Review มือถือใหม่ LG Aka ค่ะ

ส่งท้ายปีใหม่ กับมือถือเครื่องใหม่ที่ซื้อมาก่อนข่าว LG ปิดแผนกมือถือในเมืองไทยไม่กี่วัน (ไม่แน่ใจว่าเพราะเราซื้อรึเปล่า …555) LG Aka โทรศัพท์สื่ออารมณ์สีชมพูสดใส จริง ๆ เครื่องนี้คือเล็งไว้ตั้งแต่มันออกมาใหม่ ๆ แต่ราคาแพงเกินกว่าจะซื้อมาดูเล่น ๆ ทั้ง ๆ ที่โทรศัพท์ก็ยังใช้งานได้ดีอยู่ ….ที่จริงตอนนี้โทรศัพท์เราก็ยังใช้งานได้ดี แต่ของคุณแฟนจะพังแล้ว และราคาเครื่องก็ลดลงมาเยอะพอสมควร (จากหมื่นกว่า เหลือ 6,450 มั้ง ถ้าจำไม่ผิด) ก็เลยยกเครื่องให้คุณแฟนไป และขอให้เค้าซื้อเครื่องนี้มาให้เราใช้แทนค่ะ ^^

เปิดออกมาเจอกล่องสีดำแบบนี้

ข้างในมี Pop Up น่ารัก

น้อง LG Aka นอนอยู่ภายใน สีชมพูสดใส ความจริงเค้ามี 4 สี คือ มีสีขาว สีน้ำเงินเข้ม และสีเหลืองสดอีก แต่เราเลือกสีนี้เพราะเห็นว่ามันเด่นดี วางที่ไหนจะได้ไม่หาย ไม่ลืม

ลักษณะเด่นของ LG Aka คือเมื่อเปิดแล้วใส่ฝาปิดด้านนอกแบบนี้ จะมีรูปดวงตา ที่จะเปลี่ยนลักษณะ มองซ้าย มองขวา ทำหน้างง ยิ้ม ทำหน้าเอ๋อ (?) ได้หลายรูปแบบ ดูแล้วขำ ๆ ดี เอาไว้ดูเล่นแก้เครียดได้ค่ะ

ข้างในมีอุปกรณ์มาตรฐานต่างๆ คือ หูฟัง ที่ชาร์ต สายชาร์ต (ใช้สาย Micro USB เช่นเดียวกับโทรศัพท์ Android ทั่วไป) และคู่มือเล่มเล็ก ๆ ให้มา

ในซองจะมีสติกเกอร์ใส ๆ ให้มาด้วยสำหรับแต่งโทรศัพท์ค่ะ จะติดหรือไม่ติดก็ได้ สำหรับเราเลือกไม่ติด เพราะเห็นว่ามันก็สวยอยู่แล้วอะ

ลองวางทาบดูเล่น ๆ

นอกจากอุปกรณ์มาตรฐานแล้ว ยังมีเจ้าสิ่งนี้มาด้วยค่ะ

เจ้าตัวนี้ชื่อ Yolo (ถ้าเลือกสีอื่น จะได้ตัวอื่นมาค่ะ) เขาบอกว่า ใช้เวลาถ่ายรูป คือถ้าเราถ่ายเจ้าตัวนี้ก่อน แล้วถ่ายรูปใด ๆ ทีหลัง จะเอามันเข้ามาแต่งภาพเล่นด้วยได้อะ เราก็ยังไม่ได้ลอง เอาไว้ลองแล้วจะเอามาให้ดูค่ะ

หน้าจอเมื่อแรกมา มี Yolo วิ่งอยู่หน้าจอด้วย

แต่พอใช้งานจริงๆ ใช้แบบเรียบ ๆ แบบนี้แหละ

โปรแกรมที่ใช้งานเป็นประจำค่ะ

เครื่องรองรับ 4G ตามสมัยนิยมค่ะ

เชื่อมต่อ Bluetooth (ในรถ) แล้วใส่หูฟังด้วย 555

คุ ณ ภ า พ ภ า พ ถ่ าย — ก ล้ อ ง ห ลั ง — ถ่ายในที่มีแสงสว่างก็โอเค ไม่ถึงกับดีมาก แต่ก็ไม่ได้เลวร้าย กล้องความละเอียดสูงสุด 8 ล้าน Pixel แต่เราปรับไว้ที่ 6 ล้านพอ — ภาพนี้ไม่ได้ปรับอะไรเพิ่ม แต่ลดขนาดลง (เยอะมาก) ค่ะ

โปรแกรมกล้องและชัตเตอร์ทำงานค่อนข้างช้า ดังนั้นอย่าคาดหวังมากกับการถ่ายภาพอะไรที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ดังเช่นเด็กน้อยลูกชายเรา …เคยถ่ายรูปแล้วมีเส้นเขียว ๆ ขึ้นกลางภาพด้วย ไม่รู้เพราะอะไร แต่เป็นอยู่แค่รูปเดียว และครั้งเดียว ก็เลยยังอภัยให้อยู่ รูปส่วนใหญ่ที่ถ่ายออกมาก็ใช้ได้ค่ะ

ปิดท้ายด้วย – ภ า พ จ า ก ก ล้ อ ง ห น้ า – ความละเอียด 2 ล้าน Pixel (อันนี้ปรับลดขนาดลง แต่ไม่ได้แต่งภาพเพิ่มค่ะ ) มี Scale ให้ปรับความฟรุ้งฟริ้ง (เค้าเรียกอย่างนี้ใช่มั้ย ? …คือปรับความสว่าง ลบรอยสิว รอยแผลเป็น อะไรพวกนี้ได้อะค่ะ) ได้ด้วย 555 อันนี้เราปรับไม่สุด Scale อยู่ที่ประมาณครึ่งนึงค่ะ …

Advertisements

ไปดู Honda BR-V ที่ Motor Show 2015

เนื่องจากน้องเจเจเป็นเด็กที่ชอบรถยนต์ และสิ่งที่มีล้อ รวมทั้งเพลง The Wheels of the Bus มาก ๆ (แต่คิดว่าเด็กผู้ชายส่วนใหญ่ก็น่าจะชอบรถยนต์นะคะ) พูดคำว่า Car ได้เป็นคำแรก ๆ (คำแรกที่พูดจริงๆ คือ “อัม” ค่ะ แปลว่า กิน/ป้อน ได้หมด) เวลาไปเจอบู๊ทจัดแสดงรถตามห้าง ก็มักจะแวะเวียนไปดูอยู่เสมอ คุณพ่อเลยคิดว่าควรจะพาลูกไปดู Motor Show สักหน่อย ว่าแล้วก็ไม่รอช้า ได้บัตรฟรีมาจาก AIS แล้วก็ไปลุยกันเลยดีกว่า

อาจจะดูง่วง ๆ งง ๆ แต่ก็เต็มใจมานะคะ ^^”

แลกบัตรที่หน้างาน

ได้บัตร และ Guide Book มาแล้วจ้า

แอบมาดูรถหรู ๆ หน่อย

รถ Antique ดีไซน์แปลก ๆ ก็มี

คันนี้เหมือนหลุดออกมาจากหนังสมัยโบราณ ^^

เดี๋ยวจะหาว่ามีแต่รถหรู รถแบบนี้ก็มีนะคะ

รถในฝันของแม่เจเจ ^^ Honda CR-V

รถที่ตั้งใจมาดู (แต่ไม่จอง) ในวันนี้ คือ Honda BR-V ค่ะ เพราะรู้สึกว่าอยากจะได้รถที่ยกสูงกว่า Jazz ที่ขับอยู่อีกซักหน่อย เวลาที่น้ำท่วม กทม. หนัก ๆ แล้วต้องขับเข้าซอยที่บ้าน จะได้ไม่ต้องหวาดเสียวกลัวรถจะดับ ที่จริงเล็ง HR-V ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมมาก ๆ ไว้ แต่พ่อเจเจบอกว่า BR-V กำลังจะเปิดตัว ราคาถูกกว่า และก็ยกสูงพอสมควรเหมือนกัน ก็เลยมาดูซะหน่อย

ด้านข้าง Honda BR-V

มี 2 รุ่นให้เลือก คือแบบ 7 ที่นั่ง และแบบ 5 ที่นั่งค่ะ เป็นรถที่พัฒนามาจาก Honda Brio ดังนั้นข้างในก็จะคล้าย ๆ Brio แต่น่าจะกว้างกว่านิดหน่อย (มั้ง ? เท่าที่เคยดูมา เหมือน Brio จะเล็กกว่านี้ค่ะ) ที่แน่ ๆ คือสูงกว่า น่าจะหนีน้ำท่วมได้พ้นค่ะ ดูจากรูป Spec จะดูเหมือน 7 ที่นั่งกว้างกว่า แต่พอมาดูตัวรถจริง ๆ และ 5 ที่นั่ง น่าจะนั่งได้สบายกว่า ไม่อึดอัด ที่เก็บของข้างหลังก็กว้างกว่ากันเยอะด้วย เหมาะกับแม่บ้านหอบฟางอย่างเรา ๆ 555

ที่นั่งคนขับ BR-V แบบ 7 ที่นั่ง

แถวที่ 2

แถวที่ 3

ที่เก็บของข้างหลังมีแค่เนี้ย

ด้านในแบบ 5 ที่นั่ง

แถว 2 ของ 5 ที่นั่ง

ด้านหลังกว้างขวาง

ส่วนคันนี้คือ Mobilio ค่ะ

Review ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กน้อยจากญี่ปุ่น ของคุณเจเจ (1)

ห่างหายจากการรีวิวผลิตภัณฑ์ของคุณเจเจซะนาน ไม่ใช่เพราะว่าซื้อน้อยลง (ถึงแม้ว่าพอย้ายตึกมา ไม่มี Kbank และ SCB อยู่ใต้ตึกแล้ว จะทำให้ลำบากในการช็อป On line ขึ้นเล็กน้อยถึงปานกลาง) แต่เป็นเพราะว่าของส่วนใหญ่ซื้อมาก็ลองใช้เลย ไม่ค่อยได้ถ่ายรูปไว้ก่อน และบางทีคุณเจเจก็ไม่ค่อยให้ความร่วมมือกับการรีวิวสินค้าซักเท่าไหร่ โดยเฉพาะแนวของกิน เพราะมักจะอยากกินมากกว่าถ่ายรูป (555) ^^” รอบนี้เลยมาจัดซะหน่อย เนื่องจากมีผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กน้อยจากญี่ปุ่นหลายตัว ที่คุณแม่มือใหม่หลายคนที่ยังไม่เคยใช้อาจจะอยากรู้ว่าเป็นยังไงค่ะ เราซื้อมาจาก ร้าน Mommy Stuff by Lek เผื่อใครสนใจค่ะ เราไม่ได้ค่าโฆษณา (แต่แอบได้ส่วนลดค่าส่งของนิดหน่อย ^^”)

มาเริ่มกันที่ชิ้นแรกเลย คือ Virus Blocker อันนี้อยากให้คุณเจเจลองใช้มานานละ เพราะว่าไปเนอร์สแล้วป่วยได้ป่วยดี เค้าบอกว่าเหมาะสำหรับเด็กที่ไป รร. อนุบาลใหม่ ๆ ยังไม่ค่อยมีภูมิต้านทาน ให้ห้อยไว้ จะกันพวกเชื้อหวัดได้ ยี่ห้อที่นิยมกันคือ Air Doctor แบบนี้จะแพงกว่านิดนึง แต่ว่าใช้ได้นานกว่า คือ ใช้ได้ 45 วัน (Air Doctor ใช้ได้เดือนนึง) ราคา 360 บาท (ถ้าจำไม่ผิด)

ภายในมีซองสารต้านไวรัส

ใส่ซอง แปะสติกเกอร์ – จ า ก ป ร ะ ส บ ก า ร ณ์ พ บ ว่ า – ถ้าแปะแค่นี้ ตอนเย็นซองสารต้านไวรัสจะหายไป เหลือแต่สายห้อยให้ดูต่างหน้า T-T …. ถ้าอยากให้อยู่ได้ครบเดือนครึ่งสมดังคำโฆษณา ควรจะแปะกาวสองหน้า (แบบบาง) ที่ซองสารต้านไวรัสก่อนใส่ลงไป คราวนี้ต่อให้ลูกวิ่งยังไงมันก็จะไม่หล่นหายละ

คุณเจเจใส่ Virus Blocker วันแรก ออกจะงง ๆ

ใส่ไปหลาย ๆ วัน ชักชิน

คุณครูที่เนอร์สบอกว่า หลัง ๆ เจเจไม่ถอดออกแล้ว ให้ใส่ก็ใส่ไปเรื่อย ๆ ประสิทธิภาพในการป้องกันน่าจะดีพอสมควร เพราะตั้งแต่ให้ใส่ ก็ไม่มีอาการน้ำมูกย้อยกลับมาจากโรงเรียนอีกเลย ทั้ง ๆ ที่ก็เห็นมีเด็กคนอื่นป่วยอยู่เนือง ๆ คิดว่าน่าจะให้ใช้ต่อไปเรื่อย ๆ ถ้ายังพอหาซื้อได้ในราคาไม่แพงมาก โดยเฉพาะช่วงหน้าฝน

มาต่อกันที่ยาสีฟัน Sun Star รสองุ่น ราคาน่าจะ 145 บาท เป็นแบบมีฟลูออไรด์เล็กน้อย เหมาะสำหรับเด็กอายุเกิน 1 ปีขึ้นไป อันนี้พอดีคุณเจเจยังใช้หลอดแรกในชีวิตที่บ้าน (เป็นแบบไม่มีฟูลออไรด์) ยังไม่หมด เลยยังไม่ได้ลองใช้ แต่ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะที่เนอร์สให้ใช้โคโดโมะของเด็กคุณเจเจก็ยอมแปรง (คุณครูบอกมา) และก็ยังไม่มีปัญหาเรื่องฟันแต่อย่างใด

มาต่อกันที่ Muhi S สำหรับเด็กอายุเกิน 1 ปี เป็นยาสำหรับทาแผลตุ่มยุงกัด ประมาณแซมบัค ซึ่งปกติคุณเจเจเขาก็ใช้แซมบัคอยู่ แต่เขาบอกตัวนี้ดีกว่า ไม่มีสเตียรอยด์ เลยซื้อมาลองใช้ดูว่าลูกจะชอบมั้ย ราคาประมาณหลอดละ 180 บาท

จริง ๆ ควรจะต้องป้ายบางกว่านี้ ^^” อันนี้อิแม่หนักมือไปหน่อย ลูกเลยออกอาการต่อต้านกลิ่น ประสิทธิภาพน่าจะพอ ๆ กับแซมบัค ทาแล้วไม่ได้หายเร็วเว่อร์เป็นพิเศษอะไร น่าจะเหมาะกับเด็กที่แพ้สเตียรอยด์ หรือไม่ชอบกลิ่นของแซมบัค

อันนี้ก็ตระกูล Muhi เหมือนกัน เป็นยาทาแผลสด แผลถลอก น่าจะประมาณเบตาดีนสำหรับเด็ก แต่ไม่มีสี ไม่มีแอลกอฮอล์ และไม่แสบ ราคาประมาณ 280 บาท ซื้อมาเพราะคุณเจเจมีรอยขีดข่วน (ส่วนใหญ่ทำตัวเอง เพราะชอบเล่นตะเกียบ และช้อนส้อม) อยู่เสมอ ไม่มีรูปรีวิวให้ดู เพราะลูกไม่ยอมให้ถ่าย (ถ่ายจริงๆ ก็ไม่เห็นหรอกค่ะ เพราะมันใสมาก) แต่เท่าที่ใช้ก็คิดว่าเห็นผลดีพอสมควร แผลโดยตะเกียบไม้ขูดหน้า ไม่เกิน 2 วันก็หายละ

ส่วนชิ้นนี้เป็น Virus Blocker เหมือนกัน แต่เป็นแบบวางในห้อง รัศมีการป้องกัน 1 คิวบิคเมตร เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าประมาณไหน โดยส่วนตัววางไว้ในห้องนอนค่ะ ราคาประมาณ 300 – 400 ถ้าจำไม่ผิด

ในชุดจะมีซองสารต้านไวรัสอยู่ ใช้ได้ประมาณ 3 เดือน

แกะออกมาแล้วหน้าตาแบบนี้

ใส่กล่องเรียบร้อย — ประสิทธิภาพในการป้องกันคิดว่าน่าจะดีพอสมควร เพราะอย่างที่บอกว่าตั้งแต่เริ่มใช้มาประมาณเดือนนึง คุณเจเจแทบจะบอกลายาแก้ไอ แก้แพ้ ที่ปกติกินเป็นประจำได้ไปเลย แม้จะไม่แน่ใจว่าเป็นผลมาจาก Virus Blocker ตัวไหนกันแน่ แต่ก็คิดว่าจะใช้ต่อไป ถ้าราคาปรับใหม่ (เห็นว่าปีหน้าจะปรับขึ้นอีก) ไม่แพงมากนักค่ะ เพราะถ้าเทียบราคา กับการต้องหอบหิ้วลูกน้อยไปหาหมอแล้ว ก็ถือว่าถูกกว่ากันมากเลยค่ะ

เพลินจิต แฟร์ 2015

เพลินจิตแฟร์ เป็นงานออกร้านประจำปีของสถานทูตอังกฤษ เพื่อระดมทุนไปช่วยผู้ยากไร้ค่ะ ปีแรก ๆ จัดที่สถานทูต พอปีหลัง ๆ คนไปเที่ยว และสปอนเซอร์ชักเยอะ เลยเปลี่ยนมาจัดที่ รร. นานาชาติแทน สับเปลี่ยนหมุนเวียนไปเรื่อย ๆ เราไปครั้งสุดท้ายเมื่อหลายปีมาแล้วกับนู๋มดตอนยังไม่มีคุณเจเจ (ลองเช็คดูแล้วปรากฎว่าไปมาเมื่อ ปี 2007 ) ปีนี้ชวนกันมาเที่ยวอีกครั้ง ที่ รร. นานาชาติบางกอกพัฒนาค่ะ

ค่าเข้างานค่ะ

เดินตามป้ายไปเรื่อย ๆ จนถึงงาน

บัตรเข้างานปีนี้ จากผู้มีอุปการคุณ คือ พี่ท็อป

คูปองสำหรับซื้อของในงาน

คุณเจเจกำลังหิว เจอขนมก็จะพุ่งเข้าหา

มาการองสวยงาม

เนื่องจากคุณเจเจหิว เลยเดินหาอาหารทานกันก่อน ส่วนใหญ่ที่มาออก Booth อาหาร จะเป็นโรงแรม ดังนั้นราคาก็เลยจะออกแนวแพงโหดไปหน่อย และหลาย ๆ อย่างก็ไม่ค่อยเหมาะกับเด็กน้อยวัย 1 ขวบ เลยต้องเดินวนไปเรื่อย ๆ กะว่าจะหา Fish & Chips ให้ทานค่ะ

ของเล่นเด็กน้อยเต็มงาน

น่าเสียดายที่เจเจยังเด็กเกินกว่าจะเล่นอะไรแบบนี้ได้

นี่ถ้าเป็นอีก 2-3 ปี ต้องสนุกแน่นอน!

Slider ขนาดยักษ์

ขี่วัวกระทิง

เจอ Fish & Chips ของเจเจละ

ขอทานน้ำสตอเบอร์รี่หน่อย

ถ่ายภาพกับสปอนเซอร์หน่อย 55

กิจกรรมวาดภาพสำหรับเด็ก ๆ

คุณเจเจร่วมเล่นเกมของ Food Panda

ถ้าเป็นหมุนวงล้อ สอยดาว อะไรพวกนี้ คุณเจเจพอเล่นได้

กิจกรรมระบายสีมั่วซั่ว 555

ร่วมกันสอยดาว

ได้ของรางวัลแบบเด็ก ๆ มาอย่างเพียบ

แอบเอาของลูกมาติดหน่อย

คุณเจเจร่าเริง ยิ้มแย้มแจ่มใส^^

เบื้องหลัง มีการใช้ฟองสบู่หลอกล่อนิดหน่อย ^^”

Review Aristotle Rose Bag Maxi Latte

มา Review กันอีกใบ กับกระเป๋า Aristotle Rose Bag Maxi ในดวงใจของหลาย ๆ คน เพราะขนาดนี้เป็นใบใหญ่สุด (ถ้าไม่นับ Aristotle Happy Bag ที่เป็นกระเป๋าผ้า) ใส่กระเป๋าสตางค์ใบยาว พร้อมข้าวของต่าง ๆ ได้อย่างสบาย ๆ เสียแต่ว่าจะใส่แฟ้มไม่ได้อยู่ดี ตอนแรกเราว่าจะเอามาเป็นกระเป๋าสำหรับใส่ของไปทำงาน พอมันใส่แฟ้มไม่ได้ เลยต้องใช้น้อง LV Artsy ต่อไปเหมือนเดิม

มาดูกันชัด ๆ ใบนี้เป็นสี Latte ซึ่งเข้าใจว่าเป็น Maxi Collection ที่ 2 สีจะออกน้ำตาลเหมือนชานม ซึ่งเราคิดว่าเข้ากับเสื้อผ้าสีต่าง ๆ ได้ง่ายดี (ที่แน่ ๆ คือสีมันเหมือนชุดข้าราชการเลย ตอนแรกเลยว่าจะใช้เป็นกระเป๋าไปทำงาน 555) ใบนี้เราก็ซื้อจากทางร้านไม่ทันอีกเช่นเคย ซื้อมาจาก group ส่งต่อใน FB ^^”

เป็น Collection ตั้งแต่ปี 2014

ด้านบน

ด้านใน

ใบไม้

ใ ส่ อ ะ ไ ร ไ ด้ บ้ า ง ? — ของปกติที่ผู้หญิงต้องพกพา เช่น โทรศัพท์ (ตอนนี้เราเปลี่ยนเป็น iPhone 6 แล้ว แต่ก็ยังใส่ได้อยู่ 6 Plus เราไม่มีให้ลอง แต่คิดว่าน่าจะใส่ได้) กระเป๋าสตางค์ใบยาว กระเป๋าใส่ดินสอ เครื่องสำอางค์เล็กน้อย ใส่ได้หมด เหลือที่อีกนิดหน่อย คนที่พกของมากกว่านี้ก็น่าจะใช้ได้ค่ะ เพราะเรายัดผ้าอ้อมลูกน้อยลงไปอีกผืนมันก็ยังใส่ได้

สะพายแล้วอยู่ประมาณนี้

อีกมุม

ด้านข้าง

ห้อยแขน อยู่ประมาณนี้

ทีแรกเราคิดว่าน่าจะชอบใบนี้มากกว่า Rose Box เพราะใส่ของได้เยอะกว่า แต่เอาเข้าจริงใช้ Rose Box แล้ววิ่งตามคุณเจเจได้คล่องกว่า เพราะใบเล็ก และใส่ของได้น้อยมากก็เลยเบา จะลำบากนิดนึงตอนเอากระเป๋าเงินเข้า ๆ ออกๆ …. เอาเป็นว่าก็เลือกใช้เอาตามความชอบใจแล้วกันนะคะ ^^