ย้อนรอยประวัติศาสตร์การทูตไทย @ลพบุรี (3) : บ้านเจ้าพระยาวิชาเยนทร์


พักทานข้าวแล้วเราก็มาทัวร์กันต่อ ณ บ้านหลวงรับราชทูต หรือ บ้านเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ ตั้งอยู่ไม่ไกลจากพระราชวังนารายณ์ราชนิเวศน์นัก อยู่บนถนนฝรั่งเศส (Rue de France) ซึ่งตั้งชื่อเพื่อสะท้อนถึงความสัมพันธ์ไทย – ฝรั่งเศสค่ะ จอดรถได้ตรงซอยวิชาเยนทร์นะคะ ข้างในไม่มีที่จอดรถค่ะ

เจ้าพระยาวิชาเยนทร์ หรือ Constantine Phaulkon เป็นชาวเกาะเซฟาโลเนียในประเทศกรีซ เริ่มชีวิตการทำงาน ด้วยการเป็นกลาสีเรือ เดินทางไปที่อังกฤษก่อน แล้วมาที่เมือง Matraz ในอินเดีย จนมาถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เดินทางเข้ามาไทยในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และเป็นชาวต่างชาติคนแรกที่ได้เข้ารับราชการในราชสำนักในตำแหน่งล่าม (แต่แรก ๆ ก่อนรับราชการก็เป็นพ่อค้าก่อน) เป็นตัวแทนการค้าระหว่างอยุธยา และฝรั่งเศส เนื่องจากเป็นคนเรียนรู้ไว และปรับตัวเก่ง สามารถปรับตัวเพื่อเอาตัวรอดได้ทุกสถาน เช่น เปลี่ยนศาสนาจากคริสต์โปรแตสแตนท์ เป็นคาทอลิก เพื่อแต่งงานกับนางดอร่า มารี กีมาร์ (ท้าวทองกีบม้า ผู้มีชื่อเสียงในการประดิษฐ์ขนมไทยหลายอย่าง) จึงก้าวหน้าในอาชีพราชการอย่างรวดเร็ว โดยมีตำแหน่งสูงสุดเป็นถึงสมุหนายก (…ตำแหน่งสูงสุดของข้าราชการพลเรือน ถ้าเทียบสมัยนี้น่าจะประมาณนายกรัฐมนตรี) ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ ฯ เลยทีเดียว



ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ ตามนี้ค่ะ : http://th/wikipedia.org/wiki/เจ้าพระยาวิชาเยนทร์

สำหรับบ้านหลวงรับราชทูตแห่งนี้ ว่ากันว่าสมัยที่ยังรุ่งเรืองอยู่นั้น ใหญ่โตไม่แพ้วังเลยค่ะ โดยมีบริเวณกว้างขวาง มีโบสถ์คาทอลิกในบ้าน และส่วนที่เป็นอาคารนั้นสูงถึง 2-3 ชั้น ซึ่งก็ไม่ใช่บ้านของครอบครัวเจ้าพระยาวิชาเยนทร์อยู่อย่างเดียว แต่เป็นสถานที่รับรองคณะราชทูตต่าง ๆ ที่มาเข้าเฝ้าพระนารายณ์ ณ เมืองลพบุรีด้วย …. คือบางทีมาถึงแล้วเค้าไม่ให้เข้าเฝ้าเลย เพราะต้องรอดูฤกษ์ผานาทีกันก่อน ว่าให้เข้าเฝ้าตอนนี้จะดีมั้ย จะเป็นภัย เป็นกาลกิณีกับบ้านเมืองมั้ย บางทีก็ต้องรอนานเหมือนกัน แต่ถือว่าดีกับการค้าของไทย เพราะอยู่นานก็ต้องซื้อของค่ะ

Cathedral หรือโบสถ์ในบริเวณบ้านเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ …สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแนวเดียวกับ Notre Dame de Paris ประดับประดาด้วยกระจกสีกุหลาบ (ตามที่วิทยากรบอก) คาดว่าจะมีที่เดียวในลพบุรีในสมัยนั้น ข้างในมีจุดที่เป็นแท่นวาง Organ ด้วย

พื้นที่ด้านหลังของ Cathedral เป็นห้องขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นที่รับรองราชทูตจากประเทศต่าง ๆ มีหลายห้อง และมีลักษณะเป็น complex คือเชื่อมต่อกันได้หมด … จะเห็นว่ายิ่งใหญ่มากจริง ๆ และเป็นความยิ่งใหญ่ รุ่งเรือง ที่อยู่ได้ไม่นาน คือแค่จบยุคพระนารายณ์ ฯ ก็เข้าสู่ยุคเสื่อมของชาวต่างชาติในราชอาณาจักรอยุธยา ..เรียกว่าไม่ได้เกิดกันอีกเลย …

ส่ ว น ข อ ง ตั ว บ้ า น – …ดูจากโครงจะเห็นว่าค่อนข้างใหญ่มาก มีส่วนที่เป็นห้องเก็บไวน์โดยเฉพาะ เป็นห้องใต้ดิน และมีบันไดลงไปค่ะ

อาคารด้านหลัง วิทยากรบอกว่าเป็นโรงครัว เพราะมีคราบเขม่า ช่างตาดีกันจริง ๆ

ด้านในตัวอาคาร — ถ้าหากมองดี ๆ จะเห็นว่ามีช่องสำหรับสอดไม้กระดานอยู่ข้าง ๆ ซึ่งทำให้มองเห็นว่าอาคารนั้มี 3 ชั้น คือ ชั้นใต้ดิน (ก็ที่ลงไปห้องเก็บไวน์นั่นแหละ) ชั้นล่างซึ่งเป็นห้องเอนกประสงค์กว้าง ๆ โล่ง ๆ แล้วก็ชั้นบนค่ะ

หน้าต่างชั้นบนค่ะ

ตรงนี้คาดว่าน่าจะเป็นบ่อน้ำพุที่บริเวณหน้าบ้าน และพบหลักฐานแสดงว่าบ้านนี้มีระบบน้ำประปาทั้งบ้านด้วย จากหลักฐานที่พบ ทำให้คาดเดาได้ว่า บ้านนี้สร้างตามแบบตะวันตกทั้งหลัง ยกเว้นในส่วนของโบสถ์ ที่มีการผสมผสานการตกแต่งศิลปะแบบไทย ๆ ค่ะ

ภาพตัวบ้านเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ถ่ายจากด้านนอก จะเห็นว่าวันนี้มีแขกผู้มาเยือนเยอะทีเดียว ทั้งเด็กนักเรียนจาก รร. ต่าง ๆ และหน่วยงานต่างๆ มากมาย

ปิ ด ท้ า ย – ก่อนขึ้นรถ ด้วยภาพวัดปืนซึ่งอยู่ใกล้ๆ บ้านเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ ค่ะ …Blog หน้า ทาศึกษาดูงานกันต่อไป ณ ศูนย์การทหารปืนใหญ่ ค่ายพหลโยธินค่ะ

Tags: ,

About jeenina

I'm a Thai government official currently affiliated with the Ministry of Justice of Thailand. I've got my degrees in English (1st degree) and Political Science (Masters and PhD). I love travelling, art, literature and philosophy. I currently live in Bangkok, Thailand.
%d bloggers like this: