เจเจ – จ๊ะจ๋า พาไปชิม @ Dusit Pavilion

ช่วงนี้เจเจโตจนจะขึ้นอนุบาล 2 อยู่แล้ว ส่วนสูงก็เกือบ ๆ จะ 100 ซม. ทำให้ไม่สามารถกินบุฟเฟ่ต์หลาย ๆ ที่แบบฟรีได้แล้วค่ะ ส่วนใหญ่จะต้องเสียครึ่งราคา หรือราคาเด็ก ทำให้ไม่คุ้มที่จะไปกินเท่าไหร่ เพราะจริง ๆ ก็ทานได้นิดเดียวเอง ที่จะทานได้ก็คือ บุฟเฟ่ต์โรงแรม ที่ทานฟรีได้จนอายุถึง 7 ขวบ ค่อยรู้สึกว่าคุ้มค่าหน่อย แต่ก็นาน ๆ ทานทีเพราะมันแพง ยกเว้นว่าจะมีโปรเด็ด ๆ อย่างที่ Dusit Pavilion วันนี้ค่ะ ^^

ห้องอาหารอยู่ชั้น Basement ค่ะ

พาน้องจ๊ะจ๋ามาดู Line Buffet ก่อน

ขนมเพียบ ๆ ค่ะ

มี Chocolate Fountain ที่เจเจชอบมาก แต่แม่จิ๊ไม่ให้เล่น เนื่องจากกลัวเลอะ 555

ขอเริ่มด้วย Lamb Chop ขาอ้วน ๆ ก่อนละกัน ^^

มีฟัวกราส์ด้วยค่ะ มาเป็นคำ ๆ

และแล้วก็มาถึง … นางเอกคือออออ…. จุ้งงงงง …จุ้ง ๆ เยอะมากกกก ตัวโตมาก มีหลากหลายรูปแบบ ทั้งนึ่ง (อันนี้เราว่าอร่อยและกินง่ายสุดละ) อบเนย (เลี่ยนไปหน่อย) และ cold cut อย่างที่ถ่ายรูปมาค่ะ พอดีต้องดูแลเด็ก ๆ ด้วย เลยถ่ายรูปไม่ทัน แต่มีมาเยอะจริง และมีมาเติมตลอด ไม่ต้องกลัวหมดค่ะ ถึงแม่ว่าคนจะมาทานกันเยอะมาก และแต่ละคนต่างก็พุ่งตรงมาที่กุ้งกันทั้งนั้นเลยก็ตาม

ซูชิบาร์ค่ะ

อาหารทะเล grilled อันนี้บอกเบอร์โต๊ะ แล้วเค้าจะมาเสริ์ฟค่ะ

หอยนางรมตัวโต ๆ

เด็ก ๆ จอมป่วนที่ทำให้มี้ไม่ค่อยได้ถ่ายรูป 555

นอกจากอาหารอร่อยแล้ว ที่นี่ยังมีวิวงาม ๆ ให้ถ่ายรูปกัน อันนี้แม่จิ๊พาเด็ก ๆ ออกมาถ่ายรูปด้านนอก ระหว่างรอโต๊ะทานอาหารค่ะ เป็น Cafe อะไรสักอย่าง มีด้านบนด้วย แต่ไม่ได้ขึ้นไปดูค่ะ

น้องจ๊ะจ๋าผู้สนใจทุกสิ่ง

พี่เจเจตอนแรกหลับอยู่ และก็ตื่นมาถ่ายรูปคู่กับน้องนิดหน่อย

ปิดท้ายด้วยภาพคุณแม่ลูก 2 ที่ถ่ายย้ากยาก 555

Advertisements

X’mas Trip 2017 : Chateau de Khaoyai

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา บ้านเจเจ – จ๊ะจ๋า ได้ไปเที่ยวเขาใหญ่กันมาค่ะ เพราะที่ทำงานแม่จิ๊ไปสัมมนาประจำปีกัน ก็เลยเอาเด็ก ๆ ไปด้วย ปีนี้ไปกันที่ Chateau de Khaoyai ซึ่งก็อยู่ในดงของรีสอร์ททั้งหลายกันเลยทีเดียว บรรยากาศดีงามตามท้องเรื่อง อากาศเหมือนจะเย็นในวันแรก ๆ แต่ก็เย็นอยู่ได้วันเดียว หลังจากนั้นก็ร้อนเหมือนเดิม โชคดีที่ฝนไม่ตกค่ะ

วิวอันสวยงามจากระเบียงห้องนอน คือตอนแรกไม่ได้พักห้องนี้หรอกค่ะ พักอยู่ที่ตึกที่เห็นอยู่ลิบ ๆ แหละ (เอาเข้าจริงก็ไม่ได้ไกลขนาดนั้นหรอกค่ะ) แต่ว่าห้องมันมีปัญหากระเบื้องร่อนค่ะ ทางโรงแรมเลย upgrade ให้มาอยู่ที่ตึกใหญ่แทน เพราะเห็นว่ามีเด็ก ๆ ด้วย กลัวว่าจะเป็นอันตราย อันนี้ก็ต้องขอขอบคุณทางโรงแรมด้วยค่ะ ^^

อันนี้ห้องที่เข้าไปพักตอนแรก อยู่ใต้หลังคาพอดี

ระเบียงสวยงาม กับกระเป๋าปักชื่อจาก The Blooming B สั่งไว้ทันได้เอามาใช้ในทริปนี้พอดีค่ะ ใครสนใจอยากได้บ้าง ตามไปสั่งได้ทาง FB เลยจร้า มีหลายลายหลายแบบให้เลือก ไม่ได้ค่าโฆษณา แต่เห็นว่ากระเป๋าเขาสวยและทนทานดี ข้างล่างเป็นหนัง วางบนน้ำแล้วไม่เปียก (แต่อย่าเอาไปแช่น้ำแล้วกัน)

ขอถ่ายรูปกะน้องจ๊ะจ๋าหน่อย ^^

สระน้ำ ไม่ได้ว่าย เนื่องจากไม่ได้เอาชุดมา คิดว่าจะหนาว

มุมทำงานในห้อง ดูหรูหรา

เตียงใหญ่ มีเอลฟ์นอนตายอยู่ 1 ตัว 55

มีอ่างจากุชชี่ แต่ต้องให้เจ้าหน้าที่โรงแรมเปิดให้ค่ะ

มีห้องซาวน์น่า ในห้องน้ำด้วย

ผลิตภัณฑ์ในห้องน้ำ ของ ELLE Spa

เจเจ จ๊ะจ๋า ร่าเริงสดใส

แต่งตัวเป็นเอลฟ์น้อย เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศช่วง X’mas

ห้องอาหารค่ะ เป็นอาคารแยกออกมา

สนามหญ้าสวยงาม มีฝูงเป็ดและห่านเดินอยู่ลิบ ๆ ดูสงบสุข

…จนกระทั่งคุณเจเจเดินผ่านมา 555

หนีลงน้ำดีกว่า 555

เจเจมารอคุณห่านที่ท่าน้ำทุกวันเลย ^^

Review โรงแรมจัดประชุม – สัมมนา: พักพิงอิงทาง Boutique Hotel

เชื่อว่าใครขึ้นทางด่วนผ่านแถวงามวงศ์วานบ่อย ๆ น่าจะเคยผ่านตาชื่อของโรงแรมนี้กันบ้าง “พักพิงอิงทาง บูติก โฮเต็ล” … สำหรับตัวเรานั้นต้องเรียกว่าผ่านทุกวันเลยตอนขึ้นทางด่วนไปทำงาน ..เพราะอยู่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ แต่ไม่เคยถ่ายรูปมาจากทางด่วน เพราะไม่กล้าเอามือถือขึ้นมาถ่ายรูปขณะที่รถกำลังวิ่ง…หุ หุ ….

พอดีว่าที่ทำงานส่งมาสัมมนาที่นี่ เลยมีโอกาสได้เข้ามาที่โรงแรมนี้เป็นครั้งแรก …ไม่ได้มาทางด่วน เพราะคุณคนขับรถที่ Office บอกว่ามันจะลงเลยทางเข้าโรงแรม …. มาทางติวานนท์ และมาเข้าถนนงามวงศ์วาน ทางเข้าอยู่ตรงซอนถัดจาก TOT Academy ไป 1 ซอย จะมีป้ายบอกอยู่ ภาพนี้เราได้มาจาก Website ของทางโรงแรมที่ http://www.ppithotel.com/ นะคะ เพราะพอดีตอนรถเลี้ยวเข้าไปส่งนั้นเราไม่ได้ถ่ายภาพไว้

เนื่องจากมาประชุม ไม่ได้มาพัก จึงไม่มีรูปห้องพักให้ดูนะคะ มีแต่รูปห้องประชุม – สัมมนา ซึ่งที่นี่มีประมาณ 2-3 ห้อง เห็นจะได้ คือห้องอิงนคร อิงบุรี และอิงเมือง หากเราจำไม่ผิด แต่ละห้องน่าจะจุได้ประมาณไม่เกิน 50-70 คน

จานรองแก้วน่ารัก ๆ ^^

และแล้วก็มาถึงเวลาที่ทุกคนรอคอยในการประชุมสัมมนา…นั่นก็คือเวลา – พั ก เ บ ร ค – …^^”….ขนมเบรคหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู เป็น Cupcake หน้ามะม่วง

เครื่องดื่ม— จริง ๆ มีชา กาแฟ น้ำผลไม้ และน้ำดื่มสมุนไพรต่าง ๆ ให้เลือก แต่ของเราเลือกมาเป็นชาร้อนธรรมดา ๆ เพราะเห็นว่าขนมมันก็หวานอยู่แล้ว …

cupcake หน้าต่างๆ ของทางโรงแรมค่ะ

วิวโรงแรม — เนื่องจากอยู่ติดทางด่วน มองออกไปจึงมักจะเห็นรถบนทางด่วนพอดี (555) แต่ก็ดูสวยดี อย่างน้อยก็ไม่มีตึกอะไรมาบังตา ไม่แน่ใจว่าถ้านอนพักที่นี่ตอนกลางคืนเสียงจะดังรึเปล่า

การตกแต่งทั่วไปใช้กระจกสีดูสวยงาม

โคมไฟกระจกสีตามจุดต่างๆ

ห้องน้ำอยู่ภายในห้องสัมมนา ไม่ต้องเดินออกมา

ห้องอาหาร — สามารถเลือกให้ทางโรงแรมจัดให้ทานหน้าห้องสัมมนาก็ได้ หรือจะขึ้นมาทานตรงห้องอาหารของโรงแรม ซึ่งอยู่บริเวณชั้น 7 ก็ได้เหมือนกันค่ะ

จากห้องอาหารชั้น 7 เราจะมองเห็นเจ้าปลาพ่นน้ำ 3 ตัวนี้ (อีกด้านนึงจะเป็นมังกรพ่นน้ำ) ซึ่งใครที่ขับรถผ่านและเห็นโรงแรมนี้จากทางด่วน น่าจะเคยเห็นมันนะคะ มันพ่นน้ำได้จริง ๆ ด้วย และรู้สึกว่าตอนกลางคืนเขาจะเปิดไฟด้วยนะ ….

ถ่ายจากชั้นบนซึ่งเป็นส่วนของ Air Bar บาร์ชั้นดาดฟ้า ที่ถือว่าเป็นจุดขายสำคัญของที่นี่ ตอนกลางคืนมี Light Music ให้นั่งฟังกันชิล ๆ เริ่มเปิดตั้งแต่ 6 โมงเย็น เป็นต้นไป ส่วนตอนกลางวันปิดไว้ เพราะแดดร้อนมากๆ

ดูกันชัดๆ กับพญานาคพ่นน้ำค่ะ

ปิดท้ายด้วยภาพอาหารประกอบการสัมมนา — รสชาติธรรมดา ๆ ไม่เร้าใจเป็นพิเศษ แต่ก็ไม่ได้แย่จนเกินไปนัก … ใครสนใจจะมาจัดงานประชุม สัมมนาที่นี่ เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ ก็ลองติดต่อได้ตาม website เลยนะ เพราะเราก็ไม่มีเบอร์ติดต่อ Sales เหมือนกัน …แต่ขอบอกว่าช่วงเช้า ๆ และเย็น ๆ แถวนี้จะรถติดมาก ๆ ….ถ้าไม่ได้อยู่ใกล้ ๆ แถวนี้จริงๆ เลือกที่อื่นอาจจะถูกคนมาร่วมงานบ่นน้อยกว่า ….