เก็บมาฝาก จาก Manuscript from Accra


…ห่างหายจากการ Review หนังสือไปนาน …วันนี้เอาซะหน่อยละกันกับ Manuscript from Accra ผลงานล่าสุดของนักเขียนคนโปรดของเรา Paulo Coelho ผู้เขียนเรื่อง The Alchemist อันโด่งดัง (จำไม่ได้แล้วว่าชื่อภาษาไทยว่าอะไร ….555) แต่ผลงานที่เราชอบที่สุดคือ Eleven minutes …เล่มที่ผ่านมา Like the flowing river ที่เป็นรวมบทความและนิทานสั้น ๆ ก็โอเค … เล่มนี้เราเห็น Page ของ Paulo Coelho ใน FB เอาคำคมจำนวนมากมาแชร์ตั้งกะต้นเดือนเมษา ….คิดว่าน่าสนใจดีก็เลยไปซื้อมาตั้งกะก่อนสงกรานต์แล้ว …แต่เพิ่งได้ฤกษ์อ่านหลังจากสอบ มสธ. เสร็จนี่เอง ….Asia Books ขายเท่าไหร่ไม่รู้ เพราะว่าหาไม่เจอ แต่ Kinokuniya ขายในราคาปกอ่อนเล่มละ 480 บาท ได้ลด 20 % เพราะเป็นหนังสือใหม่ เหลือเล่มละ 380 ถ้าจำไม่ผิดจ้า ….

M a n u s c r i p t f r o m A c c r a หรือ – จ า รึ ก จ า ก น ค ร อั ค ร า – … (…ไม่แน่ใจว่าชื่อภาษาไทยใช้ยังงี้รึเปล่านะคะ เพราะว่าไม่มีฉบับแปลไทยอยู่ในมืออะ …) ตามคำนำเขาว่าเป็นหนึ่งในจารึกบนกระดาษต้นกก (Papyrus … คาดว่าน่าจะคล้าย ๆ พวกสมุดข่อยของไทย) ทางเหนือของอียิปต์ เมืองอัคราที่ว่า ตามหนังสือบอกเขาว่าเป็นเมืองที่อยู่ทางเหนือของอียิปต์เหมือนกัน …..- เ รื่ อ ง ร า ว ใ น จ า รึ ก – ที่ผู้เขียนกล่าวว่า ได้ถ่ายทอดลงมาในหนังสือเล่มนี้ ..เป็นเรื่องราวของชาวนครเจรูซาเล็มบันทึกไว้ … ในวันที่เจรูซาเล็มกำลังจะถูกโจมตีโดยกองทัพครูเสดที่มีแสนยานุภาพมากกว่ากองทัพของเมืองมากมายนัก …ซึ่งทำให้ชาวเมืองเหลือทางเลือกเพียงแค่ทิ้งเมืองไปเพื่อรักษาชีวิตเอาไว้ …หรือยอมต่อสู้จนตัวตายอยู่ในเมืองเท่านั้น ….


…ดังนั้น ในวันนี้ชาวเมืองทั้งหลายจึงมาชุมนุมกัน ณ จตุรัสที่เคยเป็นที่ ๆ พี่เยซูถูกตรึงกางเขนเมื่อหลายพันปีก่อน เพื่อที่จะถามคำถาม และรับฟังคำตอบจาก The Copt ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร … และควรจะใช้คำแปลเป็นภาษาไทยว่ายังไงดี … ตามเนื้อเรื่องเขาบอกว่าเป็นนักปราชญ์ลึกลับชาวกรีกที่เป็นที่เคารพของชาวเมืองนี้ … – ลั ก ษ ณ ะ ก า ร ตั้ ง คำ ถ า ม – ต อ บ -… คล้ายเรื่อง The Prophet ของ Kahlil Gibran มาก ๆ … จึงไม่น่าแปลกใจที่ใน Amazon จะมีคนวิจารณ์ว่าเรื่องนี้ไม่ค่อยมี Originality สักเท่าไหร่ เหมือนใช้โครงเรื่องเดิม ๆ มาเป็นตัวร้อยเรียงเพื่อจะขายคำคมต่าง ๆ เสียมากกว่า …. – ดั ง นั้ น -… เราก็จะไม่วิพากษ์วิจารณ์อะไรมากไปกว่านี้ในส่วนของโครงเรื่อง …. แต่จะมาดูในจุดขายที่สำคัญของเรื่องนี้ นั่นก็คือคำคมต่าง ๆ ซึ่งแทรกอยู่ในคำตอบของ The Copt ที่ให้กับชาวเมืองกันดีกว่า …. – ตั ว อ ย่ า ง ที่ ย ก ม า เ ห ล่ า นี้ – … มาจากตอนที่เราชอบ ใครอ่านแล้วสนใจเรื่องอื่น ๆ ก็ไปหาอ่านฉบับเต็มเอาละกันนะคะ … ^^….

….เนื่องจากหนังสือใช้วิธีเปิดแต่ละบทด้วยคำถามของชาวเมืองแต่ละคนที่ขอคำอธิบายจาก The Copt ในเรื่องที่ตัวเองอยากรู้ หนังสือเล่มนี้จึงไม่มีเลขบทแต่อย่างใด …. คำพูดในรูป เป็นคำเปิดของบทที่ว่าด้วย – ค ว า ม ไ ร้ ค่ า – ของคนที่คิดว่าตัวเองไร้ค่า … ซึ่งก็คงมีบางเวลาที่เราคิดว่าตัวเองเป็นอย่างนั้นเหมือนกัน … เวลาที่ทำอะไรไม่ได้อย่างใจ … ไม่ได้เหมือนคนอื่นเขา .. The Copt บอกว่า …



Don’t try to be useful. Try to be yourself. That is enough, and that makes all the difference.



Walk neither faster nor slower than your own soul, because it is your own soul that will teach you the usefulness of each step you take.



Sometimes taking part in a great battle will be the thing that will help change the course of history.But sometimes you can do that simply by smiling, for no reason, at someone you happen to pass on the street.



Without intending to, you might have save a life of a complete stranger, who also thought he was useless, and might have been ready to kill himself untill a smile give him new hope and confidence.



A life is never useless . Each soul that come down to earth is here for a reason. (Page 41-42)



อย่าพยายามที่จะทำตัวมีประโยชน์ แต่จงพยายามเป็นตัวของตัวเอง นั่นก็เพียงพอแล้ว ที่จะก่อให้เกิดความแตกต่างขึ้นในโลก



อย่าเดินให้เร็ว หรือช้าเกินกว่าจิตวิญญานของตัวเราเอง เพราะมีเพียงจิตวิญญานของเราเท่านั้น ที่จะบอกได้ว่า … แต่ละก้าวของเรานั้น มีประโยชน์เพียงใดกับโลกใบนี้



บางทีเราอาจจะคิดว่า …การมีส่วนร่วมในสงคราม จึงจะเป็นการเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์…. แต่บางครั้ง … เราอาจจะไม่ทันคิดว่า สิ่งที่เราทำได้ง่าย ๆ เช่น การยิ้มให้ใครสักคนที่เดินสวนกันบนถนน อาจเปลี่ยนแปลงชีวิตได้เช่นกัน…..



… เพราะรอยยิ้มของเรา อาจจะเป็นการช่วยชีวิตคนอีกคนหนึ่ง ที่คิดว่าชีวิตของเขาไร้ค่าเช่นกัน และอาจจะกำลังคิดจะฆ่าตัวตาย ….จนกระทั่งเขาได้เห็นรอยยิ้มของเรา … ที่จุดประกายความหวังและความเชื่อมั่นของเขาขึ้นอีกครั้ง …



….ไม่มีชีวิตใดที่ไร้ค่า … ดวงวิญญานทุกดวงที่ลงมาจุติบนโลกใบนี้ …ต่างก็มีเหตุผลเป็นของตัวเองทั้งสิ้น…

Beauty exists not in sameness but in difference. Who could imagine a giraffe without its long neck or a cactus without a spine? The irregularity of the mountain peaks that surround us is what make time so imposing. If we tried to make them all the same, they will no longer command our respect.



A sunset is always more beautiful when it is covered with irregulary shaped clouds, because only then can it reflect the many colors out of which dreams and poetry are made. (page 61-62)



ความงามนั้นมิได้อยู่ในความเหมือน …หากอยู่ในความต่าง ….เราคงไม่อาจนึกภาพยีราฟที่ปราศจากลำคอยาว หรือต้นตะบองเพชรที่ปราศจากหนามแหลมคมได้….. เช่นเดียวกัน ….ทิวเขาสลับซับซ้อนที่มียอดเขาสูงต่ำแตกต่างกันล้อมรอบเราอยู่นั้นย่อมแลดูน่าเกรงขาม แต่ถ้าหากเราพยายามที่จะทำให้ยอดเขาทั้งหลายดูเท่ากันไปหมดแล้ว ความน่ายำเกรงนั้นก็จะหมดไปในทันที



อาทิตย์อัสดงนั้น …. จะงดงามยิ่งกว่าเมื่ออยู่ท่ามกลางก้อนเมฆที่มีรูปร่างแตกต่างกันออกไป
… เนื่องด้วยก้อนเมฆเหล่านั้น…. จำเป็นต่อการสะท้อนแสงสีที่สวยงาม…. อันเป็นแหล่งกำเนิดแห่งความฝัน และบทกวี….


Love is only a word, until someone arrives to give it meaning.



Don’t give up. Remember , it’s always the last key on the key ring that opens the door. (Page 79)



….คำว่า – รั ก -…. จะเป็นเพียงคำๆ หนึ่งที่ปราศจากความหมาย .. จนกระทั่งใครคนหนึ่งเดินเข้ามาในชีวิตของเรา เพื่อที่จะให้ความหมายแก่มัน….



อย่าได้สิ้นหวัง ….. จงจำไว้เสมอว่า …กุญแจที่ใช้ไขเปิดประตูได้ มักจะเป็นกุญแจดอกสุดท้ายในพวงกุญแจ —หลังจากที่เราได้ทดลองใช้ดอกอื่น ๆ จนหมดแล้ว– เสมอ…

ข้ อ มู ล ท า ง บ ร ร ณ านุ ก ร ม ข อ ง ห นั ง สื อ เ ล่ ม นี้ – Coelho, Paulo. Manuscript Found in Accra.New York: Alfred A. Knoff, 2013.



สำหรับใครที่ต้องการนำไปอ้างอิงต่อ เลขหน้าอยู่หลังตัวบทภาษาอังกฤษที่ Quote มานะคะ …ส่วนคำแปลภาษาไทย ถ้าจะนำไปใช้ช่วย Link กลับมาที่หน้านี้ด้วยจะขอบคุณมาก ….^^…..

Tags: , , , ,

About jeenina

I'm a Thai government official currently affiliated with the Ministry of Justice of Thailand. I've got my degrees in English (1st degree) and Political Science (Masters and PhD). I love travelling, art, literature and philosophy. I currently live in Bangkok, Thailand.
%d bloggers like this: