเรามีเวลาน้อย ส่วนใหญ่ก็จะเดินทางโดยรถไฟใต้ดิน ซึ่งมีหลายสายมาก วิ่งไปได้ทั่วถึงมาก และเร็วมาก เสียอย่างเดียวที่คนแน่นไปหน่อย และส่วนใหญ่เป็นคนชาติอาณานิคมตัวโต ๆ (ไม่ได้รังเกียจ .. แต่เขาตัวโตจริง และพื้นที่ข้างในมันค่อนข้างแคบ ทำให้ค่อนข้างจะอยู่ลำบาก) ….. ถ้าใครต้องการความโมแรนติก … เอ๊ย … โรแมนติก … สมกับภาพลักษณ์ปารีสเมืองในฝัน …. เราว่าน่าจะเลือกเดินทางโดยทางอื่นจะเหมาะกว่า …. – ถ้ า คุ ณ มี เ ว ล า น้ อ ย แ ล ะ ต้ อ ง ก า ร เ พี ย ง แ ค่ ถ่ า ย ภ า พ กั บ M o n u m e n t สำ คั ญ ๆ ใ ห้ ค ร บ – …. ไม่ต้องการลงรายละเอียดมากมาย … และต้องการความโรแมนติกเล็กน้อยถึงพอประมาณ…. เราขอแนะนำให้เดินทางโดยทางเรือล่องแม่น้ำ Seine จะเหมาะมาก … เพราะว่าสถานที่สำคัญ ๆใน Paris ส่วนใหญตั้งอยู่ริมแม่น้ำอยู่แล้ว ….

Postcard ที่เราซื้อมา … ดูเองก็จำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ว่าอะไรเป็นอะไร ^^”

ถ้าจำไม่ผิด อันนี้น่าจะเป็นสะพาน Pont Neuf (Pont แปลว่า สะพาน) ที่เปรียบเสมือนทางเข้าสู่ Ile de la Cite ซึ่งเป็นส่วนใจกลางเมืองสุด ๆ ของปารีส คล้าย ๆ เกาะรัตนโกสินทร์ของเรา เป็นที่ตั้งของศาลาว่าการเมือง มหาวิทยาลัย Sorbonne อันลือลั่น (… รู้สึกว่าตอนนี้จะเรียกชื่อเป็น Paris ตามด้วยตัวเลข …. เช่น Paris I , Paris II, Paris III …. etc ….. ซึ่งแต่ละเลขหมายถึงสาขาวิชาที่แตกต่างกัน เราก็จำไม่ได้ว่าเลขไหนแทนสาขาวิชาอะไรบ้าง … ^^”..) และโบสถ์ Notre Dame … และถ้านั่งเรือต่อจาก Ile de la Cite ไปอีกหน่อย จะเจอเกาะเล็ก ๆ ชื่อ Ile de Saint-Louis ซึ่งเป็นฉากหลักของวรรณกรรมเด็กเรื่องดัง – ข บ ว น ก า ร น ก ก า ง เ ข น – (… ดังมากสมัยเรายังเด็ก มีละครด้วย และเป็นหนังสือนอกเวลาวิชาภาษาฝรั่งเศส ทั้งในระดับ ม. ปลาย และมหาวิทยาลัย หลายยุคหลายสมัย ไม่รู้ว่าตอนนี้ยังเป็นอยู่รึเปล่า ) อันโด่งดังนั้นเอง

….ใครที่มีความประทับใจอะไรสักอย่างกับปารีส ..ไม่ว่าจะจากวรรณคดี หรือประวัติศาสตร์ก็ตาม …. และอยากไปสัมผัสให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต … เราขอแนะนำให้คุณจัดสรรเวลา – ค รั้ ง ห นึ่ ง ใ น ชี วิ ต – นั้นไว้ก่อนแก่สักเล็กน้อย … เนื่องจาก Monument ที่สำคัญ ๆ หลายอย่าง (มาก) ในปารีสนั้นต้องปีนบันไดสูง ๆ ขึ้นไป … ยกเว้นหอ Eiffel ซึ่งมีลิฟท์ แต่เนื่องจากมันใหญ่มาก ก็ต้องขึ้นบันไดบ้างเล็กน้อยอยู่ดี …. นอกจากนั้น — โดยเฉพาะสถานที่เก่าแก่โบราณตั้งแต่ยุคกลาง – ยุคฟื้นฟู ฯ ทั้งหลาย …. อย่าได้คาดหวังว่ามันจะมีลิฟท์ … เขาไม่ได้สร้างไว้หรอก … Arc de Triomphe ก็ต้องปีน …..

….. – อ ะ ไ ร อี ก ที่ ต้ อ ง ปี น ? – …. โบสถ์โรมัน Basilique du Sacre Coeur ต้องปีนเพราะอยู่บนเนินสูงมาก …. แต่ก็คุ้ม เพราะมองลงมาจะเห็นย่าน Montmatre ซึ่งเป็นย่านบันเทิงของ Paris ทั้งหมด ….. มหาวิหาร Notre Dame ที่เป็นฉากของเรื่อง The Hunchback of Notre Dame ของ Victor Hugo นั้นยิ่งบันไดสูงและชันมาก ๆ …. ความสูงกว่าจะขึ้นไปถึงหอระฆังข้างบน (ที่ Quasimodo อยู่) ไม่น่าจะต่ำกว่าตึก 4-5 ชั้น …. กว่าจะขึ้นไปได้ ก็เหนื่อยแฮกกันเลยทีเดียว ……

รูปปูนปั้นสัตว์ต่าง ๆ ที่คอยพิทักษ์ Notre Dame อยู่ชั้นบนทั้งหมด

…. – สำ ห รั บ ค น ที่ ช อ บ ช ม พิ พิ ธ ภั ณ ฑ์ – …Paris เป็นแหล่งรวมของพิพิธภัณฑ์มากมายไม่แพ้ลอนดอน …. ที่แน่ ๆ เราว่าไม่ว่าคุณจะชอบ หรือไม่ชอบพิพิธภัณฑ์ก็ตาม มา Paris ควรจะไป Louvre อย่างน้อยไปถ่ายรูปกับปิรามิดก็ยังดี …. – ถ้ า ใ ค ร อ ย าก เ ดิ น L o u v r e อ ย่ า ง จ ริ ง จั ง – …. ประมาณตามรอย Davinci Code พึงตระหนักไว้ว่า – มั น จ ะ ต้ อ ง ใ ช้ เ ว ล า ม า ก ก ว่ า 1 วั น – …. คือวันนึงเดินตั้งแต่เช้ายันเย็น (เปิด 9 โมงเช้า) ก็ยังไม่พอ … แถมเดินไปเดินมาจะหลงทางอีกต่างหาก เพราะมันกว้างมาก …. เอาเป็นว่าอยากดูอะไร ก็มุ่งไปตรงนั้นแล้วกัน … ไม่ต้องคาดหวังจะเดินให้ทั่ว …. พิพิธภัณฑ์อีกแห่งที่อยากแนะนำสำหรับคนชอบภาพวาดของ Monet, Cezannes, Van Goghs, Renoirs และคนอื่น ๆ ในยุค Impressionism, Expressionism ขอแนะนำให้ไป Musee d’Orsay อีกซักที่ ….เนื่องจากที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่สวยที่สุดใน Paris ตามที่ guidebook เล่มนึง (จำไม่ได้แล้วว่าเล่มไหน) เขาว่า… ลองพิสูจน์ดูเองละกัน….

…. – สำ ห รั บ ใ ค ร ที่ อ ย า ก ช ม โ ช ว์ M o u l i n R o u g e – ….คือว่าเราก็ไม่ได้ไปดูหรอก เนื่องจากมันแพงไปหน่อยสำหรับนักศึกษาต่างชาติตาดำๆ หัวดำ ๆ เช่นเรา …. – ส มั ย นั้ น – ….คือเมื่อเกือบ ๆ 10 ปีก่อน ราคาตั้งแต่ 82 – 130 ยูโร … สมัยนี้ไม่รู้เท่าไหร่แล้ว ลองเช็คเอาเองละกันที่ http://www.moulin-rouge.com

…. อีกที่นึงที่เราว่าหลาย ๆ คนน่าจะอยากไป เมื่อมา Paris คือพระราชวัง Verseille ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ซึ่งที่จริงแล้วไม่ได้อยู่ใน Paris แต่อยู่อีกเมืองเลยมาหน่อย นั่งรถไฟประมาณ ชม. เดียว ก็ถึง เราก็ลืมไปแล้วว่าขึ้นที่สถานีไหน …. ^^”…. จำได้แต่ว่า – ค น ข า ย ตั๋ ว ที่ ส ถ า นี ร ถ ไ ฟ ไ ม่ พู ด ภ า ษ า อั ง ก ฤ ษ – … ทำให้เราจำเป็นต้องงัดความรู้ภาษาฝรั่งเศสที่มีอยู่น้อยนิดออกมาใช้ …. และทำให้เราค้นพบถึงสัจธรรมว่า … – ค น ฝ รั่ ง เ ศ ส ส่ ว น ใ ห ญ่ ( มา ก ) เ ข้ า ใ จ ภ า ษ า อั ง ก ฤ ษ เ ป็ น อ ย่ า ง ดี – …. แต่จะไม่พูดภาษาอังกฤษกับชาวต่างชาติก่อน นอกจากชาวต่างชาติคนที่ว่านั้นจะพูดฝรั่งเศสไม่ได้เลยจริง ๆ ….. – เ พ ร า ะ งั้ น – …. ใครที่พูดฝรั่งเศสไม่ได้ ก็พูดภาษาอังกฤษไปเหอะ เค้าฟังเข้าใจ แต่อาจจะตอบกลับมาเป็นภาษาฝรั่งเศส …. ก็บอกเค้าไป หรือไม่ก็จดใส่กระดาษยื่นให้เค้าไปว่า – Je ne comprend pas le Francais. Pouvez vous parler l’Anglais? – (ฉันไม่เข้าใจภาษาฝรั่งเศส ช่วยพูดเป็นภาษาอังกฤษได้มั้ย ) อะไรทำนองนี้ก็ได้ ….

Verseille ก็กว้างมาก … เดินทั้งวันเช้ายันเย็นไม่พอเช่นกัน หากต้องการให้ทั่ว … – มุ ม ถ่ า ย รู ป สำ คั ญ -…. นอกจากสวนด้านนอก Grande Apartement ซึ่งเป็นส่วนหลักของพระราชวัง และน้ำพุแล้ว ก็น่าจะเป็นทางเดินที่ประดับด้วย Chandeliers เป็นทางยาวในตัวปราสาท ที่เรียกว่า Galerie des Glaces หรือ Hall of Mirrors นี่แหละ ….



ปิดท้ายการนำทัวร์แบบบ้าน ๆ ด้วย – ภ า ษ า ฝ รั่ ง เ ศ ส วั น ล ะ ไ ม่ กี่ คำ – …เราไม่หวังว่าคุณจะจำมันได้ และออกเสียงได้ถูก เพราะเราเองเรียนมาหลายปี (แต่ไม่ได้ใช้มานานมากแล้ว) ก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองออกเสียงถูกต้องตรงเป๊ะเหมือนเจ้าของภาษา … เอาแค่เห็นคำเหล่านี้ตามป้ายบอกทาง แล้วพอจะนึกออกว่ามันหมายถึงอะไรก็พอแล้ว ….



1. Toilettes.… ห้องน้ำ — ในกรณีที่มันไม่มีรูปชัด ๆ Femme คือ ห้องน้ำหญิง ส่วน Homme คือ ห้องน้ำชาย



2. ป้ายบอกทางซ้าย – ขวา — ทางซ้าย คือ a gauche ทางขวา คือ a droit



3. ตรงนี้ / ตรงนั้น — Ici คือ – ต ร ง นี้ – ส่วน la คือ – ต ร ง นั้ น –



4. น้ำ ดื่ ม –— ถ้าเป็นพวกแพ้นู่นแพ้นี่ ไม่ชอบดื่มอะไรแปลก ๆ จะสั่งน้ำเปล่า ก็กลัวเขาจะเอาน้ำก๊อกมาให้ (จะบอกว่า …ไม่ต้องกลัว–เพราะเขาทำอยู่แล้วง่ะ — เขามั่นใจว่าน้ำเขาดื่มได้…) อยากจะสั่งน้ำแร่ธรรมดา ๆ ให้สั่ง L’eau mineral — แบบ gaz จะเป็นแบบมีแก็ส จะซ่าคล้าย ๆ โซดา ถ้าต้องการแบบไม่ซ่า ให้สั่งแบบ sans gaz (sans = non แปลว่า – ไ ม่ มี – )



5. ข้อห้ามเวลาไปชมสถานที่ต่าง ๆ — Ne pas touchez = ห้ามจับ / Pas du photo = ห้ามถ่ายภาพ / Pas du flash = ห้ามใช้ Flash (แต่ถ่ายรูปได้)

Advertisements

นำเที่ยวอังกฤษ & Paris แบบบ้าน ๆ ผ่าน Scrap Book (2) : รอบรั้ว London

สำหรับใครที่มีเวลาในอังกฤษหลาย ๆ วัน ไม่อยากอยู่แต่ในตัวเมืองชั้นในของ London (หมายถึง Zone 1 และ 2 ของ Tube) และเป็นคนรักธรรมชาติ สายลม และแสงแดด ( … แนะนำว่าควรไปเที่ยวอังกฤษในฤดูใบไม้ผลิ หรือฤดูร้อน — หมายถึงตั้งแต่เดือนมีนาคมไปจนถึงประมาณกรกฎาคม … ไม่อย่างนั้นคุณน่าจะมีโอกาสพบปะกับสายลม และสายฝน ซะมากกว่า) ขอแนะนำให้ออกมาชานเมืองลอนดอนบ้าง … ก่อนที่จะออกไปเมืองใกล้ ๆ …. อืมม์ ขอแนะนำเฉพาะที่อยู่ในรัศมีไม่เกิน 2 ชม. รถไฟ และสามารถไป – กลับได้ในวันเดียวก็แล้วกัน … ถ้ามากกว่านั้น เราว่าคุณไปหา Guidebook เที่ยวอังกฤษอย่างจริงจังสักเล่มจะดีกว่า ….

สถานที่แรกที่ขอแนะนำ คือ – K e w G a r d e n – หรือ Royal Botanic Garden ตั้งอยู่ระหว่างเขต Kew และ Richmond (ซึ่งเดี๋ยวจะแนะนำต่อไป) เป็นหนึ่งในสวนพฤกษศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีพืชต่าง ๆ กว่า 30,000 ชนิดจากทั่วทุกมุมโลก แบ่งเป็นหลาย ๆ โซน สามารถเดินเล่นได้ทั้งวัน เหมาะมากทั้งสำหรับผู้ชอบนอนกลิ้งเกลือกในทุ่งดอกไม้ (เพราะหลาย ๆ โซน ไม่ได้ห้ามทำเช่นนั้น — หรืออาจจะเพราะมันกว้างมากเลยไม่มีคนมาห้ามก็ได้ แต่คุณต้องระวังตัวเปื้อนเอาเอง) และชอบศึกษาพันธุ์ไม้ต่าง ๆ … อยากจะซื้อกลับไปปลูกที่บ้านก็มีขาย … แต่ไม่รับประกันนะว่าปลูกแล้วจะขึ้น ….

โซนที่เราคิดว่าสวยที่สุด … คือ โซนพืชเขตร้อน คือแถว ๆ ประเทศไทยเนี่ยแหละ …. ^^”….ที่นี่เขาปลูกไว้ในเรือนกระจาก เพราะต้องควบคุมอุณหภูมิ ….



ใครสนใจอยากไปเที่ยวบ้าง หาข้อมูลเบื้องต้นได้จากที่นี่เลย http://www.kew.org/

ส่วน Richmond หรือ Richmond upon Thames ซึ่งอยู่ใกล้กันนั้น เป็นย่านบ้านคนรวยของลอนดอน คล้าย ๆ Beverly Hills ใน LA นั่นเอง

ส่วนใครที่เคยได้ยินคำว่า – เ ว ล า ม า ต ร ฐา น ก รี นิ ช – หรือ Greenwich (อ่านว่า – ก รี นิ ช – จริง ๆ ) Mean Time อาจจะอยากไปที่นี่ เพื่อสัมผัสเส้นเริ่มต้นแบ่งเขตเวลาโลกแบบตัวจริงเสียงจริง มันอยู่ในสวนสาธารณะชื่อ Greenwich Park และตัวพิพิธภัณฑ์ที่บอกเล่าความเป็นมานั้นอยู่บนเนิน (สูง …. จะเรียกว่าเป็นภูเขาไปเลยก็ได้) ต้องปีนป่ายขึ้นไปสักหน่อย แต่ก็คุ้ม เพราะมองลงมาจะเห็นลอนดอน(เหมือนจะ) ทั้งเมืองไปไกลมาก …. ถ้าไม่ลำบาก ก็ควรจะขึ้นไปเถอะ …



ข้อมูลเบื้องต้นของ Greenwich Park เอามาฝากกันค่ะ http://www.royalparks.org.uk/parks/greenwich-park

ออกจากลอนดอนมาที่ใกล้ ๆ กันบ้าง … สำหรับ Windsor นี่เป็นทริปแรกในรอบปีที่ไป และเป็นการนั่งรถไฟอังกฤษครั้งแรกของเราเลยทีเดียว … ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม. จาก London ไปกับนู๋มดและเพื่อน เข้าไปดูปราสาทกัน แต่เห็นว่าจริง ๆ แล้วที่นี่มี Lego Land ด้วยนะคะ



ข้อมูลการท่องเที่ยวของ Windsor สำหรับผู้ที่อยากไปเที่ยวบ้าง ที่นี่เลยค่ะ http://www.windsor.gov.uk/

จริง ๆ แล้วรอบ ๆ London จะมีปราสาทน่ารัก ๆ อยู่มากมาย และพระราชวัง Hampton Court ของพระเจ้า Henry ที่ 8 ก็เป็นหนึ่งในนั้นค่ะ ตอนที่ไปนั้นเราไม่ได้สนใจอะไรมากไปกว่าที่นี่สวนดอกไม้สวย (555) แต่ใครที่สนใจประวัติศาสตร์อังกฤษสมัยราชวงศ์ Tudor เป็นพิเศษ ก็ควรไป อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่เลยค่ะ http://www.hrp.org.uk/HamptonCourtPalace

ตั๋วเข้าชม Hampton Court Palace ราคานักเรียน สมัยนั้น

ปราสาทอีกแห่งที่เราเห็นแผ่นพับโฆษณาในทุกหนแห่งใน London ว่าเป็นปราสาทที่น่ารักที่สุดในโลก (The Loveliest Castle in the World) ก็คือ Leeds Castle ที่ไม่ได้อยู่ที่ Leeds แต่อยู่ที่ Kent เป็นพระราชวังที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมาตั้งแต่ยุคกลาง และเคยเป็นปราสาทของพระเจ้า Henry ที่ 8 (รู้สึกว่าจะมีหลายปราสาทจังแฮะ) กับพระราชินี Catherine of Aragon แต่ช่วงหลัง ๆ รู้สึกว่าจะกลายเป็นที่อยู่ของขุนนางชั้นสูงแทน ใครสนใจอยากทราบรายละเอียด และดูรูปก่อนว่าปราสาทแห่งนี้ – น่ารักที่สุด – จริงหรือไม่ (ถ้าถามเรา เราก็ชอบนะ ทะเลสาบสวย และสัตว์ต่าง ๆ เชื่องดี มีไร่องุ่นด้วย) เข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่เลย http://www.leeds-castle.com/land.php

เราเองกับ Leeds Castle …. เออใช่ เมื่อพูดถึง Kent ก็จะต้องพูดถึง Canterbury ซึ่งเป็นแคว้น ( District) หนึ่งใน Kent ด้วย เราได้ยินชื่อเมือง Canterbury มาตั้งแต่สมัยเรียนอยู่อักษร และได้อ่าน Canterbury Tales ของ Geoffrey Chaucer กวีเอกของอังกฤษยุคกลาง (คิดว่าน่าจะเป็นเล่มแรก ที่อ่านรู้เรื่องโดยไม่ต้องแปลมากนัก เล่มก่อนหน้านั้นเขาเขียนเป็นภาษาอังกฤษโบราณ เวลาเอามาให้คนสมัยนี้อ่าน จะต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษปัจจุบันก่อน) จะเป็นเรื่องของนักบุญหลาย ๆ คนที่มาแสวงบุญที่ Canterbury แล้วเข้าพักใน Tobard Inn ผลัดกันเล่า คนที่เล่าเรื่องได้ดีที่สุด จะได้ทานอาหารฟรี ใครสนใจ ก็ลองเข้าไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ละกัน http://www.canterburytales.org.uk/

ด้านหลังเรา คือ Canterbury Cathedral ที่พวกนักบุญเขามาแสวงบุญกัน อีกด้านที่เป็นซาก ๆ หน่อย นั้นคือ Canterbury Castle ที่เก่าแก่ตั้งแต่สมัยยุคกลาง ใครอยากเห็นภาพ Cathedral ที่สวยและชัดกว่านี้ เข้าไปดูได้ที่ http://www.canterbury-cathedral.org/ เลยค่ะ

…พูดถึงการท่องเที่ยวตามรอยวรรณคดีอังกฤษ (ของเรา) นอกจาก Canterbury แล้ว ก็มี Bath อีกที่ ที่เราไปเพื่อตามรอยของนักเขียนคนโปรดสมัยเรียนอยู่คณะอักษรฯ Jane Austen (ที่โปรด — เพราะ Plot มันง่าย กี่เรื่อง ๆ ก็เป็นแม่มีลูกสาวเลี้ยงลูกสาวให้จับผู้ชายรวย ๆ ได้แค่นั้นจบเหมือนกันหมด ทำให้วิจารณ์ง่ายในฐานะนักวิจารณ์วรรณกรรมเพื่อตอบข้อสอบให้ได้คะแนนเยอะ ๆ … – แ ต่ -… ในชีวิตจริง ที่เราเรียนจบแล้ว ไม่ต้องการคะแนนจากอาจารย์อีกต่อไปแล้ว … เราขอพล็อตเรื่องที่มันประเทืองปัญญากว่านี้หน่อยแล้วกัน … ^^”…) จริง ๆ เมืองนี้ไม่ได้มีดีแค่เป็นบ้าน Jane Austen อย่างเดียว แต่เป็นเมืองเก่าแก่ตั้งแต่สมัยโรมัน …ชื่อ Bath ก็ได้มาจากสถานที่อาบน้ำรวมขนาดใหญ่ของชาวโรมัน ที่เรียกว่า The Roman Bath ใครสนใจก็เข้าไปดูรายละเอียดที่นี่เลยละกันนะคะ http://www.cityofbath.co.uk/

Postcard น่ารัก แสดงประวัติความเป็นมา และเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ Jane Austen นักเขียนคนโปรดของเรา (เป็นนักเขียนนิยาย สมัยศตวรรษที่ 19 ) รวมถึงนิยายเรื่องต่าง ๆ ของ Jane Austen ด้วย เลยซื้อกลับมาเป็นที่ระลึกค่ะ ….^^…….

นำเที่ยวอังกฤษ & Paris แบบบ้าน ๆ ผ่าน Scrap Book (1) : อะไร ๆ ใน London

… มีคนถามมาหลายรอบแล้ว เกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวน่าไป – อะไรน่าซื้อ ในอังกฤษ และฝรั่งเศส (จริง ๆ เขาคงอยากถามทั้งยุโรปเลย แต่เราจะบอกว่า เราเคยไปแค่ฝรั่งเศส กะ สวิส ประเทศอื่นไม่เคยไป … คงจะแนะนำได้แค่นี้ … ^^”…) เนื่องจากเห็นว่าเราเคยไปใช้ชีวิตอยู่ที่ลอนดอนมา – ตั้ ง 1 ปี – …. (… มีบางคนเข้าใจผิดว่านานกว่านั้น — ซึ่งไม่ใช่อะ … 😛 … ป. โท อังกฤษ ใช้เวลาเรียนแค่ปีเดียว … และเราเรียนจบ ป. เอก ที่เมืองไทย ไม่ใช่ที่อังกฤษ …) …. – ข อ ใ ช้พื้ น ที่ ต ร ง นี้ ชี้ แ จ ง สั ก ห น่ อ ย – …. ว่า … จริง ๆ แล้วเราคิดว่า 1 ปี ไม่ใช่ระยะเวลาที่ยาวนานอะไรเลย …. และเราก็ไปเรียนมาตั้งแต่ 10 ปีที่แล้วนู่น …. – ถ้า คุ ณ ต้ อ ง ก า ร ข้ อ มู ล ดี ๆ จ ริ ง ๆ – ….. เดี๋ยวนี้ guidebook ดี ๆ ก็มีออกมาตั้งมาก ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ราคาถูกแพงแล้วแต่ทุนทรัพย์ ….. – ถ้ า ใ ค ร ไ ม่ มี ตั ง ค์ จ ริ ง ๆ – …. แบบว่าจ่ายไปกับทริปจนหมดตัวแล้ว (… เราก็เคยเป็น ^^”…) ข้อมูลใน internet ก็มีอยู่มากมาย ….. คุณไม่จำเป็นต้องมาถามเราเลยก็ได้ …..

….. แต่แน่นอนว่า – ใ น ค ว า ม เ ป็ น จ ริ ง – เราไม่เคยพูดกับใครแบบนี้ .. เนื่องจากเรารู้อยู่แล้วว่าใครที่จะไปเที่ยวอังกฤษ – ฝรั่งเศส ย่อมต้องมีตังค์ และต้องมีปัญญาซื้อหา Guidebook ได้ไม่ยาก … ที่มาถามเรา น่าจะเพราะอยากคุยกับเรามากกว่า 555 …. หรือไม่ก็เพราะอยากได้คำแนะนำเสมือนเพื่อนแนะนำเพื่อนเที่ยว ….. ซึ่งบางอย่างมันก็หาไม่ได้ใน guidebook (…. แต่เราก็ไม่ได้อ่านทุกเล่มหรอกค่ะ …. บางเล่มอาจจะมีก็ได้) …. – ดั ง นั้ น – …. เพื่อไม่ให้ต้อง rewind เทปหลายรอบ ( เพราะเราก็มักจะให้ข้อมูลเดิมซ้ำ ๆ ) จึงขอนำมารวบรวมไว้ใน Blog นี้ — แขกไปใครมาถามอีกคราวหน้า … จะได้ส่ง Link ให้ไปเลย … ไม่ต้องจดให้บ่อย ๆ ค่ะ …. ^^…..



ปล. — ภาพประกอบ จาก Scrap Book ที่ทำไว้ และ Postcard ที่ซื้อมา ภาพถ่าย File หายไปไหนหมดไม่รู้ … หาไม่เจอ …. -“-……… ใครอยากได้ภาพประกอบสวย ๆ ชัด ๆ เอาชื่อสถานที่ไป search หาเอาใน google ละกันนะ …. เราขี้เกียจเอาภาพที่ไม่ได้ถ่ายเองมาแปะ …..

—————————————————————————

ข อ เ ริ่ ม ที่ L o n d o n ก่ อ น ก็ แ ล้ ว กั น น ะ ….. – เ ริ่ ม เ ที่ ย ว จ า ก ที่ ไ ห น ดี – … ขึ้นอยู่กับว่าอยากเดินทางโดยทางไหนอะ …. ที่นิยมกันมาก ๆ ก็คือ รถไฟใต้ดินที่เรียกว่า Tube ( เพราะเร็ว และไม่หลง) กับรถเมล 2 ชั้น (เพราะจะมองเห็นวิวสวย ๆ และเป็นสัญลักษณ์อย่างนึงของ London) …… – ถ้า อ ย า ก เ ดิ น ท า ง โ ด ย T u b e – …ก็เริ่มจากสถานีที่ใกล้ที่พักที่สุดได้เลย …. แต่ – ถ้า อ ย า ก เ ดิ น ท า ง โ ด ย ร ถ เ ม ล 2 ชั้ น – …. สำหรับนักท่องเที่ยวมือใหม่ ไม่เคยมาลอนดอนมาก่อน …. เราไม่แนะนำให้นั่งรถเมลธรรมดา เพราะอาจจะลงผิดป้ายได้ง่าย ๆ ให้นั่งรถเมลนำเที่ยวโดยเฉพาะจะดีกว่า … ส่วนใหญ่มักจะนิยมขึ้นกันที่ Marble Arch , Leicester Square ( อ่านว่า “เลสเตอร์ สแควร์ ” — คือตรง China Town) หรือ Trafalgar Square …ซึ่งเป็นที่ ๆ เป็นชุมนุมนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว ….

…. มาถึงคำถามยอดฮิตอันดับ 1 …. – ค ว ร ไ ป เ ที่ ย ว ที่ ไ ห น บ้ า ง — จึ ง จ ะ ไ ด้ ชื่ อ ว่ า ม า ถึ ง ล อ น ด อ น แ ล้ ว ? -….. ถ้าคุณเลือกนั่งรถเมลนำเที่ยวตั้งแต่ตะกี๊ รถมันจะพาไปทุกจุดที่ควรไปอยู่แล้ว จึงไม่ใช่ปัญหา เขาจอดให้ตรงไหนก็ลงไปปักป้ายถ่ายรูปได้เลย …. – แ ต่ – … หากอยากแนว เลือกเดินทางด้วยตนเอง ….. ขอแนะนำให้เริ่มจาก

1. Buckingham Palace — ควรไปแต่เช้า ให้ทันเขาตั้งแถว Changing the guards ตอนประมาณ 10 โมงเช้า ไม่งั้นจะถือว่าพลาดอย่างมาก และควรขอถ่ายรูปกับ Yeoman หรือนายทหารเฝ้าประตูด้วย …. ถ้าอยากจะเข้าไปเดินชมภายในพระราชวังก็ได้ แต่เสียค่าเข้าชมเฉกเช่นพิพิธภัณฑ์ทั่วไป สมัยเราเก็บ 10 ปอนด์ ไม่รู้ตอนนี้ขึ้นราคารึยัง ….

2. Westminter Abbey ซึ่งเป็นสถานที่ประกอบพิธีราชาภิเษก (สวมมงกุฎขึ้นเป็นกษัตริย์) และฝังศพราชวงศ์อังกฤษจำนวนมาก + Big Ben + House of Parliament และบ้านเลขที่ 10 ถนน Downing Street ซึ่งเป็นบ้านพักของนายกรัฐมนตรีอังกฤษ — เพราะมันอยู่ใกล้ ๆ กัน เดินถึงกันได้ …. จะเข้าไปข้างในหรือไม่ก็ตามใจ (จริง ๆ เข้าได้แต่ Wesminterฯ ที่เดียว ไม่เสียตังค์)

3. Tower Bridge / London Bridge มันเป็นเส้นขนานกัน ข้ามแม่น้ำ Thames — กำลังเป็นที่ฮิต เพราะเป็นภาพขายของ London Olympic (…. สะพานที่เขาเอาสัญลักษณ์โอลิมปิกไปห้อย คือ Tower Bridge นะ ไม่ใช่ London Bridge) แถว ๆ นั้นจะมี Tower of London ด้วย (เป็นปราสาท ไม่ใช่หอคอย) สามารถเข้าไปชมข้างในได้โดยเสียค่าเข้าชมเหมือน Buckingham

4. British Museum ไม่ว่าคุณจะชอบพิพิธภัณฑ์หรือไม่ …. ไปถ่ายรูปกับรูปปั้นข้างหน้า หรือห้องโถงตรงกลางก็ยังดี …. เป็นที่รวมของทรัพย์สมบัติต่าง ๆ ที่อังกฤษรวบรวมมาจากอาณานิคม ทั้งสฟิงค์ และมัมมี่ … รุ่นพี่เราคนนึงเคยบอกว่ามันน่าจะชื่อ World’s Museum มากกว่า British Museum อีก …. ไม่เสียค่าเข้าชม และสามารถถ่ายรูปได้ตามชอบใจ แต่ข้างในห้ามใช้ Flash …… – แ ล ะ ถ้ า คุ ณ เ ป็ น ค น ช อ บ พิ พิ ธ ภั ณ ฑ์ – …. ขอแนะนำให้ไปแถว ๆ สถานทูตไทย (อยู่แถว South Kensington) ซึ่งเป็นแหล่งรวมพิพิธภัณฑ์ … ทั้ง Victoria & Albert, Science Museum และ Natural History Museum ….. – ถ้ า ช อ บ ง า น ศิ ล ป ะ – …. ขอแนะนำ National Gallery, Tate Britain และ Tate Modern …. ทั้งหมดนี้สามารถเข้าชมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ค่ะ …

5. ถ้าชอบความเป็นชุมชน และบรรยากาศความเป็นลอนดอนแบบมีคนเดินเยอะ ๆ เหมือนสยามสแควร์บ้านเรา … แนะนำ Trafalgar Square (อย่าลืมไปถ่ายรูปกับสิงโตหิน 4 ด้าน และนกพิราบ) … Piccadilly Circus — (อย่าลืมไปถ่ายรูปน้อง Eros และถ่ายรูปตัวเองโดยมีป้ายไฟ …. อืมม์ .. ป้ายโฆษณา 4 ด้าน เป็น Background) และ Covent Garden — ซึ่งเราชอบมากเพราะชอบมีคนมาแสดงดนตรี เล่นกล วาดภาพ etc. ให้ดู … เสมือนเป็น Street Art … ใครไปดูแล้วพอมีตังค์ก็สนับสนุนเขาหน่อยนะ … ^^….

6. ถ้าชอบสวนสาธารณะ — แนะนำ Hyde Park .… ควรไปดู Speaker’s Corner ที่เขาให้คนมาวิจารณ์นั่นนี่ … ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า Hyde Park ด้วย … ติด ๆ กันนั้นจะมี Kensington Park ซึ่งข้างในจะมี Kensington Palace ที่เคยเป็นที่ประทับของฟ้าหญิงไดอาน่าด้วย … เข้าไปดูได้ แต่เสียตังค์ …. และถ้าอยากจิบ High Tea และขนม Scone แบบอังกฤษแท้ … เราว่าของที่นี่อร่อยดี (แต่แพง) และได้บรรยากาศอังกฤษแบบหรู ๆ …ลองชิมดูละกันนะคะ ….. ^^….

ต่อด้วยคำถามยอดฮิตอันดับ 2 …. – ช็ อ ป / กิ น อ ะ ไ ร ? ที่ ไ ห น ดี ? – …. อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าอยากซื้อหรือกินอะไรอีก ….. ขอแนะนำดังนี้ ….


ย่ า น ช็ อ ป ปิ้ ง ทั่ ว ไ ป –…. อยู่ที่ Oxford Street เดินเข้าไปเหอะ มีทุกสิ่งให้เลือกสรร ตั้งกะของที่ระลึกชิ้นเล็กชิ้นน้อย พวกพวงกุญแจ แก้ว Mug ผ้าพันคอ เสื้อบอล (ไม่แท้…. ของแท้ควรไปซื้อที่สนาม หรือสโมสร) ไปจนถึงถึงสินค้าแฟชั่นไฮโซขึ้นห้าง ถนนนี้จะตัดกับถนนชื่อ Tottenham Court Road (อ่านว่า – ท็อตแน่ม คอร์ท โร้ด -) ซึ่งเป็นแหล่งขายสินค้า it พวกกล้องถ่ายรูป นาฬิกา notebook etc. ซึ่งราคาแพงกว่าเมืองไทย และแป้นพิมพ์เป็นคนละระบบกับในบ้านเรา ( เราใช้แป้นพิมพ์ภาษาอังกฤษแบบอเมริกากันอยู่) จึงไม่แนะนำให้ซื้อ — นอกจากจะจำเป็น เช่น กล้องเสีย หรือซื้อสินค้าชิ้นเล็ก ๆ


ย่ า น ช็ อ ป ปิ้ ง ไ ฮ โ ซ – ….. อยู่บริเวณ Bayswater และ High Street Kensington รวมทั้ง Knightbridge ที่เป็นที่ตั้งของห้าง Harrods…. ซึ่งเราเคยเข้าไปแต่ซื้อของที่ระลึก พวกถุงผ้า กระเป๋าใส่เครื่องสำอางค์ ร่ม และอื่น ๆ ที่สาว ๆ นิยมใช้กัน จะอยู่ชั้นใต้ดิน ซื้อตรงนี้ถูกกว่าซื้อที่สนามบิน ….. แต่ถ้าใครเงินหนา อยากจะซื้อ – ข อ ง B r a n d n a m e ร ะ ดั บ H i g h E n d สั ญ ช า ติ อั ง ก ฤ ษ -… ก็ขอนำเสนอ Mulberry และ Burberry ละกัน … ส่วนพวก LV , Hermes นั้น ถ้าอยากได้ ไปซื้อที่อื่นในยุโรปจะถูกกว่า ….


ย่ า น ช็ อ ป ปิ้ ง ห นั ง สื อ – … ซึ่งเป็นที่ ๆ คุณโจ มณฑานี ตันติสุข เจอหนังสือ – เ ร า จ ะ ข้ า ม เ ว ล า ม า พ บ กั น – (Only Love is Real) คือแถว Charing Cross มีทั้งร้านหนังสือเก่า หนังสือใหม่ หนังสือมือสองให้เลือกซื้อ


ย่ า น ช็ อ ป ปิ้ ง ข อ ง มื อ ส อ ง ข อ ง A n t i q u e – …เนื่องจากไม่ใช่แนวเรา จึงรู้จักที่เดียวคือ Notting Hills


ส่วนคำถาม – กิ น อ ะ ไ ร ? – นั้น …. เราไม่สามารถตอบแบบไฮโซได้ เพราะไม่เคยกิน เคยกินแต่อาหารราคาประหยัด ประเภทอาหารจีน บะหมี่ หาทานได้ที่ China Town มีหลายร้าน รสชาติพอ ๆ กัน มีซุปเปอร์มาร์เก็ตอาหารไทย และบัตรโทรศัพท์ราคาถูก (นิยมยี่ห้อ Bubbles) ….ส่วนร้านเป็ดย่าง Four Seasons ที่คนไทยนิยมกินกันนั้นอยู่แถว Bayswater นับว่าไม่ใช่ร้านที่แพงมาก ถ้าสนใจอยากลองของแท้ (เราว่าอร่อยดี) และอุตส่าห์ดั้นด้นมาจนถึงลอนดอนแล้ว ก็ควรไปกิน …

ว่าจะแนะนำแค่สั้น ๆ แต่ไป ๆ มา ๆ ปรากฏว่ายาวมาก … 555 … งั้นมาต่อกันพรุ่งนี้ สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ รอบนอก London และเมืองต่าง ๆ ของอังกฤษ ก่อนที่จะข้ามไปปารีสละกันนะคะ … ^^…..

เมื่อแขกแก้วมาเยือนเจียงฮาย (3)

เชียงรายมีวัดสวย ๆ หลายแห่ง เช่นเดียวกับเชียงใหม่ แต่ที่โดดเด่นที่สุด เพราะสร้างไม่เสร็จซะที ….เอ๊ย…เพราะเป็นงานศิลป์ชั้นเยี่ยม ของท่านศิลปินเอก เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ก็คือ – วั ด ร่ อ ง ขุ่ น – แห่งนี้ …. เราเห็นใครมาเชียงรายเป็นต้องแวะ แล้วคณะของเรา จะพลาดได้อย่างไร …. ว่าแล้วก็มา update ความคืบหน้าของวัดร่องขุ่นกันหน่อย….เรามาคราวที่แล้วเมื่อน้านนานมาแล้ว ยังไม่มีป้ายชื่อวัด คราวนี้มีแล้ว …..

อุโบสถวัดร่องขุ่น …มองจากระยะไกล

ต้นไม้บริเวณรอบ ๆ ตกแต่งด้วยใบหน้าปูนปั้น

หลังจากชมอุโบสถจากไกล ๆ แล้ว เราก็เดินเข้ามาชมความงามกันใกล้ ๆ ดีกว่า ถามพี่กูเกิ้ลดู เค้าบอกว่า ทางเดินไปยังอุโบสถนี้ เปรียบเสมือนการเดินจากวัฏสงสารสู่พุทธภูมิ …. ฟังดูดีมีความหมาย แต่ถ้ารู้ตั้งแต่ตอนที่อยู่ที่วัด ไม่ใช่มา google เอาทีหลัง น่าจะเข้าท่ากว่ากันมาก โฆษกของวัด (ไม่แน่ใจว่าเป็นคนของอาจารย์เอง หรือว่าใคร เห็นว่าบางช่วงอาจารย์จะมาคุยเอง) ก็ไม่ให้ข้อมูลอะไรเลย บอกแต่ว่า ให้เดินไปเร็ว ๆ อย่าหันหลังกลับมา อย่าจับนู่นนี่ ประมาณนั้น .. ดุเป็นบ้า …และไม่มีประโยชน์อะไรเลย …:P … ถ้าบอกว่า ” …อย่าเดินหันหลังกลับมา และอย่าหยิบจับอะไรติดมือไป เพราะนี่คือการเดินทางของสังสารวัฏ ที่เราไม่อาจย้อนเวลา หรือเอาอะไรติดตัวไปกับเราได้ ….” อะไรทำนองนี้ …ลากให้มันเข้าเรื่องไป จะเข้าท่า – และได้สาระกว่ากันมาก ….

ด้านใต้สะพาน เป็นปูนปั้นภาพมือคน หรือมือสัตว์นรกก็ไม่รู้ จำนวนมาก เดาเอาว่าน่าจะหมายถึงบ่วง ความห่วงใย ความยึดติดกับสังสารวัฏของมวลมนุษย์ ไม่รู้ว่าถูกรึเปล่า เพราะ google ไม่ได้บอกไว้

ใ บ เ ส ม า – (คิดว่าใช่) เป็นรูปหน้าพญามารอ้าปาก เห็นเขาบอกว่า เขี้ยวของพญามาร หมายถึงกิเลสในใจมนุษย์

หน้าต่างแต่ละด้านเป็นลวดลายสวยงาม

ลงจากอุโบสถ เราก็เดินต่อไปทางด้านซ้าย ไปยัง – บ่ อ น้ำ อ ธิ ษ ฐ าน จิ ต – ซึ่งก็สร้างไว้อย่างงดงามมากเช่นกัน แต่ดันไม่บอกแนวคิดในการสร้าง ว่าหมายความว่าอย่างไร ให้อธิษฐานยังไง อาจจะเป็นการเปิดช่องของท่านศิลปิน ให้คนดูจินตนาการเอาเอง ก็เป็นได้ …แต่จริง ๆ มี guideline ให้หน่อยน่าจะดีกว่า เพื่อระวังการจินตนาการผิด(ไปไกล) …. หรือคนขี้เกียจจินตนาการ มาถ่ายรูปอย่างเดียวเสมือนถ่ายแฟชั่น จะเสื่อมราคาเสียเปล่า ๆ ….

ถอยออกมานิดนึงให้เห็นลวดลายชัด ๆ

บ่อน้ำอยู่ด้านใน …. ที่เห็นเป็นจุด ๆ สีขาว ๆ เงิน ๆ นั่นคือเหรียญเงิน ใครไม่มีเหรียญ สามารถแลกเหรียญเพื่อมาโยนได้ แต่ในเมื่อเราไม่รู้ว่าโยนแล้วจะได้อะไร (ไม่ได้หวังผลจากการทำบุญ แต่จะให้โยนเงินลงน้ำโดยไม่คิดอะไรเลยว่าเงินเราจะไปไหน… จะเป็นประโยชน์กับใคร — เพราะเท่าที่เห็น ก็ไม่มีทีท่าว่าใครจะเอามันขึ้นมาจากน้ำ — เราก็ไม่รู้ว่าจะโยนลงไปทำไม ….เอาเงินไปหยอดตู้บริจาคดีกว่าไหม? ) เราก็เลยไม่โยน …ตรงกลางเป็นดอกบัว มีคนพยายามโยนให้ไปลงกลางดอกบัวพอดีเหมือนกัน …ไม่รู้มันต่างจากโยนเฉย ๆ ให้ลงก้นบ่ออย่างไร …..

ด้านบนของบ่อน้ำอธิษฐานจิต

ด้านข้างของบ่อน้ำ มีฉัตรใบโพธิ์ตั้งอยู่

ร่วมทำบุญสมทบทุนในการสร้างวัดร่องขุ่น 30 บาท จะได้รับใบโพธิ์ 1 ใบ ซึ่งเราสามารถเขียนชื่อ และนำมาแขวนไว้ที่ฉัตรได้ค่ะ

ส่วนอาคารสวย ๆ ที่เห็นอยู่นี้ ก็เป็นส่วนหนึ่งของวัดร่องขุ่นเหมือนกัน แต่ว่าไม่ใช่ส่วนหนึ่งของอุโบสถหรือวิหารแต่อย่างใด ….. ให้สังเกตุว่า ถ้าเป็นส่วนหนึ่งของอุโบสถ จะต้องเป็นสีขาว ซึ่งหมายถึงพระบริสุทธิคุณของพระพุทธเจ้า (อันนี้ google ก็บอกมา)

เดินเข้ามาใกล้ ๆ ถึงได้รู้ว่าเป็น “ห้องน้ำ” นั่นเอง …ทำป้ายซะสวยเชียว

เมื่อแขกแก้วมาเยือนเจียงฮาย (2)

จะก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนทั้งที การเตรียมความพร้อมด้านเศรษฐกิจ และความมั่นคง เป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นวันนี้เราก็จะมาศึกษาดูงานกัน ณ ด่านศุลกากร และด่านตรวจคนเข้าเมืองแม่สาย เนื่องจากว่าทาง ตม. มีพื้นที่จำกัด ไม่สะดวกในการจัดการประชุม เราจึงมาที่ด่านศุลกากรกันแทน ด่านนี้เป็นด่านที่ 2 ซึ่งเป็นที่ผ่านทางสำหรับสินค้า และรถขนาดใหญ่เป็นหลัก เพราะทางพม่าต้องการให้คน และสินค้าขนาดเล็ก หรือจำนวนไม่มากนักผ่านที่ด่าน 1 มากกว่าค่ะ

รับฟังการบรรยายจากท่านผู้ช่วยนายด่านแม่สาย เกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ AEC (ASEAN Economic Community) ของไทย ซึ่งเราได้มีการเตรียมความพร้อมมาเป็นเวลานานแล้วค่ะ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ สามารถทำงานได้เป็นอย่างดี มีระบบ single windows ติดต่อทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ในจุดเดียว แต่ยังคงมีปัญหาอยู่บ้าง ในเรื่องของระบบที่ไม่สอดคล้องกันของประเทศเพื่อนบ้าน ภาษาที่ใช้ในการติดต่อสื่อสาร โดยเฉพาะภาษาพม่า (ซึ่งเพื่อนเราคนนึงที่ทำงานอยู่ TICA กต. บอกว่า น่าจะเป็นภาษาที่ยากที่สุดแล้วในอาเซียน ) ที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยไม่ค่อยรู้ และสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ทางปัญญา (Intellectual Property Rights – IPR) ที่มีการลักลอบนำเข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะตามแนวพรมแดนธรรมชาติต่าง ๆ ที่ตรวจสอบได้ยากค่ะ

รับฟังการบรรยายจากท่านรองสารวัตรตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายกันบ้าง สำหรับปัญหาเรื่องความมั่นคงในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน และปัญหาโดยเฉพาะในเรื่องการลักลอบเข้าเมืองผิดกฏหมาย การค้าแรงงานเถื่อน และการค้ามนุษย์ ซึ่งยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากภาครัฐของเรายังไม่มีนโยบายที่ชัดเจน หรือมีนโยบาย แต่ไม่สามารถทำได้ในทางปฏิบัติ เนื่องจากประเทศเพื่อนบ้านไม่ให้ความร่วมมือในการผลักดันผู้เข้าเมืองผิดกฏหมายกลับประเทศ ผู้ประกอบการของเรายังคงมีความต้องการแรงงานต่างชาติราคาถูกมาทำงานบางอย่างที่แรงงานไทยไม่ทำกัน รวมทั้งมีพรมแดนธรรมชาติจำนวนมาก เช่น แม่น้ำบางช่วงที่ตื้นเขิน เดินข้ามได้ หรือภูเขา ที่คนมักจะลักลอบเข้ามาโดยที่เจ้าหน้าที่ไม่รู้ และล่าสุดยังมีปัญหาผู้ลี้ภัยจากเกาหลีเหนือที่มักใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านเพื่อไปสู่ประเทศที่ 3 ด้วยค่ะ

รับฟังการบรรยายเสร็จแล้ว เราก็มาดูของจริงกัน ด้วยการมาทัศนศึกษา ณ ด่านท่าขี้เหล็ก ประตูสีฟ้านี้เพื่อน ๆ หลายคนที่เคยข้ามพรมแดนไปพม่าอาจจะเคยเดินผ่านกันบ้าง ด่านนี้ไม่รับพาสปอร์ตไทยนะคะ (คือเจ้าหน้าที่ ตม. พม่า ไม่รับ แต่เจ้าหน้าที่ ตม. ไทยเรารับพาสปอร์ตพม่านะ) รับแต่เอกสารผ่านแดนเท่านั้น ซึ่งคนไทยทุกคนที่ต้องการผ่านแดน สามารถใช้บัตรประชาชนในการทำเอกสารผ่านแดนชั่วคราวได้ เสียค่าธรรมเนียมเล็กน้อยประมาณ 30 – 40 บาทจ้า

ด่านท่าขี้เหล็กนี้เป็นที่ตั้งของด่านศุลกากร 1 ซึ่งเป็นทางผ่านของสินค้าระวางไม่มาก และคนเข้าเมืองค่ะ ตัวด่านจะอยู่ด้านข้างประตูไปทางด้านซ้าย มีที่จอดรถค่อนข้างจำกัด(มาก) อยู่ด้านหลัง ถ้าไม่จำเป็น ไม่อยากจอดรถข้างถนน แนะนำว่าอย่าเอารถมาจะดีกว่า

ประตูผ่านแดน มองจากฝั่งไทย และพม่า

เดินเข้าฝั่งพม่ามาแล้ว มีธงพม่าเรียงราย

เดินตรงมาเล็กน้อย และลงบันไดมาด้านขวา เราจะเจอกับตลาดที่เรียกว่า – ต ล า ด ท่ า ขี้ เ ห ล็ ก – มีสินค้ามากมายหลากหลาย ทั้งของกิน ของใช้ ทั้งของไทย ของพม่า และสินค้าราคาถูกจากประเทศจีนมากมายหลากหลายให้เลือกซื้อ พ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่เป็นคนพม่าและคนไทยน่าจะพอ ๆ กัน แต่ส่วนใหญ่จะพูดไทยได้หมดเลย

ส่วนหนึ่งของสินค้าต่าง ๆที่มีขายในตลาดท่าขี้เหล็ก …..ตลาดนี้เป็นส่วนหนึ่งของดินแดนสามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งหมายถึง จุดเชื่อมต่อพรมแดนระหว่าง 4 ประเทศ คือ ไทย พม่า จีน และลาวค่ะ ส่วนที่ติดกันจริง ๆ รู้สึกว่าจะเป็นช่วงแม่น้ำ ซึ่งตรงกับที่โรงแรมเราตั้งอยู่พอดีเลย

มีทั้งของกินและของใช้ ของกินส่วนใหญ่จะเป็นของแห้งนะ

เดินผ่านตลาดมาชมเมืองพม่านิดหน่อย…. แถวตลาดจะมีคนมาโฆษณารถตุ๊กตุ๊กพาไปชมเมืองพม่า โดยบอกว่าจะพาไปชมเจดีย์ชเวดากอง องค์จำลองด้วย ใครที่ไม่ชอบช็อป สามารถไปกะเขาได้ (แต่เทียบราคาหน่อยก็ดี) เราจำไม่ได้ว่าราคาเท่าไหร่ เพราะน้องที่เคยไปบอกว่า เป็นเจดีย์องค์เล็ก ไม่งดงามเท่าองค์จริง เราเคยเห็นองค์จริงมาแล้วตอนไปย่างกุ้งคราวก่อนนู้น (นานมาก….ตั้งแต่ย่างกุ้งยังเป็นเมืองหลวง) เลยไม่ไปดีกว่า

…ช็อปเสร็จก็กลับฝั่งไทยกันเถอะ ^^

ใครที่เงินยังไม่หมดจากตลาดท่าขี้เหล็ก หรือสินค้าไม่ถูกใจ สามารถหาซื้อสินค้าจากฝั่งไทยได้เช่นกัน บางอย่างคุณภาพจะดีกว่า ถูกกว่า เช่นพวกเสื้อยืดต่างๆ สกรีนลายแม่สายที่เราเห็นน้อง ๆ หลายคนซื้อ และเราคิดว่าพวกผลไม้สด ถ้าซื้อจากฝั่งไทย มันจะดูสะอาดและสดกว่า ลองดูนะคะ ^^

กลับจากตลาดท่าขี้เหล็กมุ่งหน้ากลับโรงแรม มองเห็นคาสิโนของลาว (มีคนบอกว่าใช่ แต่ไม่ได้ข้ามไปดู) อยู่อีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำโขงพอดี เห็นว่ามีคนไทยข้ามไปเล่นเยอะอยู่ ต้องข้ามเรือไปค่ะ

กลับมาช็อปแถว ๆ โรงแรมกันบ้าง โรงแรมที่เราไปพัก ชื่อ Imperial Golden Triangle เป็นโรงแรมในเครือเดียวกับอิมพีเรียล แม่ปิงที่เชียงใหม่ โรงแรมสวยงามทีเดียว แต่ตอนกลางคืนค่อนข้างจะเงียบไปหน่อย สงสัยเพราะช่วงนี้ไม่ใช่ฤดูท่องเที่ยว แต่ช่วงเย็น ๆ ก็มีร้านค้าเยอะอยู่

ใกล้ ๆ โรงแรมมีองค์พระพุทธนวล้านตือ ลือโลก ให้มานมัสการกันด้วยค่ะ บริเวณนี้เป็นจุดสำหรับให้คนมาถ่ายรูป ถ้ายืนแล้วจะถ่ายได้เต็มองค์สวยงามพอดี ไม่ต้องเล็ง ^^

ในบริเวณเดียวกันยังมีพระพุทธรูปอื่น ๆ ให้นมัสการด้วย

ลอดท้องช้าง เพื่อความเป็นสิริมงคล

เค้าว่าถ้ามีบุญจริง ลูบฆ้องแล้วจะมีเสียงดัง แต่พวกเรา (หลายคน) ผลัดกันลูบแล้ว ก็ไม่ยักกะมีเสียงอะไร หรือว่าจะลูบผิดวิธีก็ไม่รู้ …..^^”… ใครผ่านไปแถนนั้น ลองลูบแล้วมีเสียง ช่วยมาเล่าให้ฟังหน่อยนะคะ

แผนที่ท่องเที่ยงบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ 4 ประเทศ — ไทย พม่า จีน และลาว — ใครที่ไม่รู้ว่ามันติดต่อกันตรงไหน ยังไง ดูได้จากตรงนี้เลย ….^^…..

เมื่อแขกแก้วมาเยือนเจียงฮาย (1)

ช่วงเวลาไตรมาสสุดท้ายของปี เป็นช่วงเวลาดี ๆ (…มั้ง ? 555) ที่ข้าราชการจะต้องเดินสายไปต่างจังหวัดกันเป็นว่าเล่น เพื่อดำเนินโครงการ / กิจกรรมต่าง ๆ ตอนที่วางแผนไว้ในช่วงต้นปี อันที่จริงแล้วตอนวางแผน เราไม่ได้กะให้มันลงที่ไตรมาส 4 ทั้งหมดอย่างนี้หรอก….. :P…. แต่ไม่รู้จะทำยังไง ไตรมาส 1 เงินก็ยังไม่มา (งบประมาณต้องผ่านสภา ฯ ถ้ามัวแต่ตีกันเรื่องอะไรไม่รู้ งบก็ไม่ได้อนุมัติซะที หรือไม่ก็มารีบ ๆ อนุมัติตอนปลาย ๆ สมัยประชุม …. เอิ่ม เดี๋ยวเว็ปถูกปิด เลิกวิจารณ์รัฐบาลดีกว่า 555) ….ไตรมาส 2 ก็ต้องดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างโครงการที่ทำเองไม่ได้ ….ในที่สุด โครงการก็ต้องมากองกัน ไตรมาส 3- 4 ฉะนี้แล……

ว่าแล้ว…. เราก็มาเชียงรายกัน ตามโครงการศึกษาดูงาน เพื่อพัฒนาบุคลากร สกธ. ก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เนื่องจากเป็นงบพิเศษพัฒนาข้าราชการสู่อาเซียนของกระทรวง ฯ จึงได้เดินทางแบบไฮโซด้วยเครื่องบิน …หน้าตาแบบนี้ คือเครื่องนกแอร์ ขึ้นที่ดอนเมือง ใช้เวลาประมาณ ชม. นึง ก็มาลงจอดที่ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงรายเรียบร้อย ….. ^^….

มาถึงเชียงรายแล้ว ก็ต้องไปไหว้พ่อขุนเม็งรายซะหน่อย

ไหว้พ่อขุนเสร็จก็เริ่มศึกษาดูงานกันทันที ณ มูลนิธิกระจกเงา บ้านห้วยขม ต. แม่ยาว เชียงราย กว่าจะเข้ามาได้ หนทางลำบากมิใช่น้อย เห็นเขาว่าถ้าเป็นช่วงฝนตก ถนนแถวนี้จะเป็นเลน รถเข้าไม่ได้ ต้องเดินเท้าเข้ามาเท่านั้น …แต่วันนี้โชคดีหน่อย ฝนไม่ตก เลยเอารถตู้เข้ามาได้

คุณสมชาติ พิพัฒธราดล หัวหน้าโครงการเพื่อพัฒนาสถานภาพและคุ้มครองสิทธิเด็กไร้รัฐ ไร้สัญชาติ ในประเทศไทย กำลังบรรยายภาพรวม และปัญหา อุปสรรค ในการดำเนินโครงการให้พวกเราฟัง โครงการนี้เป็นหนึ่งในหลาย ๆ โครงการที่ดำเนินการโดยมูลนิธิกระจกเงา เชียงราย ใครสนใจโครงการอื่น ๆ ก็ขอเชิญเข้าไปชมได้ ที่ http://www.mirror.or.th นะคะ

คณะดูงานขอถ่ายรูปร่วมกันหน่อย ^^

รับฟังบรรยายสรุป แล้วก็ต้องเดินชมโครงการซักหน่อย เนื่องจากฝนตกลงมาปรอย ๆ ก็เลยเข้ามาชมตรงส่วนโครงการ E-Commerce ตามประสาสาว ๆ กันดีกว่า 555 สินค้าเหล่านี้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ชาวเขาและชาวเผ่า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มไร้รัฐ ไร้สัญชาติ เนื่องจากประเทศเพื่อนบ้านของเราเขาไม่รับรองสัญชาติให้ ส่วนประเทศไทยก็ไม่สามารถให้สัญชาติหากไม่มีหลักฐานต่าง ๆ ให้พิสูจน์ได้ว่าเป็นใครมาจากไหนกันแน่ ….เมื่อไม่มีหลักฐานแสดงตน ก็ทำให้ไม่สามารถรับบริการต่าง ๆ ได้เต็มที่ และไม่สามารถประกอบอาชีพได้ และอาจนำไปสู่การประกอบอาชีพผิดกฎหมาย …จึงทำให้เกิดโครงการนี้ขึ้นค่ะ

ส่วนหนึ่งของสินค้าต่าง ๆ ที่มีมากมายหลากหลายให้เลือก ส่วนใหญ่เป็นสินค้าทำมือ เหมาะกับสาว ๆ ที่ชอบความแปลก unique ไม่เหมือนใคร เป็นอย่างยิ่ง ส่วนใหญ่เป็นพวกกระเป๋าผ้า สินค้าดินปั้นต่าง ๆ อย่างที่เห็นนี่เป็นนกหวีดดินเหนียว ใช้เป็นสร้อยคอได้ค่ะ ใครสนใจอยากสนับสนุนโครงการ แต่ไม่อยากถ่อไปถึงเชียงราย สามารถสั่งซื้อได้ on-line ที่ http://ebannok.themirrorfoundation.org/ เลยจ้า ^^

…ก่อนเข้าโรงแรมที่พัก ณ อำเภอเชียงแสน เราก็มาแวะไหว้พระกันซักหน่อย ณ วัดพระธาตุเจดีย์หลวง อำเภอเชียงแสน บรรยากาศร่มรื่น ฝนก็ไม่ตก ว่าแล้วก็เข้าไปเลยดีกว่า

อ่านประวัติกันซะหน่อยก่อนเข้าไป

จะเข้าไปไหว้พระพุทธเชียงแสนสิงห์กัน ขออ่านก่อนว่า ต้องนำอะไรเข้าไปบูชาบ้าง ของพวกนี้ไม่ต้องเตรียมมา เพราะทางวัดมีไว้ให้พร้อม บริจาคปัจจัยตามกำลังศรัทธาแล้วก็หยิบเข้าไปได้เลย …ว่าแต่ว่า ..”สวยดอก” นี้มันอะไรอะ ?

… มองจากสิ่งต่าง ๆ ที่ทางวัดเตรียมไว้ให้แล้ว คิดว่าน่าจะแปลว่า “ดอกไม้” เนื่องจากธูปกับเทียนนั้นเรารู้จัก และอะไรอื่น ๆ นอกจากนี้ก็ไม่มีแล้ว ดอกไม้ที่เตรียมไว้ให้ก็มีมากมายหลากหลาย มิใช่มีแต่ดอกบัวสีต่าง ๆ เหมือนวัดใน กทม……

คิดว่าน่าจะเป็นอันนี้แหละ ^^”

พร้อมแล้ว…เข้าไปไหว้พระกันเลย ^^

บรรยากาศสงบร่มรื่นในวัด ความจริงมีร้านกาแฟด้วย แต่เข้าไปเย็นไปนิด ร้านปิดซะแล้ว เลยอดนั่งจิบกาแฟชมธรรมชาติในวัด

ภาพสุดท้ายสำหรับวันนี้ …ตะวันลับฟ้า ณ ริมฝั่งโขง ก่อนเข้าพักในโรงแรม… เดี๋ยวพรุ่งนี้ เราจะไปเยือนดินแดนสามเหลี่ยมทองคำกันอย่างจริงจังค่ะ … ^^….

การประชุมระดับชาติว่าด้วยงานยุติธรรม ครั้งที่ 10

ในช่วงประมาณเดือน ส.ค. ของทุกปี ที่ทำงานเราจะมีจัดงานใหญ่ คือ การประชุมวิชาการระดับชาติว่าด้วยงานยุติธรรม ซึ่งปีนี้ก็จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 10 แล้วค่ะ งานนี้จัดที่ Impact เมืองทองธานี ใครสนใจ เข้าไปดูรายละเอียดสรุปผลการประชุมในช่วงต่าง ๆ ได้ที่ Website ของสำนักงานกิจการยุติธรรม ได้เลยค่ะ

หัวข้อการประชุมในปีนี้ค่ะ “การเสริมสร้างประสิทธิภาพกระบวนการยุติธรรมเพื่อสังคมไทย”

คณะกรรมการวารสารฯ ฝากประชาสัมพันธ์หาคนส่งบทความมาลงกันเยอะ ๆ พร้อมกับแจกวารสารเล่มเก่า ๆ ช่วงเช้าก่อนประชุมจะเริ่ม ก็เลยมาช่วยกันแจกวารสารที่ Booth ก่อน ^^

การประชุมในห้องใหญ่ พอดีนั่งอยู่ไกล เห็นไม่ชัด

เรากับพี่นิด ถ่ายรูปร่วมกันกับน้องเป็ด Mascot สำนักงาน

ขอถ่ายรูปกะสาว ๆ กลุ่มลงทะเบียนหน่อย

หลังจากการมอบโล่รางวัล (ให้กับใครบ้างก็ไม่รู้ มัวแต่แจกของอยู่ ไม่ได้เข้าไปดู 555) และการเสวนาในช่วงเช้า ช่วงบ่ายก็จะเป็นการจัดประชุมกลุ่มย่อยค่ะ เราอยู่ห้องที่ 1 นวัตกรรมเพื่อการพัฒนางานยุติธรรมค่ะ

มีผู้นำเสนอ 3 คน และผู้วิพากษ์ 2 คนค่ะ จริง ๆ จะต้องมี 3 แต่มาไม่ได้ 1 ท่าน เรื่องที่นำเสนอในครั้งนี้ เป็นเรื่องศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลกระบวนการยุติธรรม ระบบควบคุมตัวผู้กระทำความผิดด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Monitoring – EM) และการพิสูจน์ระยะยิงจากรอยกระสุนค่ะ — ใครสนใจ เชิญเข้าไปอ่านรายละเอียดได้ใน website ข้างบน คิดว่าเขาน่าจะลงไว้แล้ว ไม่งั้นก็ถามเราก็ได้ค่ะ เพราะเขาแจกหนังสือรวมบทความที่นำเสนอให้ผู้เข้าร่วมประชุมและเจ้าหน้าที่ทุกคนด้วย ^^

ห้องประชุมหนาวมาก 555

ในการประชุมครั้งนี้ ยังมีการมอบรางวัลให้กับผู้ชนะการประกวดหนังสั้น “108 เรื่องราวความยุติธรรม” ซึ่งจัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 2 แล้ว ใครที่ยังไม่รู้ข่าว และสนใจอยากส่งเข้าประกวดในปีต่อ ๆ ไปบ้าง ก็ติดตามข่าวได้ที่ website ของสำนักงาน เช่นกันนะคะ

ถ่ายรูปร่วมกัน หลังประชุมจบวันแรกค่ะ

%d bloggers like this: