Posted in "Just" a Little Boy, JJ and Jaja, JJ goes to school, Study

SG Open House 2019

Disclaimer : ต้องขอแจ้งให้ทราบก่อนว่า ในขณะที่เขียน entry นี้ – น้ อ ง เ จ เ จ ยั ง ไ ม่ ไ ด้ ส อ บ เ ข้ า ร. ร. นี้ น ะ ค ะ – … ดังนั้น น้องเจเจจึงอาจได้เรียน หรือไม่ได้เรียน รร. นี้ก็ได้ในอนาคต ซึ่งเราคงจะได้รู้กันต่อไป (คุณแม่เองก็ยังไม่รู้ค่ะ) แต่ข้อมูลที่นำมาลงไว้นี้เป็นข้อมูลที่(คิดว่า) เปิดเผยได้ เนื่องจากงาน Open House เป็นงานที่เปิดให้คนทั่วไปเข้าได้ค่ะ (แต่ถ้าคนไม่มีลูกชายเข้าไปก็อาจจะดูแปลก ๆ นิดหน่อย แต่คาดว่าถ้าอยากเข้าไปดู รร. จริง ๆ ก็น่าจะเข้าไปได้นะ เผื่อนำข้อมูลไปฝากลูกหลานอะไรงี้ค่ะ)

ไม่ได้เขียน Review อะไรที่เกี่ยวข้องกับการศึกษามานาน เนื่องจากคุณแม่ไม่คิดจะเรียนอะไรอีกแล้ว (555 …. จริง ๆ มีอบรมนะ แต่ว่าง ๆ ค่อยเขียน วันนี้เขียนของลูกก่อน) ส่วนลูกชายก็เข้า รร. อนุบาล ซึ่งลูกสาวก็คาดว่าจะเข้า รร. เดียวกัน เพราะมันใกล้บ้านที่สุด แต่ตอนนี้เนื่องจากลูกชายเรียนอยู่ อ. 3 แล้ว กำลังมองหาที่เรียน ป. 1 ที่เหมาะสม เพราะ รร. เดิม ถึงแม้ว่าจะมีชั้นประถมให้เรียนเหมือนกัน แต่ยังไงก็ต้องทดสอบความรู้ก่อนเข้าอยู่ดี ถ้าไม่ผ่าน ก็จะไม่ได้เข้าเรียน ดังนั้น เราเลยคิดว่าลองมองหาหลาย ๆ รร. ไว้ให้ลูกดีกว่า และหนึ่งในนั้น ก็คือ รร. นี้ …St. Gabriel’s College…^^….

ก่อนอื่นขออนุญาตนำเสนอภาพ “ฝันที่เป็นจริง” ของคุณมี้ก่อน 555….. คือด้วยความที่บ้านอยู่แถวนี้ …. คือไม่ได้ใกล้มาก แต่นั่งรถเมลผ่านบ่อย เห็น รร. มันสวยดี ใหญ่ดี … ก็เลยมีความใฝ่ฝันว่าอยากเข้าไปเดินเล่นข้างใน ซึ่งเนื่องจากเป็นผู้หญิง ก็เลยคิดว่ามีความเป็นไปได้ 2 ทาง คือ (1) หาแฟนที่เป็นเด็ก รร. นี้ –> x …ทำไม่ได้ 555 และ (2) มีลูกชายแล้วเอามาสมัครสอบเข้า รร. นี้ –> ๐ … ทำได้แล้ววว!!! เย้ !! เย้ !! จะสอบได้หรือไม่ได้ช่างมันก่อน !! วันนี้เราได้เอาผู้ชายมาถ่ายรูปที่สนามฟุตบอลหญ้าเทียม (…เพิ่งรู้วันนี้ว่ามันเป็นหญ้าเทียม…ถึงได้เขียวทั่วถึงขนาดนี้) แห่งนี้แล้วววว !!! …ลืมถ่ายรูปคู่กับผู้ชาย…^^”… ไม่เป็นไร เดี๋ยววันสอบค่อยถ่าย 5555

…แถมด้วยลูกสาวอีก 1 ตัว …^^”….. อ้อ …อันนี้เราไม่ได้ปล่อยให้ลูกเดิมลัดสนามนะคะ ไม่ต้องห่วง ถ่ายเสร็จก็จับตัวกลับมาอย่างด่วนจี๋ คือเมื่อคืนฝนมันตก คิดว่าสนามน่าจะแฉะแหละ ที่พื้นเขียนว่า Never Give Up ….อันนี้ก็เท่ …เดี๋ยววันสอบ ถ้าคนไม่เยอะเกินไป ว่าจะไปเก็บภาพมาอีกรอบค่ะ …. พอดีวันนี้มีธุระต่อตอนบ่าย เลยไม่อยากอยู่ถ่ายรูปนาน

…และนายแบบ นางแบบ ก็ไม่ค่อยเต็มใจถ่ายรูปเท่าไหร่ 555

S G O p e n H o u s e คื อ อ ะ ไ ร ? — … ก็คือการแนะนำโรงเรียนให้กับผู้สนใจนั่นเอง นอกจากจะจัดที่ รร. เองแล้ว ได้ข่าวว่าเค้าไปจัดที่ รร. อื่นด้วย เช่น อนุบาลเด่นหล้า แต่ รร. อนุบาลของเจเจคงไม่ใช่กลุ่มเป้าหมาย เค้าก็เลยไม่ไป 555 ไม่เป็นไร เค้าไม่ไป เรามาเองก็ได้ … เริ่มต้นด้วยการชมการแสดงความสามารถของเด็ก ๆ นร. ที่นี่ ซึ่งมีทั้งโขน กล่าว Speech ร้องเพลงภาษาต่าง ๆ เล่นดนตรี Rap และพิธีกรในช่วงนี้ก็เป็นเด็กประถมด้วยจ้า

จากนั้น ก็เป็นการแนะนำ รร. และหลักสูตรต่าง ๆ โดยความโดดเด่นของที่นี่ ซึ่งต่างจาก รร. ทั่วไป ก็คือ มีวิชา SG Leader เพื่อเตรียมความพร้อมลูกเราสู่การเป็นผู้นำในอนาคต! … คือเค้าบอกว่า เห็นว่าลูกศิษย์เค้าจบไปเป็นผู้นำกันเยอะ ก็เลยคิดว่า ควรจะต้องอบรมฝึกทักษะที่ผู้นำที่ดีควรจะมี ตั้งแต่อายุยังน้อย ….จำไม่ได้แล้วว่ามีทักษะอะไรบ้าง 555 …จำได้ข้อเดียว คือ ความเป็น Global Citizen หรือตระหนักรู้ว่าตัวเองเป็นประชากรโลก ไม่ใช่ประชาชนของประเทศใดประเทศหนึ่ง จะต้องรู้ว่าสิ่งที่เราทำหรือตัดสินใจ จะมีผลกระทบต่อโลกอย่างไร …อะไรทำนองนี้ …ส่วนตัวคิดว่าเป็นวิชาที่ดีมาก ๆ เพราะเราคิดว่าความเป็นผู้นำที่ดี เป็นทักษะที่ AI ไม่สามารถทำได้ง่าย ๆ อย่างแน่นอน (ยังคงเชื่อ Jack Ma ว่ามนุษย์ไม่ควรจะไปหัดทำอะไรที่ยังไงก็แพ้ AI เช่นคิดเลขเร็ว 555) ….และก็คิดว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก ถ้าคนที่จะเป็นผู้นำประเทศในอนาคตจะได้ได้รับการอบรมตั้งแต่ชั้น ป.1 (วิชานี้เรียน ป 1- ม. 3 เลยจร้า) ให้มีคุณสมบัติเช่นนี้ ………. – อ่ า น ม า ถึ ง ต ร ง นี้ แ ล้ ว – …ขอความกรุณาไม่โยงการเมือง 555… คือเราว่าน่าจะเพิ่งเปิดหลักสูตรได้ไม่กี่ปีมั้ง ….^^”….

Facility ต่าง ๆ มีความเริ่ดหรูดีงามไฮโซสมกับค่าเทอมและค่าอื่น ๆ ที่ท่านผู้ปกครองได้จ่ายไป ทั้งห้องคอม ห้องสมุด Thinking Lab ค่ายลูกเสือ สนามกีฬาต่าง ๆ ที่เท่คือมีพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง กับพิพิธภัณฑ์แมลงหรือผีเสื้ออะไรสักอย่างเนี่ย… ใน รร. ด้วย

ต่อมาเป็นการแนะแนวสอบเข้า ป. 1 ที่ท่านผู้ปกครองรอคอย….

ที่นี่จะมีการสอบ 2 วัน วันแรกจะเป็นการสัมภาษณ์ผู้ปกครอง และนักเรียน และการสอบภาคปฏิบัติ คือ ดูทักษะทางกายต่าง ๆ ส่วนวันที่ 2 จะเป็นการสอบข้อเขียน ซึ่งมีการสอบ 4 วิชา คือ คณิตศาสตร์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และเชาวน์ วิชาละครึ่ง ชม. …แนวข้อสอบปีนี้ สำหรับผู้สนใจ เดี๋ยวเราแปะไว้ให้ตอนท้าย Blog แล้วกัน เพราะมันจะยาว คิดว่าไม่ใช่ความลับ เนื่องจากผู้ปกครองแต่ละคนต่างก็ยกกล้องขึ้นมาถ่าย PPT ของบราเดอร์กันเพียบบ ….ป่านนี้น่าจะกระจายว่อนในกลุ่ม line แล้ว 555….บราเดอร์ได้กล่าวปิดท้ายไว้ว่า “……ปี นี้ ข้ อ ส อ บ ง่ า ย ที่ สุ ด แ ล้ ว เ พ ร า ะ อ ย า ก ใ ห้ นั ก เ รี ย น มี ค วา ม สุ ข ตั้ ง แ ต่ วั น แ ร ก ที่ เ ข้ า ม า ที่ นี่ ….. “…… ซึ่งคาดว่าน่าจะพูดทุกปี เพื่อ ตกผู้ปกครอง.. 555

…. ตกกันขนาดนี้ …..แน่นอนว่าฟังจบคุณแม่ก็ซื้อใบสมัครในทันใด ! 5555 …… ล้อเล่น จริง ๆ แล้วคนที่ตั้งใจมาวันนี้ เราว่าส่วนใหญ่ก็ต้องตั้งใจจะสมัครอยู่แล้ว ไม่งั้นจะมาทำไม บางคนสมัครไปแล้วด้วยซ้ำมั้ง …..สำหรับบ้านเราก็คือเตรียมเอกสารต่าง ๆ มาพร้อมแล้ว เพราะตั้งใจว่ามาฟัง Open House พาลูกมาชม รร. พร้อมกับสมัครครั้งเดียวจะได้เสร็จเลย ไม่ต้องมา รร. กันหลายรอบจ้า

ได้เลขประจำตัวสอบลูกเรียบร้อย เอาไปซื้อหวยได้ ..จบ ! …เอ๊ย…ไม่ใช่ …^^”… พร้อมมาสอบ ในวันที่ 22 – 23 มิ.ย. นี้จ้า ….^^…

ไหน ๆ ก็มาแล้ว …..เรามาดูกิจกรรมต่าง ๆ ที่เด็ก ๆ SG เตรียมมาโชว์ในวันนี้กันดีกว่า….^^…

มีทั้งวงดนตรีไทย…

…ดนตรีสากล

ชมรมคอมพิวเตอร์….

….การทดลองวิทยาศาสตร์

แ น ว ข้ อ ส อ บ เ ข้ า ป. 1 ร. ร. เ ซ น ต์ ค า เ บ รี ย ล ปี พ.ศ. 2562 — จาก Open House …และคิดว่าไม่น่าจะได้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติมจากลูกชายในวันสอบ …. He จะทำข้อสอบรึเปล่ายังไม่รู้เลย 5555



สอบสัมภาษณ์
นักเรียน เน้นความกล้าแสดงออก ตอบคำถามอย่างฉะฉาน



ภาคปฏิบัติ
วัดการใช้กล้ามเนื้อมือและขา มารยาทไทย ทักษะการใช้ภาษา ทักษะในการสื่อสารและกล้าคิด กล้าแสดงออก



สอบข้อเขียน 4 วิชา วิชาละ 30 นาที



วิชาที่ใช้สอบ
– ภาษาไทย
– ภาษาอังกฤษ
– คณิตศาสตร์
– เชาวน์ปัญญา



ภาษาไทย
– เลือกคำตอบจากตัวเลือก 10 ข้อ
– เลือกคำที่กำหนดมาเติมในช่องว่าง 10 ข้อ
– เรียงคำให้เป็นประโยคที่มีความหมาย 5 ข้อ



ภาษาอังกฤษ
– เลือกตอบจากตัวหนังสือ 10 ข้อ
– เลือกคำที่กำหนดมาเติมในช่องว่าง 10 ข้อ
– เติมคำศัพท์จากรูป



คณิตศาสตร์
– เลือกคำตอบจากตัวเลือก 10 ข้อ
– โจทย์ปัญหาเติมคำตอบ 5 ข้อ
– กำหนดตัวเลขเติมคำตอบ 10 ข้อ



เชาวน์ปัญญา
– นำตัวเลขจากสัญลักษณ์มาเติมในช่องว่าง 4 ข้อ
– จินตนาการจากภาพที่กำหนด 5 ข้อ
– การจัดกลุ่ม 6 ข้อ
– เลือกภาพที่ต่อเนื่องจากภาพที่กำหนด 6 ข้อ
– เลือกภาพที่เข้าชุดกับภาพที่กำหนด 4 ข้อ

Posted in book review, JJ goes to school, kids activities, Study

Review หนังสือแบบฝึกหัด Hello Kitty ของเจเจค่ะ

พักจากเรื่องกิน ๆ มารีวิวหนังสือกันบ้างดีกว่า เนื่องจาก รร. ของเจเจ เป็นอนุบาลแนววิชาการ ซึ่งจริง ๆ แล้วพ่อแม่ก็ไม่ได้โปรแนวนี้หรอกค่ะ แต่ว่ามันอยู่ใกล้บ้าน รับส่งสะดวกสุด ก็เลยจำเป็นต้องให้เรียน รร. นี้ ช่วง อ. 1 ยังไม่ค่อยเท่าไหร่ เพราะรู้สึกว่าครูจะยังไม่จริงจังกับความวิชาการมาก เน้นให้เด็กปรับตัวกับ รร. ซะมากกว่า แต่พอ อ. 2 นี่ชักเยอะ คัด ก – ฮ เลข 1- 100 A- Z (อันหลังรู้สึกไม่เน้น ถึงแม้แม่จิ๊จะรู้สึกว่ามันง่ายกว่า ก – ฮ ตั้งเยอะก็ตาม เจเจก็ดูเหมือนจะไม่ค่อย Happy เท่าไหร่แต่ก็ต้องสู้ค่ะ ! ดีที่เวลาสอบ คุณครูจะบอกก่อนว่าจะออกอะไร ดังนั้นบ้านนี้ก็จะเน้นให้เจเจรู้เฉพาะตัวที่สอบ เอาตัวรอดไปวัน ๆ ก็พอ ไม่ได้หวังรางวี่รางวัลอะไร 555 (ใช่ค่ะ …. คุณครูมีรางวัลให้เด็กที่ขยันคัดด้วย) เพราะหวังไปก็คงจะไม่ได้ … กร๊ากกก ^^



ช่วงแรก ๆ ของการเปิดเทอม อ. 2 จนถึงประชุมผู้ปกครอง เป็นช่วงยากลำบากของชีวิตเจเจ เนื่องจากนางไม่ยอมทำอะไรในห้องเลยย (… T-T…) จนคุณครูเป็นกังวลว่านางจะสอบตกต้องซ้ำชั้นมั้ย โชคดีที่คุณครูผู้ช่วยในห้องเห็นว่านางยังมีแววแห่งความขุนขึ้น ก็เลยรับช่วยสอนพิเศษให้นางเพิ่มเติมตอนเย็น ก็เลยค่อย ๆ ดีขึ้น ครูบอกว่าถ้าเฝ้าจริง ๆ เจเจก็จะทำได้ค่ะ เพียงแต่บางทีเวลาครูสั่งให้ทำทั้งห้อง จะไม่ทำขึ้นมาเฉยๆ … ^^”… ซึ่งพฤติกรรมนี้น่าจะเป็นปัญหาตอนสอบพอสมควร เพราะตอน อ.1 รร. ใช้วิธีให้มาสอบกับครูทีละ 2-3 คน แต่ว่า อ. 2 จะสอบพร้อมกันทั้งห้อง คิด ๆ แล้วก็ดูแอบโหดอยู่ไม่ใช่น้อย… T-T … ไม่รู้ รร. อื่นเป็นยังไงมั่ง



แต่หากจะกล่าวว่าเจเจเป็นเด็กผิดปกติ หรือบกพร่องอะไรยังไงมั้ย เห็นคุณครูผู้ช่วยที่ช่วยสอนเจเจบอกว่า ดู ๆ แล้วก็น่าจะเป็นเด็กปกตินี่แหละ เพียงแต่อาจจะยังไม่พร้อมที่จะเขียนหนังสือเท่าไหร่ ซึ่งจริง ๆ ก็ไม่แปลก เพราะมีหลายคนที่ไปพร้อมเขียนตอน 7 ขวบนู่น … ส่วนแม่จิ๊เองก็พยายามสังเกตุพฤติกรรมเจเจเปรียบเทียบกับโรคนู่นนี่นั่นแล้ว ก็พบว่า ไม่ตรงเสียทีเดียว เนื่องจากถ้ามีความบกพร่องด้านภาษาจริง ๆ เจเจควรจะอ่านหนังสือไม่ได้ด้วย แต่ปรากฎว่าเจเจอ่านหนังสือได้ค่อนข้างเยอะ และไม่มีพฤติกรรมผิดปกติประเภทอ่านหนังสือกลับหัว ไรงี้ … ก็เลยคิดว่าน่าจะไม่อยากเขียนซะมากกว่า เพราะจะว่าไป ก – ฮ มันก็ยากแหละ และทุกวันนี้ คนเราก็เขียนหนังสือกันน้อยลง เจเจไม่เห็นว่าพ่อแม่จะต้องเขียนอะไร ส่วนใหญ่ก็พิมพ์เอา เลยไม่เห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องเขียนซะมากกว่า



หลังจากที่คุณครูช่วยสอนไปได้หลายอาทิตย์ เจเจก็ดีขึ้นพอสมควร ในห้องก็ยอมทำตามครูสั่งมากขึ้น กลับมาบ้านก็ทำการบ้านเอง สำหรับการคัดไทยนั้น ทำบ้าง ไม่ทำบ้าง คือถ้าวันไหนทำการบ้านมาจาก รร. แล้ว ก็ยอมทำ วันไหนที่เหลือการบ้านมาเยอะ ๆ ก็จะทำแค่การบ้าน ไม่คัดอะไรทั้งสิ้น T-T แต่แค่นี้ก็นับว่าดีมากแล้วค่ะ เพราะรู้สึกว่าสอบจริง เค้าไม่ได้ให้คัด ก – ฮ แค่ให้เขียนเป็นบางตัว ซึ่งเจเจก็เขียนพอได้แล้วค่ะ



การที่เจเจต้องหัดเขียนหนังสือ ทำให้แบบฝึกหัดที่แม่จิ๊ซื้อมาไว้ซะมากมาย (555) เพราะว่ามันน่ารัก แม้ว่าจะยังไม่รู้ว่าจะได้ใช้เมื่อไหร่ ได้ใช้ประโยชน์ตอนนี้เลย ! วันนี้เลยเอามารีวิวให้ดูเป็นบางส่วน ซึ่งเป็นหนังสือ Wipe Clean เขียนแล้วลบออกได้ เพราะกะว่าให้น้องจ๊ะจ๋าใช้ด้วยค่ะ หนังสือเหล่านี้แม่จิ๊สั่งมาจาก Kinokuniya Online ส่วนใหญ่จะสั่งเวลาที่มี code ลด 10 % ส่งมาให้ทาง E-mail ไม่แน่ใจว่าไปที่หน้าร้านจะมีครบมั้ยนะคะ เพราะว่าบางอันตอนที่ส่งมันก็เขียนว่าต้องสั่งมาจาก Supplier อีกทีค่า

ซีรี่ย์ Hello Kitty 3 เล่มเลย

เล่มนี้เน้นสอนวาดรูป รูปทรงง่าย ๆ

ด้านใน เกมจับคู่สีกับภาพ

เล่มนี้มีหลายสิ่ง ทั้งคัดตัวอักษร ตัวเลข และเกมง่ายๆ

ด้านในค่ะ

มีทั้งตัวพิมพ์เล็ก และพิมพ์ใหญ่

ส่วนเล่มนี้จะเน้นคัดตัวอักษร กับตัวเลขเป็นหลักเลย

วิธีใช้ — คือ มีตัวอักษรต้นแบบให้ดูก่อน และให้ลากตามค่ะ

เป็นตัวอักษรครึ่งเล่ม ตัวเลขครึ่งเล่มค่ะ

หลักการเหมือนกันกับเขียนตัวอักษรค่ะ

หน้านี้มี 1 – 10 แต่จริง ๆ มีถึง 20 ค่ะ

มาดูลีลาเจเจเขียนกัน นับว่ามีความตั้งใจทีเดียว เขียนทั้งตัวพิมพ์ใหญ่ ตัวพิมพ์เล็ก และตัวเลข เขียนไปร้องเพลงไปหรรษา ถึงแม้ว่าตอนนี้จะยังเน้นเขียนตามรอยประเป็นหลัก ให้เขียนเองยังไม่ค่อยจะยอมเขียน และบางตัวก็เขียนไม่ได้ แต่ก็พอมีอนาคตแล้วค่ะ … ^^…

Posted in Study

มากกว่า – ก ร ะ ด า ษ แ ผ่ น เ ดี ย ว – (ไม่ใช่บทความเชิงสัญลักษณ์ค่ะ)

….ฉันเยาว์ ฉันเขลา ฉันทึ่ง
ฉันจึง มาหา ความหมาย
ฉันหวัง เก็บอะไร ไปมากมาย
สุดท้าย ให้กระดาษฉันแผ่นเดียว …

— จาก เพลงเถื่อนแห่งสถาบัน” ประพันธ์โดย วิทยากร เชียงกูล


…เชื่อว่าทุกคนที่ผ่านการศึกษาจากมหาวิทยาลัย (แม้จะไม่ใช่ธรรมศาสตร์) น่าจะคุ้นเคยกันดีกับกลอนบทนี้ (…แม้ว่าเกินกว่าครึ่ง — รวมทั้งข้าพเจ้าด้วย ^^” — จะท่องได้แค่บาทนี้) เขามักจะเอามาให้เราอ่านตอนเข้าเรียนปี 1 เพื่อให้น้องใหม่ ๆ ได้ตระหนักว่า เมื่อมีโอกาสได้เข้ามาเรียนในมหาลัยแล้ว ก็ควรที่จะเก็บเกี่ยวอะไรให้ได้ไปเยอะ ๆ ไม่ใช่เอาไปแค่ – ก ร ะ ด า ษ แ ผ่ น เ ดี ย ว – ที่ใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้มากนัก …นอกจากเวลาสมัครงานที่คนรับสมัครจะเรียกเอากระดาษใบนี้ให้จงได้ ….เสนออะไรอย่างอื่นให้มากแค่ไหน …ถ้าไม่มีไอ้กระดาษเจ้ากรรมใบนี้ เขาก็มักจะไม่ยอม …-“-… เราว่ามันต้องแก้ที่ค่านิยมของคนที่จะจ้างงานมากกว่า –ว่าเรารับ – ค น – เข้ามาทำงาน …ไม่ได้รับกระดาษ…..ถ้าคุณค่าของคนในสังคมยังอยู่ที่ตรงนี้ ….น้องใหม่ ๆ ก็คงจะเข้ามาด้วยความตั้งใจที่ว่า “….ฉันขอเก็บอะไรไปมากมาย … สุดท้าย kru ต้องได้ – ก ร ะ ด า ษ – มา ! “ (..เอาหมด– ว่างั้น …^^”…)


ออกอ่าวออกทะเลไปไกลมาก ….^^”… – อั น ที่ จ ริ ง – ..เราตั้งใจจะมาบอกว่า – ม ห า วิ ท ย า ลั ย ใ ห้ อ ะ ไ ร คุ ณ ม า ก ก ว่ า ก ร ะ ด า ษ แ ผ่ น เ ดี ย ว -… taken literally — ไม่ต้องตีความเชิงสัญลักษณ์ … เอาความหมายตามตัวอักษรแบบกำปั้นทุบดินปึ้ก ๆ คุณก็จะได้กระดาษมากกว่า 1 แผ่นอยู่ดี …..^^”… – ใ ค ร ที่ ไ ด้ ก ร ะ ด า ษ แ ผ่ น เ ดี ย ว – …คือปริญญาบัตรตอนรับปริญญา …. นั่นหมายความว่า คุณ – ลื ม – ที่จะไปเอาเอกสารเหล่านี้ …ที่มหาลัยจะออกให้คุณฟรี ๆ หลังจากที่สภามหาวิทยาลัยอนุมัติให้คุณจบการศึกษาแล้ว….รู้ตัวแล้วก็รีบไปเอาซะนะ …เกิน 60 วัน เขาทำลายเอกสารไม่รู้ด้วย …^^”…

ถ้าอยู่จุฬาฯ ก็มาเลยที่สำนักทะเบียน ชั้น 2

ป้ายบอกที่ติดต่อที่คุ้นเคยของชาวจุฬาฯ (รุ่นใหม่ — …^^”… เราเข้าใจชาวจุฬาฯ รุ่นเก่าเหมือนกัน ตอนเราเรียน ป. ตรี ป. โท ตึกนี้ยังสร้างไม่เสร็จ เราก็ไม่เคยจะพานพบบริการไฮโซครบวงจรแอร์เย็นฉ่ำ และรวดเร็วตามมาตรฐาน ISO เช่นนี้หรอก….)

ต า ม ป ก ติ – นิสิตจะต้องกรอกแบบฟอร์มต่าง ๆ เหล่านี้ เพื่อที่จะขอเอกสาร เดี๋ยวนี้ส่วนใหญ่สามารถ Download ได้ทาง internet จาก website ของ สทป. ด้วย … จะกรอกที่บ้าน แล้วฝากเพื่อนมาส่ง และขอให้เค้าส่งไปรษณีย์ไปให้ถึงบ้านก็ได้ …

แต่สำหรับเอกสารที่ สทป. ออกให้หลังเรียนจบ ถ้ามารับเองไม่ต้องกรอกฟอร์ม ยื่นบัตรนิสิต (แม้ว่าจะหมดอายุไปชาติครึ่งแล้ว —สำหรับนิสิต ป. เอก เรียนนานมาก เช่นเรา) ให้เขาได้เลย

เ อ ก ส า ร ที่ เ ร า จ ะ ไ ด้ – ประกอบด้วย 1) ใบรับรองจบการศึกษา ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ อย่างละฉบับ (รวมเป็นกระดาษ 2 แผ่น) 2) Transcript 2 ชุด เป็น 2 แผ่น — รวมเป็นกระดาษทั้งหมด 4 แผ่น + ปริญญาบัตร ก็เป็น 5 แผ่นแล้ว …และบัตรนิสิตใบเก่า เขาให้เรากลับมาด้วย ไม่ได้เก็บไว้นะคะ …^^…



———————————————-



ข้ อ ค ว ร ร ะ วั ง – สำหรับ ป. โท และเอก ที่มีการเปลี่ยนชื่อหัวข้อวิทยานิพนธ์ (เช่นเรา) กรุณาตรวจสอบหัวข้อวิทยานิพนธ์ให้ถูกต้องด้วยนะคะ เพราะบางทีเขาไม่เปลี่ยนให้ หรือพิมพ์ผิด (ของเราก็ผิด ….-“-…) …แต่ขอให้เชื่อว่า คุณไม่ใช่ Case แรก ที่เจอแบบนี้ (อย่างน้อย ๆ ก็มีเรา และน้อง ป. โท ที่ชื่อวิทยานิพนธ์สับกันกับของเรา อีก 2 คนล่ะ :P) ให้ไปติดต่อที่เคาท์เตอร์ได้เลยค่ะ (เขาจะมีป้ายแปะไว้ –ว่าตรงไหน) เขาจะได้แก้ไขเอกสารให้คุณ ใช้เวลาประมาณ 2-3 วันค่ะ ^^

Posted in Study

รับปริญญา @ จุฬาฯ

….เทศกาลรับปริญญาเดินทางมาถึง … เริ่มด้วยมหิดล แล้วก็ตามมาติด ๆ ด้วยจุฬาฯ อาทิตย์หน้าจะเป็นเกษตร และต่อด้วยมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ต่อไป …. นับเป็นเทศกาลแห่งความสุข สนุกสนาน สำหรับน้อง ๆ ป. ตรี …. และน่าจะสนุกสนานบันเทิงพอประมาณสำหรับน้อง ป. โท โดยเฉพาะคนที่ได้เปลี่ยนที่เรียน (เราไม่ได้เปลี่ยน และตอนจบ ป. โทนั้น เรารู้สึกว่าชีวิตเราค่อนข้างจะ Bud-ซบ เราเลยไม่ค่อยจะยินดีกับมันเท่าไหร่ … ^^”…แม่บอกให้รับก็รับ) แต่สำหรับ ป. เอกซึ่งเรียนมาน้านนานมาก คนจบไม่ค่อยพร้อมกัน (ขึ้นอยู่กับเวลาทำวิทยานิพนธ์) และบางหลักสูตรมีสมาชิกค่อนข้างจะน้อยมาก… และคนตัดสินใจเข้าร่วมพิธีรับปริญญาจริง ๆ (เพราะไม่ต้องเข้าพิธี เขาก็ให้ปริญญาเหมือนกันค่ะ ไปรับได้ที่สำนักทะเบียน) ยิ่งน้อยเข้าไปใหญ่ (ปีนี้เศรษฐศาสตร์มีเข้ารับคนเดียว หุ… หุ …) มันไม่ค่อยจะน่าบันเทิงเท่าไหร่แล้ว …. ^^”…. พี่ ๆ รุ่นก่อนเราถึงได้ไม่รับปริญญากันเลย และรุ่นเรา … เนเน่จังไม่รับ แต่บอกว่าจะมาถ่ายรูปด้วยในวันจริง…เราจึงเหลือเพื่อนร่วมรับปริญญาเพียงคนเดียว … คือนายหนึ่ง — ซึ่งเป็นเด็กหลักสูตร ป. โทควบเอก และทำงานเป็นอาจารย์ — ยังไง ๆ ก็ต้องตัดชุดครุยเอาไว้ …ทำให้เราไม่ต้องรับปริญญาเป็นคนแรกของคณะ … ^^”… (ไม่ไหวนะ — เด่นเกิ๊น …. -“-…. คือเรารับเพราะที่บ้านอยากให้มารับเฉย ๆ ไม่ได้ต้องการความตื่นเต้นขนาดนั้น…)

ปีนี้บัณฑิตจุฬาฯ เยอะมากเป็นพิเศษ …. รวมแล้วหมื่นกว่าคน แบ่งรับ 2 วัน วันละ 5,000 กว่า แบ่งวันละ 2 รอบ ก็คือรอบละ 2,000 กว่าคน เยอะจนหอประชุมจุไม่พอ คณะสุดท้ายต้องออกมานั่งที่เต๊นท์ติดแอร์ที่เขาจัดไว้ให้ข้างนอก (ตอนแรกเรานึกว่าเป็นเต๊นท์ผู้ปกครองแบบไฮโซ… ^^”…) ตอนออกมาถวายบังคมลาที่ลานพระรูป ก็เลยกรูกันออกมาเช่นนี้ (…. เขาไม่ได้ให้ออกทีละแถว เลยออกมาพร้อมกันหมด … -“-…)

…. รับปริญญารอบเข้าเข้าแถว 6 โมงเช้า แต่ก่อนนี้ (คุณแฟนบอกว่า) สัก 10 โมงกว่า ก็ออกมาได้ แต่พอคนเยอะ ๆ เลยกลายเป็นกว่าจะออกมาเจอเพื่อน ๆ ได้ก็เกือบ ๆ เที่ยง…. -“-…. เรานัดเพื่อนเราไว้ก่อน (เรานึกว่าจะออกมาซัก 11โมง) ก็เลยมารออยู่แล้ว…. แต่ก็ดีแล้วค่ะ หากมาทีหลังคาดว่าจะหากันไม่เจอ … เพราะคนเยอะมาก และเราเพิ่งมารู้ทีหลังจากน้องอาย ว่าเขาตัดสัญญานโทรศัพท์เป็นช่วงๆ ตอนสมเด็จพระเทพฯ เสด็จ

Present ของขวัญกันหน่อย ๆ ^^

เข้าไปถ่ายรูปในหอประวัติจุฬา ฯ กัน ตามคำแนะนำของงิ้ม ว่าข้างในมีพระเกี้ยวและสิ่งต่าง ๆ ซึ่งเป็นจุฬาฯ ม้ากมาก ให้เราได้ถ่ายรูปด้วย และจะเปิดให้เข้าไปถ่ายรูปเฉพาะวันรับปริญญาเท่านั้น — เราจำไม่ได้ว่าตอนที่เราเดินผ่านวันอื่น ๆ นั้นเขาเปิดไหม …. แต่ถึงเปิด เราก็ไม่เคยเข้าไปถ่ายรูปเลย (… อ้าว … ^^”…) เพิ่งจะเคยเข้าไปก็ครั้งนี้ (… และอาจเป็นครั้งสุดท้าย 555) แอร์เย็นดีด้วย … ^^…

มีกรอบรูปด้วย ^^

ถ่ายรูปกับพระเกี้ยวกัน … เห็นว่าบางปีจะมีการเอาองค์พระเกี้ยวที่เขาอัญเชิญตอนงานบอลประเพณีออกมาให้คนธรรมดาอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ ที่ไม่ได้สวยหล่อขนาดเป็นคนอัญเชิญพระเกี้ยวถ่ายรูปด้วย แต่ปีนี้ไม่มี…

Collection ปริญญาบัตรและเกียรติบัตรต่าง ๆ ของจุฬาฯ — สำหรับผู้สนใจ แต่ไม่จำเป็นต้องพยายามสะสมให้ครบทุกรูปแบบนะคะ … ^^”… เพราะบางรูปแบบเดี๋ยวนี้เขาไม่มีหลักสูตรแล้ว …. ^^”….

Collection ชุดครุยจุฬาฯ

พระบรมฉายาลักษณ์ ร. 5 และพระมเหสี

มาพับเพียบไทยแลนด์กันหน่อย ^^

ออกจากหอประวัติอันเย็นสบาย ก็เดินกลับไปที่คณะ เพราะน้องบีโทรมาบอกว่า เนเน่จัง รออยู่ที่นั่นพร้อมกับญาติ ๆ แต่ตอนที่ไปถึงนั้นเนถ่ายรูปกับญาติ ๆ และอาจารย์เสร็จแล้ว ว่าแล้วก็มาถ่ายรูปกับป้ายคณะกันก่อน … ได้ครึ่งป้าย …^^”….คนเยอะมากกกก….

เข้าไปถ่ายรูปกันในมุมวิทยานิพนธ์ วันนี้เขาให้เข้าไปถ่ายรูปได้ 1 วัน ^^

…. และที่พวกเราบอกว่า “ถ้าจบไปได้ สงสัยต้องไปถ่ายรูปกับเครื่อง Xerox” เราไม่ได้โกหก ! (ขอขอบคุณพี่ ๆ Staff ห้อง Xerox ห้องสมุดคณะ ที่ออกมาถ่ายรูปกับพวกเราค่ะ ^^)

ห้องสมุดเคลื่อนที่ของคณะ มาจอดให้ถ่ายรูปกันวันนี้

ศาลเจ้าพ่อสิงห์ดำ ซึ่งเป็นที่เคารพของนิสิตในคณะ

ถ่ายรูปร่วมกันอีกครั้ง ก่อนแยกย้ายสลายตัว ^^

Posted in Politics, Study

ควันหลงเลือกตั้ง ’54 …กับวิทยานิพนธ์ของดิฉัน ^^”

…. ก็ผ่านไปแล้วนะคะกับการเลือกตั้ง 3 ก.ค. 2554 … ^^… และเทศกาลการหาเสียงที่สนุกสนาน (… มั้ง ?.. ^^”…) และเต็มไปด้วยป้ายหาเสียงสุดแสนจะ creative …esp. ของเฮียชูวิทย์ (รู้สึกว่าจะมีผู้มาแต่งเติมมากที่สุด) ของพรรคภูมิใจไทย (น่าเสียดายมากที่ยังไม่ได้ไปโผล่หน้าถ่ายรูปกับป้าย “… คุณก็เป็นนักกีฬาเงินล้านได้” แถวหน้าสถานีรถไฟสามเสนเลย … ^^”) และของ Vote no ที่เห็นแล้วอยากปล่อยสัตว์เข้าสภาเป็นบ้า … ^^”… แต่รางวัลป้ายหาเสียงที่สร้างสรรคที่สุดในการเลือกตั้งครั้งนี้ — เราคิดว่าควรตกเป็นของทีมคุณยิ่งลักษณ์ — ตามการวิเคราะห์อันลุ่มลึกของอาจารย์คริส เบเกอร์ (ใครยังไม่ได้อ่าน — ตามไปอ่านได้ที่ http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1306412019&grpid=01&catid=80&subcatid=8002 นะคะ …^^….) ยังไงก็ขอให้ทีมที่จะมาทำงานจริง ๆ เจ๋งพอ ๆ กับทีมทำป้ายหาเสียงนะคะ … ^^…

ส่วนหนึ่งของป้ายหาเสียงฮา ๆ ในการเลือกตั้งครั้งนี้ — ที่แม่เราบอกว่า น่าลงไปถ่ายรูปคู่ด้วยทีละป้าย ๆ เป็นอย่างยิ่ง (…. เอ่อ … แม่คะ ป้ายหาเสียงนะ ไม่ใช่โหวตเอเอฟ … -“-…) อันนี้เราถ่ายจากในรถเลยมองเห็นไม่ค่อยชัด แต่จะเห็นว่ามี (1) ป้ายเจ้าโมโตโมโต้(หมา)กับคุณชูวิทย์ ที่แม่เราบอกว่า –หน้าเหมือนกันชมัด (… ^^”..) และเพื่อนเราเอาไปโพสบน FB ให้ชาวบ้านร่วมโหวต ว่าควรเอาข้างซ้าย หรือข้างขวาเข้าสภาดี (… ^^”…) (2) ภาพผู้สมัครท่านหนึ่งกับหลินปิง — อันนี้ก็มีคนนำไปตั้งกระทู้โหวตเช่นกัน (… ^^”..) และ (3) อันนี้ก็ของคุณชูวิทย์อีก …. มีคนถ่ายรูปมาลง FB หรือ fail.in.th ก็ไม่รู้ … เมื่อมีคนไปเขียนเล่นที่ป้ายว่า “จับเด็กเป็นตัวประกัน”… (… ^^”…. แต่เราก็ไม่เคยเห็นป้ายที่ว่านะ …)…

หน่วยเลือกตั้งหน้าปากซอยบ้านเรา — อยู่ใต้ทางด่วน มี 3 หน่วยคือ 49, 50, 51

จากการรายงานตัวทาง FB และ twitter ของบรรดาเพื่อนผองผู้ไปใช้สิทธิ์ทั้งหลายตั้งแต่วันเลือกตั้งล่วงหน้าเป็นต้นมา… พบว่าคิวยาวอย่างนี้ทุกที่ … นับว่าน่าปลื้มใจเป็นอย่างยิ่ง .. แถมคราวนี้รู้สึกว่า กทม. จะติดโผจังหวัดผู้ที่มีผู้ไปใช้สิทธิ์มากที่สุดด้วย !!! –ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรค่ากับการบันทึกไว้มาก ๆ เพราะรู้สึกว่าตั้งแต่เราจำความได้เป็นต้นมา (… ไม่ต่ำกว่า 25 ปี :P) กทม. จะเป็นจังหวัดที่มีผู้ไปใช้สิทธิ์น้อยที่สุดตลอด ๆ … คงต้องขอบคุณ “ปรากฏการณ์ทางการเมือง” (แล้วแต่ท่านจะ – เ ลื อ ก จำ – อะไร ) และปรากฎการณ์ Facebook, Twitter & the power of smart phone (… – อ ย่ า เ ถี ย ง – .. หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่ขึ้น status, tweet, up รูป หรือ check-in ที่จุดเลือกตั้ง …. เราก็ทำเหมือนกัน 555) ที่ทำให้ชาวกรุงตื่นตัวกันถึงเพียงนี้ … ก็ขอให้อย่าเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวแล้วกันนะคะ … ^^…

หยิบบัตรประชาชน … เข้าคูหา … แจ้งเบอร์ .. ชีวิตจะง่ายมาก — หากเราเช็คลำดับที่ของตัวเองทาง http://www.khonthai.com/Election/enqvoter/indexenqvoter.php ก่อนที่จะเดินดุ่ม ๆ มาที่คูหา — เพราะถึงแม้จะมีเจ้าหน้าที่ช่วยหาให้ แต่หากคนเยอะ ๆ หรือเจอเจ้าหน้าที่ดุ ๆ มันก็เซ็งจิตเหมือนกันนะคะ … รับบัตรสองใบ … แล้วก็เข้าคูหา … กาเบอร์ … พับและเอามาหย่อนกล่องโลด !!! …. อย่าฉีกบัตรเลยถ้าคุณไม่ได้มีเหตุผลที่ดี — และพร้อมที่จะต่อสู้เพื่อมัน … ก็แค่บัตรเลือกตั้ง …. ถ้าประชาธิปไตย – มี – และ – ทำ ง า น อ ยู่ – จริง ๆ อีกแค่ 4 ปี มันก็จะมีมาใหม่ .. แต่ถ้ามัน – ไ ม่ มี – หรือ – ไ ม่ ทำ ง า น – … เราว่ามันก็ไม่ค่อยคุ้มกันเท่าไหร่ที่คุณจะต้องไปติดคุกเพื่อมัน … เพราะในสภาวการณ์เช่นนั้น — คุณไม่น่าจะได้รับ – ค ว า ม ยุ ติ ธ ร ร ม – และ – เ ส รี ภ า พ – คืนมาในราคามิตรภาพแน่นอน….


เ ล่ า ใ ห้ ฟั ง เ ล่ น ๆ อ ย่ า คิ ด ม า ก -…. เราไม่ได้เลือกทั้ง 2 พรรคที่ – ค น ส่ ว น ใ ห ญ่ – เลือก …. และไม่ได้ Vote No … แต่ไปเลือก – พ ร ร ค อื่ น – เพื่อเป็น tribute ให้แก่วิทยานิพนธ์ของเรา พรรคที่ไม่ใช่ – แ ม ล ง ส า บ – แต่ก็อยู่ยงคงกระพันมาได้ตั้งแต่ปี 2516 – 2519 (เป็นช่วงเวลาที่เราเลือกศึกษาในวิทยานิพนธ์ — ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนที่ดิฉันจะเกิด … ทำให้ดิฉันไม่ค่อยจะอินกับมันมากนัก 😛 … แต่ก็นับเป็นช่วงเวลาที่สำคัญมากในประวัติศาสตร์การเมืองไทย … – หากคุณเป็นนิสิต – นักศึกษา ในสาขาวิชารัฐศาสตร์ .. แต่ไม่รู้ว่ามันสำคัญยังไง – … กลับไปอ่านหนังสือเหอะน้อง … พี่ขอร้อง … สงสารอาจารย์และคณะที่กำลังจะให้ปริญญาน้องบ้างเถอะ …) จนถึงปัจจุบัน … และเป็นพรรคต้นแบบของ – 1 8 เ สี ย ง ก็ เ ป็ น น า ย ก รั ฐ ม น ต รี ไ ด้ – .. ที่ทำให้พรรคขนาดกลางและขนาดเล็กทั้งหลายยังคงมีกำลังใจกันอยู่จนถึงทุกวันนี้ (… เป็นคำตอบว่า — ทำไมเมืองไทยจึงมีพรรคขนาดเล็กและขนาดกลางเยอะจัง … ^^”…) หลังการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2518 … หลังจากที่รัฐบาลเสียงข้างมากของ มรว. เสนีย์ ปราโมช ไม่ได้รับการโหวตไว้วางใจจากสภา … ทำให้พรรคการเมืองฝ่ายตรงกันข้ามมีโอกาสรวมตัวกันจัดตั้งรัฐบาลขึ้นแทน …. โดยการสนับสนุนของ – ค น / ก ลุ่ ม ที่ คุ ณ ก็ รู้ อ ยู่ ว่ า ใ ค ร – (…. คุณก็รู้ใช่มั้ย ?… อย่าพูดดังไป…. เดี๋ยวเขาก็มาอีกหรอก :P)


….. มีคน (แม่เราเอง) ถามเราว่า … ทำไม – ค น / ก ลุ่ ม ที่ คุ ณ ก็ รู้ อ ยู่ ว่ า ใ ค ร – ในขณะนั้น (หมายถึงปี 2518 และไม่ใช่ – ใ น ข ณ ะ นี้ – ) ถึงได้เลือกสนับสนุนพรรคเล็ก ๆ ที่มีจำนวน สส. น้อย … แทนที่จะเลือกสนับสนุนพรรคใหญ่ ๆ ที่ได้ สส. เยอะ ๆ ไปเลย ? … – จ า ก ก า ร ศึ ก ษ า (ในวิทยานิพนธ์ของเรา — ใครสนใจก็หลังไมค์มาแล้วกัน … วิทยานิพนธ์เราได้ – ผ่ า น – เฉย ๆ … ไม่ได้ ดี / ดีมาก — จุฬาไม่เอาขึ้น web :P) พ บ ว่ า – … พรรคใหญ่ ๆ ของไทยส่วนมาก ( – ใ น ข ณ ะ นั้ น – อีกเหมือนกัน ) มักมีความแตกแยกเป็นมุ้งเป็นกลุ่มเป็นก้อน เยอะแยะมากมาย … ทำให้หัวหน้าพรรคคุมไม่ค่อยจะอยู่ …. หรือต่อให้คุมอยู่ — การที่มี สส. เป็นจำนวนเยอะมากในสภา … ก็ทำให้ – ค น / ก ลุ่ ม ที่ คุ ณ ก็ รู้ อ ยู่ ว่ า ใ ค ร – บังคับบัญชาให้ดำเนินนโยบายตามที่ต้องการได้ยาก … เสี่ยงต่อการที่จะมีรัฐบาลที่ออกนโยบายมาขัดกับผลประโยชน์ของตัวเอง …. หรือจัดสรรงบให้น้อย …. ไม่ถูกใจ ….. การเลือกพรรคเล็ก ๆ มาเป็นผู้นำรัฐบาล — จึงเป็นทางเลือกที่น่าจะทำให้ได้รัฐบาลที่เชื่อฟังมากกว่า — เพราะนายกรัฐมนตรีจากพรรคเล็ก สส. น้อย น่าจะเกรงอกเกรงใจ – ค น / ก ลุ่ ม ที่ คุ ณ ก็ รู้ อ ยู่ ว่ า ใ ค ร – ที่ทำให้ตัวเองได้มาเป็นผู้นำรัฐบาล …. แต่ถ้าบังอาจไม่เกรงใจขึ้นมา — ก็จะได้เอาลงจากอำนาจได้ง่าย ๆ เพราะไม่มี สส. จำนวนมากคอยค้ำจุนอยู่ ….


….ใครที่พอจะรู้เรื่อง – ใ น ข ณ ะ นั้ น – คงพอจะจำได้ว่า … เกิดอะไรขึ้นกับรัฐบาลที่เราพูดถึง ….


…. ส่วน – ใ น ข ณ ะ นี้ – …จะเกิดอะไรขึ้น — คงต้องจับตาดูกันต่อไป (…. แต่จริง ๆ ดิฉันแอบภาวนาไม่ให้มันเกิดซ้ำอยู่นะคะ …. เพราะ – ต รู เ บื่ อ วิ ท ย า นิ พ น ธ์ ข อ ง ต รู แ ล้ ว ! ! ! !.… )

Posted in Study

How-to ส่งบทความไปลงวารสารวิชาการ สายสังคม และรายชื่อวารสารสายสังคมที่เพื่อน ๆ สามารถส่งบทความไปลงได้ค่ะ

เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ นิสิตนักศึกษา ป. โท ป. เอก สายมนุษยศาสตร์ – สังคมศาสตร์ ทุกท่าน … เชื่อว่าหลาย ๆ คนอาจจะกำลังประสบปัญหาดวงตกดวงซวยในขณะนี้เช่นเรา … – เ นื่ อ ง จ า ก – วารสารสังคมศาสตร์ของคณะรัฐศาสตร์ จุฬา ฯ และรัฐศาสตร์สารของธรรมศาสตร์ ได้ตัดสินใจหยุดพิมพ์ชั่วคราว เพื่อ – ป รั บ ป รุ ง ใ ห้ มี ค ว าม ถู ก ต้ อ ง ท า ง วิ ช า ก า ร ยิ่ ง ขึ้ น – (ถามผู้รู้แล้ว…เขาบอกว่า แปลว่า ต้องปรับปรุงอะไรหลาย ๆ อย่าง เพื่อให้มีค่า impact factor เพิ่มขึ้น และที่สำคัญจะต้องออกให้ตรงเวลา …จะมาสามเดือนออกเล่มนึง อีกเล่มนึงสี่เดือน อีกเล่มนึงหกเดือน ไม่ได้ค่ะ) ส่งผลให้นิสิตนักศึกษาสายสังคม – มุนษย์ ที่จบในปีนี้ ไม่สามารถส่งบทความเพื่อลงตีพิมพ์ในวารสารทั้ง 2 เล่มนี้ได้ …T-T … แน่นอนว่าผู้ที่จะตกที่นั่ง – ซ ว ย ที่ สุ ด – ก็คือนิสิตจุฬาฯ และนักศึกษาธรรมศาสตร์ สายสังคม (สายมนุษย์เราเข้าใจว่ามีอีกเล่มหรือเปล่าคะ ?) เพราะมหา’ลัยอื่น ๆ เขาต่างก็มีวารสารออกมารองรับผลงานของนิสิตนักศึกษาตัวเองทั้งนั้นง่า ….T-T…


โวยวายไปก็เท่านั้น… ระเบียบของมหา’ลัยเขาบอกว่า – นิ สิ ต ที่ ส่ ง วิ ท ย า นิ พ น ธ์ แ ล้ ว จ ะ ต้ อ ง เ ผ ย แ พ ร่ วิ ท ย า นิ พ น ธ์ ก่ อ น เ ปิ ด ภ า ค ก า ร ศึ ก ษ า ถั ด ไ ป – …ตามความคิดเห็นของเรา .. คิดว่าเป็นระเบียบที่กำหนดขึ้นมาโดยไม่ได้ใช้สมองคิดมาก … เนื่องจากมันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่คนเราจะสามารถเผยแพร่วิทยานิพนธ์ที่เพิ่งทำเสร็จได้ในเวลาเพียงไม่ถึงเดือน — ถ้าคุณส่งวิทยานิพนธ์ในช่วงกลางเดือน พ.ค. และกำหนดเปิดเทอมต่อไปคือวันที่ 1 มิ.ย. และ – ถ้า ก า ร เ ผ ย แ พ ร่ นั้ น จำ เ ป็ น ต้ อง เ ป็ น ก าร เ ผ ย แ พ ร่ ใ น ว าร ส า ร วิ ช า ก า ร – กำหนดการของมันคือ …



1) นิสิตติดต่อวารสารวิชาการเล่มต่าง ๆ ตามรายละเอียดใน website หรือโทรไป แล้วเขียนบทความตามข้อกำหนดของวารสารนั้น ๆ —-> เรายังไม่นับเวลาก็ได้ อาจจะแตกต่างกันไปแต่ละคน แต่ต่อให้เป็นคนที่เขียนไว ๆ ก็อาจจะต้องใช้เวลาสักอาทิตย์นึง

2) กองบรรณาธิการรับบทความไว้และแจ้งกลับว่าได้รับบทความแล้ว —-> เท่าที่เราเช็ค ไวที่สุดคือ วารสารมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม. มหาสารคาม บอกว่า สามารถตอบกลับได้ภายใน 1 สัปดาห์

3) กองบรรณาธิการพิจารณาบทความในเบื้องต้นว่าสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของวารสารของเขา (ใช้เวลาไม่นาน … กอง บก. วารสารร่มพฤกษ์ บอกเราว่า บางทีดูแค่ชื่อเรื่องก็รู้ว่าเข้ากับ Theme ที่เตรียมไว้หรือไม่) และออกหนังสือเชิญให้ peer reviewer อ่าน —–> ถ้าเขามี peer อยู่แล้ว และส่งให้อ่านได้ทันที จะใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือนอย่างเร็ว —> ณ จุดนี้ เราสามารถขอให้กอง บก. บางแห่ง ออกหนังสือรับรองการตีพิมพ์ให้เราเลยได้

4) Peer อ่านและแก้ไข และส่งคืนมายังกอง บก. เพื่อให้เจ้าของบทความแก้แล้วส่งกลับคืนมายังกอง บก. อีกที —-> ขึ้นอยู่กับว่าข้อผิดพลาดมากไหม และคนแก้แก้ไวไหม – เ ร็ ว ที่ สุ ด – หมายความว่าคนเขียนเป็นอาจารย์ แล้วก็เขียนไม่ค่อยผิดด้วย ใช้เวลาประมาณ 1 เดือน

5) รอ…รอ..รอ…การตีพิมพ์ของหนังสือเล่มที่ว่า … ถ้าตีพิมพ์ได้เลย ก็อาจจะต้องรอกระบวนการต่าง ๆ อย่างน้อย 1-2 เดือน



ส รุ ป ร ะ ย ะ เ ว ล า ที่ ใ ช้ ใ น ก า ร เ ขี ย น บ ท ค ว า ม ห ลั ง จ า ก ทำ วิ ท ย า นิ พ น ธ์ เ ส ร็ จ จ น ก ร ะ ทั่ ง บ ท ค ว า ม ไ ด้ ตี พิ ม พ์ – …. อย่างเร็วสุด 4-5 เดือน .. T-T… แม่เราบอกว่า ถ้าเป็นมหิดล เขาจะถือว่าเราเรียนจบแล้ว แต่จะยังไม่ได้รับปริญญาจนกว่าบทความจะได้ตีพิมพ์ ซึ่งก็นับว่าเป็นข้อกำหนดที่ fair ดี (ระหว่างนี้ — มหิดลจะไม่คิดเงินคุณค่ะ — แค่ยังไม่อนุมัติให้จบการศึกษาเฉย ๆ ) …ใครก็ได้ช่วยไปบอกจุฬาฯ ให้เราที ว่า ถ้าอยากจะใช้เรื่องการเผยแพร่วิทยานิพนธ์ในบทความวิชาการเป็นเกณฑ์ในการจบการศึกษา — น่าจะต้องมีหลักเกณฑ์ที่ clear และ sensible กว่านี้ …ไม่งั้นเวรกรรมก็จะตกกับเพื่อน ๆ น้อง ๆ รุ่นต่อ ๆ ไปนะคะ ….:P


– สำหรับนิสิตจุฬา ฯ นักศึกษาธรรมศาสตร์ และที่อื่น ๆ ในสายสังคมศาสตร์ มนุษย์ศาสตร์ ที่กำลังหาที่ลงบทความทุกท่าน – …เราขอแนะนำ – ว า ร ส า ร ใ น ส า ย สั ง ค ม ศ า ส ต ร์ แ ล ะ ม นุ ษ ย์ ศ า ส ต ร์ ที่ ยั ง ดำ เ นิน ก า ร อ ยู่ ใ น ปั จ จุ บั น – ที่ท่านสามารถส่งบทความไปได้ คิวไม่ยาวเว่อร์ และออกตรงเวลา ดังนี้ค่ะ — click ที่ชื่อของวารสาร เพื่อดูรายละเอียดข้อกำหนดในการเขียนของแต่ละเล่มได้เลย ^^


1. วารสารการเมือง การบริหาร และกฏหมาย มหาวิทยาลัยบูรพา



2. วารสารวิจัย มข. ฉบับบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น



3. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม



4. วารสารร่มพฤกษ์ มหาวิทยาลัยเกริก



5.วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย



6. ABAC Journal (อันนี้บทความต้องเป็นภาษาอังกฤษนะคะ)



ปอลอ — ข อ ข อ บ คุ ณ –…เพื่อนเน สำหรับคำแนะนำในการเขียนบทความเพื่อการตีพิมพ์ และกระบวนการในการส่ง …น้าวิ มข. —สำหรับการติดตามเรื่องบทความที่เราส่งไป และหวังว่าจะได้รับความกรุณาในการตามเรื่องบทความใหม่ที่เราจะส่งไปด้วยนะคะ …คุณเมย์ ม. บูรพา และเจ้าหน้าที่ ม. เกริก (ไม่ทราบชื่อ) สำหรับคำแนะนำเกี่ยวกับการส่งบทความไปลงในวารสาร Dr. James Gallagher บรรณาธิการบริหาร ABAC journal …และเพื่อนงิ้มสำหรับข้อมูลวารสาร ม. หอการค้าค่ะ …^^…

Posted in Study

How-to ส่งวิทยานิพนธ์ @บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาฯ

Entry นี้ คงไม่มีประโยชน์อันใดต่อนิสิตจุฬาที่ส่งวิทยานิพนธ์ในปีนี้ (เทอม 2 ปีการศึกษา 2553) เพราะว่าเราส่งวิทยานิพนธ์ในวันสุดท้าย (คือ อ ที่ปรึกษา ไม่ให้ผ่านอะนะ ><) แต่เขียนไว้เพื่อ share ประสบการณ์ เผื่อว่าจะมีประโยชน์กับรุ่นน้อง ๆ ที่ส่งวิทยานิพนธ์ในปีต่อ ๆ ไปนะคะ …เพราะก่อนเราจะไปส่งตัวเล่ม ก็มีคนเล่าให้เราฟังก่อนเหมือนกันว่าเวลาจะไปส่งควรจะต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง …. โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อคุณส่งวิทยานิพนธ์ในวันสุดท้าย … ถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ ไม่ควรนะคะ ส่งก่อนได้ส่งก่อนดีกว่า เผื่อมีอะไรต้องแก้ไข จะได้ไม่ตาเหลือก — คนไม่เยอะด้วย… วันสุดท้ายนี่แถวยาวราวกับวันเปิดร้านคริสปี้ครีมเลยค่ะ…. -"-….

ตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นไป (เราไม่แน่ใจว่าก่อนหน้านี้เขาต้องส่ง On-line กันรึเปล่า… เพราะเห็นวิทยานิพนธ์บางเล่มมันก็ On-Line อยู่ — แต่นับแต่นี้ต่อไป ส่งแน่นอน) นิสิตจุฬาทุกคนต้องส่งวิทยานิพนธ์ On-Line ก่อนมาส่งตัวเล่มจริงนะคะ เข้าไปที่ web site http://thesis.grad.chula.ac.th แล้วกรอกเลขประจำตัวนิสิต กับรหัสบัตรประชาชน มันจะขึ้นข้อมูลของวิทยานิพนธ์เรา ที่ลงไว้ตั้งแต่ตอนสอบหัวข้อค่ะ

สิ่งที่เราต้องทำ — ก็คือเตรียม file วิทยานิพนธ์ให้พร้อม เพราะเดี๋ยวจะต้อง upload — วิทยานิพนธ์ที่จะ upload ในที่นี้ ก็คือวิทยานิพนธ์ที่แก้ไขรูปแบบตามที่บัณฑิตวิทยาลัยแจ้งให้แก่ตอนตรวจรูปเล่ม … และแก้ไขเนื้อหาตามที่คณะกรรมการสอบวิทยานิพนธ์บอกให้แก้ และอาจารยืที่ปรึกษา / ประธานกรรมการโอเคกับมันแล้วนะคะ — เข้าไปกรอกข้อมูลในแบบสอบถามเรื่องการเผยแพร่วิทยานิพนธ์ก่อน — ก็คือ กรอกผลสอบวิทยานิพนธ์ของเรา ว่าได้ผ่าน ดี หรือดีมาก และวิทยานิพนธ์ของเราได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ได้หรือไม่ …. ส่วน research mapping และข้อมูลการเผยแพร่วิทยานิพนธ์ ก็คือ วิทยานิพนธ์เราจัดอยู่ในสาขาอะไร และที่ผ่านมาเราได้เผยแพร่ในรูปแบบไหนบ้าง เช่น บทความลงวารสารหรือสิ่งพิมพ์วิชาการ หรือนำเสนอในที่ประชุมวิชาการต่างๆ จ้า ^^

หลังจาก upload file 2 files คือ abstract ภาษาไทย – อังกฤษ เป็น word file และวิทยานิพนธ์ฉบับเต็ม เป็น PDF file แล้ว เราจึงจะสามารถ print barcode (คือรหัสประจำตัวนิสิตเรา print ที่หน้าปกวิทยานิพนธ์) และเอกสารสำหรับการส่งวิทยานิพนธ์ฉบับสมบูรณ์ออกมาได้ เอกสารนี้ เราจะต้องเอาไปให้อาจารย์ที่ปรึกษา กับประธานกรรมการสอบวิทยานิพนธ์เซ็นต์ก่อน แล้วจึงเอามาส่งพร้อมกับตัวเล่มนะคะ

และแล้ว …ก็มาถึง ศึกวันธงชัย…เอ๊ย… วันส่งวิทยานิพนธ์ — เวลารับ คือ 8.30 -17.00 …- แ ต่ – เริ่มแจกบัตรคิว ประมาณ 7.00-8.00 น. และแจกบัตรคิวใบสุดท้าย (ถ้ามันไม่หมดไปซะก่อน) ของแต่ละวัน ที่ 16.00 น. นะคะ … อย่าช้า อย่าชะล่าใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณส่งวันสุดท้ายเหมือนเรา …..คนแรกของวันนี้ได้ข่าวว่ามาตั้งกะตี 4 …-“-… เรามาถึง 9 โมง คิวยาวเกือบจะรอบสำนักทะเบียนแล้ว ….-“-…..

มาถึงแล้วเขาจะแจกใบสีฟ้า (ไม่ได้ถ่ายรูปไว้) ให้เขียนจำนวนหน้าทั้งหมดของวิทยานิพนธ์ของเรา เพื่อคำนวนค่า xerox (เริ่มตั้งแต่รุ่นปี 2553 เหมือนกัน — นิสิตส่งวิทยานิพนธ์ฉบับเดียว บัณฑิตวิทยาลัยจะไป xerox เอง และคิดเงินค่า xerox เอา) และเข้าคิวตรวจเอกสารต่าง ๆ ว่าครบหรือไม่….. – เ อ ก ส า ร ที่ ต้ อ ง ใ ช้ – ก็คือเอกสารที่ print ออกมาจาก web เมื่อกี๊ กับเอกสารท่ีทางบัณฑิตวิทยาลัยออกให้ตอนเราส่งตัวเล่มวิทยานิพนธ์เพื่อตรวจรูปแบบ …. อันนี้แต่ละปีอาจจะไม่เหมือนกัน เราไม่ระบุรายละเอียดแล้วกันว่ามีอะไรบ้าง …เอาเป็นว่าเขาให้อะไรมาวันตรวจรูปเล่ม และบอกให้ทำอะไรกับมัน ก็จงทำให้เสร็จ และเอามันมาให้ครบนะคะ

ตรวจเอกสารเรียบร้อยแล้ว คุณจะได้บัตรคิวสีชมพูที่่มีชื่อคุณอยู่ด้วยเช่นนี้ …. ดูให้ดี ๆ อย่าให้สับกะของชาวบ้านนะคะ เพราะของเราสลับกะคนข้างหน้ามาแล้ว …^^”….

ได้บัตรคิวสีชมพูแล้ว …. นั่นแปลว่าเอกสารในการส่งวิทยานิพนธ์ของเรา รวมทั้ง CD ที่ เขาบอกให้ write ข้อมูลบรรณานุกรมวิทยานิพนธ์ของเรา (….เป็นสิ่งที่ save ออกมาได้จาก website ข้างบน หลังจากที่เรากรอกข้อมูลอะไรต่อมิอะไรเสร็จเรียบร้อยแล้วเช่นกันค่ะ…. มันจะมีหน้านึงที่ให้เรากรอกข้อมูล แล้วพอ click save มันจะขึ้น text file มาให้ — เราก็ write file นั้นลง CD มา) เรียบร้อย … ทีนี้ก็เข้าคิวตรวจตัวเล่มวิทยานิพนธ์ต่อได้เลย !

ขอโทษทีที่ถ่ายไม่ชัด ….^^”…. พอดีถ่ายตอนเดินออกมา และจะกลับไปอีก คนก็เยอะมาก ๆ ….. ป้ายหน้าห้องนี้บอกว่า ให้เตรียมตัวเล่มวิทยานิพนธ์ฉบับเต็มให้พร้อม พร้อมทั้งตัวเล่มที่เราส่งตรวจรูปเล่มตอนแรกที่ต้องเอามาด้วยค่ะ เพราะหลัก ๆ ที่เขาจะเช็ค คือ ที่เขาบอกให้แก้ไข เราได้ไปแก้รึเปล่า ถ้าแก้แล้วส่วนใหญ่ก็ไม่มีปัญหาค่ะ …. แต่ถ้ายังไม่ได้แก้ ….หรือแก้มาแล้วยังผิดอยู่ …. เขาจะให้ไปแก้เป็นหน้า ๆ ไป … แก้แล้วเอามาส่งที่ห้องนี้ได้เลย ไม่จำเป็นต้องไปตรวจเอกสารใหม่จ้า ….^^….

ในห้องจะมีคนตรวจวิทยานิพนธ์ประมาณ 4 คน เรียกตรวจตัวเล่มตามบัตรคิวนะคะ ….. ใครโหด ใครไม่โหด แล้วแต่ดวงกันเลยทีเดียว ….^^”…. แต่ถ้าเรียบร้อยไม่มีปัญหาอะไร …ก็ ส่งตัวเล่มได้ที่ห้องนี้เลยค่า ….^^….


– สิ่ ง ที่ อ ย า ก จ ะ บ อ ก –
1) ผู้หญิงอย่าใส่ส้นสูงมานะคะ — เพราะอาจต้องยืนรอนานมาก ๆ ปวดเท้าสุด ๆ …-“-… ใส่รองเท้าที่ใส้สบายมาดีกว่านะคะ
2) ควรเอาคอมพิวเตอร์ — ซึ่งควรจะเป็นคอมพิวเตอร์ที่ write CD ได้มา เผื่อว่า CD ข้อมูลที่ write มามันมีปัญหาเปิดไม่ออก จะได้ทำใหม่ แต่ถ้ามากับเพื่อนหลาย ๆ คนอาจไม่จำเป็นต้องเอาคอมของตัวเองมาค่ะ ให้เพื่อนขึ้นมาตรวจก่อนแล้วลงไปเปิดคอม stand by รอข้างล่างได้ ถ้ามี printer ด้วยจะยิ่งดีมากค่ะ … เปิด work station มันข้างล่างสำนักทะเบียนเลย เค้าไม่ว่า จะได้ไวค่ะ