อบรมผู้ช่วยผู้ตรวจการลูกเสือ @ค่ายลูกเสือวชิราวุธ (1)


ต่อเนื่องจากโครงการ New Gen ที่รับประกาศนียบัตรมาแล้ว ( ..แต่หาไม่เจอแล้วเช่นกัน …^^”… ไม่รู้ไปเก็บไว้ไหน ) สำนักงานฯ ก็ส่งพวกเราจำนวน ทั้งหมด 50 ชีวิต ( หมายความว่า —เกินกว่าครึ่งหนึ่งของสำนักงาน 555) มาเข้าค่าย – อ บ ร ม ห ลั ก สู ต ร ผู้ ช่ ว ย ผู้ ต ร ว จ ก าร ลู ก เ สื อ – ที่ค่ายลูกเสือวชิราวุธ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เด็ก ๆ ที่ รร. มาพาเข้าค่ายลูกเสือ เนตรนารีที่นี่คงคุ้นเคยกันดี ส่วนเรานั้นไม่คุ้น เพราะ รร. ไม่เคยพามา ตอน ป. 6 – ม.1 รร. พาไปเข้าค่ายเพชรรัตน์ที่เขาใหญ่ ส่วนตอน ม. 2 รร. เราพาไปเข้าค่ายที่ไหนซักแห่งที่เมืองกาญจน์ ฯ ซึ่งไม่ใช่เขาชนไก่ (เพราะเขาชนไก่เขาพาไปตอน ม. 3 เราไม่ได้เรียน) …. แต่เป็นที่ไหน เราจำไม่ได้จริง ๆ …

…จะบอกว่า – ไ ด้ ก ลั บ ม า แ ต่ ง เ ค รื่ อ ง แ บ บ ลู กเ สื อ อี ก ค รั้ ง – ก็ไม่สามารถพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำเท่าไหร่ เนื่องจากสมัยเรียน ประถม + ม. ต้น นั้นเราเรียนเนตรนารี ไม่ได้เรียนลูกเสือ ไม่เคยแต่งเครื่องแบบสีกากี – ผ้าพันคอสีน้ำเงินแบบนี้ … พูดถึงผ้าพันคอ เราก็เพิ่งรู้ตอนมาอบรมเนี่ย ว่าผ้าพันคอลูกเสือมันมีหลายสี และแต่ละสีมีความหมายถึงประเภทของลูกเสือ และพื้นที่ … แบบสีเหลืองที่เราเคยใส่ และเห็นชาวบ้านเขาใส่กันทั่วไป หมายถึง ลูกเสือ – เนตรนารีสามัญ – สามัญรุ่นใหญ่ ในกรุงเทพฯ … ส่วนสีน้ำเงินแบบนี้ใช้ระหว่างการฝึกอบรมค่ะ …

เ ค รื่ อ ง แ บ บ ( เ กื อ บ) เ ต็ ม ย ศ – มีอาวุธ คือ ไม้พลองด้วย… ไม้พลองนี้เราก็เพิ่งรู้เหมือนกัน ว่าเป็นไอเดียของ ร. 6 ทีอยากให้ลูกเสือไทยมีการฝึกใช้อาวุธเหมือนทหาร ชาติอื่น ๆ เขาไม่มีกัน ส่วนพู่สีที่แขนนั้นเป็นเครื่องหมายแสดงหมู่ที่เป็นชื่อสัตว์ ซึ่งเราก็เพิ่งรู้ (อีก !!! แสดงว่าตอนเราเรียนลูกเสือ – เนตรนารีนั้น รร. เขาไม่ได้สอน หรือสอนแล้วแต่เราเองจำไม่ได้เลยฟระ 555) ว่ามันเป็นสากล เหมือนกันทุกประเทศ — จะเป็นประเทศไหน ๆ หมู่นกหัวขวาน (คือหมู่ของเราเอง) ก็จะเป็นสีแดง – ขาว เช่นนี้ … หมู่สิงโตก็เป็นสีแดง (ถ้าจำไม่ผิด) เป็นต้น ….

ซุ้มประตูทางเข้าค่ายวิสุทธารมณ์ — ซึ่งเป็นหนึ่งในค่ายอันมากมายของค่ายวชิราวุธ มีมากมายหลายรูปแบบ แตกต่างกันไปตามวัตถุประสงค์การฝึกอบรม และกลุ่มเป้าหมาย ที่เป็นบ้านเหมือนรีสอร์ทก็มี แต่อันนี้เป็นบ้าน shelter และเต๊นท์ถาวร เหมือนที่เด็ก ๆ เขามาพักกันเวลาพักแรม หน้าซุ้มนอกจากประตูขนาดใหญ่รถผ่านได้อย่างที่เห็น ข้าง ๆ ยังมีถ้ำต้นไม่ให้ลอดเข้าไปอีกด้วย …

บ้านพักและเต๊นท์จะเรียกตามหมู่ แต่ละหมู่มีบ้านหลังนึง ห้องน้ำ (แยกชาย -หญิง) และเต๊นท์ถาวร 1 หลัง อยู่คนละฝั่งถนน บริเวณทำครัว โต๊ะอาหาร และห้องน้ำ จะอยู่ฝั่งที่เป็นบ้าน หมู่เราจะค่อนข้างซวยกว่าหมู่อื่นเล็กน้อย ตรงที่ที่ซึ่งควรจะเป็นที่ตั้งของห้องน้ำนั้น ดันมีต้นไม่ใหญ่อยู่พอดี เลยต้องสร้างห้องน้ำเลยออกไปค่อนข้างไกลพอสมควร…

…ตามปกติ เขาจะให้ผู้หญิงนอนบ้าน ผู้ชายนอนเต๊นท์ แต่ด้วยความที่สำนักงานเรามีผู้หญิงเยอะกว่าผู้ชาย และบ้านมันเล็กกว่าเต๊นท์ ผู้หญิงก็เลยต้องมานอนเต๊นท์แทน (….><….) จะว่าลำบากก็ลำบากเพราะว่ามันไกลห้องน้ำ แต่จะให้ผู้หญิงทั้งหมด 7-8 คน มาอัดกันอยู่ในบ้านก็กระไรอยู่…นอนเต๊นท์ก็ได้ ….

…สำหรับอาหารการกินในค่ายลูกเสือนั้น มื้อกลางวันเขาเลี้ยง ส่วนมื้อเช้า กะมื้อเย็น ให้ทำเอง มื้อเย็นมื้อแรกนั้นมีกับข้าวมาให้ ให้พวกเราหุงข้าวเฉย ๆ แต่กว่าจะติดเตาได้ก็ลำบากพอสมควรทีเดียว เนื่องจากต้องไปหาก้อนหินมาทำเตา และกิ่งไม้แถว ๆ นั้นมาทำฟืน ก่อไฟ ยังดีหน่อย มีไฟแช็คมาให้ ไม่ถึงขนาดให้เอาไม้สีกันให้เกิดประกาย…>< ….

นอกจากเตาแบบก้อนหินแล้ว ยังมีเตาลอย ซึ่งต้องทำโดยการสร้างชั้นไม้ไผ่ด้วยการผูกเงื่อน แล้วเอาดินมาไว้ชั้นบน หลังจากนั้น ก็ต้องหาก้อนหินมาตั้ง 3 ด้านอยู่ดี เพื่อวางหม้อหรือกะทะตามแต่จะใช้ทำอะไร ข้อดีของมันก็คือจะไม่เปียกน้ำ (แต่ก็ต้องทำหลังคา หรือเอาไปวางในร่มด้วยนะ) ในช่วงเวลาที่ฝนตกบ่อย ๆ เช่นนี้

มื้อแรกมีกับข้าวมาให้…วันต่อ ๆ ไปนั้นต้องทำกับข้าวกันเอง มีอาหารสดมาให้ (…ดีนะเนี่ยที่ไม่ให้ล่าสัตว์ ตัดหญ้าเอาเอง …ไม่งั้นบริการรับซื้อสินค้าจากข้างนอกแล้วเอามาส่ง คงได้ขายดิบขายดีกว่านี้แน่ ๆ 555) แล้วให้ปรุงกันตามยถากรรม …อาหารส่วนใหญ่ก็จะเป็นแนวที่สุกง่าย ๆ หน่อย เช่น ผัดผัก ไข่เจียว อะไรทำนองนี้ เนื่องจากกว่าจะก่อไฟให้ติดก็ใช้เวลานานแล้ว การจะรักษาไฟให้มันอยู่ไปนาน ๆ ไม่ดับ ไม่มอด โดยที่ไม่มีถ่าน มีแต่ฟืน ยิ่งยากใหญ่ ….><

โฉมหน้าอาหารมื้อเช้าแบบง่าย ๆ …. เพราะต้องหุงหาอาหาร รีบกิน และเก็บให้เรียบร้อย ก่อนเวลาตรวจสถานที่พัก 7 โมงครึ่ง ของทุกวัน ไข่เค็ม และผักดองนั้นเขามีมาให้ ที่เหลือทำเอง

กินเสร็จแล้ว นอกจากล้างหม้อล้างจานให้เรียบร้อยแล้ว ก็ต้องเก็บเตา โดยการกวาดฟืน กวาดขี้เถ้าที่เหลือออกให้หมดแล้วขุดหลุมฝังไว้ข้าง ๆ อันนี้เก็บและฝังกลบเรียบร้อยแล้ว มีน้องหมามานอนแปะ 1 ตัว เพราะหลุมที่เพิ่งฝังไปนั้น พื้นดินจะอุ่นดี….^^…

อาหารทำกินเองมื้อสุดท้าย – คืออาหารเย็น วันที่ 3 เพราะวันที่ 4 นั้นเป็นงานเลี้ยง Cherry Night อาหารอุดมสมบูรณ์เป็นพิเศษ เพราะคุณแม่ครัวตั้งใจจะใช้อาหารสดที่เหลือให้หมด จะได้ไม่ต้องเหลือคืน ถึงคืนไปก็อาจจะเน่าเสียอยู่ดี)… อร่อยบ้าง ไม่อร่อยบ้าง … อ้อ น้ำพริกเขามีให้มาค่ะ ไม่ได้ตำเอง ….

…และถึงแม้ว่าห้องน้ำจะอยู่ไกลกว่าหมู่อื่น ๆ และทั้งหมู่ มีคนหุงข้าวด้วยหม้อที่ไม่ใช่หม้อไฟฟ้าเป็นอยู่คนเดียว คือ พี่เก๋ (….^^”…) แต่หมู่เราก็สามารถทำอาหาร รีบกินรีบล้างรีบเก็บ และจัดค่ายให้น่าอยู่สวยงาม (มั้ง ? 555) จนกระทั่งได้รับรางวัลธงเขียวมาตรฐาน ตั้งแต่วันแรก จนกระทั่งถึงวันสุดท้ายที่มาอยู่ค่ายกันเลยทีเดียว…เย้ !

Tags:

About jeenina

I'm a Thai government official currently affiliated with the Ministry of Justice of Thailand. I've got my degrees in English (1st degree) and Political Science (Masters and PhD). I love travelling, art, literature and philosophy. I currently live in Bangkok, Thailand.
%d bloggers like this: