Posted in Animals, Food

เจเจพาไปชิม @ นู๋กบ Pet Cafe

สำหรับใครที่มีสัตว์เลี้ยง แล้วมีปัญหา ไปร้านไหนเค้าก็ไม่ค่อยต้อนรับน้องหมา น้องแมว หรือไปแล้วน้องหมา น้องแมว ต้องอดอาหาร เพราะจะให้ทานร่วมโต๊ะกับคนก็ไม่ดีแน่ ๆ ส่วนจะให้ทานอาหารที่เตรียมมา ทั้ง ๆ ที่คนอื่นได้ทานอาหารอร่อย ๆ ก็กลัวน้องหมาจะเซ็ง ขอแนะนำร้านนี้เลยค่ะ นู๋กบ เพ็ท คาเฟ่ ตั้งอยู่ที่โครงการ Pyramid เกษตรนวมินทร์ สำหรับคนบ้านแถวนี้น่าจะรู้จัก…กลางเมืองเรารู้สึกว่าจะมี Ozono Pet Cafe ที่อารมณ์คล้ายๆ อย่างนี้เหมือนกัน คือข้าง ๆ ขะเป็น รร. ฝึกสุนัข ร้านอาบน้ำ ตัดขน และสนามเด็กเล่นสำหรับน้องหมาตัวโตๆ ด้วยค่ะ ดูแล้วน่าจะเพิ่งเปิดไม่นานมั้ง ?….ยังโล่ง ๆ อยู่เลย

ป้ายหน้าร้าน — โปรดสังเกตเมนูสำหรับน้องหมาอยู่สูงกว่าเมนูของคนซะอีก 555 ที่นี่มีเบอเกอร์รี่สำหรับหมา- แมว โดยเฉพาะ ที่ไม่เป็นอันตรายต้อสุขภาพ (แน่นอนว่าไม่ใช่เบอเกอร์รี่จริงๆ ีที่เป็นแป้ง ๆ และหวาน ๆ เหมือนของคน) แต่วันนี้เราไม่ได้พาสัตว์เลี้ยงที่บ้านมา พามาแต่น้องเจเจ (555) เลยไม่ได้สั่งเมนูสำหรับสัตว์เลี้ยงค่ะ ^^”

อันนี้เมนูสำหรับคนค่ะ

บรรยากาศในร้าน มีห้องแยกสำหรับแมว ใช้เจลล้างมือก่อนเข้านะคะ

อาหาร (คน) มาแล้ว ! ที่นี่มีทั้งอาหารคาว และอาหารหวาน แต่เท่าที่สังเกตดูคนส่วนใหญ่จะสั่งเป็นพวดเค้กและโทสต์ต่างๆ ซะมากกว่า อันนี้เราลองสั่งปีกไก่บาร์บิคิวมา น่ารักเชียว

ชาเย็นของคุณแฟน

Rainbow Toast น่าทาน

ดูกันชัด ๆ

น้องเจเจ ขอเข้าไปเล่นกับแมวหน่อย คุณพ่อต้องคอยจับ

มิเช่นนั้น …อาจทำลายความสงบสุขของแมวน้อยได้!

แต่เท่าที่ดู ๆ เจเจก็ไม่ค่อยจะพุ่งหาแมวซักเท่าไหร่ค่ะ คงจะเป็นเพราะที่บ้านญาติ ๆ ส่วนใหญ่จะเลี้ยงหมากันซะมากกว่า ตุ๊กตาที่บ้านก็เป็นตุ๊กตาหมา หรืออย่างอื่นซะเป็นส่วนใหญ่ ไม่ค่อยมีแมวค่ะ

Posted in Food, Home made food

ครัวบ้านเจเจ : ลาบปลาซัลม่อน

พาน้องเจเจมารายงานตัวสักเล็กน้อยค่ะ ช่วงนี้รู้สึกว่าทางเนอร์ส น่าจะกำลังพยายามหัดให้น้องเจเจทานอาหารเอง (คุณยายบอกว่าน่าจะเป็นอย่างนั้น) เวลาป้อนอาหารที่บ้าน เลยมักจะเห็นน้องเจเจพยายามแย่งช้อนไปถือเองอยู่เสมอ ซึ่งก็มักจะทำให้เละมาก…ถึงมากที่สุด ตอนเย็นยังพอไหวเพราะมีเวลา ตอนเช้านี่พาลจะทำให้ทั้งแม่ ทั้งยาย ไปทำงานสายไปตามๆ กัน …กว่าจะไปถึง แทบจะหาที่จอดรถไม่ได้ T-T…แต่อาหารเช้าก็สำคัญสำหรับเด็ก (อันนี้ยายบอก) การไม่พยายามรีบป้อนจนเด็กน้อยเคี้ยวไม่ทัน ก็น่าจะสำคัญกับการทำให้เจเจไม่กลายเป็นคนใจร้อนในอนาคตเช่นกัน (อันนี้อิแม่บอกตัวเอง …T-T) …แต่ว่าบ่นไปก็เท่านั้น มาหาทางแก้ปัญหาดีกว่าเนอะ ^^

เสาร์ -อาทิตย์ยังพอไหว มีเวลาทำอาหาร & ป้อนคุณเจเจสบาย ๆ แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่เราทำหรอกค่ะ จะเป็นพ่อเค้าทำซะมากกว่า ..- ค รั ว บ้ า น น้ อ ง เ จ เ จ – ส่วนใหญ่จะทำอะไรง่าย ๆ ของที่อยู่ในตู้เย็น (ไม่ค่อยมี เพราะไม่ค่อยจะได้อยู่บ้าน กลัวจะเน่า) มักจะเป็นอะไรที่สุกได้ด้วยไมโครเวฟ เนื่องจากแม่เจเจชอบ (555) วันธรรมดาก็มักจะฝากท้องไว้ที่บ้านยายเจเจซะมากกว่า

สำหรับเมนูวันนี้ จริงๆ ก็มาจากบ้านยายเจเจเหมือนกัน กับ – ล า บ ป ล า ซั ล ม่ อ น – อย่างง่ายๆ (มาก) มาเริ่มที่ส่วนผสมอย่างแรกที่ต้องมี นั่นก็คือ “ปลาซัลม่อน” (แหงล่ะ….) มาทั้งชิ้นเลย ไม่หั่น ไม่สับ ทั้งสิ้น 555

ผงลาบ สมัยนี้ง่ายมาก มีสำเร็จมาเลย ผสมน้ำอุ่น ข้าวคั่ว น้ำปลา น้ำมะนาว เป็นอันใช้ได้ละ

ผักต่างๆ ตามชอบ

พร้อมแล้ว…ราดโลด!

ตกแต่งให้สวยงาม เป็นอันเสร็จพิธี …ง่ายจริงๆ ^^”

แต่อาหารรสจัดแบบนี้ น้องเจเจยังทานไม่ได้ เมนูโปรดของน้องเจเจคือเมนูนี้ต่างหาก – ไ ข่ ตุ๋ น สู ต ร ญี่ ปุ่ น – โรยหน้าด้วยปูอัด อันนี้ยังไม่ได้ถามสูตรยายของเจเจมา แม่เจเจใช้วิธีซื้อสำเร็จจากเซเว่นมาอุ่นเอา 555

นี่ก็เช่นกัน – ข้ า ว ก ล้ อ ง ผั ด ปู – เหมือนข้าวผัดธรรมดา แต่ใช้ข้าวกล้องแทน เจเจน้อยผู้ชอบกินข้าวชอบมาก ๆ ทำเองรสชาติอ่อน ๆ เหมาะสมกับเด็กน้อยเป็นที่สุด ไว้ว่างๆ จะถามสูตรจากคุณยายเจเจมาฝากทุกท่านนะคะ ^^

Posted in Food

เจเจพามาชิม @ Hello Kitty House

เห็น Hello Kitty House มาเปิดที่สยาม ตั้งแต่เจเจยังอยู่ในท้อง (… อาจจะก่อนหน้านั้นด้วยซ้ำ ^^”) แต่ยังไม่มีโอกาสแวะเข้าไปชิมซักที เนื่องจากไปแต่ละครั้งมักจะเจอคนต่อแถวรอเข้าอยู่เยอะมาก ๆ … แต่จะว่าไป ช่วงหลัง ๆ มานี้เราก็ไม่ค่อยจะได้ไปสยามบ่อย ๆ สถานการณ์อาจจะเปลี่ยนไปแล้ว พอดียายของเจเจ (คือแม่ของเรานั่นเอง) อยากจะไปถ่ายรูปเนื่องในโอกาสวันแม่ … เราก็เลยได้โอกาสพาคุณเจเจไปชิมซะเลย … ออกเดินทางในช่วงเวลาบ่าย ๆ เย็น ๆ ซึ่งเป็นเวลานอนบ่ายของเจเจ … หลับในรถมาตลอดทาง….

หน้าร้าน — จริง ๆ ตอนมาถึงมันไม่ได้มืดขนาดนี้ นี่ถ่ายตอนจะกลับแล้ว

วันนี้ไม่มีคิว — สามารถเข้ามาในร้านได้เลย มาถึงปุ๊บน้องพนักงานจะเข้ามาถามว่าเรามากี่คน และจัดโต๊ะให้พร้อมกับให้ใบนี้มา เป็นโบร์ชัวร์แนะนำร้าน และข้างหลังเป็นแผนที่โต๊ะค่ะ ของเราอยู่ชั้น 2

บรรยากาศภายในร้าน ชั้น 1

ป้ายชื่อร้าน ตรงทางขึ้นชั้น 2

มาถึงชั้น 2 มีฉากครอบครัวคิตตี้ให้ถ่ายรูป

เจเจขอทักทายคุณคิตตี้สักเล็กน้อย

ข้างนี้ด้วย ^^

ชั้น 2 มีโต๊ะมากมายสวยงาม

โต๊ะที่เรานั่งค่ะ –ลืม request ว่าอยากได้โซฟา

เจเจก็ยังไม่ค่อยจะตื่นดีสักเท่าไหร่ ^^”

ที่นี่เป็น Cafe แบบ Self Service อาหารต้องไปสั่งเอาเองที่เคาท์เตอร์ชั้นล่าง และถือขึ้นมาทานที่โต๊ะข้างบนเอง หลังจากถ่ายรูปเล็กน้อยพอประมาณจนพอใจแล้ว เราจึงเดินลงไปเลือกดูขนมข้างล่างค่ะ มีให้เลือกมากมาย ประมาณ 3 ตู้กระจกใส น่ารักน่าทานทั้งนั้นเลย

ถ้าไม่อยากคิดมาก แนะนำสั่งเป็น Set ค่ะ

เคาท์เตอร์เครื่องดื่ม มีหลอดให้หยิบเอง

ระหว่างรออาหาร ขอเดินชมโต๊ะชั้นล่างหน่อย

มาุดูหน้าตาของขนมสวยๆ กันทีละจานดีกว่า ขนมที่นี่ตกแต่งด้วย Theme Kitty ทั้งหมด ดูน่ารักเว่อร์มากๆ ที่สำคัญคือ ทุกจานที่ส่งมาอร่อยหมดเลย วัตถุดิบอย่างดี รสชาติไม่หวานเกิน เนื้อนุ่มชุ่มลิ้น เจเจ (เป็นคนเดียวที่ได้กินทุกอย่าง จากจานทุกคน) ชอบมาก ๆ Happy มากกกก … อันนี้ของเราเอง Rainbow Cheese Cake ส่วนข้างบนเป็นชีสเค้กนุ่ม ๆ ค่ะ

สตรอเบอร์รี่ ชีสพาย ของคุณพ่อเจเจ

แพนเค้ก ของคุณยายเจเจ

Rainbow Crepe Cake สั่งมาทานร่วมกัน อร่อยมาก

ก่อนทานต้องถ่ายรูปตามธรรมเนียม ทำให้เจเจหงุดหงิดมาก ว่าทำไมไม่ได้กินซะที

พอส่ง Rainbow Cupcake ให้ถือ (อันนี้ไม่ได้สั่ง ได้ฟรีมา เพราะว่ามียอดซื้อครบ 1,000) ก็เลยยื่นปากมาหม่ำ ๆ ทันทีอย่างที่เห็น Cup Cake นี้เราไม่ได้กิน ไม่แน่ใจว่าอร่อยมั้ย (จริงๆ ของพ่อเจเจเราก็ไม่ได้กิน แต่คิดว่ามันน่าจะรสชาติคล้าย ๆ Cheese cake ของตัวเอง ก็เลยไม่ได้สนใจ ^^” เราไม่ชอบทานอาหารจานของคนอื่น นอกจากเขาบอกให้ช่วยกินเพราะกินไม่หมด เช่นแม่เราเป็นต้น)

เงยหน้าขึ้นมาอีกที … เป็นแบบนี้แร้ว

ส่งเครปเค้กให้ …เป็นแบบนี้ ^^”

เพดานด้านบนของ Kitty Cafe เป็นกระจกสีสวยงาม

ขอถ่ายภาพครอบครัวหน่อย

ชั้นล่างสุด (ไม่แน่ใจว่าใต้ดินมั้ย) ของ Hello Kitty House จะเป็นร้านขายของลิขสิทธิ์ Kitty มากมายหลากหลาย ตั้งแต่ของกินต่าง ๆ ไปถึงเครื่องเขียน ของใช้ส่วนตัว ของใช้ภายในบ้าน ของเล่น เยอะแยะมากมายไปหมด เรียกว่าใครที่ชอบ Kitty มาที่นี่ต้องมีกรี๊ด และได้ของติดไม้ติดมือไปเยอะแน่นอน อันที่จริงเราก็ชอบ แต่พอดีพ้นวัยเรียนแล้ว เงินเดือนก็ไม่ได้มีเหลือกินเหลือใช้ เพราะต้องซื้อของให้คุณเจเจ ลูกก็เป็นผู้ชาย (ถ้าเป็นผู้หญิงอาจจะมีข้ออ้าง ว่าซื้อให้ลูก ลูกอยากได้…ไรงี้ – จากประสบการณ์พบว่า – ถ้าไม่ใช่สิ่งที่ไม่อร่อยจริง ๆ เด็กขวบนึงนี่ยื่นอะไรให้ก็เอาหมด ^^” เพื่อนเราบอกว่ายังอยู่ในวัยปฏิเสธไม่เป็น) และการที่คุณเจเจยังอยู่ในวัยซุกซนมาก ทำให้รู้สึกว่ายังไม่ใช่เวลาที่จะซื้อของตกแต่งบ้านสวย ๆ เพราะคุณเจเจจะสนใจมากไปซะหมดทุกอย่าง (…นะ… ^^”…) คือขณะที่อยู่ในร้านนี่ พอตื่นปุ๊บ ก็มิได้อยู่นิ่งเลย ต้องผลัดกันจับ (ไม่ค่อยจะอยู่) บ้าง เดินตามบ้าง ตลอด ๆ

ของกินต่าง ๆ

เสื้อผ้าน่ารัก ๆ

ขอถ่ายรูปกับรถหน่อย

สรุปค่าเสียหายในวันนี้ — เอามาให้ดูว่า แม้แต่ Slip ยังเป็น Theme Kitty เลยนะ ^^ คุ้ มมั้ ย ? … สำหรับสาวก Kitty บอกได้เลยว่าคุ้มมาก แค่ถ่ายรูปก็คุ้มแล้วเพราะว่าตกแต่งสวยงามมาก ๆ อาหารก็อร่อยแบบไม่ต้องหลอกตัวเองว่ามันต้องอร่อยเพราะมันเป็นรูป Kitty … – ถ้ า คุ ณ เ ป็ นผู้ ช า ย – เราคิดว่าร้านนี้เหมาะสมที่จะพาสาว ๆ มา เพราะผู้หญิง 90% ที่ไม่ใช่คนแปลกจริง ๆ หรือแปลกพยายามน่าจะชอบ หรืออย่างน้อยก็ยิ้มออกเมื่อเดินเข้าร้านนี้ (แต่ถ้าจะใช้แก้ตัวหรือช่วยชีวิตเวลาทำความผิดร้ายแรงมากก็คงจะไม่ได้ผลอยู่ดี ^^”)… – ถ้ า คุ ณ จ ะ พ า ลู ก น้ อ ย ม า – …ต้องมีคนคอยดูตลอดเวลา ห้ามปล่อยเด็ดขาด เพราะสิ่งล่อตาล่อใจเยอะมาก ๆ และมักจะมีคนถ่ายรูปอยู่ทุก ๆ ที่ ทั้งคนไทย และคนต่างชาติ ถ้าไม่จับให้ดี ๆ ลูกน้อยอาจจะสร้างปัญหาในระดับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้เลยทีเดียว … ^^”….

Posted in Uncategorized

เจเจพาไปชิม @ Little Tree Garden

เนื่องในโอกาสวันหยุดติดกันหลายวัน เลยได้โอกาสพาคุณเจเจไปชิมไกล ถึงร้าน Little Tree Garden อันโด่งดังในด้านการเป็นโรงเรียนสอนศิลปะมานานละ แต่เพิ่งเปิดเป็นร้านอาหารเต็มตัวได้ไม่กี่ปี ร้านอยู่แถวสามพราน นครปฐม ทางไปค่อนข้างลึกลับซับซ้อนพอควร ใครสนใจ สามารถดูแผนที่ได้จาก FB ของทางร้านที่นี่นะคะ เราเองก็อธิบายไม่ถูกอะ https://www.facebook.com/littletreegarden/timeline

เครื่องปั้นดินเผาสวย ๆ ตั้งโชว์มากมาย

สวนมีต้นไม้ร่มรื่น

โต๊ะตกแต่งด้วยดอกไม้เก๋ ๆ

เมนูมีไม่เยอะค่ะ เป็นกระดาษใบเดียวแบบนี้ (มี 2 หน้า) เวลาสั่ง วงไปได้เลย

เครื่องดื่มสวย ๆ ตกแต่งเก๋ๆ

แก้วนี้ชื่อเก๋ London Fog เป็นชานมรสอ่อนมาก ๆ (หนักนมสุด ๆ ) สีเหมือนหมอก London สมชื่อ เด็กน่าจะทานได้ แต่เราไม่ได้ให้เจเจลองค่ะ

ขอชักภาพคู่แม่ลูกก่อนซักภาพ ^^

อาหารแนะนำ ไก่ทอดน้ำปลา

เจเจผู้เป็นสิงห์ Finger Food ชอบใจมาก

น่าจะอร่อยใช้ได้ เห็นยัดเข้าปากไปทั้งชิ้นเลย ^^”

หันมาอีกที … อิแม่จะเป็นลม -“-…

ไข่เจียวใบกระเพรา อาหารอีกอย่างที่เด็กทานได้

สลัดผัก สีสวยมาก น้ำสลัดออกแนวเปรี้ยวหวาน

กุ้งทอดซอสมะขามตัวอวบ ๆ

ของหวาน เค้กแมคคาดาเมีย รสไม่หวานมาก เจเจชอบค่ะ

Honey Toast หน้าตาสวยงาม

ไอศกรีมกะทิอัญชัญ ซึ่งเด็กน้อยทานได้อีกเช่นกัน

สรุปว่า — แม้เมนูอาหารทั่วไปจะขัดใจเด็กเล็กน้อย เนื่องจากเมนูไม่เยอะ ก็เลยไม่มีเมนูสำหรับเด็กให้เลือก แต่ของหวานนี่เยอะมากมายถูกใจเจเจเป็นอย่างมาก แถมยังมีที่เยอะแยะมากมายให้วิ่งเลย ขุดดิน และมีอ่างล้างตัว (จริงๆ คืออ่างล้างมือ) อยู่กลางแจ้งใกล้ ๆ ทำให้เป็นที่ ๆ ถ้าอยากจะพาเด็กไปจริง ๆ ก็ได้ค่ะ พ่อแม่อาจจะต้องคอยระวังนิดหน่อย ว่าเด็กจะไปทำเครื่องปั้นดินเผาสวย ๆ เขาแตกรึเปล่า แต่ถ้าคอยเดินตามดี ๆ ก็ไม่มีปัญหาค่ะ

ลากันด้วยภาพบรรยากาศดี ๆ ของร้าน Little Tree Garden ค่ะ ^^

Posted in Uncategorized

Review ตัดผมที่ Cut & Curl เซ็นทรัลพระราม 9 ค่ะ

ตั้งแต่เป็นมนุษย์แม่มา จะหาโอกาสไปทำผมซักทีก็ยากแสนยาก แต่ก่อนนี้เราทำงานที่ตึกที่มีร้านตัดผมอยู่ข้างล่าง วันไหนนายไม่อยู่ ยังพาจะหาโอกาสแวบลงไปทำได้ แต่ตั้งแต่ย้ายมาตึกใหม่ที่แม้แต่ร้านจะช็อป หรือจะกินข้าว ยังไม่ค่อยจะมี (แต่ก็ยังนับว่าดีกว่าหลาย ๆ กระทรวง ที่แห้งแล้งกว่านี้นะคะ) เลยไม่รู้จะไปทำผมที่ไหน ครั้นจะไปทำวันหยุดที่ร้านประจำแถวบ้าน คิวก็ยาวมากและเต็มไปด้วยป้า ๆ ยายๆ ที่มีเวลารอช่างมากกว่าเรา (คาดว่าลูก ๆ ของป้า ๆ ยายๆ คงโตไปเรียน หรือไปทำงานกันหมดแล้ว ไม่ต้องการคนดูแลตลอดเวฯ เหมือนดั่งเจเจน้อย …^^” เลยว่าง ) ทางออกดี ๆ ที่พอจะนึกออก คือการหนีประชุมไปทำผมในห้าง ในวันธรรมดา 555… คือวันนี้เรามาประชุมแถว Central พระราม 9 พอดี เห็นร้านในห้างดูว่าง ๆ ท่าทางจะใช้เวลาไม่นาน … ว่าแล้วก็ลองเลยดีกว่า …ใครไม่เคยทำผมที่ร้านในห้อง เพราะดูแล้วมันว่าง ๆ ไม่น่าไว้วางใจ กลัวว่าจะถูกขูดรีดแพงเว่อร์ (คือก่อนเข้าไปเราก็กลัวนะ) ตามมาทางนี้เลยค่ะ

เราเลือกร้านดัง Cut & Curl ซึ่งเคยเห็นมาในห้างต่าง ๆ มากมาย มีหลายสาขา (เข้าไปดูใน web เห็นบอกว่ามี 15 สาขา) คิดว่าราคาและบริการน่าจะได้มาตรฐานพอสมควร สาขานี้ตั้งอยู่ที่ชั้น 5 ขึ้นลิฟท์มาก็เจอเลย เดินเข้าไปแล้วสามารถบอกที่เคาท์เตอร์ได้เลยว่าจะมาทำอะไร เค้าจะถามว่าเรามีช่างประจำที่นี่มั้ย คาดว่าถ้าเลือกช่าง / มีช่าง อาจจะเป็นอีกราคานึง ไม่แน่ใจว่าจะถูกกว่า หรือแพงกว่านะคะ ราคาที่เราเอามาแชร์ต่อไปนี้ จะเป็นราคาแบบไม่เลือกช่างนะคะ

บรรยากาศในร้าน — หลังจากที่แจ้งว่าจะทำอะไรแล้ว เขาจะพาเราไปสระผมข้างหลัง เป็นการสระ + นวดด้วยน้ำอุ่น ด้วยเจ้าหน้าที่สระผมโดยเฉพาะ ไม่ใช่ช่างนะคะ กระเป๋าถือ รองเท้า เอาติดตัวไปได้ทั้งหมด ไม่ต้องฝากใคร ไม่ต้องกลัวของหายจ้า

เสร็จแล้วมานั่งที่โต๊ะซึ่งมีอยู่มากมาย ไม่ต้องรอคิวกันจนหัวแห้งเหมือนร้านตัดผมในซอยบ้านเรา ตอนนี้เราจะได้พบกับช่างตัดละ ช่างจะถามว่าเราอยากได้ทรงไหน แบบไหน ตกลงกันเรียบร้อยแล้วก็เริ่มตัดผมได้ อ้อ … ที่ร้านจะมี wifi ให้ใช้ฟรี รหัสแปะอยู่หน้ากระจกเลย จะเล่นเกม หรือจะอ่านหนังสือก็ได้ มี Magazine ใหม่ ๆ วางอยู่ด้านหลังค่ะ

ไม่มีทรง Before ให้ดู เพราะมันยาวจนรำคาญเลยรวบไว้ตลอด After เป็นแบบนี้

ปกติเราใส่ที่คาดผมตลอด ก็จะเป็นแบบนี้

สนนราคาสระ – ตัด – ไดร์ผมอย่างเดียว โดยไม่มีการ Treatment หรือดัดใด ๆ (ผมเราดัดอยู่ก่อนแล้วที่จะมาร้านนี้นะคะ ดังนั้นฝีมือการดัด เป็นฝีมือของร้านแถวบ้านจ้า) 550 บาทถ้วน เกิน 500 บาท จ่ายด้วยบัตรเครดิตได้เลยคะ ใช้เวลาไปทั้งหมดประมาณ 1 ชม. นิด ๆ เท่านั้นเอง นับว่าประหยัดเวลากว่าร้านแถวบ้านมาก ๆ คาดว่าถ้าจะต้องทำผมครั้งหน้า และไม่มีเวลาเยอะมาก ก็อาจจะใช้บริการอีกจ้า

Posted in Uncategorized

เจเจชิมจัง @ Hard Rock Cafe

ร้านนี้อยู่คู่กับสยามมานานมากกก … มากแค่ไหนก็ไม่รู้ รู้สึกว่าตั้งแต่เราเรียน ม. ปลาย (ประมาณเมื่อ 20 ปีที่แล้ว — บอกอายุกันเลยทีเดียว 555) มันก็มีร้าน Hard Rock Cafe ที่สยามอยู่แล้ว แต่อาจจะไม่เหมือนแบบนี้เป๊ะ ๆ เพราะรู้สึกว่ามันมีการ Renovate อยู่เรื่อย ๆ มีการจัด concert , meet ‘n greet อะไรทำนองนี่อยู่เสมอ ตอนนั้นไม่เคยคิดจะเข้ามาเลย เนื่องจากรู้สึกว่าตัวเองเป็นสาว Pop มากกว่าสาว Rock (…. แม้ว่าต่อมาอีกไม่นาน จะเรียนรู้ว่าหลายๆ เพลงที่เราชอบนั้นมันก็เป็น Rock ส่วนเพลงที่เราคิดว่าเสียงดังเกิ๊น นั้นคือ Heavy metal ซึ่งเป็นแค่แขนงนึงของ Rock เท่านั้น — และทั้งหมดนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับ Hard Rock Cafe) … คุณสามีเคยชวนมากินครั้งนึงหรือสองครั้งตอนยังเป็นแฟนกัน …. ตอนนั้นใช้ deal ของ ensogo …และก็ไม่เคยคิดว่าร้านนี้จะเหมาะกับเด็กน้อยเลยแม้แต่น้อย …. เลยรู้สึกหวั่น ๆ อยูบ้าง ที่จะพาเด็กน้อยอายุ 1 ขวบ เข้าร้านนี้ …

แต่ผิดคาดมาก พอไปถึง พนักงานเอาเมนูเด็กมาให้ทันที

เป็นเมนูย่อส่วนของผู้ใหญ่เลย

แถมยังมีเก้าอี้เด็กสำหรับเจเจอีกด้วย อันนี้ถ้าอยากใส่ถาดข้างหน้าสำหรับเด็กเล็กกว่านี้ เขาก็ใส่ให้ได้ แต่สำหรับเจเจคุณพนักงานถอดออกให้ เพื่อให้นั่งร่วมโต๊ะกับผู้ใหญ่ได้สะดวก

อาหารที่เราสั่งให้เจเจ เป็นเมนูที่ 4 จาก list ค่ะ คือมักกะโรนีเกลียวราดชีสซอสกับขนมปังกระเทียม เสริฟ์พร้อมกับเครื่องเคียง ซึ่งเลือกได้ ระหว่างบล็อคโคลี่ต้ม กับเฟรนช์ฟรายด์ เลยเลือกเป็นเฟรนช์ฟรายด์มาค่ะ จานเด็กน่ารักมาก เป็นรูปกีตาร์มาเลย ซอสมะเขือเทศแยกมาให้เรียบร้อย เผื่อเด็กไม่ชอบ หรือไม่อยากให้ทานรสจัด เพราะตัวมักกะโรนี กับซอส ค่อนข้างจะจืด ๆ

ดูกันชัด ๆ มักกะโรนีเกลียวชิ้นใหญ่ไปหน่อย ต้องคอยตัดให้เจเจ ขนมปังกระเทียมก็เช่นกัน

แต่เฟรนช์ฟรายด์นี่ขนาดพอดี ๆ

รอให้หายร้อนแล้วหยิบทานได้เลย

อร่อยด้วย

เครื่องดื่มมากับเมนูเด็ก เลือกได้ระหว่างน้ำอัดลมต่างๆ น้ำส้ม และน้ำแอปเปิ้ล

อันนี้ของพ่อกับแม่ค่ะ

แต่ก็มีสิ่งที่เจเจทานได้

เจเจจะชอบมาก ถ้าได้มีส่วนร่วมในอาหารที่พ่อกับแม่ทาน … ^^”…. ดังนั้นพ่อแม่จึงต้องมีส่วนร่วมในอาหารเมนูเด็กที่เจเจกินไม่หมด (… แหงล่ะ) ด้วย …. ^^”…. สำหรับเมนูเด็กของร้าน Hard Rock Cafe ถ้าใครสนใจจะสั่งบ้าง มันราคาเมนูละ 250 บาท ซึ่งเราว่าถ้ารวมทั้งเครื่องเคียง และเครื่องดื่มด้วย ก็นับว่าคุ้มใช้ได้ทีเดียว ใครมีลูกเล็ก ๆ แล้วอยากพามาลองร้านนี้ ก็มาได้นะคะ เราเห็นพ่อแม่พาเด็ก ๆ ประมาณ 5 -7 ขวบ มาหลายคนเหมือนกัน แต่แนะนำมากลางวัน หรือช่วงเย็น จะดีกว่ากลางคืน เพราะโต๊ะจะค่อนข้างแน่นพอสมควรจ้า


ตามไปชิมกับเจเจ ที่ FB เจเจชิมจัง นะคะ ^^