Advertisements

ไปเรียนภาษาอังกฤษกันที่ Wallstreet


เข้าสู่ยุค อาเซียน ฟีเวอร์ ที่ไหน ๆ ก็เตรียมตัวเข้าเป็นประชาคมอาเซียนกันทั้งนั้น โดยเฉพาะเหล่าข้าราชการอดทนทั้งหลาย ที่ไหน ๆ ก็ต้องเรียนภาษาอังกฤษ … รวมทั้งกระทรวงฯ สุดที่รักของเราด้วย …555… มีโครงการให้ข้าราชการเรียนภาษาอังกฤษฟรี ๆ …เนื่องจากอยากรู้ว่าเขาจะสอนอะไร (กันนักหนา)… ดิฉันก็จึงสมัครเข้าเรียนกะเขาด้วย …. ^^”…. – ป ร า ก ฏ ว่ า -…..กระทรวงเราก็ใจป้ำมิใช่น้อย ถึงกะเอา Wallstreet มาตั้งที่นี่กันเลยทีเดียว …..

ป้ายตรงประตู Lift

Wallstreet คืออะไร ? — ใครที่เคยขึ้นรถไฟฟ้าบ่อย ๆ คงเคยเห็นป้ายคนลิ้นสองแฉก …. เอ๊ยย….คนลิ้นเป็นธงชาติอังกฤษ – เมกา อะไรทำนองนี้ หลัง ๆ รู้สึกว่าเอาออกไปเยอะพอสมควร เพราะถูกด่าว่าทำโฆษณาออกมาโอเว่อร์เกิน และออกแนวดูถูกคนบางอาชีพ….เข้าเรื่อง ๆ ..Wallstreet คือชื่อของสถาบันสอนภาษาอังกฤษแห่งหนึ่งที่มักเลือกทำเลที่ตั้งใกล้ ๆ รถไฟฟ้า เพื่ออำนวยความสะดวกให้คนที่ทำงานมาเรียนกันได้ง่าย ๆ แต่พอเปลี่ยนแนวมาสอนตามกระทรวงต่าง ๆ ก็มาตั้งอยู่ที่สำนักงานพัฒนาบุคลากรฯ เลย

Wallstreet ที่นี่ (จริง ๆ ก็คงทุกที่อะ) มีให้เลือกเรียนหลายระดับตั้งแต่ Basic ที่เรียกว่า Survival เราไม่แน่ใจว่าเริ่มต้นสุด ๆ นี่ขนาดไหน เพราะที่กระทรวงฯ เขาตัดให้เริ่มที่ระดับ 3 ถ้าจำไม่ผิด คนที่สอบวัดระดับได้ต่ำกว่านั้นเขาไม่ให้เรียน …..ซึ่งเราคิดว่าเป็นการตัดสินใจที่งี่เง่ามาก (ขออภัย) เพราะการสอนคนที่รู้เรื่องอยู่แล้ว ไม่ได้ช่วยพัฒนาให้กระทรวงฯ มีคนรู้ภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้นเลย ….แทนที่จะตัดคนที่สอบวัดระดับได้ Level สูง ๆ ออกแทน …แต่ก็ช่างเขาเหอะ …คือถ้าเขาตัดระดับสูงออกจริง เราก็คงไม่ได้เรียนหรอก … ^^”….

หลักการของ Wallstreet ในฐานะโรงเรียนสอนภาษาสำหรับคนทำงานแล้ว ก็คือ เรียนเมื่อไหร่ก็ได้ … แล้วแต่เราจะว่าง โดยเน้นเรียนกับเครื่องคอมฯ เป็นหลัก เริ่มจาก ฟังบทสนทนา พูดตาม อ่านตาม ทำแบบฝึกหัดแบบคลิกในคอมก่อน แล้วจึงไปทำแบบฝึกหัดในตัวเล่ม ครบรอบแล้วก็มาคุยกับอาจารย์เจ้าของภาษา 1 ครั้ง แล้วจึงผ่านไปเรียนบทต่อไปค่ะ

ห้องเรียนมีคอมพิวเตอร์มากมาย…. เปิดตั้งแต่ 7 โมงเช้า -1 ทุ่ม จะมาเรียนตอนไหนก็ได้ ส่วนใหญ่เราก็มาตอนเช้าตรู่บ้าง เลิกงานบ้าง เวลาทำงานที่มันว่าง ๆ บ้าง (555) แต่มาเลิกงานจะดีที่สุดเพราะขับรถมาจอดตึก A แล้วกลับบ้านได้เลย ..ไม่ต้องนั่งมอ’ไซค์หัวฟูกลับไปที่ตึก B อีก

เครื่องคอมแต่ละเครื่อง มีหูฟัง และไมโครโฟนส่วนตัวเรียบร้อย เมื่อเรา Log in ด้วย user name และ password ที่ได้มา มันจะเข้าไปที่บทเรียนของเราทันที

หนังสือแบบฝึกหัด …เล่มใหญ่ต้องทำ เพราะเวลาที่ไปพบกับอาจารย์เจ้าของภาษาเมื่อจบบท เขาจะตรวจ …..^^”…. ส่วนเล่มเล็กเป็นแบบฝึกหัดเพิ่มเติม จะทำหรือไม่ทำก็ได้ แล้วแต่เรา …ซึ่งของเราและเพื่อน ๆ ส่วนใหญ่ก็ขาวสะอาดอะนะ …..^^”….

เมื่อคุยกับอาจารย์เจ้าของภาษาแล้ว เขาจะประเมินว่าเราควรได้เรียนบทต่อไปหรือไม่

…. พร้อมกับ Comment เล็กน้อย ว่าเรามีปัญหา Grammar เรื่องไหนบ้าง ส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยจะมีปัญหาอะไรมาก คือถ้าไม่รู้จริงๆ ถามเขาเขาก็บอก แล้วก็ผ่านไปเรียนบทต่อไปได้ แต่ถ้าไม่ได้ทำการบ้านในเล่มมาเลย เขาอาจจะให้เรียนซ้ำได้ เราโชคดีที่ครั้งแรกน้องที่ทำงานเตือนให้ทำการบ้านไป …ก็เลยทำไปทุกครั้ง ส่วนใหญ่ก็ปั่นเอาก่อนวันส่งนั่นแหละ … ^^”….

ส่วนใบนี้คือบัตรนัดสำหรับกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งการพบอาจารย์เจ้าของภาษา ที่เรียกว่า Encounter Class ประมาณ 2-3 สัปดาห์ต่อ 1 ครั้ง และก็กิจกรรมต่าง ๆ เพื่อเปิดโอกาสให้ได้ใช้ภาษาอังกฤษมากขึ้น ที่เรียกว่า Social Club และ Complementary Class ซึ่งคืออะไรก็ไม่รู้ เพราะเราไม่เคยเข้าเลย (555) เคยเข้าแต่ Social Club ซึ่งแต่ละครั้งก็จะแตกต่างกันไป… ส่วนใหญ่เราจะเลือกเข้า Social Club ที่มีของกิน เพราะจะได้กิน….^^”….เอ๊ย… ไม่ใช่ …เพราะจะได้มีกิจกรรมทำ ไม่ต้องนั่งฟังนั่งพูดอย่างเดียว …..มีอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ทำบ้างน่าสนใจกว่ากันเยอะ

ดังเช่น กิจกรรมวัน Valentine มาถึงก็ได้รับแจกสูตรขนมเช่นนี้

บิคุ๊กกี้ ทำขนมกัน

ทุกคนทำขนมกันอย่างตั้งใจ

ใส่ไอศกรีมลงไป …^^…..

…….และตกแต่งให้สวยงามก่อนกิน …. ^^….. – ใ ค ร ส น ใ จ จ ะ เ รี ย น บ้ า ง -…. คือเราก็ไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วมันราคาเท่าไหร่ แต่เท่าที่เคยเดิน ๆ เข้าไปดู เราว่าสถาบันภาษาที่มุ่งเน้นสอนคนวัยทำงานหลายแห่งจะมีหลักการคล้าย ๆ อย่างนี้เหมือนกัน ไม่ต่างกันมาก เอาเป็นว่า ใครสะดวกที่ไหน ชอบใจที่ไหน ก็เลือกเอาตามกำลังทรัพย์ละกันนะคะ …^^….

Advertisements

Tags:

About jeenina

I'm a Thai government official currently affiliated with the Ministry of Justice of Thailand. I've got my degrees in English (1st degree) and Political Science (Masters and PhD). I love travelling, art, literature and philosophy. I currently live in Bangkok, Thailand.
%d bloggers like this: