Japan Honeymoon Trip (1) : Tokyo Sky Tree


วางแผนไว้ตั้งแต่ก่อนแต่งงานว่าจะไป Honeymoon ที่ญี่ปุ่น เนื่องจากเค้ายกเว้น Visa พอดีตอนนั้น และแต้ม royal orchid plus ของเรา บวกกะคะแนน citibank แลกเป็นไมล์ขอบคุณแฟน มันมากพอที่จะแลกตั๋วฟรีได้ใบนึง (…อีกใบซื้อเอา 55)…ว่าแล้ว ก็เลยจองตั๋ว + เริ่มหาสถานที่ที่จะไปไว้ตั้งกะก่อนแต่งละ… แต่งเสร็จ check out ออกจากโรงแรม เคลียร์ค่าใช้จ่าย เอาชุดแต่งงานไปคืนเรียบร้อย แล้วก็ออกเดินทางได้เล้ยยย !!!


…มาพลาดอยู่เล็กน้อย ตอนที่เช็คข้อมูลพยากรณ์อากาศมาก่อน มันบอกว่า ประมาณ 13-17 องศา ดิฉันก็นึกว่าน่าจะสบาย ๆ ประมาณฤดูใบไม้ร่วง …ลืมคิดไปนิดส์….ว่า พฤษจิกา มันก็ต้องเป็น Winter แล้วสินะ …. -“-…ลงจากเครื่องกัปตันประกาศว่า อุณหภูมิ 5 องศา …..เดินออกมาจากสนามบินนี่ลมพัดทีตัวสั่นเลยทีเดียว 555

…แต่ไม่เป็นไร ..หนาวแค่ไหนเราก็จะเที่ยว …คุณเพื่อนใจดี มารับถึงสนามบินแล้วก็พาไป Tokyo Sky Tree ก่อนเลย ….อันว่า Sky Tree นั้น ก็คือหอส่งสัญญาน Digital ใหม่ล่าสุดของญี่ปุ่น สร้างขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่แทน Tokyo Tower เดิม ให้มีความสูงเพิ่มขึ้น เพราะเดี๋ยวนี้ตึกสูง ๆ มันเยอะเลยกั้นสัญญาน …สร้างซะสูงปรี๊ด 634 เมตร …จึงถือเป็นหอส่งสัญญานที่สูงที่สุดในโลกเลยทีเดียว

ภาพหอสูงต่าง ๆ ของโลก พร้อมความสูงให้เปรียบเทียบกัน

จุดขายตั๋วอยู่ชั้น 4 วันดีคนดีคนจะเยอะมาก

สนนราคาค่าตั๋ว แตกต่างกันไปตามความสูง

ซื้อตั๋วเสร็จก็เตรียมตัวออกเดินทางขึ้นสู่ชั้น 350 หรือที่เรียกว่า Tembo Deck ด้วยลิฟท์ความเร็วสูง ที่คุณเพื่อนบอกว่า น่าจะเป็นลิฟท์ที่มีความเร็วสูงที่สุดในโลกตัวหนึ่งได้ ลิฟท์จะมี 4 แบบ 4 สไตล์ สะท้อนถึง 4 ฤดู ของญี่ปุ่น เราต้องลุ้นเอาเองว่าจะได้ตัวไหน …ตัวที่เราขึ้นไปนั้นเป็นลิฟท์ซากุระ …ตอนลงมาเป็นนกฟีนิกซ์ …ที่ถ่ายทันอีกตัวตอนเดินผ่าน เป็นรูปดอกไม้ไฟ ส่วนอีกตัวนั้นเราไม่ทันเห็นง่ะ ….

มาชมวิว ๆ กัน

หน้าจอ — บอกว่าอะไรเป็นอะไร เผื่อคนดูไม่ออก (เช่นเรา)

เพื่อนคนญี่ปุ่นชี้ให้ดูว่า ที่เขียวๆ นั้นคือพระราชวังอิมพีเรียล พวกเราก็ดูกันใหญ่ เขียวไหนหว่า 55

ภาพวาดให้ดูเปรียบเทียบ ว่าสมัยก่อนแถวนี้เป็นยังไง

เดินวนทำประทักษิณจนครบ 1 รอบ…ถ้าอยากจะไปต่อยัง Tembo Galleria หรือชั้น 450 ต้องจ่ายตังค์ซื้อตั๋วอีกใบนึงนะคะ … แต่ไหน ๆก็อุตส่าห์มาจนถึงที่แล้ว ยอมเสียตังค์อีกนิดก็แล้วกัน …เพราะชั้นสูงสุดที่เราจะขึ้นไปได้ ก็คือ 450 เนี่ย สูงกว่านี้เขาไม่ให้ขึ้นไปแล้วค่ะ

ขึ้นลิฟท์โลด !!! อันนี้เป็นลิฟท์แก้วค่ะ …มองเห็นรอบด้าน

ขอถ่ายรูปกะคุณแฟน (เพื่อนถ่ายให้ค่ะ) ณ จุดบอกความสูง

อันนี้ก็จุดถ่ายภาพยอดฮิตอีกจุด เป็นกระจก

มองไปเห็นวิวทั้งโตเกียว ^^

เดินลงมานิดนึงที่ชั้น 445 (ถ้าจำไม่ผิด) จะมีบริเวณที่เป็นพื้นกระจก ให้เราไปเดินเล่นด้วยค่ะ ว่าขึ้นมาสูงขนาดไหนแล้ว คนกลัวความสูงอาจจะกลัว แต่ว่าเราไม่ได้กลัวมาก ก็เลยเฉยๆ…^^”.. มองลงไปเห็นวิวสวยดี จุดนี้แหละ ที่เขาโฆษณาว่าเหมือน Walking on the Air มีบริการถ่ายภาพแบบเสียตังค์ให้เห็นวิวชัด ๆ (กว่านี้….) ด้วย … น่าจะได้ภาพสวยอยู่เหมือนกัน แต่เราไม่ได้ใช้บริการ…..^^”…..

ร้านขายของที่ระลึกน่ารัก ๆ อยู่ชั้น 345 ถ้าจำไม่ผิด

คุณเพื่อนบอกว่า ให้สังเกตของที่มีตราดาวสีเหลือง ๆ แปลว่ามีขายข้างบนนี้เท่านั้น ถ้าลงไปด้านล่าง (เพราะข้างล่างก็จะมีร้านขายของอยู่อีก) จะไม่มีขาย ถ้าอยากได้ ต้องซื้อตั้งแต่อยู่บนนี้แหละ

มีทั้งขนมกล่อง ภาพวาด และโปสการ์ด

พวงกุญแจ และแผนที่ก็มีนะ

ลงมาชั้นล่าง …แต่ยังไม่สุด คือ ชั้น 5 จะมีบริเวณที่เรียกว่า Tokyo Solamachi ซึ่งคุณเพื่อนบอกว่า เป็นที่ขายของพวก character ตัวการ์ตูนที่ฉายตามสถานีโทรทัศน์ต่าง ๆ บางเรื่องก็มาฉายที่เมืองไทย บางเรื่องก็ไม่มา …แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องที่เด็ก ๆ ที่ชอบอ่านการ์ตูนญี่ปุ่นรู้จักกันดีค่ะ

ลงมาชั้นล่างสุด คือ Ground floor ก็มีของขายอีก แต่จะเน้นพวกขนมต่างๆ มากกว่า

ข น ม ย อ ด ฮิ ต สุ ด ที่ คุ ณเ พื่ อ น แ น ะ นำ ม าใ ห้ ซื้ อ – … เพราะที่อื่นในโตเกียวไม่มี ก็คือ Tokyo Banana ไส้ช็อคโกแล็ตกล่องนี้ มีทั้งแบบกล่องเล็ก และกล่องใหญ่ให้เลือกนะคะ กล่องเล็กจะมี 4 ชิ้น กล่องกลางมี 8 ชิ้น ถ้าเดาไม่ผิด เพราะกล่องที่ถืออยู่นั้นเราไม่ได้เปิด คุณแฟนซื้อมาฝากท่านผู้ชมทางบ้าน…ไม่ได้ให้เรากิน …><…(แต่ชิ้นตัวอย่างที่แกะออกมานั้นได้กินนะคะ ^^)


ใ ค ร ส น ใ จ อ ย า ก ต า ม ไ ป เ ที่ ย ว บ้ า ง – ดูข้อมูลเบื้องต้นได้ที่นี่เลยค่ะ http://www.tokyo-skytree.jp/

Advertisements

Tags: , ,

About jeenina

I'm a Thai government official currently affiliated with the Ministry of Justice of Thailand. I've got my degrees in English (1st degree) and Political Science (Masters and PhD). I love travelling, art, literature and philosophy. I currently live in Bangkok, Thailand.
%d bloggers like this: