Posted in My car, Tech Mania

ไปลอง Camry ที่ Toyota Driving Experience

เห็นโตโยต้า ขึ้นโฆษณา Toyota Driving Experience ใน FB วันก่อน เลยชวนพ่อเจเจมาลองกันค่ะ ส่วนตัวมี้เคยไปลองของฮอนด้าเมื่อนานมาก ๆ แล้ว (ก่อนมีรถคันแรก 555) จำได้แต่ว่ามันอยู่ไกล ๆ (ลอง google ดูแล้ว อยู่แถวรามคำแหง เรียกว่าศูนย์ขับขี่ปลอดภัย สำหรับอบรมขับรถ) คิดว่าอันนี้น่าจะคล้าย ๆ กัน แต่ปรากฎว่าไม่ใช่ อันนี้(น่าจะ)สำหรับทดลองขับอย่างเดียว จะเล็กกว่าเยอะอยู่ แต่ก็มี function ต่าง ๆ ครบดี ใครสนใจอยากไปบ้าง ดูรายละเอียดได้ที่นี่นะคะ http://www.toyotadrivingexperiencepark.com/th/home/

ด้านหน้าค่ะ

จองทาง web ได้เลย เปิดทุกวัน

แผนที่ด้านใน

มุมนี้น่ารักดี

ลงทะเบียน แลกบัตรเรียบร้อยแล้ว (สำหรับคนที่จะขับ ต้องใช้ใบขับขี่ ส่วนคนที่มาด้วยเฉย ๆ ใช้บัตรประชาชนก็ได้ค่ะ) ก็เข้ามารอในห้องด้านในได้ค่ะ มีที่นั่งรอ แล้วก็มีของขายเล็กน้อยตามสมควร

มีรถ C-HR ให้ดูด้วย

มุมของที่ระลึกชัดๆ

สาวน้อยก็มานะคะวันนี้

วันนี้มาลองคันนี้ค่ะ Camry Hybrid

ด้านหน้า ขออภัยลืมปิดป้ายทะเบียน

ด้านข้าง

กระโปรงหลัง

ด้านใน หน้าจอสีสวยงามดี

มีม่านกันแดดด้วย สวยงาม

ด้านหลังมีแอร์ด้วย

พี่เจเจพร้อมสำหรับการทดสอบรถแล้ว

จนท. จะขับให้ดูรอบนึงก่อน จึงจะให้เราทดสอบขับเองค่ะ

สนามจ้า

จนท. จะบอกว่า พื้นทีไหน ให้ลองใช้ความเร็วเท่าไหร่ค่ะ

สุดสนามตรงนี้ค่ะ เห็นป้ายสวยดีเลยถ่ายไว้^^

Posted in My car, Tech Mania

Easy Pass ซื้อมาแร้น ^^

หลังจากที่จ่ายเงินให้การทางพิเศษทุกวี่วัน มาเป็นเวลานานนับปี และแล้ววันนี้ ก็ได้ฤกษ์งามยามดี ที่เราจะไปซื้อ Easy Pass มาใช้แย้ว ! เย้ ! เย้ ! จริง ๆ กะจะซื้อมาหลายรอบแล้ว …แต่ ..แต่คุณแฟนบอกว่ารอให้มันเลิกเก็บเงินประกันก่อน แล้วจึงจะพาไปซื้อ …-“-… โดยส่วนตัวเรานั้นไม่ได้มีปัญหาอะไรกับเรื่องเงินประกันเลยแม้แต่น้อย อยากจะเก็บก็เก็บ (แต่เข้าใจว่ามันเก็บแพงอยู่) แต่มีปัญหาเรื่องสถานที่ซื้อมากกว่า …เพราะแม้ว่า Easy pass จะโฆษณาว่าเติมเงินง่าย เติมที่เซเว่นก็ได้ …แต่ – ส ถ า น ที่ เ ดี ย ว ที่ ค น เ รา ส า ม า ร ถ ซื้ อ E a s y p a s s ไ ด้ – คือที่ – ด่ า น ท า ง ด่ ว น – เท่านั้น …ซึ่งคนเราเมื่อจ่ายตังค์ค่าทางด่วนแล้ว ก็ไม่น่าจะค่อยอยากจอดแวะเท่าไหร่ (จริงมั้ยคะ ? …เราเป็นนะ…เพราะเราคิดว่าการที่คนเราขึ้นทางด่วน แปลว่ารีบ ไม่ได้แปลว่าอยากจอดซื้อของที่ระลึกที่ด่าน :P) …. เราเองผ่านด่านงามวงศ์วานทุกเช้า ก็ไม่ค่อยจะสบอารมณ์เท่าไรนัก ที่ต้องชะลอเพราะรถบางคันจะหยุดซื้อของตอนที่ผ่านด่านมา (…ยอมรับอย่างจริงใจ ว่าถ้ารีบจัด บางทีก็แอบด่า ….^^”) …จริง ๆ แล้วถ้าการทาง ฯ ต้องการส่งเสริมให้คนใช้ Easy Pass กันเยอะ ๆ จริง ก็น่าจะให้ขายได้ตามเซเว่น หรือห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไปที่มีแผนกประดับยนต์ได้จะดีมาก …

….แต่เมื่อเขายังไม่มีนโยบายดังกล่าวในตอนนี้ วันนี้เราก็ต้องจอดซื้อที่ด่านงามวงศ์วานเนี่ยแหละ เนื่องจากพิจารณาแล้วว่า เป็นด่านที่มีพื้นที่กว้าง ๆ ให้จอดรถแวะซื้อของมากที่สุด ….บางด่านที่เราเคยผ่าน เช่น หัวลำโพง อนุสาวรีย์ อะไรงี้ มันไม่มีที่จอด …เดี๋ยวจะพาลถูกคันหลังที่ตามมาสาบแช่ง..หรือชนท้ายเอาได้ง่าย ๆ ….:P….

ซื้ อ E a s y P a s s ต้ อ ง เ ต รี ย ม อ ะไ ร ม า บ้ า ง – … บัตรประชาชน 1 ใบ (เขาจะ xerox ให้) และเงินสด 1,000 บาท เพราะต้องเติมเงินขั้นต่ำครั้งแรกเท่านี้ มาถึงด่านแล้วสามารถกรอกแบบฟอร์มขอใช้ที่ด่านได้เลยค่ะ แบบฟอร์มนี้ที่จริงแล้วสามารถ download ได้จาก web ใครสนใจจะกรอกมาก่อน เข้าไปได้เลยที่ http://www.thaieasypass.com/etcsite/index.php?option=com_content&view=article&id=13&Itemid=9&lang=th

ตัวอย่างการกรอกแบบฟอร์มที่ด่านจ้า

กรอกแล้วสามารถยื่นให้เจ้าหน้าที่ได้เลย เขาจะทำการบันทึกข้อมูลของเราลงเครื่อง ให้เซ็นต์รับรองสำเนาบัตรประชาชน และจ่ายเงิน 1,000 บาท (ไม่รับบัตรเครดิตนะคะ) จากนั้นก็จะให้เครื่องเรามา และอธิบายวิธีใช้ค่ะ

ตัวเครื่อง และบัตร มาในกล่องพร้อมกับใบเสร็จ

มี อ ะ ไ ร บ้ า ง ใ น ก ล่ อ ง E a s y P a s s ? – …ชิ้นแรกเลย คือตัวเครื่อง เป็นตัวที่จะส่งสัญญานไปยังไม้กั้นที่ด่าน เพื่อให้เปิดออก ตัวนี้เราจะต้องติดไว้ที่กระจกหน้ารถค่ะ ….มันจะมีแถบกาวอยู่ด้วย ให้แปะกับกระจกหน้ารถได้เลย …อ้อ ..ที่ตัวเครื่องจะมีหมายเลข 23 หลักอยู่ด้วย เรียกว่า tag number สำหรับลงทะเบียน on line เพื่อตรวจสอบยอดคงเหลือของ Easy Pass ใน web ซึ่งเขาว่ากันว่า จะถูกต้องมากกว่าเลขที่โชว์ตรงหน้าด่าน ที่จะไม่ค่อย Update …. Tag Number นี้ แม้ว่าจะมี 23 หลัก แต่ตอนกรอกลงทะเบียนใน web เขาให้กรอกแค่ 19 ตัวหน้าเท่านั้น ตัด 4 ตัวท้ายออก เราก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม …ใน web ก็ระบุแค่ว่า “Tag Number 19 ตัว ” เท่านั้นด้วย …>< ….นี่ถ้าไม่ถามอากู๋ (Google) เราก็คงคิดว่าเป็นเลขอย่างอื่นเหมือนกัน ….

ส่วนอันนี้คือ ตัวบัตร Easy Pass ซึ่งจะมีข้อมูลของเราอยู่ เวลาจะเติมเงินที่จุดเติมเงินต่าง ๆ เช่น ที่เซเว่น หรือที่ด่านจ่ายเงินที่มีป้ายบอกว่าเป็นจุดเติมเงินด้วย เราสามารถยื่นบัตรนี้ให้เขาเอาไปแปะกับเครื่องอ่านได้ทันที

แต่ถ้าจะเติมกับตู้เอทีเอ็มต่าง ๆ ของธนาคารกรุงไทย ไทยพาณิชย์ และกรุงเทพ (สงสัยเหมือนกัน ว่าทำไม่ไม่มีกสิกร กับกรุงศรี ) ผ่านระบบ On-line ของธนาคารต่าง ๆ เหล่านี้ ก็น่าจะใช้เลข serial number ตรงนี้ก็พอ (มั้ง ?) จริง ๆ ทำระบบให้เช็คเงิน On-line ได้ทั้งนี น่าจะทำระบบให้เติมเงิน on-line ผ่านบัตรเครดิตได้ไปเลยนะ ….. ทีเติมเงินโทรศัพท์มือถือยังทำได้เลย ……

ส่วนอันนี้ไม่มีอะไรมาก …เป็นแผ่นสำหรับเช็ดพื้นผิวกระจกรถบริเวณที่เราจะติด Easy Pass เผื่อว่ารถใครกระจกเปื้อน จะได้ติดได้ง่าย ๆ

ถ้าวันที่ไปซื้อนั้น เราเอารถไปด้วย และจอดไม่ไกลนัก (คือไม่ถึงขนาดจอดไว้อีกฝั่ง แล้วข้ามถนนมาซื้อ….ซึ่งวันที่เราไปซื้อนั้นมีคนทำแบบนี้จริง ๆ ไม่รู้ว่าเดินข้ามมาได้ไง…..><….) ทาง Easy Pass มีบริการให้เจ้าหน้าที่ไปติดให้ที่รถเลย ….แต่ถ้าไม่ได้เอารถไปเช่นเรา เขาก็จะอธิบายให้ว่าติดตั้งอย่างไร ตรงไหน…. หากเป็นรถที่ติดฟิลม์หน้า และฟิลม์หน้ามีแถบไข่ปลาสีดำ ๆ อยู่แล้ว เราสามารถแปะตรงนั้นได้เลย ถ้าไม่มีก็ให้กะเอา ประมาณหลังกระจกมองหลัง ….กลับมาดูน้อง Jazz มีแถบไข่ปลาพอดีเลยแฮะ ….

คิดว่าไม่เปื้อนหรอก … แต่ก็เช็ดซะหน่อย

เ รี ย บ ร้ อ ย ! … เจ้าหน้าที่เขาบอกว่า หากเราต้องการนำไปใช้กับรถคันอื่น สามารถดึงเฉพาะตัว Easy Pass ออกจากขายึดที่ติดกับกระจกออกไปได้ และลองดึงออกให้ดู ….แต่พอเรามาดึงเองที่บ้าน กลับดึงไม่ออกแฮะ … >< …. ช่างมัน… แปะไว้ก่อนแล้วกัน ยังไงก็มีรถเรานี่แหละที่ขึ้นทางด่วนบ่อยกว่าคันอื่น ๆ ในบ้านแล้ว ….

ใ ค ร ที่ ส น ใ จ อ ย า ก จ ะ ซื้ อ E a s y P a s s ม า ใ ช้ บ้ า ง — …สามารถหาซื้อได้ที่ด่านทางด่วนใกล้บ้านท่าน คิดว่าน่าจะมีทุกด่าน ถ้ากลัวรถที่ตามมาข้างหลังด่า …ก็ควรเลือกเวลาที่ไม่ใช่ชั่วโมงเร่งด่วนได้จะดีมาก …อ้อ …หลังจากซื้อมาแล้ว Easy Pass จะยังใช้งานไม่ได้ทันทีนะคะ ต้องรอประมาณ 4 ชั่วโมง ให้ข้อมูลเข้าระบบซะก่อน จึงจะใช้งานได้ ….ดังนั้นเราก็เลยยังไม่ได้ลองใช้เลย ….เอาไว้วันจันทร์จะลองดู …. ^^ …..

Posted in My car, Tech Mania

2nd Review : น้อง Jazz CBU ของเรา ภาคการตกแต่ง และอุปกรณ์ภายในจ้า ^^

จากกระแสความแรงของน้อง Jazz CBU ที่ทำให้มีผู้เข้ามาอ่าน Review (ซึ่งไม่ค่อยจะมีอะไร ….555) ใน blog ของเราเป็นจำนวนมากในขณะนี้ และสถิติคำค้น ที่ทำให้เรารู้ว่ามีอย่างอื่นที่คุณอยากรู้เกี่ยวกับน้อง Jazz CBU คันนี้ ซึ่งเรายังไม่ได้เขียน …- ดั ง นั้ น – … ในวันนี้ก็จะมาขอ Review น้อง Jazz CBU สีเงินวิ้ง ๆ คันนี้กันอีกรอบนะคะ ….^^….อันนี้คือที่จอดประจำ ( บางทีก็จอดล็อคอื่นบ้าง ….แต่คนในศูนย์ราชการส่วนใหญ่ก็จะจอดที่เดิมกัน ที่จอดมันเยอะ ไม่ต้องแย่งกัน ยกเว้นตอนน้ำท่วม 555) ของเรา ที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ฯ ไม่บอกพิกัดแล้วกัน ….^^….

มาเริ่มกันกับ – คำ ถ า ม แ ร ก – ร ถ สี เ งิ น แ ต่ ง ไ ด้ มั้ ย ? …. เพราะส่วนใหญ่รถสีขาวแต่งแล้วจะสวยกว่า ซึ่งเราก็ไม่เถียงอะ Jazz (หรือรถใด ๆ) สีขาวแต่งขึ้นกว่าสีอื่นจริง ๆ ซึ่งน่าจะเป็นเหตุผลนึงที่ทำให้คนจำนวนมากเลือกออกรถสีขาวกัน ….แต่รถสีอื่นก็ย่อมแต่งได้ ถ้าใจรัก ….^^… รถเราก็มีแต่งบ้าง แต่แต่งแค่เพื่อสร้างเอกลักษณ์ ….เวลาไปจอดที่ไหนจะได้รู้ว่าเป็นรถเรา….

ยังคงเน้น Theme Kitty เหมือนน้อง Jazz แดงคันเก่า เนื่องจากอุปกรณ์ตกแต่งภายในรถ (ประเภทหมอนรองคอ ที่เก็บของหลังที่นั่งคนขับ กล่องใส่กระดาษทิชชู ปลอก Belt อะไรงี้) เราเอามาจากคันเก่าทั้งหมด และมันเป็นรูป Kitty หมดแล้ว เลยขี้เกียจเปลี่ยนแนว ….^^….

ใ ค ร ที่ อ อ ก ร ถ สี บ ร็ อ น ซ์ เ งิ น แล้ ว อ ย า ก ต ก แ ต่ ง ร ถ ด้ ว ย ตั ว เ อ ง .… แต่งด้วยสติกเกอร์ไวนิลอย่างนี้ก็เข้าท่านะคะ …ไม่จะเป็นต้องเป็นรูป Kitty แบบเราก็ได้ …จะเห็นว่าอันนี้ดูเข้ากันเป็นอย่างมาก จนกระทั่งมีคนคิดว่าเป็น Option เสริม ของ Jazz Japan 5555

– ก ร อ บ ป้ า ย ท ะ เ บี ย น – เนื่องจากศูนย์ไม่ให้มา ….ก็เลยหามาใส่เอง – ซึ่ ง เ ป็ น ค ว า มคิ ด ที่ ผิ ด ไ ป อ ย่ า ง ม า ก – …. (ถูกพ่อล้ออยู่เป็นเวลานาน …โ -ตรเจ็บใจเลย !) เพราะเราไม่รู้ขนาดป้ายทะเบียนป้ายขาวที่ถูกต้อง ก็เลยซื้อกรอบ (ทาง net) มาเป็นขนาดของป้ายแดง (ซึ่งเล็กกว่าป้ายขาว) ซะงั้น ….T-T ….

แต่เพราะขนาดมันพอดีกับป้ายแดง และตอนนี้ป้ายขาวก็ยังไม่ได้ ก็เลยใส่กรอบไปก่อน ….^^”….. สำหรับกรอบป้ายขาวนั้นไม่ต้องเป็นห่วง เราบอกให้เซลส์ที่ศูนย์ Honda เตรียมไว้ให้แล้ว เอาป้ายแดงไปคืนเค้าเมื่อไหร่ ก็ควรจะได้ป้ายขาวพร้อมกรอบขนาดเท่ากันนั่นแหละ ….^^….

มาถึงนางเอก ซึ่งทำให้ Jazz รุ่นนี้ แตกต่างจากรุ่นอื่น ๆ นอกจากแอร์อัตโนมัติที่เราได้พูดถึงไปเมื่อ review ก่อนหน้านี้ ซึ่งจริงๆ มันไม่มีอะไรมาก เรามีหน้าที่แค่กดเปิด auto ที่เดียว มันก็จะปรับความแรงของลมให้เราโดยอัตโนมัติ เพื่อควบคุมอุณหภูมิให้ได้ตามที่ระบุไว้ –แล้ว ก็มีวิทยุ จอ LCD ยี่ห้อ Pioneer (เห็นมีผู้อยากรู้ยี่ห้อ) เลือกภาษาของระบบได้ 7 ภาษา ภาษาไทยและญี่ปุ่นก็มี แต่อันนี้เราปรับเป็นภาษาอังกฤษไว้นะคะ

Theme และสีไฟ Background ข้างหลัง เลือกได้ 5 สี 5 แบบตามชอบ ของเราเลือกเป็นสีขาวไว้ เพื่อให้เข้ากับสีตัวรถจ้า (เขาจะ set มาให้เป็นสีน้ำเงินค่ะ)

ส่วนใหญ่เราจะเน้นฟังเพลงในรถซะมากกว่าที่จะดู Video ดังนั้นจึงขอ show หน้าจอฟังเพลงให้ดู ฟัง MP 3 จาก Thumb drive หน้าจอจะขึ้นรายละเอียดของเพลงตามรูปค่ะ

ส่วนโทรศัพท์นั้น หากเราเปิด Bluetooth โทรศัพท์จะเชื่อมต่อกับตัววิทยุโดยอัตโนมัติ หากมีใครโทรเข้ามาขณะขับรถ เราสามารถกดรับสายได้จากหน้าจอ และคุยทางไมโครโฟนตามที่ลงภาพให้ดูในรีวิวที่แล้ว โดยที่เสียงคนที่โทรมาจะออกทางลำโพงค่ะ (พูดง่าย ๆ ว่า คุยกับใคร ถ้ามีคนนั่งอยู่ในรถด้วย… ก็ได้จะยินกันทั้งรถนั่นเอง 555 แต่มันก็มีวิธีทำให้เสียงออกที่หูฟังแทนได้อยู่ค่ะ ) ….หากโทรศัพท์ต่อกับวิทยุเรียบร้อยแล้ว …เวลาที่เรากดที่รูปโทรศัพท์ จะเห็นหน้าจอแบบนี้ ….

…..และถ้าเราอยากเป็นฝ่ายโทรออกไปหาใครขณะขับรถบ้าง กดที่รูปสมุดโทรศัพท์ตามรูปข้างบน รายชื่อในสมุดโทรศัพท์ในมือถือของเรา จะขึ้นที่หน้าจอเช่นนี้ กดเลือกและโทรได้เลยค่ะ …อ้อ บันทึกชื่อเป็นภาษาอังกฤษ จะแสดงผลที่หน้าจอได้ดีกว่า ภาษาไทยบางทีมันกลายเป็นภาษาขอม …คาดว่าจะเป็นที่ Font ….^^”…..

– ปิ ด ท้ า ย – …. ด้วยอัตราการบริโภคน้ำมันของน้อง Jazz น้อย …. ที่ ประมาณ 11 – 13 กิโลลิตร …..(อัตราโฆษณาของเซลส์คือ 14 กิโลลิตร) แม้ว่าจะทำได้ไม่ดีเท่า eco car ทั้งหลาย แต่ก็นับว่าไม่เลวนัก สำหรับรถ 1.5 ขาซิ่ง…วิ่งทางด่วนในอัตราความเร็ว – พ อ ๆ กั บ ร ถ คั น ข้ า ง ห น้ า -….แถมรถติดบนถนนแจ้งวัฒนะตอนเช้าเล็กน้อย (…รถวิ่งได้เรื่อย ๆ ไม่ได้ติดไฟแดงนาน ๆ ) … ถ้ารถติดหน่อย (ตอนเรากลับบ้าน) ก็อาจจะเป็น 9 -10 กิโลลิตรจ้า …^^….

Posted in My car, Tech Mania

My Jazz CBU 1st Review : ไปรับมาแล้ววว! ^^

ฤกษ์งามยามดี (เพราะแม่ว่าง 555 ^^”) วันที่ 31 มีนาคม 2555 เราก็เดินทางไปรับตัวน้อง Jazz CBU พร้อมกับส่งตัวน้อง Jazz แดงน้อยคันเก่า ให้กับคนรับรถของ Honda ณ ศูนย์ฮอนด้าปิ่นเกล้า …นัดเซลส์ไว้ 10 โมง แต่กว่าจะไปถึงจริงก็ประมาณ 10 โมงครึ่ง น้อง CBU สีเงินอลาบลาสเตอร์ (Alablaster เป็นชื่อแร่ธาตุชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นส่วนผสมของยิปซั่ม กับแคลไซต์ ตามที่ wikipedia บอก ….แต่ตอนจดทะเบียน เห็นพ่อบอกว่า เขาจะเขียนว่ารถเราเป็น “สีเทา” ^^”) จอดรอวิ้ง ๆ อยู่หน้าศูนย์แล้ว ….

ดำเนินเรื่องขายรถคันเก่าเรียบร้อยแล้ว (FYI Jazz รุ่นปี 2004 เครื่อง iDSI สภาพน่ารัก วิ่งน้อย –> ประมาณไม่เกิน 70,000 โล ไม่เคยชนหนัก จะตีราคาได้ประมาณ 320,000 นะคะ ) ก็ตามเซลส์มาสาธิตวิธีการใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ในน้องแจ๊สคันใหม่ พร้อมแล้ว ก็สตารท์รถกันเล้ย !!!!

เนื่องจากรถเราคันนี้เป็น CBU รุ่น 2 ซึ่งเซลส์ได้แจ้งเอาไว้แล้วว่า จะมีความแตกต่างจากรุ่นแรกที่เราไปดูที่โชว์รูมเล็กน้อย คือ วิทยุจะเป็นแบบ DVD แทน และเพิ่มตังค์อีก 5,000 ในขณะที่ปุ่มปรับเสียงที่พวงมาลัยจะหายไป ซึ่งนับว่าโอเคสำหรับเรา เพราะปกติก็ไม่ได้ใช้อยู่แล้ว (คันเก่าของเราไม่มี) จะว่าไป ปุ่มปรับเสียงมันก็ไม่ได้อยู่ไกลขนาดเอื้อมมือไปกดไม่ได้ ….อย่างไรก็ตาม รุ่นนี้จะมีรีโมตเพิ่มขึ้นมา เผื่อคนข้างหลังอยากฟังเพลง เปลี่ยนเพลง หรือกดหยุดกดเริ่ม DVD จะได้ไม่ต้องรบกวนคนขับ …. – สิ่ ง ที่ ช อ บ เ กี่ ย ว กั บ วิ ท ยุ อั น นี้ – ไม่ใช่เรื่องดู DVD ได้ เพราะไม่ได้คิดจะดูอยู่แล้ว แต่ชอบที่มันต่อ Bluetooth กับโทรศัพท์ได้ ซึ่งจะทำให้เราฟังเพลงจากโทรศัพท์ได้ และรับสาย /โทรออก ได้จากหน้าจอเลย ไม่ต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เก๋มาก ๆ (…. แต่มันดันต่อกับน้อง BB ไม่ได้นี่สิ … เลยต้องเปลี่ยนมาใช้ iphone 555)

เวลาจะพูดโทรศัพท์ ก็พูดผ่านไมโครโฟนตรงพวงมาลัย

สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของรถรุ่นนี้อีกอย่าง คือ Air bags ที่มีมาให้เยอะมาก (6 ลูก รอบคัน ) ราวกับว่ามันเป็น Benz ! ทำให้จะมีสัญลักษณ์หน้าตาแบบนี้อยู่รอบ ๆ คัน ตั้งแต่ที่นั่งคนขับเป็นต้นมา อันนี้แม่เราก็สงสัยว่า หากรถชนกระทบกระแทกเล็กน้อย หรือเราเองเอาอะไรไปกระแทกปุ่ม airbag จากในรถ แอร์แบ็คมันจะพุ่งออกมาเลยหรือไม่ ซึ่งน้องเซลส์ตอบว่าไม่ …

แต่ถ้ามีคนนั่งผิดท่าบนเบาะ เช่น เล่นกายกรรมอะไรสักอย่าง ไม่นั่งดี ๆ ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายในขณะขับรถ ที่หน้าจอจะขึ้นสัญลักษณ์แบบนี้

อีกอย่างที่รถ Jazz รุ่นอื่น ๆ ไม่มี ก็คือระบบแอร์อัตโนมัติ ที่วันที่เราไปดูรถในโชว์รูมนั้นเครื่องไม่ได้สตาร์ท เราก็เลยไม่รู้ว่ามันทำงานยังไง ตอนนี้รู้แล้วว่า เรากดเปิดที่ปุ่ม Auto อย่างเดียว และเซ็ทอุณหภูมิ (รูปนี้เพิ่งเปิดมาใหม่ ๆ รถยังร้อนอยู่ ปัจจุบันเซ็ทไว้ที่ 25 ค่ะ) และระดับแรงลมที่ต้องการ และก็ไม่ต้องกดอะไรอีกแล้ว ระบบแอร์อัตโนมัติ จะรักษาอุณหภูมิในเครื่องให้เราเอง คอยกดปิดก่อนจะดับเครื่องก็พอ ^^

ส่วนห้องโดยสารข้างหลังนั้นไม่มีอะไรแตกต่างมากจากรถแม่เรา พลาสติกยังไม่ได้แกะ เพราะปกติไม่ค่อยมีคนนั่งข้างหลัง คันนี้มีที่กั้นระหว่างห้องโดยสาร กับที่เก็บของมาให้ ดังนั้นถ้าบรรทุกของช็อปปิ้งไว้ข้างหลัง แล้วจะเอื้อมมือไปหยิบมาดูเล่นนี่ไม่ได้นะ … ^^”… คิดว่าให้มาเพื่อให้แอร์ในรถไม่ต้องทำงานหนัก เพราะไม่งั้นมันจะต้องทำความเย็นทั่วไปถึงที่เก็บของข้างหลังด้วย

ส่วนอันนี้ไม่ใช่อุปกรณ์ของรถ แต่เป็นอุปกรณ์เสริมที่ซื้อมาเพิ่มเอง คือที่ชาร์ตน้อง iPhone เผื่อว่าต่อ Bluetooth แล้วแบตหมด ผู้โดยสารท่านใดสนใจสามารถใช้บริการได้นะคะ ^^

เอากลับบ้านมาแล้วเรียบร้อย มาดูหน้าตาของน้อง Jazz CBU กันชัด ๆ อีกครั้ง ขอเซนเซอร์ป้ายทะเบียนไว้ก่อน แต่ถ้าใครสนใจจะขอไปแทงหวย สามารถติดต่อได้หลังไมค์ ไม่งั้นก็เดาเอาจากรูปแล้วกัน ^^

ด้านขวาค่ะ

ด้านหลังค่ะ

ด้านซ้าย …

ขอขอบพระคุณคุณพ่อและคุณแม่ ผู้ให้การอุปการะค่ะ ^^

Posted in My car

Car in Memory: Suzuki Fronte

Nota BeNe : เนื่องจากรถคันทีกำลังจะเขียนถึง คือ Suzuki Fronte เป็นสีเหลือง จึงขอใช้รูปประกอบที่เป็นรูปรถคันอื่น ๆ (ทุกรูป credit จาก google นะคะ) สีเหลืองเหมือนกันนะคะ ^^



————————————————————–


เนื่องในโอกาสที่กำลังจะไปรับน้อง Honda Jazz ใหม่ ในวันเสาร์นี้ (เลื่อนมาจากวันอาทิตย์ เพราะหม่ามี้ไม่ว่างค่ะ ^^) และเป็นช่วงที่มี Motor Show (ซึ่งทำให้แถวเมืองทอง และศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ รถติดเป็นบ้าเป็นหลัง ทั้ง ๆ ที่เป็นช่วงปิดเทอม …. ฮ่วย … -“-…) กระแสสวิฟท์ และมิราจ ก็มาแรงมั่ก ๆ ดังนั้นก็จะขอคุยเรื่องรถสักเล็กน้อย …. อ้อ … – สำ ห รั บ ใ ค ร ที่ เ ข้ า ม า เ พื่ อ ตั้ ง ใ จ จ ะ อ่ า น ข้ อ มู ล ข อ ง ส วิ ฟ ท์ ห รื อ มิ ร า จ – …. เราว่าคุณไปตั้ง / อ่านกระทู้ในห้องรัชดาของพันทิปจะเหมาะกว่า เพราะว่าเราไม่ได้จะเขียนถึง และคงจะไม่ซื้อ (…. อย่างน้อยก็ในขณะนี้…. เพราะจะเอาตังค์ไปซื้อ Jazz … ^^”….) … แต่จะมาโพส – รู ป ร ถ คั น โ ป ร ด แ ล ะ ค น ที่ คุ ณ รั ก – ตามกระทู้แนะนำในห้องรัชดา …. น่าเสียดายที่เราดันค้นหารูปแม่กับรถคันนี้ไม่เจอ ทั้ง ๆ ที่ส่วนใหญ่แล้วรถคันนี้แม่เราเป็นคนขับ เพราะเป็นรถที่พ่อซื้อให้แม่เอาไว้ใช่ขับไปทำงานและรับ – ส่งลูกตอนที่อยู่ที่ขอนแก่น เอาเป็นว่า … เอารูปรถกับพ่อ น้อง แล้วก็เราไปแทนแล้วกัน … ^^….

Suzuki Fronte เป็นรถที่พัฒนามาจากรถตระกูล Suzulight SS (1955) ที่ตอนนั้นรถยนต์ยังมีขนาดของกระบอกสูบแค่ 360 ซีซี (…. ไม่น่าเชื่อว่าจะวิ่งได้ ….) ชื่อ Suzuki Fronte ปรากฏเป็นครั้งแรก เมื่อปี 1967 ซึ่งรถมันก็ไม่ได้หน้าตาอย่างในรูปนี้หรอก …. เท่าที่อ่านจากใน Web เจ้า Fronte ของบ้านเรานี้น่าจะเป็น 5th Generation ซึ่งออกมาครั้งแรกที่ญี่ปุ่นในปี 1984 ก็คือตอนที่เราอายุได้ 4 ขวบ เข้าเรียนอนุบาลแล้ว … สอดคล้องกับที่เราพอจะจำได้ลาง ๆ ว่ารถคันนี้ซื้อมาหลังจากที่น้องเราเกิดไม่นานเท่าไหร่ (น้องเด็กกว่าเรา 3 ปี) … ขนาดกระบอกสูบ 543 ซีซีเท่านั้น …. ไม่น่าจะวิ่งได้ แต่ก็วิ่งได้ … วิ่งออกต่างจังหวัดไกล ๆ อย่างขอนแก่น – โคราช – กทม. ด้วย…

– ใครสนใจความเป็นมาของรถตระกูล Suzuki Fronte สามารถอ่านได้ – ที่ นี่ – …. อ่านไปจนจบแล้วเพิ่งรู้ว่า พัฒนาการขั้นสูงสุด (อย่างน้อยก็ในขณะนี้) ของมัน ก็คือน้อง Suzuki Swift ซึ่งเป็นหนึ่งในรถที่กำลังถูกกล่าวขวัญกันอย่างมากในขณะนี้ สำหรับรุ่น Eco ที่ได้ข่าวว่ายอดจองยาวไปถึงปลายปีเรียบร้อย …. ใครอยากได้คืนภาษีรถคันแรกกับ Swift ก็ต้องลุ้นกันหน่อยนะคะ … ^^….

เราเอง — สมัยเรียนอนุบาลที่ขอนแก่น

จำได้ว่านี่คือ act เพื่อการถ่ายภาพเฉย ๆ ไม่ได้เข็นจริง ^^”

หลักฐานว่ามันสามารถขับจากขอนแก่นไปโคราช หรือกรุงเทพฯ ไปโคราชก็ไม่รู้ (….. ^^”….) ได้ ก็คือการที่มีภาพรถคันนี้ปรากฏในภาพถ่ายชุดเชงเม้งด้วย … และตามปกติบ้านเราไปเชงเม้งกันที่โคราช … นอกจากนี้ เท่าที่เราจำได้ รถคันนี้ขนของได้ค่อนข้างจะเยอะ ใส่จักรยานสองล้อของเด็กได้สบาย ๆ เพราะแม่เราเคยเอาใส่รถให้ ตอนเราไปปั่นเล่นกับเพื่อน ๆ ที่ขอนแก่น

และหลักฐานที่แสดงว่ามันสามารถขับมา กทม. ได้ ตลอดจนใช้เดินทางไปมาใน กทม. ได้บ้าง ก็คือการที่มีรูปมันอยู่ที่บ้านที่กรุงเทพฯ ของเราด้วย ซึ่งเราจำได้ว่าพ่อซื้อบ้านหลังนี้ตอนเราอยู่ประมาณ ป. 3 …. อืมม์…. เพิ่งสังเกตุว่า พอย้ายมาอยู่ กทม. แล้วมันมีการเปลี่ยนล้อแม็กด้วยแฮะ …. ^^”….


น้อง Fronte(เราไม่เคยเรียกมันว่าน้องซูฯ เลย …. ^^”…) อยู่บ้านเรามาเป็นเวลานานมาก แต่หลัง ๆ พอพ่อซื้อรถคันใหม่ให้แม่ โดยไม่ได้ turn รถคันนี้ มันก็เลยถูกจอดไว้เฉย ๆ เป็นส่วนใหญ่ มีการเอาออกมาขับบ้างเป็นครั้งคราว พอให้เครื่องได้ทำงานบ้างเท่านั้น … จริง ๆ เราเองก็อยากจะขับคันนี้เพราะเห็นว่ามันน่ารัก … ^^”… – แ ต่ – … เราดันไม่ได้เกิดมาพร้อมกับความสามารถในการขับรถเกียร์ธรรมดาได้ …. ^^”… พอจะต้องเดินทางไปทำงานด้วยตัวเอง พ่อเลยจำเป็นต้องซื้อรถที่เป็นเกียร์อัตโนมัติให้ … เป็นที่มาของน้อง Jazz 2003 คันปัจจุบัน และทำให้พ่อตัดสินใจขายน้อง Fronte ให้กับน้องที่ทำงานไป เพราะบ้านเรามีที่จอดรถได้แค่ 3 คัน … ^^”….

อาจจะมีคนถามว่าทำไมในเมื่อเราชอบ Suzuki Fronte (แต่ขับเกียร์ธรรมดาไม่ได้ … ^^”…) แล้วทำไมไม่จอง Swift ? … คือว่าบ้านเราค่อนข้างประทับใจบริการหลังการขาย และศูนย์บริการของ Honda มากกว่าเพราะรถเราซ่อมศูนย์มาโดยตลอด เพิ่งจะมาเคยซ่อมอู่บ้างตอนหลัง ๆ ที่รถมันเก่าแล้ว ประกันชั้น 1 ของทิพยฯ (ใช้เพราะลดให้ข้าราชการที่มีบัตร กบข. 10 %) ไม่ยอมให้ซ่อมศูนย์…. เลยเปลี่ยนมาทำชั้น 3 แทน แล้วก็เอารถไปเข้าศูนย์บ้าง อู่บ้าง แล้วแต่……………จริง ๆ พ่อเราต้องการให้ซ่อมศูนย์ตลอดเลยมากกว่า เพราะเราดูเครื่องยนต์ไม่เป็น ไม่รู้ว่ามันเสียหายตรงไหน ราคาอะไหล่ควรจะเป็นเท่าไหร่ เดี๋ยวจะโดนอู่หลอก…. เพิ่งจะมาช่วงน้ำท่วม อะไหล่หายาก เข้าศูนย์ที่รอนานข้ามภพข้ามชาติ เนี่ยแหละ ที่พ่อเรายอมให้เอารถเข้าอู่ที่รู้จักกันได้บ้าง ….


ส รุ ป ว่ า – ….ในส่วนของเรา ก็คงจะไปรับน้อง Jazz ประกอบนอก ตามที่ได้จองไว้นะคะ ไม่เปลี่ยนใจแล้ว … ^^…. – แ ต่ -…. สำหรับท่านที่ต้องการจะซื้อรถใหม่ในขณะนี้ … เห็นคุณแฟนบอกว่าที่น่าสนใจที่สุดน่าจะเป็น Mirage นะ โปรฯ มอเตอร์โชว์เป็นไงไม่รู้ แต่โปรฯ ศูนย์ต่างจังหวัดที่แฟนเราไปดู ก็มีทั้งลดราคา 10,000 ประกันชั้น 1 และ พรบ. ฟรี ลดภาษี 100,000 สำหรับรถคันแรก แถมน้ำมันให้อีก 300 บาท และตัวรถที่มีทั้งระบบ Navigator จอ DVD และระบบ Push Start ไม่ต้องใช้กุญแจ … และอื่น ๆ รวมทั้งอัตราประหยัดน้ำมันที่ 22 กิโล/ลิตร ในรีวิวของ Headlight Magazine ก็น่าสนใจ แม่ว่ารถอาจจะหน้าตาจืด ๆ อยู่สักหน่อย แต่เห็นเขาว่าแต่งสักนิดก็จะสวยอยู่ … ลองดูแล้วกันนะคะ … ^^…