Advertisements
Archive | Tech Mania RSS for this section

Review มือถือใหม่ LG Aka ค่ะ

ส่งท้ายปีใหม่ กับมือถือเครื่องใหม่ที่ซื้อมาก่อนข่าว LG ปิดแผนกมือถือในเมืองไทยไม่กี่วัน (ไม่แน่ใจว่าเพราะเราซื้อรึเปล่า …555) LG Aka โทรศัพท์สื่ออารมณ์สีชมพูสดใส จริง ๆ เครื่องนี้คือเล็งไว้ตั้งแต่มันออกมาใหม่ ๆ แต่ราคาแพงเกินกว่าจะซื้อมาดูเล่น ๆ ทั้ง ๆ ที่โทรศัพท์ก็ยังใช้งานได้ดีอยู่ ….ที่จริงตอนนี้โทรศัพท์เราก็ยังใช้งานได้ดี แต่ของคุณแฟนจะพังแล้ว และราคาเครื่องก็ลดลงมาเยอะพอสมควร (จากหมื่นกว่า เหลือ 6,450 มั้ง ถ้าจำไม่ผิด) ก็เลยยกเครื่องให้คุณแฟนไป และขอให้เค้าซื้อเครื่องนี้มาให้เราใช้แทนค่ะ ^^

เปิดออกมาเจอกล่องสีดำแบบนี้

ข้างในมี Pop Up น่ารัก

น้อง LG Aka นอนอยู่ภายใน สีชมพูสดใส ความจริงเค้ามี 4 สี คือ มีสีขาว สีน้ำเงินเข้ม และสีเหลืองสดอีก แต่เราเลือกสีนี้เพราะเห็นว่ามันเด่นดี วางที่ไหนจะได้ไม่หาย ไม่ลืม

ลักษณะเด่นของ LG Aka คือเมื่อเปิดแล้วใส่ฝาปิดด้านนอกแบบนี้ จะมีรูปดวงตา ที่จะเปลี่ยนลักษณะ มองซ้าย มองขวา ทำหน้างง ยิ้ม ทำหน้าเอ๋อ (?) ได้หลายรูปแบบ ดูแล้วขำ ๆ ดี เอาไว้ดูเล่นแก้เครียดได้ค่ะ

ข้างในมีอุปกรณ์มาตรฐานต่างๆ คือ หูฟัง ที่ชาร์ต สายชาร์ต (ใช้สาย Micro USB เช่นเดียวกับโทรศัพท์ Android ทั่วไป) และคู่มือเล่มเล็ก ๆ ให้มา

ในซองจะมีสติกเกอร์ใส ๆ ให้มาด้วยสำหรับแต่งโทรศัพท์ค่ะ จะติดหรือไม่ติดก็ได้ สำหรับเราเลือกไม่ติด เพราะเห็นว่ามันก็สวยอยู่แล้วอะ

ลองวางทาบดูเล่น ๆ

นอกจากอุปกรณ์มาตรฐานแล้ว ยังมีเจ้าสิ่งนี้มาด้วยค่ะ

เจ้าตัวนี้ชื่อ Yolo (ถ้าเลือกสีอื่น จะได้ตัวอื่นมาค่ะ) เขาบอกว่า ใช้เวลาถ่ายรูป คือถ้าเราถ่ายเจ้าตัวนี้ก่อน แล้วถ่ายรูปใด ๆ ทีหลัง จะเอามันเข้ามาแต่งภาพเล่นด้วยได้อะ เราก็ยังไม่ได้ลอง เอาไว้ลองแล้วจะเอามาให้ดูค่ะ

หน้าจอเมื่อแรกมา มี Yolo วิ่งอยู่หน้าจอด้วย

แต่พอใช้งานจริงๆ ใช้แบบเรียบ ๆ แบบนี้แหละ

โปรแกรมที่ใช้งานเป็นประจำค่ะ

เครื่องรองรับ 4G ตามสมัยนิยมค่ะ

เชื่อมต่อ Bluetooth (ในรถ) แล้วใส่หูฟังด้วย 555

คุ ณ ภ า พ ภ า พ ถ่ าย — ก ล้ อ ง ห ลั ง — ถ่ายในที่มีแสงสว่างก็โอเค ไม่ถึงกับดีมาก แต่ก็ไม่ได้เลวร้าย กล้องความละเอียดสูงสุด 8 ล้าน Pixel แต่เราปรับไว้ที่ 6 ล้านพอ — ภาพนี้ไม่ได้ปรับอะไรเพิ่ม แต่ลดขนาดลง (เยอะมาก) ค่ะ

โปรแกรมกล้องและชัตเตอร์ทำงานค่อนข้างช้า ดังนั้นอย่าคาดหวังมากกับการถ่ายภาพอะไรที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ดังเช่นเด็กน้อยลูกชายเรา …เคยถ่ายรูปแล้วมีเส้นเขียว ๆ ขึ้นกลางภาพด้วย ไม่รู้เพราะอะไร แต่เป็นอยู่แค่รูปเดียว และครั้งเดียว ก็เลยยังอภัยให้อยู่ รูปส่วนใหญ่ที่ถ่ายออกมาก็ใช้ได้ค่ะ

ปิดท้ายด้วย – ภ า พ จ า ก ก ล้ อ ง ห น้ า – ความละเอียด 2 ล้าน Pixel (อันนี้ปรับลดขนาดลง แต่ไม่ได้แต่งภาพเพิ่มค่ะ ) มี Scale ให้ปรับความฟรุ้งฟริ้ง (เค้าเรียกอย่างนี้ใช่มั้ย ? …คือปรับความสว่าง ลบรอยสิว รอยแผลเป็น อะไรพวกนี้ได้อะค่ะ) ได้ด้วย 555 อันนี้เราปรับไม่สุด Scale อยู่ที่ประมาณครึ่งนึงค่ะ …

Advertisements

ไปดู Honda BR-V ที่ Motor Show 2015

เนื่องจากน้องเจเจเป็นเด็กที่ชอบรถยนต์ และสิ่งที่มีล้อ รวมทั้งเพลง The Wheels of the Bus มาก ๆ (แต่คิดว่าเด็กผู้ชายส่วนใหญ่ก็น่าจะชอบรถยนต์นะคะ) พูดคำว่า Car ได้เป็นคำแรก ๆ (คำแรกที่พูดจริงๆ คือ “อัม” ค่ะ แปลว่า กิน/ป้อน ได้หมด) เวลาไปเจอบู๊ทจัดแสดงรถตามห้าง ก็มักจะแวะเวียนไปดูอยู่เสมอ คุณพ่อเลยคิดว่าควรจะพาลูกไปดู Motor Show สักหน่อย ว่าแล้วก็ไม่รอช้า ได้บัตรฟรีมาจาก AIS แล้วก็ไปลุยกันเลยดีกว่า

อาจจะดูง่วง ๆ งง ๆ แต่ก็เต็มใจมานะคะ ^^”

แลกบัตรที่หน้างาน

ได้บัตร และ Guide Book มาแล้วจ้า

แอบมาดูรถหรู ๆ หน่อย

รถ Antique ดีไซน์แปลก ๆ ก็มี

คันนี้เหมือนหลุดออกมาจากหนังสมัยโบราณ ^^

เดี๋ยวจะหาว่ามีแต่รถหรู รถแบบนี้ก็มีนะคะ

รถในฝันของแม่เจเจ ^^ Honda CR-V

รถที่ตั้งใจมาดู (แต่ไม่จอง) ในวันนี้ คือ Honda BR-V ค่ะ เพราะรู้สึกว่าอยากจะได้รถที่ยกสูงกว่า Jazz ที่ขับอยู่อีกซักหน่อย เวลาที่น้ำท่วม กทม. หนัก ๆ แล้วต้องขับเข้าซอยที่บ้าน จะได้ไม่ต้องหวาดเสียวกลัวรถจะดับ ที่จริงเล็ง HR-V ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมมาก ๆ ไว้ แต่พ่อเจเจบอกว่า BR-V กำลังจะเปิดตัว ราคาถูกกว่า และก็ยกสูงพอสมควรเหมือนกัน ก็เลยมาดูซะหน่อย

ด้านข้าง Honda BR-V

มี 2 รุ่นให้เลือก คือแบบ 7 ที่นั่ง และแบบ 5 ที่นั่งค่ะ เป็นรถที่พัฒนามาจาก Honda Brio ดังนั้นข้างในก็จะคล้าย ๆ Brio แต่น่าจะกว้างกว่านิดหน่อย (มั้ง ? เท่าที่เคยดูมา เหมือน Brio จะเล็กกว่านี้ค่ะ) ที่แน่ ๆ คือสูงกว่า น่าจะหนีน้ำท่วมได้พ้นค่ะ ดูจากรูป Spec จะดูเหมือน 7 ที่นั่งกว้างกว่า แต่พอมาดูตัวรถจริง ๆ และ 5 ที่นั่ง น่าจะนั่งได้สบายกว่า ไม่อึดอัด ที่เก็บของข้างหลังก็กว้างกว่ากันเยอะด้วย เหมาะกับแม่บ้านหอบฟางอย่างเรา ๆ 555

ที่นั่งคนขับ BR-V แบบ 7 ที่นั่ง

แถวที่ 2

แถวที่ 3

ที่เก็บของข้างหลังมีแค่เนี้ย

ด้านในแบบ 5 ที่นั่ง

แถว 2 ของ 5 ที่นั่ง

ด้านหลังกว้างขวาง

ส่วนคันนี้คือ Mobilio ค่ะ

Mini Review iPhone 6 (เครื่อง office) กับ apps ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันจ้า

ไม่ได้เขียนถึงโทรศัพท์มานานมาก เนื่องจากน้อง iPhone 4s ที่ใช้มานานก็ยังโอเคดีอยู่ เลยไม่คิดจะเปลี่ยนโทรศัพท์ใหม่ให้มันเสียตังค์เล่น จริง ๆ ตอนนี้มันก็ยัง OK อยู่แหละ – แ ต่ – …วันดีคืนดี ที่ Office ก็มี e-mail แจ้งว่าขอให้ส่งโทรศัพท์ของสำนักงานทุกเครื่องคืน เพราะจะเปลี่ยนเป็น iPhone 6 …ตอนแรกเราก็คิดว่าคงเปลี่ยนแค่ของผู้บริหารมั้ง …จะเรียกคืนเราก็ไม่ว่าอะไร เพราะของเราได้รับจัดสรรมาตั้งแต่สมัยที่ยังเป็น Blackberry Curve อะไรสักอย่าง (จำรุ่นไม่ได้) เดี๋ยวนี้เค้าเลิกใช้ blackberry มาใช้ line กันหมดแล้ว แล้ว line ใน blackberry มันไม่ work (เท่าที่จำได้ รู้สึกว่ามันจะไม่ support group chat ไม่รู้ตอนนี้ทำได้ยัง) เลยได้ใช้จริง ๆ แค่โทรอย่างเดียว รู้สึกเหมือนกันว่าใช้งานได้ไม่คุ้ม package

และแล้ว….ก็ได้รับการจัดสรรโทรศัพท์ใหม่มาเป็นเครื่องนี้… !

ด้านหลัง

หายสงสัยกันซะที….ว่าจัดสรร iPhone 6 ให้ผู้บริหาร แล้วจัดสรรอะไรให้ – เ จ้ า ห น้ า ที่ อ า วุ โ ส – (ตอนเซ็นต์รับโทรศัพท์รู้สึกแก่มาก 555 แต่จริง ๆ ผู้บริหารเค้าให้ 6 Plus นะ เห็นน้อง IT บอกว่า เพราะว่าผู้บริหารแก่กว่า …กลัวมองจอไม่เห็น ….^^”…)

เปิดกล่อง…(ถ้าเจอเป็นอย่างอื่นสอดไส้อยู่ข้างในนี่จะเงิบมาก)

ออกมาละ

ด้านหลัง

ด้านข้าง บางเฉียบ มีปุ่มปรับเสียง ปรับ mode เหมือนเดิม

อีกด้าน มีปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง ที่ย้ายมาอยู่ด้านข้างแทนด้านบน

ด้านในกล่องมีคู่มือให้เช่นเคย

อุปกรณ์ภายใน มีหูฟัง ที่ชาร์ต และสาย sync


ไม่อยากจะ review อะไรมากมาย เพราะมีคน review ไปเยอะแล้วถึง function และ feature ต่างๆ ที่มีมาในเครื่อง iphone 6 และ 6 Plus ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นชัดปิ๊ง ๆ กล้องชัดขึ้น แต่เราไม่แน่ใจว่าชัดขึ้นเท่าไหร่ เพราะจะว่าไปเราก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก แค่ถ่ายภาพได้ก็ ok แล้ว แบตที่อึดอยู่ได้เป็นวันถ้าไม่เล่นอะไรมากมาย Touch ID หรือ app health ที่รู้ข้อมูลว่าเราเดินไปกี่ก้าวในวันนี้ อะไรงี้….คือตามความรู้สึกเรา iPhone มันก็คือ iPhone เหมือนกันหมดอะ ไม่ได้แตกต่างกันมากมาย …หน้าตามันก็เหมือนเดิม app ที่เราโหลดมาใช้ ส่วนใหญ่ก็ app เดิม ๆ ที่ใช้อยู่แล้ว – มี อ ะ ไ ร บ้ า ง ? – มาดูกันเลยดีกว่า

ห น้ า แ ร ก – ประกอบด้วย app พื้นฐานใช้บ่อย เช่นพวก Message ปฏิทิน อัลบั้มภาพ กล้อง พยากรณ์อากาศ นาฬิกา ฯลฯ ที่โหลดเองจริง ๆ มี Note’d ที่โหลดมาใช้แทนของ iphone เพราะว่ามันสวยกว่า และแยกเล่มได้ด้วยว่า note ไหน เรื่องอะไรบ้าง Toshl Finance เอาไว้บันทึกค่าใช้จ่ายประจำวัน และก็ Unitify สำหรับแปลงค่าต่างๆ

มาดูในกล่องกันหน่อย สำหรับ social เขาบอกว่าอายุ 30 กว่าแล้ว ไม่ควรติด social มากนัก ก็เลยมีแค่พอประมาณ ที่ชาวบ้านเค้าใช้ ๆ กัน ประกอบด้วย messenger, instagram, facebook, whatsapp, line, twitter, pinterest ส่วนสองตัวหลัง Facetime กะ Find friends นั้นมากับ iphone

กล่องต่อมา Entertainment อันนี้เขาก็บอกมาเหมือนกันว่าคนอายุ 30 กว่าแล้ว ไม่ควรจะไปสนใจมาก นอกจาก app ธรรมดา ๆ ที่ iphone ไห้มา เลยมีแค่ youtube, candy crush และ pet rescue เพราะแม่เราเล่น ต้องเอาไว้ส่ง life ให้แม่

อีกกล่องนึง Photography โปรแกรมแต่งรูป แต่ก่อนก็มีเยอะแยะมากมาย แต่ใช้จริงไม่กี่อัน ตอนนี้เลยเหลือแค่แบบพอเพียง Poster Lab ไว้ทำ Poster, Kitty Collage เอาไว้แปะสติกเกอร์ Kitty ให้รูปที่ต้องการปิดข้อมูลบางส่วน เช่น slip ATM ก่อนส่งให้ชาวบ้าน, MIX เอาไว้แต่ง effect ภาพ และ Collage เอาไว้รวมรูป

ห น้ า 2 – App ที่ใช้บ้าง ไม่ใช้บ้าง แต่ก็เห็นว่าควรมีไว้ในเครื่อง ที่ iphone ให้มาอยู่แล้ว หรือแนะนำให้ load ในกล่องนั้นขอข้ามไปเลยแล้วกัน เพราะไม่มีอะไรมาก ส่วนใหญ่เป็น app ที่ iphone ให้มา แต่เราไม่ใช้ เช่น Podcast, Stocks (เราไม่เล่นหุ้น) Voice Memo และ compass (ใช้แต่ตอนเรียนลูกเสือ) App ที่อยู่ข้างนอก ประกอบด้วย passbook (ไม่เคยใช้เลย ไม่ค่อยเดินทาง) number (เหมือน excel) page (เหมือน word) find iPhone, iTunes U, Keynote (เหมือน Powerpoint)



Dictionary แต่ก่อนโหลดมาเยอะแยะ แต่ใช้จริงใช้แต่ app ซ้ำ ๆ คราวนี้เลยโหลดแบบพอเพียง Thai Dict กับ Dictionary.com พอละ



App การเงิน มี Bualuang M-Banking กับ Tap KTC



App Cloud มี 4shared, dropbox กับ Onedrive แต่ก่อนเคยใช้ app ที่รวมทั้งหมดนี้ได้เหมือนกัน แต่รู้สึกว่ามันไม่ work เพราะ preview file รูปไม่ได้



App อื่น ๆ มี iPin เอาไว้เก็บข้อมูล password ต่าง ๆ ที่ลืมประจำ, timehop ไว้ดูวันนี้ในอดีต Mindjet เอาไว้อ่าน file mindmap, Wongnai เอาไว้ดู review ร้านอาหาร, ensogo ไว้ดู deal และก็ opensnap ไว้ up รูปอาหาร

ห น้ า สุ ด ท้ า ย – (จะเห็นว่า app อะไรที่ไม่จำเป็น หรือไม่ใช้ ก็จะไม่โหลดมาเลยจริงๆ ) Uber เอาไว้เรียก Taxi , Scan เอาไว้อ่าน QR code, bar code, WordPress เอาไว้แก้ไข blog เวลาพบว่าพิมพ์ผิด และก็ Enfa Genius Baby เอาไว้เช็คพัฒนาการของคุณเจเจ


…- ค ว า ม รู้ สึ ก ห ลั ง จ า ก ที่ ไ ด้ ใ ช้ i P h o n e 6 ม า ห ล า ย วั น – …ก็โอเค หน้าจอใหญ่และชัดดี ใหญ่และชัดจนเรารู้สึกเหมือนกำลังใช้ Sumsung Galaxy Note ไม่ใช่ iPhone (555) กลัวจะงออย่างเค้าว่าเหมือนกัน แต่ไม่รู้จะป้องกันหรือแก้ไขอย่างไร ส่วนตัวแล้วคิดว่าถ้างอแล้วไม่กระทบการใช้งานก็น่าจะใช้ได้ … –ส า เ ห ตุ ที่ ไ ม่ ค่ อ ย เ ห่ อ เ ท่ า ไ ห ร่ – ..หลัก ๆ เพราะมันเป็นเครื่อง Office ไม่ใช่เครื่องของตัวเอง เอามาใช้ซักวันนึงก็ต้องคืนไปอยู่ดี แต่ในเมื่อตอนนี้เค้ามีให้ใช้ ก็ใช้ไปก่อนละกัน จะได้ไม่เสียน้ำใจที่ทำงาน อิ อิ

Review สั้น ๆ น้อง Attrage ของคุณแฟน ^^

คุณแฟนไปจองรถมาตอน Motor show เนื่องจากย้ายเข้า กทม. แล้วไม่มีรถที่ทำงานใช้ ประกอบกับบ้านใหม่อยู่ในเขตที่ไม่มีรถสาธารณะผ่าน (อย่างน้อยก็ตอนนี้…. และอีกหลาย ๆ ปีข้างหน้า จนกว่ารถไฟฟ้าจะเสร็จ แต่ถึงจะเสร็จ มันก็ไม่ผ่านหน้าบ้านอยู่ดีนะ…^^”…) แต่เราไม่เห็นเพราะไม่ได้ไปด้วย + วันที่เค้ารับรถ เราก็ไม่ได้ไปด้วยอีก … เห็นแต่รูปที่เค้าส่งผ่าน whatsapp มาให้ 555…. – ดั ง นั้ น – ..วันนี้เลยมาดูตัวน้อง Attrage ซะหน่อย

ด้านหน้า — พอดีรถอยู่ในโรงจอดรถ ถ่ายทั้งคันยากหน่อย

ใต้ท้องรถค่อนข้างสูง หมาตัวโต ๆ นอนได้สบาย ๆ

ด้านหลังค่ะ

ที่ใส่ของด้านหลัง –กว้างดีทีเดียว

เข้ามาดูด้านในกันบ้าง

มี Air Bag ด้วย

เกียร์แบบขั้นบันได– ดูหรูหราไฮโซ

แอร์ และวิทยุ — หน้าตาเชย ๆ แต่มันก็ใส่ Thumb drive ได้นะ ^^”

ที่ใส่ Thumb Drive ซ่อนอยู่ข้างในตรงนี้ค่ะ

ที่นั่งข้างคนขับ — วางแก้วน้ำข้าง ๆ ได้ค่ะ

ด้านหลัง –ยังไม่ได้แกะพลาสติกเลย

กุญแจรีโมต — แบบไม่กันขโมย



…- อั ต ร า ก า ร สิ้ น เ ป ลื อ ง น้ำ มั น – …เห็นคุณแฟนบอกว่าขับได้ประมาณ 17 กิโล/ลิตร ถ้าเราจำไม่ผิด ….ก็นับว่าประหยัดกว่าน้องแจ๊สน้อย (ซึ่งไม่ใช่ Jazz Hybrid) พอสมควรอยู่ ….แต่ว่าตอนนี้ยังไม่ได้ขับไปไหน ฝากไว้ที่บ้านพ่อของคุณแฟนก่อนค่ะ ….^^….

How to ล้างรถง่าย ๆ กับศูนย์ล้างรถอัตโนมัติค่ะ

ถ า ม กั น ม า เ ย อ ะ ม า ก ว่ า – ..คุ ณ แ ม่ ท้ อ ง ขั บ ร ถ ไ ด้ ห รื อ ไ ม่ ? … ถ้าถามเรา เราว่าขับรถนี่เป็นกิจกรรมที่มันง่ายสุด ๆ แล้วนะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อรถเรามันเป็นรถเกียร์อัตโนมัติคันเล็ก ๆ นั่งสบาย ถอยง่าย เราว่าเข้าท่ากว่าขึ้นรถไฟฟ้าให้คนจ้องมองเล่นว่า ท้องหรือไม่ท้อง ควรจะลุกให้เรามั้ย (… แม้ว่าตอนนี้พอใส่ชุดคลุมท้องก็ไม่ค่อยมีใครสงสัยแล้ว — แต่เราก็ไม่ชอบเป็นภาระให้ใครต้องมาลุกให้เรานั่งอยู่ดี ..)…ครั้นจะมัวรอให้คนอื่นมาขับรถให้ เราก็คิดว่า มันเสียเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมือคนอื่นเขาก็มีงานต้องทำเหมือนกัน จะนั่งแท็กซี่ก็เปลืองเงิน และเราคิดว่าเราขับเองยังขับดีกว่าคนขับแท็กซี่ (บางคน)ด้วยซ้ำ ….. – เ อ า เ ป็ น ว่ า – …. เราคิดว่าเราคงจะขับรถเองไปเรื่อยๆ ในเส้นทางที่คุ้นเคย ส่วนทางไกลนั้นไม่มีปัญญาขับอยู่แล้ว ไม่ว่าจะท้อง หรือไม่ท้อง ดังนั้นน่าจะเป็นอันหมดปัญหาไป ….

แต่สิ่งหนึ่งที่เราคิดว่าคนท้องไม่ควรทำ นั่นก็คือการ – ล้ า ง ร ถ – …จริง ๆ แค่เข็นรถก็ลำบากแล้วเพราะว่ามันจะติดพุง (…อันนี้เราเคยลองแล้ว พบว่าลำบาก ไม่ควรทำ ถ้าจำเป็นต้องจอดห้าง ควรจะจอดในพื้นที่ที่เรียก security ได้ง่าย เผื่อมีใครจอดขวาง จะได้เรียกเขามาช่วยเข็น เพราะปกติเขาจะเข็นให้อยู่แล้วแม้ว่าเราจะไม่ท้อง) …อืมม์ ..แม่เราบอกว่าคนท้องไม่ควรยกของหนัก เช่นยกถังน้ำขึ้นเท ……- ดั ง นั้ น -…เราก็ควรเลือกใช้บริการล้างรถอัตโนมัติดีกว่า 50 บาทเอง (…ถ้าไม่ดูดฝุ่นข้างในนะคะ..)

อัตราค่าบริการ….ตามนี้ค่ะ

พร้อมแล้วก็ขับเข้าไปเลย

จุดแรกคือการฉีดน้ำ ให้ขับไปถึงตรงกลาง แล้วจอดค่ะ

ปิดกระจกให้แน่น เพราะจะมีฉีดฟองด้วยค่ะ

น้องแจ๊สได้รับการพ่นฟองสบู่ทั่วคัน

จ า ก นั้ น – …จึงเข้าสู่การล้างฟองสบู่ออก ตรงนี้เราจะต้องขับรถไปที่ราง (…ตรงนี้เราก็กังวลเหมือนกัน ว่าถ้าล้อรถเราไม่ตรงรางมันจะเป็นยังไง แต่เอาเข้าจริง รางมันก็กว้างอยู่อะ ) และก็ปรับเป็นเกียร์ N (ห้ามใส่เบรคมือ) เพื่อให้รถค่อย ๆ เคลื่อนไปตามรางค่ะ

…เริ่มหมุนแล้ว …^^…

มีฉีดน้ำล้างฟองสบู่ด้วย

ถึงทางออกละค่า….^^….

ขั้ น ต อ น สุ ด ท้ า ย – …คือการเช็ดแห้ง ด้วยเจ้าหน้าที่ที่เป็นคนธรรมดานี่แหละ ประมาณ 3 คน เอาผ้ามาเช็ดรถเราให้ ถ้าใครต้องการให้เค้าเช็ดจุดไหนเป็นพิเศษ หรือดูดฝุ่น (คิดตังค์เพิ่ม) จะลงจากรถมาบอกก็ได้ แต่ถ้าใครไม่คิด ‘ไรมาก..ไม่อยากเสียเวลา ไม่อยากเดินขึ้น ๆ ลง ๆ จะไม่ลงจากรถเลยก็ได้ค่ะ เพราะว่าพอเช็ดเสร็จแล้ว ก็สามารถขับออกไปได้ทันที … – ร ะ ย ะ เ ว ล า ที่ ใ ช้ ทั้ ง ห ม ด – …. ประมาณไม่เกิน 10 – 15 นาทีเท่านั้นจ้า….^^…

Review แกะกล่องแบบบ้าน ๆ Mac Air 11″

สืบเนื่องมาจากน้อง Toshiba ไม่ทราบรุ่น (ลืมไปแล้ว 555) ที่อยู่คู่บ้านคู่เมือง(?) เรามานานม้ากมาก…. ตั้งแต่สมัยเราไปเรียน ป. โท ที่อังกฤษ เมื่อสิบกว่าปีมาแล้ว (โ -ตร แก่เลย ….-“-…– หมายถึงเจ้าของ) ได้ทำการระเบิดตัวเอง …. คือจริง ๆ ก็ไม่เชิงอะ เพียงแต่ว่า CD Drive มันเลิกทำงานไปนานแล้ว (อันนี้เขาว่าเป็นเรื่องปกติสำหรับเครื่องคอม notebook เก่า ๆ)ทำให้เรา up programme ใหม่ ๆ รวมทั้ง windows ใหม่ ไม่ได้เลย มันก็เลยยังเป็น Windows Me (… มั้ง ? …) และ Microsoft Office 2003…. เคสบิ่นนิดหน่อย เพราะตัวเครื่องค่อนข้างจะทนทาน และเราไม่เคยทำตก (มันใหญ่และหนัก เลยไม่ค่อยได้ทำการเคลื่อนที่) แต่น็อตหลุดหายไปไหนไม่รู้ประมาณ 2-3 ตัว ทำให้ รอยต่อระหว่างหน้าจอกับตัวเครื่องค่อนข้างจะหลวม ต้องหาอะไรมายัดไว้ เวลาใช้ทำงาน …..



… แบตเครื่องเราก็รู้ว่าเสื่อม แต่ไม่แน่ใจว่าเสื่อมมากน้อยแค่ไหน เพราะบางครั้งเราทำสายหลุดมันก็ยังคงติดอยู่ ไม่ได้ดับ …. เพิ่งมาตระหนักว่ามันเสื่อม ก็ตอนที่อยู่ adapter มันก็เสีย ชาร์ตไฟไม่เข้า เห็นสัญญานแบตเตือนว่าเหลือ 80 % เราก็เริ่มค่อย ๆ ย้ายไฟล์ (ที่จริงก็ไม่ค่อยได้เก็บอะไรไว้มาก เพราะเครื่องมันช้า) ออกมาที่ Thumb drive อย่างใจเย็น ….. มาไม่เย็น ก็อีตอนที่อยู่ ๆ 80 % ที่ว่า …. ดันกลายเป็นไฟแดงเตือน 5% แล้วเครื่องก็ดับเอาดื้อ ๆ ….เปิดไม่ติดอีกเลย ….-“-… ทำให้เราจำเป็นต้องเอา Acer เครื่องเก่าของแม่ (…..ซึ่งก็แบตเสื่อมแล้วเหมือนกัน ต้องเสียบ adapter ตลอดเว ฯ CD Drive ก็เสีย จึงไม่สามารถ update ได้มากไปกว่า Windows Vista และ Microsoft Office 2007 แต่อย่างอื่นยังโอเคอยู่) มาใช้แทน …..

ฤกษ์งามยามดีขึ้นปีใหม่ ….. เพื่อเป็นการต้อนรับโอกาสดี ๆ ใหม่ ๆ ที่จะมาถึง (…สาธุ …-/|\-…..) จึงขอถือโอกาสเปิดตัวเพื่อนใหม่ตัวเบ๊าเบาเครื่องนี้ ………เห็นครั้งแรกยังไม่อยากเชื่อสายตา…จาก Toshiba หนัก 5 โล (ถ้าจำไม่ผิด ….แต่มันหนักจริง ๆ นะ) …. กลายมาเป็นเครื่องนี้…..

บางเฉียบ !

พลิกกล่อง …เอาให้ครบทุกด้าน

ด้านหลัง

Spec เครื่องค่ะ

เปิดกล่องมาเห็นน้อง Mac Air นอนอยู่ในซองพลาสติกอย่างเรียบร้อย

อุปกรณ์ต่าง ๆ อยู่ด้านล่าง

ส่วนที่บางที่สุด บางกว่า 5 mms

สายชาร์ต adapter และคู่มือ

หัวชาร์ตมีมาให้ 2 แบบค่ะ 2 ขา กับ 3 ขา

Adapter ค่ะ

คู่มือภาษาไทย – อังกฤษ และ sticker

ออกมาแล้ว….^^….

เปิด Case แต่ยังไม่เปิดเครื่อง

แป้นพิมพ์มาตรฐาน

ด้านข้าง มีช่องเสียบสายชาร์ต USB port และหูฟัง

ด้านข้างอีกข้าง ….มี USB Port และก็ช่องซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นที่เชื่อมต่อกับสายชาร์ต / สายเชื่อมต่อแบบ lightening ซึ่งเราไม่มี…. ไม่งั้นก็คงเป็น – อ ะ ไ ร สั ก อ ย่ า ง – …ซึ่งในคู่มือน่าจะบอกไว้ แต่เราไม่ได้อ่าน และไม่ได้ใช้ …แหะ แหะ….^^”….

ว่าแล้วก็เปิดเครื่องกันเล้ย !



…. จริง ๆ เขาแถมคูปองอบรมวิธีการใช้มาให้ด้วย สามารถเข้ารับการอบรมได้ที่ iStudio ณ สาขาที่เราซื้อมา …. แต่เราเป็นประเภทสอนไม่จำ ชอบมั่วเอาเองมากกว่า ….^^”… ส่วนใหญ่จึงเรียนวิธีการใช้จากคนใกล้ตัวที่ใช้เครื่อง Mac (…ที่ทำงานมีอยู่หลายคนเหมือนกันค่ะ) และคุณครู Google ซะเป็นส่วนใหญ่ …..ตอนนี้ก็เริ่มใช้คล่องขึ้นแล้วหน่อยนึง แต่ก็ยังถนัด Windows มากกว่าอยู่ดี …555….ใครที่สนใจวิธีการใช้แบบบ้าน ๆ ไว้ว่าง ๆ จะมา review อีกรอบละกันนะคะ ….^^….

DiY My น้อง Jazz

… ขับน้อง Jazz คันใหม่ มาได้ประมาณปีก่า ๆ เรารักกันดี … ไม่มี Claim ประกัน เมื่อปีที่แล้ว — ไม่ใช่เพราะรถไม่มีบาดแผล…. แต่เป็นเพราะกลัวว่าเข้าศูนย์ซ่อมนานแล้วจะไม่มีรถใช้ ที่ทำงานรถเมลหายาก(มาก … และไม่มีสายตรงถึงหน้าปากซอยเหมือนตอนอยู่บ้านราชวิถี) …. หุ หุ … โชคดีที่บาดแผลส่วนใหญ่เป็นแค่บาดแผลเล็กน้อย(… มั้ง?… ^^”…) อาทิ เสยฟุตบาท เฉี่ยวเสาบ้าน etc … etc…. ไม่มีคู่กรณีเป็นรถ หรือเป็นคน … ก็เลยยังพอทนได้ …. มีบาดแผลเล็กน้อยรถจะได้ดูไม่ล่อตาล่อใจโจรมากนัก … 555…. (แต่ก็จะพยายามระวัง มิให้เยอะไปกว่านี้นะคะ … ^^”…)

อุ บั ติ เ ห ตุ ที่ คิ ด ว่ า ซ ว ย ที่ สุ ด – …. จริง ๆ รถจะมีแผลตรงไหนมันก็ไม่ดีทั้งนั้น …. แต่รู้สึกว่าซวยสุดตอนเหยียบตะปู … เพราะคันเก่าไม่เคยเป็น เห็นยางแบน ๆ มีตะปูคาอยู่แล้วรู้สึกหลอน …ไม่แน่ใจว่าถูกวางเรือใบเพราะไปทำบาปทำกรรม สร้างศัตรูอะไรไว้แถวบ้านรึเปล่า :P… เปลี่ยนยางเองก็ไม่เป็นด้วย ….แต่น้อง Jazz ก็ยังนับว่าใจสู้พอใช้ เนื่องจากกว่าเราจะรู้สึกว่ามีตะปูอยู่ที่ล้อ ก็เหมือน ๆ ว่าจะได้เหยียบไปนานเป็นอาทิตย์แล้ว (…. กรี๊ดด!!!..) มันยังวิ่งได้เป็นปกติอยู่เลย… — แต่ตอนนี้ปะยางแล้วนะ… ^^”….



คู่ ก ร ณี ที่ ป ะ ท ะ สั ง ส ร ร ( ? ) กั น บ่ อ ย สุ ด – ….ทั้ง ๆ ที่ดิฉันก็คิดว่าระวังที่สุดแล้ว คือเสาตึก A ฝั่งจอดรถ Visitors ที่ทำงาน ที่เราชอบไปจอดรถเวลาเรียนภาษาอังกฤษ เรียนมาตั้งกะประมาณปลาย ๆ ปีที่แล้ว ได้แผลมาหลายแผล ก็ดูมันขีดเส้น กะวางเสาเอาเองก็ละกัน … :P…. คือเราว่าเราต้องไม่ใช่คนแรกแน่ ๆ ที่ได้แผลจากเสาพวกนี้ ….

ภ า พ ถ่ า ย จ า ก ส ถ า น ที่ จ ริ ง – … ไม่ทราบว่ามันตั้งเสาก่อน หรือขีดเส้นก่อน แต่จะเห็นว่าแนวเส้น และก็แนวเสา นี่ไม่ได้สอดคล้องกันเลยแม้แต่น้อย ทำให้ – เ ร า – ซึ่งเป็นมนุษย์ถอยรถเข้าซองมองเส้นที่พื้น…. และมักจะถอยไปจนกว่ายางล้อหลังรถจะสัมผัสกับไม้กั้นแล้วจึงหยุด (จะเห็นว่าตรงพื้นนี้ไม่มีไม้กั้นใด ๆ อยู่เลยนะ ….) ถอยรถตามเส้นสีขาว และปล่อยรถไหลไปเรื่อย ๆ จนมันชนกับฟุตบาทข้างหลัง …. แต่กว่ายางล้อรถจะสัมผัสฟุตบาท … กันชนน้อง Jazz ก็ปะทะเสาปูนไปเรียบร้อยแล้ว…. เศร้า …. T-T….. แง้… T-T…. (…. แต่รอยที่เสาตามรูป ไม่ใช่เพราะน้อง Jazz เรานะ)

บาดแผลจากการชน…. สีถลอกเลยทีเดียว T-T

… ยัง … ยังไม่หมด ด้านล่างก็มีรอยอีก … T-T

แต่บาดแผลแค่นี้ … จะให้เสียรถไปทั้งอาทิตย์เพื่อซ่อมสี มันก็กระไรอยู่ อย่ากระนั้นเลย แผลแค่นี้น้อง Jazz แดงคันเก่าของเราก็เคยมีเกือบรอบคัน (…. ^^”…) ยังใช้วิธีแต้มสี แปะสติ๊กเกอร์เอาได้ …. ว่าแล้วก็ไม่รอช้า ตรงไปยังแผนกประดับยนต์ ที่ Paragon (จริง ๆ เราว่าที่ไหนก็น่าจะมี) ซื้อสีแต้มรถสีเงินมาในทันใด … พร้อมทั้งน้ำยาขัด … เพราะที่ซื้อมาคราวที่แล้วมันหมดไปแล้ว…. จริง ๆ ต้องมีสเปรย์เคลือบสีอีกอย่าง แต่เราไม่มีตังค์ … และกะว่าจะแปะสติ๊กเกอร์ทับอยู่แล้วด้วย ก็เลยไม่ได้ซื้อมา…

ป า ก ก า แ ต้ ม สี – … สีเงินจะมีหลาย Shade ให้เลือกค่ะ Jazz ใหม่ สีจะสว่างกว่า Jazz เก่าเล็กน้อย ใครไม่แน่ใจว่าเป็น Shade ไหน บอกชื่อรถ รุ่น และปีรถกับพนักงานชาย ส่วนใหญ่เขาจะรู้ค่ะ

เทน้ำยาขัดลงบนผ้าก่อน

ขัดเอาเศษสีที่แผลออกให้หมด

ว่าแล้วก็แต้มสีลงไปที่แผลเล็กก่อน…

ตามด้วยแผลใหญ่….

… และแผลข้างล่าง….

ทิ้งไว้ประมาณ 1-2 ชม. ให้สีแห้ง ก่อนจะขัดด้วยน้ำยาอีกครั้ง …

และแปะสติ๊กเกอร์ทับลงไป ! …เย้!…. (…^^”…)..

โ ฉ ม ห ลั ง – (เพราะไม่ได้ถ่ายด้านหน้า) น้อง Jazz หลังดำเนินการซ่อมสีแบบ DIY ไปแล้ว …. จะเห็นได้ว่ามีสติ๊กเกอร์แปะอยู่หลายจุดทีเดียว … ใครเจอรถเราตามท้องถนน ก็ช่วยระวัง ๆ หน่อยนะ … คือเราก็ไม่ได้ขับรถเต่าคลานอะไรมากนัก ยกเว้นคันหน้ามันขับช้า หรือทางมันไปไม่ได้จริง ๆ ยังไงก็อย่ามาใกล้ชิดรถเรามากนักเลย …..มันไม่มีที่จะติดสติ๊กเกอร์แล้ว….. ^^”….

%d bloggers like this: