Advertisements
Tag Archive | เชียงราย

Chiang Rai Trip 2013 : บ้านดำ

ปิดท้ายทริปเชียงราย ด้วยการไปเยือน “บ้านดำ” ของ อ. ถวัลย์ ดัชนี ด้วยกันค่ะ รถบัสจอดริมถนน ให้พวกเราเดินลุยป่าเข้าไปแบบนี้ เนื่องจากไม่มีทางที่รถเข้าได้ค่ะ อยากเข้าถึงบ้านศิลปิน ก็ต้องบุกป่าฝ่าดงกันหน่อย โชคดีที่ฝนไม่ตก พื้นไม่แฉะ ก็เลยไม่ลำบากมากนักค่ะ

เข้ามาถึงแล้ว…ต้นไม่มากมายดูร่มรื่นค่ะ

บ้าน…บ้าน…บ้าน ..ต่าง ๆ เหล่านี้ เห็นว่ามีทั้งหมด 38 หลัง (ถ้าเราจำไม่ผิด) ซึ่งเป็นบ้านของ อ. ถวัลย์ ดัชนี ทั้งหมดเลยค่ะ แต่ละบ้านมีรูปแบบ และการตกแต่งต่าง ๆ กันไปตามใจผู้สร้าง ซึ่งแต่ละวันอาจารย์ก็จะเลือกอยู่ในบ้านแต่ละหลัง ไม่ซ้ำกัน…หรืออาจจะซ้ำกันบ้างก็ได้มั้ง เราก็ไม่รู้เหมือนกัน 555

แต่ละหลังสร้างอย่างวิจิตรบรรจง…แต่เขาว่า “อย่ามาถามหาความหมาย” กับที่นี่ อาจารย์ (ซึ่งเราไม่ได้เจอตัวเป็น ๆ มีคนเล่าให้ฟังอีกทีนึง) บอกว่า ถ้าอยากดูศิลปะที่มีความหมายเยอะ ๆ ให้ไปดูที่วัดร่องขุ่นโน่น… ที่นี่ศิลปะก็คือศิลปะ ไม่ต้องมีคำอธิบายมากมายค่ะ

เค้าว่ามาอีกเหมือนกัน…ว่างานศิลปะของ อ. ถวัลย์ ดัชนี นั้น นอกจากจะไม่ต้องถามหาความหมายแล้ว ยังไม่ต้องถามหาราคาอีกด้วย เนื่องจากจะไม่มีราคาติดไว้ค่ะ ใครที่ต้องการซื้อผลงานศิลปะของอาจารย์ จะต้องเซ็นต์เช็คเปล่ามาเลย 1 ใบ แล้วอาจารย์จะเป็นผู้กรอกราคาเองตามความพอใจค่ะ (…แต่คนเล่าไม่ได้บอกค่ะ ว่า อ. เคยเจอเช็คเด้งบ้างหรือไม่ และเราก็ลืมถามค่ะ ^^”)

อีก 1 บ้านสวย ๆ

หลังนี้ใหญ่พิเศษ เป็นเหมือนหอประชุม เวลามีคนมาเยือนเป็นคณะค่ะ

หนึ่งในสัตว์เลี้ยงของที่นี่

นี่ก็สัตว์เลี้ยงอีกเช่นกันค่ะ เป็นงูหลาม มี 2 ตัว

เรือนไทยสวยงาม ณ บ้านดำ

เรือนไม้แกะสลักสวย ๆ

ใต้ถุนเรือนไทยค่ะ

บ้านรูปร่างแปลก ๆ ก็มีหลายหลังค่ะ

หลังนี้ดูไปดูมาคล้าย igloo เหมือนกันนะ

ภายในของบ้านหลังหนึ่งค่ะ

ถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระลึก ก่อนอำลาบ้านดำค่ะ

Advertisements

Chiang Rai Trip 2013 : พระธาตุปูเข้า

มาเชียงรายคราวที่แล้วก็พักที่โรงแรม Imperial Golden Triangle Resort ณ สามเหลี่ยมทองคำนี่แหละ แต่ไม่มีโอกาสได้ขึ้นมาไหว้พระธาตุปูเข้าตรงนี้ เนื่องจากว่าไม่มีคนมาด้วย คราวนี้เพื่อน ๆ ชวนกันมาในวันสุดท้ายตอนเช้า เพราะโปรแกรมว่าง …. ก็เลยได้มาซะที มีคนขู่ไว้ว่า ขึ้นบันไดเยอะมา แต่ก็ไม่กลัว 555

พญานาคต้อนรับอยู่ที่บันได

บันไดช่วงแรก ก็ไม่ชันเท่าไหร่ ถ้าไม่เดินตรงกลาง

แวะพักไหว้พระกันก่อน

สร้างมาตั้งแต่ พ.ศ. 1202 เลยทีเดียว

ประตูแกะสลักอย่างสวยงาม

หลวงพ่อเชียงแสนสิงห์หนึ่งค่ะ

รูปปั้นนางอัปสรค่ะ

หายเหนื่อยแล้ว ขึ้นไปนมัสการพระธาตุกันค่ะ

บันไดช่วงที่ 2

บริเวณพระธาตุค่ะ

ขึ้นมานมัสการกันตรงนี้

ด้านในค่ะ

มีพระพุทธรูปเสี่ยงทายด้วย แต่เราไม่มีอะไรที่ต้องการขอเป็นพิเศษ เลยไม่ได้ทดลอง

แวะถ่ายภาพกับป้ายสามเหลี่ยมทองคำ ระหว่างรอเพื่อน ๆ ลงมา

เพิ่งเห็นว่าส่วนที่เค้าเรียก สามเหลี่ยมทองคำ นี่มันเป็นสามเหลี่ยมจริง ๆ นะเนี่ย

ชักภาพร่วมกันกับผองเพื่อน ก่อนลงค่ะ

Chiang Rai Trip 2013 : ตลาดท่าขี้เหล็ก

วันที่ 2 ของ trip เชียงราย เราพากันมาที่ด่านแม่สายค่ะ เนื่องจากเป็น request ของหลาย ๆ ท่านที่ต้องการมาช็อปของฝากเลื่องชื่อที่นี่ …. เป็นอะไรก็คงจะรู้ ๆ กันอยู่อะนะ ..มีหลายสิ่ง …บริเวณด่านพรมแดนตรงนี้ มีประตูที่หลาย ๆ ท่านที่มาเชียงรายคงรู้จักคุ้นเคยกันดี ตรงกลางให้รถผ่าน แต่เราว่าส่วนใหญ่รถจะไปผ่านตรงด่านที่สร้างใหม่ซะมากกว่า กลุ่มเป้าหมายแถวนี้ ก็ขาช็อปอย่างเรา ๆ นี่แหละ

ค่าธรรมเนียมในการผ่านแดน เพียง 30 บาท เท่านั้น

มาเยือนต่างประเทศแล้ว !

แชะภาพร่วมกันสักภาพ…ก่อนลุยช็อป

มาเช้ามาก ตลาดค่อนข้างเงียบ ไม่ต้องเบียดกะใคร

หนึ่งในสินค้ายอดนิยม

นี่ก็ด้วย

นี่ก็อีก

ท้ายตลาด ไม่ค่อยมีอะไร

ป้าย Golden Triangle อยู่ตรงนี้

เนื่องจากไม่ใช่ขาช็อป (เท่าไหร่…..) และไม่ได้มีออเดอร์ฝากซื้อของอะไรมากมาย ดังนี้ก็เลยชวนเพื่อนๆ ที่ช็อปเหนื่อยแล้วมานั่งชิลล์ที่ร้านกาแฟดอยช้างดีกว่า ร้านตั้งอยู่บริเวณหน้า ๆ ตลาดเลยค่ะ

จุดชงชาของทางร้าน

Frappe ที่ไม่ค่อยเหมือนในรูปเท่าไหร่ 55

ชักภาพร่วมกันอีกสักภาพ ก่อนอำลาตลาดท่าขี้เหล็กค่ะ

Chiang Rai Trip 2013 : ไร่บุญรอด

มาเชียงรายกับกรมรอบนี้ ….มาถึงช้ากว่าชาวบ้าน เพราะทางผู้จัดฯ หาตั๋วให้ไม่ได้ ทำให้อดไปชมดอยตุงกับชาวบ้านที่บินมาเที่ยวเช้า และไปปีนเขากันตั้งแต่เช้าแล้ว พี่เปิ้ลเลยชวนมาไร่บุญรอดแทน ซึ่งคณะผู้มาสายทั้งหลาย ก็ยินดี เพราะว่ายังไม่เคยมากันเลย ….มาถึงก็พบน้องสิงห์ยกขาตัวใหญ่สีทองรอต้อนรับอยู่ข้างหน้าเลย

ขึ้นมาจนถึงร้านอาหารภูภิรมย์บนเขา (โดยรถตู้) และก็พบว่า …รถทัวร์ไร่ชานั้น มันมีเฉพาะหน้าหนาว (ซึ่งยังมาไม่ถึง 555) เพราะฉะนั้นวันนี้ก็เลยไม่ได้ไปทัวร์ไร่ชากัน ไม่เป็นไร มานั่งหาอะไรกินชิลๆ แทนละกัน ถ้างั้น…… แต่สำหรับใครที่อยากจะไปทัวร์ไร่ชาที่นี่จริง ๆ ก็ติดตามข่าวสารกิจกรรมได้ที่ https://www.facebook.com/boonrawdfarm นะคะ

ไร่ชาอันแสนกว้างไกล มองจากด้านบน

บรรยากาศชิล ๆ ของร้านอาหารภูภิรมย์ ณ ไร่บุญรอด

ไร่ชา — มองจากมุมร้านอาหารค่ะ

มาทานอาหารกันเลยดีกว่า เมนูน่าสนใจมีมากมาย นับตั้งแต่กับแกล้ม แบบแหนมทอดจานนี้ มาเป็นชิ้นขนาดพอคำ ทอดกรอบกำลังพอดี น่าทานมาก ๆ

มากันถึงไร่ชาทั้งที ..สิ่งที่ไม่ควรพลาด ก็คือเมนูจากชาต่าง ๆ ซึ่งที่นี่ก็มีหลากหลายให้เลือกกันสุด ๆ ค่ะ ไม่ว่าจะเป็น ใบชาทอดกรอบ ทานกับยำกุ้งสด อย่างจานนี้ ….

… หรือยำใบชาสด จานนี้

ส่วนอันนี้ไม่มีใบชา แต่อร่อยดีเลยถ่ายรูปมา เป็นสปาเกตตี้ซีฟูด ผัดกับพริกแห้ง จำชื่อจริงไม่ได้ แต่เราชอบสปาเกตตี้ผัดแห้ง ๆ แบบนี้มากกว่าคาโบนาร่า

เครื่องดื่มอร่อย ๆ จากใบชา มีมากมาย อันนี้ขอยืมชาเขียวนมของนู๋อุ๋ยมาถ่ายรูป เพราะเห็นว่าสวยดี มียอดชาสดเสียบมาให้ด้วยเก๋ ๆ…. ส่วนของเราเป็นชาอู่หลงพร้อมดื่มธรรมดา ดูไม่เร้าใจ 555

สามสาว …เรา อุ๋ย กับพี่นิด ถ่ายรูปร่วมกันกะไรชา ก่อนอำลงไร่บุญรอดกลับโรงแรม

เมื่อแขกแก้วมาเยือนเจียงฮาย (3)

เชียงรายมีวัดสวย ๆ หลายแห่ง เช่นเดียวกับเชียงใหม่ แต่ที่โดดเด่นที่สุด เพราะสร้างไม่เสร็จซะที ….เอ๊ย…เพราะเป็นงานศิลป์ชั้นเยี่ยม ของท่านศิลปินเอก เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ก็คือ – วั ด ร่ อ ง ขุ่ น – แห่งนี้ …. เราเห็นใครมาเชียงรายเป็นต้องแวะ แล้วคณะของเรา จะพลาดได้อย่างไร …. ว่าแล้วก็มา update ความคืบหน้าของวัดร่องขุ่นกันหน่อย….เรามาคราวที่แล้วเมื่อน้านนานมาแล้ว ยังไม่มีป้ายชื่อวัด คราวนี้มีแล้ว …..

อุโบสถวัดร่องขุ่น …มองจากระยะไกล

ต้นไม้บริเวณรอบ ๆ ตกแต่งด้วยใบหน้าปูนปั้น

หลังจากชมอุโบสถจากไกล ๆ แล้ว เราก็เดินเข้ามาชมความงามกันใกล้ ๆ ดีกว่า ถามพี่กูเกิ้ลดู เค้าบอกว่า ทางเดินไปยังอุโบสถนี้ เปรียบเสมือนการเดินจากวัฏสงสารสู่พุทธภูมิ …. ฟังดูดีมีความหมาย แต่ถ้ารู้ตั้งแต่ตอนที่อยู่ที่วัด ไม่ใช่มา google เอาทีหลัง น่าจะเข้าท่ากว่ากันมาก โฆษกของวัด (ไม่แน่ใจว่าเป็นคนของอาจารย์เอง หรือว่าใคร เห็นว่าบางช่วงอาจารย์จะมาคุยเอง) ก็ไม่ให้ข้อมูลอะไรเลย บอกแต่ว่า ให้เดินไปเร็ว ๆ อย่าหันหลังกลับมา อย่าจับนู่นนี่ ประมาณนั้น .. ดุเป็นบ้า …และไม่มีประโยชน์อะไรเลย …:P … ถ้าบอกว่า ” …อย่าเดินหันหลังกลับมา และอย่าหยิบจับอะไรติดมือไป เพราะนี่คือการเดินทางของสังสารวัฏ ที่เราไม่อาจย้อนเวลา หรือเอาอะไรติดตัวไปกับเราได้ ….” อะไรทำนองนี้ …ลากให้มันเข้าเรื่องไป จะเข้าท่า – และได้สาระกว่ากันมาก ….

ด้านใต้สะพาน เป็นปูนปั้นภาพมือคน หรือมือสัตว์นรกก็ไม่รู้ จำนวนมาก เดาเอาว่าน่าจะหมายถึงบ่วง ความห่วงใย ความยึดติดกับสังสารวัฏของมวลมนุษย์ ไม่รู้ว่าถูกรึเปล่า เพราะ google ไม่ได้บอกไว้

ใ บ เ ส ม า – (คิดว่าใช่) เป็นรูปหน้าพญามารอ้าปาก เห็นเขาบอกว่า เขี้ยวของพญามาร หมายถึงกิเลสในใจมนุษย์

หน้าต่างแต่ละด้านเป็นลวดลายสวยงาม

ลงจากอุโบสถ เราก็เดินต่อไปทางด้านซ้าย ไปยัง – บ่ อ น้ำ อ ธิ ษ ฐ าน จิ ต – ซึ่งก็สร้างไว้อย่างงดงามมากเช่นกัน แต่ดันไม่บอกแนวคิดในการสร้าง ว่าหมายความว่าอย่างไร ให้อธิษฐานยังไง อาจจะเป็นการเปิดช่องของท่านศิลปิน ให้คนดูจินตนาการเอาเอง ก็เป็นได้ …แต่จริง ๆ มี guideline ให้หน่อยน่าจะดีกว่า เพื่อระวังการจินตนาการผิด(ไปไกล) …. หรือคนขี้เกียจจินตนาการ มาถ่ายรูปอย่างเดียวเสมือนถ่ายแฟชั่น จะเสื่อมราคาเสียเปล่า ๆ ….

ถอยออกมานิดนึงให้เห็นลวดลายชัด ๆ

บ่อน้ำอยู่ด้านใน …. ที่เห็นเป็นจุด ๆ สีขาว ๆ เงิน ๆ นั่นคือเหรียญเงิน ใครไม่มีเหรียญ สามารถแลกเหรียญเพื่อมาโยนได้ แต่ในเมื่อเราไม่รู้ว่าโยนแล้วจะได้อะไร (ไม่ได้หวังผลจากการทำบุญ แต่จะให้โยนเงินลงน้ำโดยไม่คิดอะไรเลยว่าเงินเราจะไปไหน… จะเป็นประโยชน์กับใคร — เพราะเท่าที่เห็น ก็ไม่มีทีท่าว่าใครจะเอามันขึ้นมาจากน้ำ — เราก็ไม่รู้ว่าจะโยนลงไปทำไม ….เอาเงินไปหยอดตู้บริจาคดีกว่าไหม? ) เราก็เลยไม่โยน …ตรงกลางเป็นดอกบัว มีคนพยายามโยนให้ไปลงกลางดอกบัวพอดีเหมือนกัน …ไม่รู้มันต่างจากโยนเฉย ๆ ให้ลงก้นบ่ออย่างไร …..

ด้านบนของบ่อน้ำอธิษฐานจิต

ด้านข้างของบ่อน้ำ มีฉัตรใบโพธิ์ตั้งอยู่

ร่วมทำบุญสมทบทุนในการสร้างวัดร่องขุ่น 30 บาท จะได้รับใบโพธิ์ 1 ใบ ซึ่งเราสามารถเขียนชื่อ และนำมาแขวนไว้ที่ฉัตรได้ค่ะ

ส่วนอาคารสวย ๆ ที่เห็นอยู่นี้ ก็เป็นส่วนหนึ่งของวัดร่องขุ่นเหมือนกัน แต่ว่าไม่ใช่ส่วนหนึ่งของอุโบสถหรือวิหารแต่อย่างใด ….. ให้สังเกตุว่า ถ้าเป็นส่วนหนึ่งของอุโบสถ จะต้องเป็นสีขาว ซึ่งหมายถึงพระบริสุทธิคุณของพระพุทธเจ้า (อันนี้ google ก็บอกมา)

เดินเข้ามาใกล้ ๆ ถึงได้รู้ว่าเป็น “ห้องน้ำ” นั่นเอง …ทำป้ายซะสวยเชียว

เมื่อแขกแก้วมาเยือนเจียงฮาย (2)

จะก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนทั้งที การเตรียมความพร้อมด้านเศรษฐกิจ และความมั่นคง เป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นวันนี้เราก็จะมาศึกษาดูงานกัน ณ ด่านศุลกากร และด่านตรวจคนเข้าเมืองแม่สาย เนื่องจากว่าทาง ตม. มีพื้นที่จำกัด ไม่สะดวกในการจัดการประชุม เราจึงมาที่ด่านศุลกากรกันแทน ด่านนี้เป็นด่านที่ 2 ซึ่งเป็นที่ผ่านทางสำหรับสินค้า และรถขนาดใหญ่เป็นหลัก เพราะทางพม่าต้องการให้คน และสินค้าขนาดเล็ก หรือจำนวนไม่มากนักผ่านที่ด่าน 1 มากกว่าค่ะ

รับฟังการบรรยายจากท่านผู้ช่วยนายด่านแม่สาย เกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ AEC (ASEAN Economic Community) ของไทย ซึ่งเราได้มีการเตรียมความพร้อมมาเป็นเวลานานแล้วค่ะ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ สามารถทำงานได้เป็นอย่างดี มีระบบ single windows ติดต่อทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ในจุดเดียว แต่ยังคงมีปัญหาอยู่บ้าง ในเรื่องของระบบที่ไม่สอดคล้องกันของประเทศเพื่อนบ้าน ภาษาที่ใช้ในการติดต่อสื่อสาร โดยเฉพาะภาษาพม่า (ซึ่งเพื่อนเราคนนึงที่ทำงานอยู่ TICA กต. บอกว่า น่าจะเป็นภาษาที่ยากที่สุดแล้วในอาเซียน ) ที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยไม่ค่อยรู้ และสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ทางปัญญา (Intellectual Property Rights – IPR) ที่มีการลักลอบนำเข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะตามแนวพรมแดนธรรมชาติต่าง ๆ ที่ตรวจสอบได้ยากค่ะ

รับฟังการบรรยายจากท่านรองสารวัตรตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายกันบ้าง สำหรับปัญหาเรื่องความมั่นคงในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน และปัญหาโดยเฉพาะในเรื่องการลักลอบเข้าเมืองผิดกฏหมาย การค้าแรงงานเถื่อน และการค้ามนุษย์ ซึ่งยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากภาครัฐของเรายังไม่มีนโยบายที่ชัดเจน หรือมีนโยบาย แต่ไม่สามารถทำได้ในทางปฏิบัติ เนื่องจากประเทศเพื่อนบ้านไม่ให้ความร่วมมือในการผลักดันผู้เข้าเมืองผิดกฏหมายกลับประเทศ ผู้ประกอบการของเรายังคงมีความต้องการแรงงานต่างชาติราคาถูกมาทำงานบางอย่างที่แรงงานไทยไม่ทำกัน รวมทั้งมีพรมแดนธรรมชาติจำนวนมาก เช่น แม่น้ำบางช่วงที่ตื้นเขิน เดินข้ามได้ หรือภูเขา ที่คนมักจะลักลอบเข้ามาโดยที่เจ้าหน้าที่ไม่รู้ และล่าสุดยังมีปัญหาผู้ลี้ภัยจากเกาหลีเหนือที่มักใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านเพื่อไปสู่ประเทศที่ 3 ด้วยค่ะ

รับฟังการบรรยายเสร็จแล้ว เราก็มาดูของจริงกัน ด้วยการมาทัศนศึกษา ณ ด่านท่าขี้เหล็ก ประตูสีฟ้านี้เพื่อน ๆ หลายคนที่เคยข้ามพรมแดนไปพม่าอาจจะเคยเดินผ่านกันบ้าง ด่านนี้ไม่รับพาสปอร์ตไทยนะคะ (คือเจ้าหน้าที่ ตม. พม่า ไม่รับ แต่เจ้าหน้าที่ ตม. ไทยเรารับพาสปอร์ตพม่านะ) รับแต่เอกสารผ่านแดนเท่านั้น ซึ่งคนไทยทุกคนที่ต้องการผ่านแดน สามารถใช้บัตรประชาชนในการทำเอกสารผ่านแดนชั่วคราวได้ เสียค่าธรรมเนียมเล็กน้อยประมาณ 30 – 40 บาทจ้า

ด่านท่าขี้เหล็กนี้เป็นที่ตั้งของด่านศุลกากร 1 ซึ่งเป็นทางผ่านของสินค้าระวางไม่มาก และคนเข้าเมืองค่ะ ตัวด่านจะอยู่ด้านข้างประตูไปทางด้านซ้าย มีที่จอดรถค่อนข้างจำกัด(มาก) อยู่ด้านหลัง ถ้าไม่จำเป็น ไม่อยากจอดรถข้างถนน แนะนำว่าอย่าเอารถมาจะดีกว่า

ประตูผ่านแดน มองจากฝั่งไทย และพม่า

เดินเข้าฝั่งพม่ามาแล้ว มีธงพม่าเรียงราย

เดินตรงมาเล็กน้อย และลงบันไดมาด้านขวา เราจะเจอกับตลาดที่เรียกว่า – ต ล า ด ท่ า ขี้ เ ห ล็ ก – มีสินค้ามากมายหลากหลาย ทั้งของกิน ของใช้ ทั้งของไทย ของพม่า และสินค้าราคาถูกจากประเทศจีนมากมายหลากหลายให้เลือกซื้อ พ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่เป็นคนพม่าและคนไทยน่าจะพอ ๆ กัน แต่ส่วนใหญ่จะพูดไทยได้หมดเลย

ส่วนหนึ่งของสินค้าต่าง ๆที่มีขายในตลาดท่าขี้เหล็ก …..ตลาดนี้เป็นส่วนหนึ่งของดินแดนสามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งหมายถึง จุดเชื่อมต่อพรมแดนระหว่าง 4 ประเทศ คือ ไทย พม่า จีน และลาวค่ะ ส่วนที่ติดกันจริง ๆ รู้สึกว่าจะเป็นช่วงแม่น้ำ ซึ่งตรงกับที่โรงแรมเราตั้งอยู่พอดีเลย

มีทั้งของกินและของใช้ ของกินส่วนใหญ่จะเป็นของแห้งนะ

เดินผ่านตลาดมาชมเมืองพม่านิดหน่อย…. แถวตลาดจะมีคนมาโฆษณารถตุ๊กตุ๊กพาไปชมเมืองพม่า โดยบอกว่าจะพาไปชมเจดีย์ชเวดากอง องค์จำลองด้วย ใครที่ไม่ชอบช็อป สามารถไปกะเขาได้ (แต่เทียบราคาหน่อยก็ดี) เราจำไม่ได้ว่าราคาเท่าไหร่ เพราะน้องที่เคยไปบอกว่า เป็นเจดีย์องค์เล็ก ไม่งดงามเท่าองค์จริง เราเคยเห็นองค์จริงมาแล้วตอนไปย่างกุ้งคราวก่อนนู้น (นานมาก….ตั้งแต่ย่างกุ้งยังเป็นเมืองหลวง) เลยไม่ไปดีกว่า

…ช็อปเสร็จก็กลับฝั่งไทยกันเถอะ ^^

ใครที่เงินยังไม่หมดจากตลาดท่าขี้เหล็ก หรือสินค้าไม่ถูกใจ สามารถหาซื้อสินค้าจากฝั่งไทยได้เช่นกัน บางอย่างคุณภาพจะดีกว่า ถูกกว่า เช่นพวกเสื้อยืดต่างๆ สกรีนลายแม่สายที่เราเห็นน้อง ๆ หลายคนซื้อ และเราคิดว่าพวกผลไม้สด ถ้าซื้อจากฝั่งไทย มันจะดูสะอาดและสดกว่า ลองดูนะคะ ^^

กลับจากตลาดท่าขี้เหล็กมุ่งหน้ากลับโรงแรม มองเห็นคาสิโนของลาว (มีคนบอกว่าใช่ แต่ไม่ได้ข้ามไปดู) อยู่อีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำโขงพอดี เห็นว่ามีคนไทยข้ามไปเล่นเยอะอยู่ ต้องข้ามเรือไปค่ะ

กลับมาช็อปแถว ๆ โรงแรมกันบ้าง โรงแรมที่เราไปพัก ชื่อ Imperial Golden Triangle เป็นโรงแรมในเครือเดียวกับอิมพีเรียล แม่ปิงที่เชียงใหม่ โรงแรมสวยงามทีเดียว แต่ตอนกลางคืนค่อนข้างจะเงียบไปหน่อย สงสัยเพราะช่วงนี้ไม่ใช่ฤดูท่องเที่ยว แต่ช่วงเย็น ๆ ก็มีร้านค้าเยอะอยู่

ใกล้ ๆ โรงแรมมีองค์พระพุทธนวล้านตือ ลือโลก ให้มานมัสการกันด้วยค่ะ บริเวณนี้เป็นจุดสำหรับให้คนมาถ่ายรูป ถ้ายืนแล้วจะถ่ายได้เต็มองค์สวยงามพอดี ไม่ต้องเล็ง ^^

ในบริเวณเดียวกันยังมีพระพุทธรูปอื่น ๆ ให้นมัสการด้วย

ลอดท้องช้าง เพื่อความเป็นสิริมงคล

เค้าว่าถ้ามีบุญจริง ลูบฆ้องแล้วจะมีเสียงดัง แต่พวกเรา (หลายคน) ผลัดกันลูบแล้ว ก็ไม่ยักกะมีเสียงอะไร หรือว่าจะลูบผิดวิธีก็ไม่รู้ …..^^”… ใครผ่านไปแถนนั้น ลองลูบแล้วมีเสียง ช่วยมาเล่าให้ฟังหน่อยนะคะ

แผนที่ท่องเที่ยงบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ 4 ประเทศ — ไทย พม่า จีน และลาว — ใครที่ไม่รู้ว่ามันติดต่อกันตรงไหน ยังไง ดูได้จากตรงนี้เลย ….^^…..

เมื่อแขกแก้วมาเยือนเจียงฮาย (1)

ช่วงเวลาไตรมาสสุดท้ายของปี เป็นช่วงเวลาดี ๆ (…มั้ง ? 555) ที่ข้าราชการจะต้องเดินสายไปต่างจังหวัดกันเป็นว่าเล่น เพื่อดำเนินโครงการ / กิจกรรมต่าง ๆ ตอนที่วางแผนไว้ในช่วงต้นปี อันที่จริงแล้วตอนวางแผน เราไม่ได้กะให้มันลงที่ไตรมาส 4 ทั้งหมดอย่างนี้หรอก….. :P…. แต่ไม่รู้จะทำยังไง ไตรมาส 1 เงินก็ยังไม่มา (งบประมาณต้องผ่านสภา ฯ ถ้ามัวแต่ตีกันเรื่องอะไรไม่รู้ งบก็ไม่ได้อนุมัติซะที หรือไม่ก็มารีบ ๆ อนุมัติตอนปลาย ๆ สมัยประชุม …. เอิ่ม เดี๋ยวเว็ปถูกปิด เลิกวิจารณ์รัฐบาลดีกว่า 555) ….ไตรมาส 2 ก็ต้องดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างโครงการที่ทำเองไม่ได้ ….ในที่สุด โครงการก็ต้องมากองกัน ไตรมาส 3- 4 ฉะนี้แล……

ว่าแล้ว…. เราก็มาเชียงรายกัน ตามโครงการศึกษาดูงาน เพื่อพัฒนาบุคลากร สกธ. ก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เนื่องจากเป็นงบพิเศษพัฒนาข้าราชการสู่อาเซียนของกระทรวง ฯ จึงได้เดินทางแบบไฮโซด้วยเครื่องบิน …หน้าตาแบบนี้ คือเครื่องนกแอร์ ขึ้นที่ดอนเมือง ใช้เวลาประมาณ ชม. นึง ก็มาลงจอดที่ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงรายเรียบร้อย ….. ^^….

มาถึงเชียงรายแล้ว ก็ต้องไปไหว้พ่อขุนเม็งรายซะหน่อย

ไหว้พ่อขุนเสร็จก็เริ่มศึกษาดูงานกันทันที ณ มูลนิธิกระจกเงา บ้านห้วยขม ต. แม่ยาว เชียงราย กว่าจะเข้ามาได้ หนทางลำบากมิใช่น้อย เห็นเขาว่าถ้าเป็นช่วงฝนตก ถนนแถวนี้จะเป็นเลน รถเข้าไม่ได้ ต้องเดินเท้าเข้ามาเท่านั้น …แต่วันนี้โชคดีหน่อย ฝนไม่ตก เลยเอารถตู้เข้ามาได้

คุณสมชาติ พิพัฒธราดล หัวหน้าโครงการเพื่อพัฒนาสถานภาพและคุ้มครองสิทธิเด็กไร้รัฐ ไร้สัญชาติ ในประเทศไทย กำลังบรรยายภาพรวม และปัญหา อุปสรรค ในการดำเนินโครงการให้พวกเราฟัง โครงการนี้เป็นหนึ่งในหลาย ๆ โครงการที่ดำเนินการโดยมูลนิธิกระจกเงา เชียงราย ใครสนใจโครงการอื่น ๆ ก็ขอเชิญเข้าไปชมได้ ที่ http://www.mirror.or.th นะคะ

คณะดูงานขอถ่ายรูปร่วมกันหน่อย ^^

รับฟังบรรยายสรุป แล้วก็ต้องเดินชมโครงการซักหน่อย เนื่องจากฝนตกลงมาปรอย ๆ ก็เลยเข้ามาชมตรงส่วนโครงการ E-Commerce ตามประสาสาว ๆ กันดีกว่า 555 สินค้าเหล่านี้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ชาวเขาและชาวเผ่า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มไร้รัฐ ไร้สัญชาติ เนื่องจากประเทศเพื่อนบ้านของเราเขาไม่รับรองสัญชาติให้ ส่วนประเทศไทยก็ไม่สามารถให้สัญชาติหากไม่มีหลักฐานต่าง ๆ ให้พิสูจน์ได้ว่าเป็นใครมาจากไหนกันแน่ ….เมื่อไม่มีหลักฐานแสดงตน ก็ทำให้ไม่สามารถรับบริการต่าง ๆ ได้เต็มที่ และไม่สามารถประกอบอาชีพได้ และอาจนำไปสู่การประกอบอาชีพผิดกฎหมาย …จึงทำให้เกิดโครงการนี้ขึ้นค่ะ

ส่วนหนึ่งของสินค้าต่าง ๆ ที่มีมากมายหลากหลายให้เลือก ส่วนใหญ่เป็นสินค้าทำมือ เหมาะกับสาว ๆ ที่ชอบความแปลก unique ไม่เหมือนใคร เป็นอย่างยิ่ง ส่วนใหญ่เป็นพวกกระเป๋าผ้า สินค้าดินปั้นต่าง ๆ อย่างที่เห็นนี่เป็นนกหวีดดินเหนียว ใช้เป็นสร้อยคอได้ค่ะ ใครสนใจอยากสนับสนุนโครงการ แต่ไม่อยากถ่อไปถึงเชียงราย สามารถสั่งซื้อได้ on-line ที่ http://ebannok.themirrorfoundation.org/ เลยจ้า ^^

…ก่อนเข้าโรงแรมที่พัก ณ อำเภอเชียงแสน เราก็มาแวะไหว้พระกันซักหน่อย ณ วัดพระธาตุเจดีย์หลวง อำเภอเชียงแสน บรรยากาศร่มรื่น ฝนก็ไม่ตก ว่าแล้วก็เข้าไปเลยดีกว่า

อ่านประวัติกันซะหน่อยก่อนเข้าไป

จะเข้าไปไหว้พระพุทธเชียงแสนสิงห์กัน ขออ่านก่อนว่า ต้องนำอะไรเข้าไปบูชาบ้าง ของพวกนี้ไม่ต้องเตรียมมา เพราะทางวัดมีไว้ให้พร้อม บริจาคปัจจัยตามกำลังศรัทธาแล้วก็หยิบเข้าไปได้เลย …ว่าแต่ว่า ..”สวยดอก” นี้มันอะไรอะ ?

… มองจากสิ่งต่าง ๆ ที่ทางวัดเตรียมไว้ให้แล้ว คิดว่าน่าจะแปลว่า “ดอกไม้” เนื่องจากธูปกับเทียนนั้นเรารู้จัก และอะไรอื่น ๆ นอกจากนี้ก็ไม่มีแล้ว ดอกไม้ที่เตรียมไว้ให้ก็มีมากมายหลากหลาย มิใช่มีแต่ดอกบัวสีต่าง ๆ เหมือนวัดใน กทม……

คิดว่าน่าจะเป็นอันนี้แหละ ^^”

พร้อมแล้ว…เข้าไปไหว้พระกันเลย ^^

บรรยากาศสงบร่มรื่นในวัด ความจริงมีร้านกาแฟด้วย แต่เข้าไปเย็นไปนิด ร้านปิดซะแล้ว เลยอดนั่งจิบกาแฟชมธรรมชาติในวัด

ภาพสุดท้ายสำหรับวันนี้ …ตะวันลับฟ้า ณ ริมฝั่งโขง ก่อนเข้าพักในโรงแรม… เดี๋ยวพรุ่งนี้ เราจะไปเยือนดินแดนสามเหลี่ยมทองคำกันอย่างจริงจังค่ะ … ^^….

%d bloggers like this: