Posted in Movies, Readings

[Spoil เยอะมาก] Harry Potter 7.2 กับสิ่งที่ไม่มีในหนัง

เพราะว่าแม่ฝากไปอัดรูปที่สยาม….เลยต้องเปลี่ยนแผนที่จะไปอ่าวกระเบนกะคุณแฟนไปดู – เ รื่ อ ง นี้ – ที่ CTW แทน …^^… แม้ว่าเราจะไม่ได้ดูภาค 7.1 มา แต่ก็อ่านหนังสือมาแล้ว และได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างมาว่า ภาคนี้มันส์มาก ๆ ว่าแล้วก็เลยจองตั๋วโลดดด ! ^^

หุ่นพี่ Optimus จาก Transforemer 3 ยังตั้งตัวโตเบ้อเริ่มอยู่ที่ CTW (แขนก็ไม่ขาดด้วย 555)… ช่างน่าประหลาดใจที่คิวจองตั๋วที่ CTW นับว่าสั้นมากเมื่อเทียบกับพารากอนแฮะ …น่าจะเป็นเพราะว่าจำนวนโรงหนังมันเยอะกว่าด้วยแหละ …..

BumbleBee ก็มี ^^

ทางเข้าโรงหนังตกแต่งอย่างเท่ ๆ

[ใครที่ไม่ต้องการให้ spoiled ขอให้กดปุ่มกากบาทที่ส่วนบนของหน้านี้– ซึ่งอาจที่มุมซ้ายหรือขวา ขึ้นอยู่กับระบบปฏิบัติการที่เครื่องของคุณใช้ค่ะ] ถ้าใครไม่ได้อ่านหนังสือมาก่อน หรือไม่ได้ดูภาค 7.1 น่าจะงงงงพอสมควรในจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ ที่โผล่มาก็กำลังตามหา Horcrux เลย (แถมรู้สึกว่าจะทำลายไปแล้วประมาณ 2 อันด้วย 55) เราก็กลัวอยู่ว่าคุณแฟนเขาจะรู้เรื่องไหมหว่า ? ปรากฏว่าเขาบอกว่าเขาดูภาค 7.1 มาแล้ว …ก็เลยแล้วไป (…เอ๊ะ … ว่าแต่ว่า … ไม่ได้ไปดูกับเรา แล้วเค้าไปดูกับใคร ?!?! …-“-…) …. แต่ถ้าใครไม่คิดอะไรมาก — เข้ามาดูฉากนั่งรถไฟเหาะตีลังกาตามหา Horcrux (– ที่ดูแล้วเรารู้สึกว่า อีกไม่นาน Universal Studio หรือ Disney Land ต้องจัดมาให้เด็ก ๆ ได้เล่นแหงๆ ) และเหล่าบรรดาพ่อมดแม่มดเสกคาถาใส่กันเปรี้ยง ๆ ใส่กันมากมายที่สุดเท่าทีเคยมีมาในทุก ๆ ภาคที่เราเคยดูมา ฉากทหารศิลาลงมาเดิน ๆ ป้องกันมิให้โรงเรียน Hogwarts ถูกถล่ม ( — ซึ่งในหนังสือไม่ได้กล่าวถึง — ) แค่นั้นก็คงสนุกดี …

ถ้ า ถ า ม เ ร า – … เราว่าคนที่ไม่ได้อ่านหนังสือมาก่อนน่าจะชอบหนัง … ถึงแม้ว่าจะสงสัยบ้างในบางตอนว่า มันใส่มาทำไม ไม่เห็นสนุกเลย เช่น ตอนสเนปตาย — ซึ่งจริง ๆ แล้วในหนังสือจะเน้นถึงความทรงจำของสเนป ที่ทำให้แฮร์รี่รู้ว่า สเนปมีความผูกพันกับแม่ของตัวเอง (ลิลลี่) ยังไง ทำไมถึงได้รักลิลลี่มาตลอด และสิ่งที่สเนปทำเป็นการปกป้องแฮร์รี่มาตลอดยังไง — พอมันเป็นภาพ flash วิ่ง ๆ แค่นั้นเหมือนตอนคนกำลังจะตายหรือสลบในหนังไทย — คนดูก็เลยจะไม่ค่อยซาบซึ้งเท่าไรนัก หรือตอนที่ดัมเบิลดอร์คุยกับแฮรี่หลังจากที่ถูกโวลเดอร์มอร์ทซัดไปแล้ว …. คนดูหนังอาจรู้สึกว่ายาว — แต่จริง ๆ แล้วนั่นคือตัดโ – ตร ๆ แล้ว … ในหนังสือยาวกว่านั้นมาก …แต่มันคือตอนที่ทำให้เข้าใจ Concept ทั้งหมดที่ series ชุดนี้ต้องการจะสื่อ — ซึ่งตามความเข้าใจของเรา คือ —



1) จิตวิญญานใด ๆ จะทรงพลังสูงสุด และสามารถเอาชนะทุกสิ่งได้ เมื่อมันอยู่ในสภาพเป็นองค์รวม และไม่มีสิ่งใด ๆ มาเจือปนแปดเปื้อน (Whole and untarnished) ไม่ใช่แตกแยกออกเป็นส่วน ๆ –> ดังนั้น จิตวิญญานของแฮร์รี่ที่มีความเป็นหนึ่งเดียว และไม่แปดเปื้อนหลังจากที่ Horcrux ของโวลเดอร์มอร์ทในตัวแฮร์รี่ถูกทำลายไปแล้ว จึงทรงพลังมากกว่าจิตวิญญานของโวลเดอร์มอร์ทที่แตกแยกเป็น 7 ส่วนด้วยการทำ Horcrux



2) ทุกชีวิตต่างก็พยายามแสวงหาหนทางที่จะเอาชนะความตาย — เช่น พี่น้องพีเวอเรลล์ ( มีกล่าวถึงนิดหน่อยในภาค 7.1 แต่ 7.2 ไม่มีอีกเลย) ด้วยเครื่องรางยมทูต และโวลเดอร์มอร์ท ด้วยการสร้าง Horcrux — ความพยายามเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นการแสดงออกถึงความกลัวความตาย ซึ่งในที่สุดก็นำไปสู่ความพ่ายแพ้ และทำให้เราต้องเผชิญความตายเร็วขึ้นกว่าที่ควรจะเป็น (และโดยมากมักจะศพไม่ค่อยสวย ^^”) — แต่อันที่จริงแล้ว ความตายไม่ใช่เรื่องของการแพ้ หรือเอาชนะ แต่เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเผชิญ – ดั ง นั้ น – สิ่งเดียวที่จะเอาชนะ “ความกลัวความตาย” ได้ ก็คือ “ความกล้าที่จะเผชิญกับความตาย” — ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่แฮร์รี่มีเหนือกว่าโวลเดอร์มอร์ท และทำให้เอาชนะได้ในที่สุด (ในหนังสือเขาว่าอย่างนี้ ^^)



….นอกจากที่ว่ามาแล้ว …. – ห ลั ง จ า ก ที่ ก ลั บ บ้ า น ม า เ ปิ ด ห นั ง สื อ ดู – (พลิกผ่าน ๆ ไม่ได้ดูละเอียด … แค่คาใจเฉย ๆ ว่ามันตัดอะไรทิ้งไปบ้าง) พบว่าสิ่งที่ถูกตัดไปเลย / ไม่ได้พูดถึง คือ



1) ทำไมกริฟฮุกถึงอยากได้ดาบกริฟฟินดอร์ — ในหนังสือบอกว่า ไม่ใช่เพราะมันแพง แต่เพราะมันเป็นผลงานชิ้นเลิศของบรรพบุรุษ Goblin ที่ถูก Godric Gryffindor ชิงเอาไป แต่ในประวัติศาสตร์ของพ่อมดแม่มดไม่มีการกล่าวถึงในจุดนี้ ทำให้โดยทั่วไปจะคิดว่า เป็นสมบัติของพ่อมดแม่มดมาตั้งแต่ต้น –> มีประเด็นเรื่องการเหยียดเชื้อชาติ และการเขียนประวัติศาสตร์ของผู้ชนะ ซึ่งอาจจะทำให้เด็กและเยาวชนจำนวนมากที่เข้ามาดูอาจจะรู้สึกไม่บันเทิงเท่าไหร่



2) เรื่องครอบครัวของดัมเบิลดอร์ — ถูกตัดออกไปเกือบหมดเลย …. ไม่ว่าจะเป็น พ่อ แม่ตายยังไง เพราะอะไร น้องสาว (อาดรีนา) ตายยังไง และทำไมอาเบอร์ฟอร์ซถึงต้องมาเก็บตัวอยู่ในกระท่อมโกโรโกโสเช่นนี้ –> คิดว่าส่วนหนึ่งน่าจะตัดเพราะค่อนข้างยาวและดราม่า … แม้ว่าจะทำให้เราเข้าใจการกระทำของดัมเบิลดอร์เพิ่มขึ้นมาก แต่ก็อย่าลืมว่าหนังมันชื่อ Harry Potter และมีความจำเป็นต้อง focus ให้มีตัวเอกคนเดียวในเวลาแค่ 2 ชม. และอีกส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะมีคนตีความว่าเพื่อนสนิทของดัมเบิลดอร์ในวัยหนุ่ม — ที่เป็นสาเหตุส่วนหนึ่งของการตายของน้องสาว — เป็นคู่เกย์ของดัมเบิลดอร์ (…. -“-…) อันนี้น่าจะเป็นเรื่องยากที่เด็ก ๆ จำนวนมากจะเข้าใจ



3) เรื่องของ The Grey Lady — ว่าเป็นใครมาจากไหน ขโมยรัดเกล้ามาจากแม่ของตัวเองเพื่ออะไร เอารัดเกล้าไปไว้ที่ไหน และโวลเดอร์มอร์ทไปตามเอามาทำไป Horcrux ตลอดจนเอามาเก็บซ่อนไว้ในโรงเรียนได้ยังไง —> คนดูหนังอย่างเดียวก็เลยอดรู้เลยว่าผี Grey Lady กับ the Bloody Baron เคยเป็นแฟนกัน … 555 …. และไม่รู้ด้วยว่า สมัยหนุ่ม ๆ โวลเดอร์มอร์ทใช้หน้าตาและวาทศิลป์ลวงหลอกอย่างไรให้หลายคนหลงตายใจและยอมเป็นเครื่องมือ แม้แต่คนฉลาด ๆ ที่มั่นใจว่าตัวเองฉลาดที่สุดอย่าง Helena Ravenclaw



….ใครสนใจเรื่องราวเหล่านี้…. ลองไปหาหนังสือมาอ่านเองแล้วกันนะคะ… ^^…. (เข้าใจว่าน่าจะมีอีกเยอะพอสมควร…. ^^”….ใครอยากเพิ่มเติมก็บอกมาได้นะคะ)

Posted in Movies

ดู Transformers 3 อย่างมีระดับ (และฟรี ^^) กับ Nokia Ultra Screen

ร่วมเล่นเกมใน FB กับ AP Property จนได้ตั๋วหนัง Nokia Ultra Screen นี้มาตั้งนานแล้ว แต่ไม่มีโอกาสได้ใช้ซะที เพราะไม่มีอารมณ์จะดูหนังในช่วงที่ยังทำวิทยานิพนธ์ไม่เสร็จ …. -“-… ฤกษ์งามยามดี ได้ใช้ซะทีเมื่อ Transformers 3 เข้า เห็นคนพูดถึงเรื่องนี้กันเยอะมาก — และใน twitter ก็มีคน build เรื่องนี้มาเป็นอาทิตย์ … – ว่ า แ ล้ ว – แม้ว่าเราจะไม่ได้ดูภาพ 1 ภาค 2 มา … แต่เมื่อมีตั๋วฟรีเช่นนี้ ก็ไปดูภาค 3 ดีกว่า ^^

ตรงมาที่พารากอน ชั้น 5 …คนจองตั๋วหนังโรงธรรมดาเยอะเป็นหนอน … -“-… มองหา Booth Nokia Ultra Screen… แม้ว่าจะแพงจนเราไม่คิดว่าจะมีใครมาดู (ที่ละ 600 ขายเป็นคู่ คู่ละ 1,200 สำหรับวันเสาร์ – อาทิตย์ วันธรรมดา 1,000) — ถ้าไม่ได้บัตรฟรี แต่ก็ปรากฎว่ามีคิวอยู่พอสมควรเหมือนกันแฮะ … ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะเขาขายบัตรอย่างอื่นด้วยรึเปล่า … เพราะมีเด็ก ๆ เยอะเลย …

ระหว่างที่ต่อคิวมาได้แป๊บนึง คุณแฟนแอบเดินเข้าไปดูใน Lounge และก็ปรากฏว่า — Nokia Ultra Screen สามารถเข้าไปจองตั๋ว & เลือกที่นั่งใน Lounge ได้เลยนี่หว่า !?!? แล้วเด็ก ๆ ที่เราเห็นต่อคิวนั่น … เขาต่อคิวอะไรกันเหรอ ?!?! คือเราออกมาจาก Lounge แล้ว … คิวมันก็ยังไม่ค่อยเคลื่อนไปซักเท่าไหร่เลย ?!?! คือถ้าต่อคิวจริง ๆ เนี่ย … สงสัยจะไม่ได้ดูรอบที่อยากดูแน่นอน … เพราะตอนเข้าไปจองนั้น ที่ของเรา กับคุณแฟน เป็น 2 ที่สุดท้ายในรอบ 12.40 น. แร้ว ^^”

ภายใน Lounge ของ Nokia Ultra Screen มันก็อยู่ข้างหลัง Booth ขายตั๋วนั่นแหละ มีบาร์เครื่องดื่ม และคาดว่าน่าจะเสริ์ฟขนมหรือของว่างเล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับคนที่มารอดูหนัง มีหนังสือให้อ่านด้วย แต่เราไม่ได้กินและไม่ได้อ่าน เนื่องจากมาถึงเมื่อตอนหนังใกล้จะฉายแล้ว … ^^”…

ทางเข้าอันแสนหรูหรา… ^^…

โปสเตอร์หน้าโรง

Nokia Ultra Screen เป็นโรงหนังขนาดเล็ก มีไม่กี่ที่นั่ง (เท่าที่ดูน่าจะประมาณ 30 – 40 ที่นั่ง ) เพราะงั้นถึงแม้จะได้นั่งแถวหน้าสุด ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะปวดหัว และน่าจะเหมาะกับการดูหนัง 3 มิติ แต่รอบที่เราดูนี้เป็นแบบธรรมดาค่ะ … 3 มิติมันมีตอน 5 โมงเย็นนู่นเลย … เราขี้เกียจรอ … ^^”…

ขออนุญาตไม่พูดถึงเนื้อหาของหนังว่าเป็นไงบ้าง — เพราะเราไม่อยาก Spoil ว่าตัวไหนแพ้ ตัวไหนแขนขาด (555 ไหนว่าจะไม่ spoil?) แต่จริง ๆ แล้วเราคิดว่าใครก็ตามที่เคยดูการ์ตูนญี่ปุ่นประเภทขบวนการยอดมนุษย์ 5 ตัวแปลงร่าง ( ซึ่งสีแดงมักจะเก่งที่สุด และเป็นหัวหน้าทีมเสมอ สีชมพูก็จะต้องเป็นผู้หญิงเสมอ แล้วก็จะต้องเป็นแฟนกับพระเอก และเป็นคนแรกที่ถูกจับตัวอยู่ร่ำไป .. ^^”… ) ทุกวันเสาร์ – อาทิตย์ ย่อมต้องเดาตอนจบของ Transformers ได้ไม่ยาก แม้ว่าเราจะไม่ได้ spoil …. และเราเชื่อว่าหุ่นยนต์เหล่านี้ต้องเป็นญาติกันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง … ไม่ก็มาจากดาวดวงเดียวกันกับที่ไปบุกญี่ปุ่น … เพราะหน้ามันเหมือนกันม้ากมาก … ไม่รู้ใครได้แรงบันดาลใจมาจากใคร 555

ได้ข่าวว่าวันก่อน Bumblebee ตัวจริง เสียงจริง (ไม่แน่ใจว่าเป็นแบบเดินได้ หรือเป็นแค่หุ่นเหมือนในหนังเฉย ๆ ) มาให้เด็ก ๆ ถ่ายรูปกันที่ Central World เราเองก็อยากไป … แต่มันดันมาวันเดียวซึ่งเป็นวันทำงานของเรา … -“-… คาดว่าคงมีเด็ก ๆ จำนวนไม่น้อยที่อดถ่ายรูป แต่ Optimus หน้าโรงพารากอน (โรงธรรมดา — ไม่ใช่ Ultra Screen) นี่ดูเหมือนจะอยู่ตลอดเท่าทีหนังฉายนะคะ … ขอเชิญน้อง ๆ หนู ๆ ไปถ่ายรูปคู่กันได้ … ^^…

เราไม่ได้ถ่ายรูปในโรงมา — เพราะกลัวจะถูกหาว่าเป็นสาวก BB ไม่มีมารยาท … ^^”… ดังนั้นจึงมีแต่รูปเก้าอี้ข้างหน้าโรงมาให้ดู …. – เ ก้ า อี้ ใ น โ ร ง จ ริ ง ๆ – คล้ายเก้าอี้ชั้น First Class สายการบินพวกเอมิเรสต์ (ซึ่งเราไม่เคยนั่ง …. เคยแต่เห็นรูปใน Newsweek) ที่เป็นกลม ๆ ใหญ่ ๆ ถ้าปรับเต็มที่ จะเกือบ ๆ เป็นเตียงนอนได้ มีหมอน มีผ้าห่มนุ่ม ๆ ให้ด้วย (… แต่ถ้าหลับไปจะดูหนังยังไงฟระ ?… ^^”…) จะว่าไปก็นั่ง – นอนสบายดี …. แต่ถ้าให้เราเสียตังค์เอง … เราว่าดูโรงธรรมดาก็พอแล้ว .. เราเข้าโรงหนังมาเพื่อดูหนัง … ไม่ได้จะมานอน … ^^”…

ทางเข้าห้องน้ำที่คุณแฟนถามว่า — จะถ่าย(รูป)ไปทำไมเหรอ ? ^^”

แหม… แต่ห้องน้ำเค้าหรูดีนะ เหมือนห้องน้ำใน Lounge ของ Business class การบินไทย (อันนี้เราเคยเข้า ..^^..) มีเก้าอี้นั่งหรู ๆ ให้นั่งแต่งหน้าอีกตะหาก

ถ่ายรูปคู่กับคนพามานิดนุง ^^

บ๊าย..บาย.. Nokia Ultra Screen … – ค ว า ม เ ห็ น ส่ ว น ตั ว – … เราว่ามันแพงเกินกว่าจะเสียตังค์เข้ามาเพื่อดูหนังแค่ไม่กี่ ชม. … ถ้าจะมาดูเอง ดูโรงธรรมดามันก็ไม่ได้นั่งไม่สบายอะไร … แต่ถ้าใครคิดจะเหมาโรงหนังทั้งโรงเพื่อโอกาสพิเศษ … เขาว่าเหมาโรงนี้จะง่าย และราคาย่อมเยาที่สุด เพราะว่าที่นั่งมันน้อย… ใครสนใจก็ลองดูแล้วกันนะคะ … ^^…

Posted in Movies

Letters to Juliet

อยากดูหนังเรื่องนี้ตั้งกะเห็นโฆษณาผ่าน Facebook กับ Caption เท่ ๆ ว่า “ผู้หญิง … กว่า 90 % เชื่อว่ารักแท้มีจริง แต่แค่ 10% เท่านั้น — ที่พร้อมจะวิ่งไล่ตามหัวใจ “ .. กรี๊ดด !!!… เท่มาก !!! Slogan โดนใจผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานกลุ่มรำคาญเด็กป๊อด (ป๊อด = adj ขั้นกว่า ของ ‘ปอด’ ที่เป็น adjective ไม่ใช่ noun ที่แปลว่าอวัยวะส่วนหนึ่งที่อยู่ภายในร่างกายนะคะ … เป็น adj. แปลว่าอะไรเราว่าทุกท่านคงจะรู้ดีอยู่แล้วง่ะ … เราไม่อธิบายนะ … ^^”..) อย่างเราเป็นอย่างยิ่ง …. จริง ๆ เราว่าไม่ใช่แค่ผู้หญิง … และไม่ใช่เรื่องความรักอย่างเดียวหรอกนะ … เดี๋ยวนี้ทำไมคนที่ชอบบ่นว่าอยากได้ … อยากเป็น … หรืออยากทำอะไร …. แต่ไม่ลงมือทำ .. ทำไมมันเหมือนจะเยอะขึ้น ๆ ทุกทีก็ไม่รู้ … -“-… หรือว่าเราดวงซวยเจอคนแบบนี้บ่อยเองหว่า … เอาเหอะ ๆ … – สำ ห รั บ ใ ค ร ที่ เ ป็ น ค น แ บ บ นี้ – … เราต้องขอโทษด้วยที่เราไม่เข้าใจหรอกนะ … ว่าคุณกลัวอะไร …แต่บางอย่างน่ะ– ว่ากันจริง ๆ ถ้าคุณใช้เวลาที่คุณนั่งกลัวนั่งกังวลอยู่ไป – ล ง มื อ ทำ – มันอาจจะเสร็จไปแล้วก็ได้ ….

ว่าแล้ว…ก็จับมือคนข้าง ๆ ตัวไปดูหนังกันดีกว่า … ก่อนไปดู — จริง ๆ เขามี Campaign ให้ชิงตั๋วรอบสื่อมวลชนฟรี — ด้วยการส่งรูปคู่กับตู้ไปรษณีย์ Letters to Juliet ไปทาง Facebook fanpage ของหนังเรื่องนี้ … ซึ่งเราก็ส่งไปเหมือนกัน — ได้รางวัลด้วยแต่ดันไปดูไม่ได้เพราะวันนั้นติดธุระ …. ไม่เป็นไร … ไปดูวันที่มันเข้าโรงจริง ๆ ก็ได้ (… ฟระ.. -“-…) … – ใครอยากจะตามไปดูบ้าง – ได้ข่าวว่ายังมีฉายอยู่นะ…ที่โรงหนังเครือเมเจอร์ — เช็ครอบได้ที่ fanpage เลยค่ะ … ^^…

Letters to Juliet หมายถึงจดหมายทื่สาว ๆ ที่ผิดหวัง หรือมีปัญหาในความรัก ไปเขียนแปะไว้ที่กำแพงข้างบ้านที่เชื่อกันว่าเป็นบ้านของ Juliet ในละครเรื่อง Romeo & Juliet ของ Shakespeare ที่เมืองเวโรนาในประเทศอิตาลี ซึ่งในแต่ละวัน (ในหนัง — แต่ได้ข่าวว่าจริง ๆ ก็มีนะ … เราไม่เคยไปอิตาลี … ใครมีโอกาสได้ไป — ก็แวะไปดูด้วยแล้วกัน … ^^..) ก็จะมีคนเก็บรวบรวมไปตอบ และนางเอกของเราก็มีโอกาสได้เป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ตอบจดหมายเหล่านี้ …และก็เป็นคนที่ค้นพบจดหมายฉบับหนึ่งที่ถูกซ่อนไว้ใต้ก้อนหินมาเป็นเวลานานกว่า 50 ปี (… จริง ๆ !) เธอได้ตอบจดหมายฉบับนี้ — และนี่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางที่น่าประทับใจ … เพื่อตามหา Mr. Lorenzo (เป็นชื่อยอดนิยม — ประมาณสมศักดิ์ สมเกียรติ สุวิทย์ อะไรงี้)คนที่ถูกกล่าวถึงในจุดหมาย … ซึ่งก็แน่นอนว่า — ถ้า 50 ปีที่แล้วอายุซัก 20 ปี –ตอนนี้ก็คงปาเข้าไป 70 !!! … คนที่มาตามหาก็ไม่ใช่ใครที่ไหน — คือสาวน้อย (ในตอนที่เขียนจดหมาย — และเป็นสาวเหลือน้อยในตอนนี้ … แต่ก็น่ารักนะ … ^^..) เจ้าของจดหมาย — ที่อุตส่าห์บินไกลมาจากอังกฤษ — พร้อมกับหลานชายสุดน่ารักผู้มาทำหน้าที่เป็นคนขับรถให้ใน trip นี้… – เ รื่ อ ง ร า ว จ ะ เ ป็น อ ย่ า ง ไ ร -… ขอเชิญทุกท่านไปติดตามต่อในโรงเอาเอง … หนังยังไม่ออก … ดีวีดียังไม่เข้า …เราขี้เกียจ spoil … 555…

ตั๋วหนัง ณ พารากอน — ใครไปดูหนังเรื่องนี้มาแล้ว … อย่าลีมเอาตั๋วหนังไปแปะที่ Fan page ใน facebook ด้วย คุณอาจจะเป็นผู้โชคดีได้รับของรางวัลน่ารัก ๆ ส่งตรงถึงบ้าน … ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ เพราะเราได้มาแล้ว… แฮ่ม … ^^…

ถุงใส่ปากกาน่ารัก — ของ premium จาก Letters to Juliet ค่ะ … ^^…

ปอลอ … สิ่งที่เราอยากจะบอก — แต่คุณไม่จำเป็นต้องรู้ — จากเรื่องนี้ … รู้ไว้ใช่ว่า ..รู้ไปก็ไม่น่าจะ spoil นะ …^^…:

1) เราไม่รู้ว่าเพลงภาษาอิตาเลียนที่ใช้ประกอบในเรื่องคือเพลงอะไร — แต่ภาษาอังกฤษเป็นเพลงของ Taylor Swift ที่ฮิต ๆ กันประมาณปีที่แล้ว เพลงนึงในนั้นคือ Love Story ที่พูดถึง Romeo & Juliet เหมือนกัน

2) William Shakespeare เป็นนักเขียนบทละครและกวีชาวอังกฤษยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ (Renaissance) เป็นหนึ่งในไม่กี่คน (คิดว่าน่าจะเป็นคนแรก) ที่เขียนบทละครแนว Tragic-comedy คือมีทั้งสุขและโศกในเรื่องเดียวกัน (ถ้าตาม literary tradition เป๊ะ ๆ มันจะต้องเน้นอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งไปเลย — ห้ามเอามาปนกัน) ซึ่ง Romeo & Juliet ก็เป็นหนึ่งในนั้น … ที่แน่ ๆ มันไม่ใช่ Tragedy ค่ะ ….

3) Quotes กลอนของ Shakespeare ที่พระเอกกะนางเอกต่อกลอนกัน ที่ว่า

Doubt thou the stars are fire,
Doubt that the sun doth move,
Doubt truth to be a liar,
But never doubt I love.

(ขออนุญาตแปลเองละกันนะ …..)
สงสัยเถิด…ว่าดาราอาจเป็นเพียงแสงไฟ
สงสัยเถิด …ว่าตะวันอาจเคลื่อนไป ไม่อยู่นิ่ง
สงสัยเถิด …ว่าสิ่งที่เชื่อกันนั้น…อาจไม่จริง
แต่หนึ่งสิ่งที่อย่าสงสัย … คื อ ฉั น รั ก เ ธ อ … ^^…

มาจากเรื่อง Hamlet ไม่ใช่ Romeo & Juliet ค่ะ … มันมาจากจดหมายที่ Hamlet เขียนถึง Ophelia

Posted in Food, Movies

รถไฟฟ้า — มาหา (บ้าง ^^”) นะเธอ …

ที แ ร ก .. ว่าจะไม่ดูเรื่องนี้ … เพราะเห็นว่ามันฮิตจัดไปหน่อย … แล้วเราเป็นคนไม่ชอบทำอะไรโหล ๆ ตามกระแส … แต่พออ่านบทวิจารณ์แล้วว่ามันฮิตเพราะสะท้อนถึงชีวิตจริงและความฝันของสาว Office วัยเฉียด ๆ 30 ที่ยังไม่มีแฟน .. ยังไม่แต่งงาน .. และมีปัญหากับการจำเป็นต้องหาใครไปนั่งเป็นพยานเวลากินข้าวกลางวัน — ทุก ๆ วัน … ซึ่งเราก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม … แต่เราเดินไปกินข้าวกลางวันทีไรโดนทักมันได้ทุกทีเลยเหมือนกัน 😛 … เลยสงสัยว่า — มั น อ ะ ไ ร กั น นั ก กั น ห น า ( … เหรอ ?…) — ผู้ ห ญิ ง อ า ยุ เ กื อ บ 30 ยั ง ไ ม่ มี แ ฟ น ยั ง ไ ม่ แ ต่ ง ง า น เ นี่ ย … มั น ผิ ด ม า ก ม า ย เ ล ย ใ ช่ มั้ ย ? ห รื อ คุ ณ ค่ า ข อ ง ผู้ ห ญิ ง ดี ๆ ค น นึ ง จ ะ e x p i r e เ ห มื อ น น ม ก ล่ อ ง UHT เ มื่ อ อ า ยุ ป า เ ข้ า ไ ป 3 0 แ ล้ ว ยั ง ไ ม่ มี แ ฟ น ? …นี่ถ้าผู้ชายไม่โดนแบบนี้บ้าง ( … คือเราคิดว่าผู้ชาย — โดยเฉพาะผู้ชายสมัยนี้ — ก็จะโดนไปอีกอย่าง — คือถ้า 30 แล้วยังไม่มีแฟน อาจจะเสี่ยงต่อการถูกกว่าหาว่าเป็นเกย์ — เพราะฉะนั้นเราว่าสังคมไทยก็มีความเสมอภาคพอสมควรอะ) เราว่าเราจะเขียนบทความประท้วงจริง ๆ (555)

ว่าแต่ … ก่อนที่เราจะถูกด่าว่า – อ งุ่ น เ ป รี้ ย ว – ( footnote: อ้างอิงจากนิทานอีสปเรื่อง หมาจิ้งจอกกะองุ่นเปรี้ยว ที่เราคิดว่าทุกคนควรรู้จัก — ถ้าใครไม่รู้จัก ว่าง ๆ เราจะเล่าให้ฟัง anyway สำหรับคนที่รู้เรื่องแล้ว — เราคิดว่า มันเป็นคำด่าที่ไม่แฟร์สำหรับหมาจิ้งจอกมาก ๆ เพราะหมาจิ้งจอกเป็นสัตว์กินเนื้อโดยธรรมชาติ — มันคงไม่ได้อยากกินองุ่นอยู่แล้วง่ะ — ในเมื่อกระโดดไม่ถึง แล้วก็เลยไม่เอา — ก็ไม่เห็นแปลกเลย 😛 น่าจะชมที่มันรู้จักประมาณตน — รู้ว่าอะไรเหมาะสมกับตัวเองมากกว่า :P) — ต้องบอกก่อนว่า — เราไม่ได้ไปดูหนังเรื่องนี้คนเดียว — เพราะว่ามันมีเหตุ – อะ … ก็คือบัตรลดราคา (ใบบน) ที่แถมมากับรถไฟฟ้านั้น — มั น ล ด ใ ห้ เ ฉ พ า ะ เ ว ล า ซื้ อ บั ต ร เ ป็ น คู่ !!! Oh my goodness ! อะไรมันจะบังคับขายของกันขนาดนั้น !!! ถึงแม้คนข้าง ๆ (.. เลี้ยงหนังเราด้วย — ขอบคุณค่ะ ) จะบอกว่า — มาเป็นคู่ถูกกว่าไง — แต่นั่นคือถูกในแง่ของผู้บริโภคอะ … ในแง่ของผู้จำหน่าย คือ คุณขายได้สองคน ไม่ใช่คนเดียว — แล้วถ้าหลาย ๆ คู่คิดเป็นเท่าไหร่ ? การตลาดคือปีศาจจริง ๆ … -“-…

นี่ก็อีก (…เพิ่งเห็น) คือถ้าไม่เดินเข้าร้านเป็นคู่เนี่ย — กะไม่ให้เราเก็บแต้มเลยใช่ปะ ?…-“-…

แต่วันนี้ไม่ได้กิน Sukishi คือถ้าจะกิน Buffet มันต้องมีเวลาเยอะกว่านี้ เลยมากิน Ootoya แทน — แบบว่ากลัวขึ้นไปดูหนังไม่ทัน — ถ้าไม่จองตั๋วก่อน ก็อาจจะมีสิทธิ์ไม่ทันจริง ๆ เพราะคนยังเยอะอยู่เลย … -“-…

ปรากฎว่า … กินเสร็จแล้วยังเหลือเวลาอีกนิดนึง … ครั้นจะไปกิน Popcorn หน้าโรงหนัง — เราก็ไม่ชอบ Popcorn (… จริง ๆ คือ เราไม่ชอบกินอะไรในโรงหนังเลย – เพราะขี้เกียจเก็บออกมาทิ้ง .. ^^”…) เลยไปกิน Mos Burger ต่อ … ชอบร้านนี้เพราะมันมีเป็น rice burger ให้เลือกด้วยเนี่ยแหละ …^^… ( แต่ French Fries น่าจะสั่งเป็นแบบมีเปลือกนะ … ^^”)

เบอร์เกอร์ปลาของคนข้าง ๆ — เพราะเค้าไม่กินเนื้อ.. ^^…

เนื่องจากกะจะไม่มาดูตั้งแต่แรก — จึงผ่านการ spoiled มาแล้วเป็นอย่างมาก — รู้ล่วงหน้ามันทุกฉาก ^^” — จึงเกือบจะไม่มีอะไรตื่นเต้น — นอกจากฉากที่เหมยลี่ทำคอมของคุณลุงพัง — เพราะว่าชีวิตจริงของตัวเองผ่านการทำ notebook พังบ่อย (… แต่ของตัวเอง อะ — ไม่ใช่ของคนอื่น … ^^”..) … ไม่อิน และไม่คิดว่าตัวเองเหมือนเหมยลี่ (… ถ้าจะเหมือน — น่าจะเหมือนตรงซุ่มซ่ามอย่างเดียวอะ …ไม่ได้น่ารักเท่าน้องคริส 555) แต่ประหลาดใจนิด ๆ ที่คนข้าง ๆ ฟังอาม่าพูดรู้เรื่องด้วย ! (… เฮ้ยย ! Golden ฟังภาษาจีนออกด้วย !! ) แต่ก็ยินดีด้วยกะตอนจบ — จบน่ารักกว่าที่รู้มา (.. เพราะเรารู้มาแค่ว่า — ตอนจบคุณลุงจะไปเรียนต่อเยอรมัน — และเอาข้าวของใส่กล่องคืนให้เหมยลี่ ) และคิดว่าน่าจะสร้างความฝันให้กะสาว Office วัยเฉียด 30 ได้หลายคน — ซึ่งก็ถือว่าหนังได้ทำหน้าที่ของมันแล้ว … ^^… เพราะเราว่าความฝันเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับสาววัยทำงานหลาย ๆ คนที่ยังคงต้องวิ่งขึ้นวิ่งลงต่อรถไฟ(ฟ้า) เรือเมล์ ลิเก ตำรวจ (เกี่ยวมั้ย ?!? …^^”..) ใช้เวลาอยู่บนท้องถนนในกรุงเทพฯ มากกว่าเวลานอน — แถมกลับถึงบ้านยังสลบไปเลย … ไก่ยังไม่ทันจะตื่น — ก็ต้องออกมาทำงานอีกแล้ว — นะคะ … ^^…

สุดท้ายนี้ .. – ข อ ข อ บ คุ ณ – ร้าน Mos Burger สาขา Siam Paragon ที่น่ารัก ..^^… ขนาดเราทำแก้วโค้กแตกไปใบนึง (… แง้ว … เค้าไม่ได้ตั้งใจนะ … T-T…) ก็ยังไม่ดุ + เรียกค่าเสียหาย … แถมยังเอาแก้วใหม่มาเปลี่ยนให้ด้วย … ^^… บริการประทับใจจริง ๆ ไว้คราวหน้าจะพาญาติสนิทมิตรสหายและเพื่อน ๆ มากินด้วยนะคะ … ^^… อ้อ — ใช่ ๆ ขอขอบคุณคนข้าง ๆ ด้วยที่เลี้ยงข้าว — เลี้ยงหนัง — และไม่ดุเราเวลาทำแก้วแตก (…อะนะ .. ^^”…) ไว้วันหลังจะพาไปเที่ยวด้วยอีกนะคะ ….

ปอลอ … ไม่ได้มีอะไร — แค่สงสัย (… มาก ) ว่าทำไมทุกคน (ทุกคู่ — actually) ถึงชอบถ่ายภาพท่านี้กัน — แล้วถ้าจะให้ถูกสูตร — ก็ต้องเอามาไว้ที่หน้าจอมือถือด้วย !!! ไม่ทราบว่า trend เริ่มต้นมาจากไหนเหมือนกัน .. แต่ถึงขั้น น้อง Grand the Star เอามาร้องเป็น เพลง นี่คงไม่ธรรมดา … ขอลองบ้าง — แต่เอาขึ้นน้อง HTC แล้วมันไม่ค่อยสวย — เอาขึ้นโทรศัพท์คนข้าง ๆ แล้วกัน … (555)