Advertisements
Tag Archive | Hong kong

เจเจน้อยตะลุย Hong Kong (5)

ปิดท้ายด้วยเรื่องอาหารการกินในฮ่องกงกันดีกว่า มาเที่ยวกับคุณเจเจ กินอะไรส่วนใหญ่แล้วก็ต้องตามใจเด็กน้อย หรือไม่ก็เลือกร้านที่เด็กทานสะดวกเป็นหลัก รสชาติ หรือจะเป็นอาหารสัญชาติไหนนั้นค่อยว่ากันทีหลัง ดังนั้นก็เลยไม่ค่อยจะได้ไปตามร้านที่รีวิวเที่ยวฮ่องกงทั้งหลายเค้าแนะนำซักเท่าไหร่ …. ^^”…. แต่ร้านนี้พอดีเป็นทางผ่านระหว่าง shopping แถว Causeway Bay ก็เลยได้แวะค่ะ

ชื่อร้าน Goldfinch Restaurant เป็นร้านที่เป็นฉากถ่ายทำเรื่อง In the Mood for Love ของ Wong Kar Wai ซึ่งเราก็ไม่เคยดูเรื่องนี้หรอก (555) พอดีไม่ใช่คอหนังฮ่องกง ใครสนใจอยากรู้ว่าเรื่องราวมันเป็นยังไง สามารถไปหาอ่านได้ที่ http://www.imdb.com/title/tt0118694/?ref_=ttpl_pl_tt

เมนูจ้า

ร้านนี้จะมีบรรยากาศของฮ่องกง ประมาณ ค.ศ. 1960s ซึ่งเป็นฉากของหนังที่ว่าค่ะ เนื่องจากน่าจะมีคนตามรอยมาทานกันเยอะ ทางร้านก็เลยมีเมนูของ In the Mood for Love ให้ซะเลย ซึ่งก็เป็นเมนูที่พระเอก กับนางเอกนั่งทาน Dinner กัน ใครที่สนใจว่าเมนูอาหารชื่ออะไรบ้าง และอ่านจากภาพนี้ไม่ออก ตามไปดูได้ที่นี่เลย http://www.wkw-inthemoodforlove.com/kitchen/rest1.asp

บรรยากาศในร้าน

ฉากจากหนังเรื่อง In the Mood for Love ในร้านค่ะ

เริ่มจากขนมปังก่อนเลย

Today’s soup เป็นซุปข้าวโพดค่ะ

หอยแมลงภู่อบเนย ตัวโตเชียว

Lobster อบเนย ตัวโตทีเดียว อันนี้ตามหนังจะเป็นเสต็ก แต่เรากลัวคุณเจเจทานด้วยไม่ได้ เลยเลือกมาเป็นแบบนี้ดีกว่า ตักทานง่ายดีค่ะ ผ่าซีกมาแล้วเรียบร้อย ไม่ต้องแงะ ไม่ต้องแกะอะไรเลย รสชาติกลมกล่อมมาก ๆ ไม่ต้องปรุงเพิ่มเลย

ของหวาน เยลลี่นมสด

ปิดท้ายด้วยกาแฟตามเรื่อง

เ ล็ ก ๆ น้ อ ย ๆ กั บ เ รื่ อ ง กิ น ๆ ใ น ฮ่ อ ง ก ง – เค้าว่ามีทาร์ตไข่อร่อยแถว Causeway Bay นี่แหละ แต่เราหาร้านไม่เจอ คุณเจเจก็เผอิญหลับได้จังหวะ ขณะกำลังเดินหาร้านพอดี (อุ้มๆ หันมาดู …อ้าว หลับซะแล้ว ^^”)เลยซื้อร้านอะไรก็ได้แถวนั้นมา รสชาติก็โอเคนะคะ ไม่หวานเจี๊ยบเหมือนทาร์ตไข่หลาย ๆ ร้านที่ขายกันแถว ๆ นี้ ทานกับชาร้อน ๆ อร่อยดี

ต่อด้วย – ติ่ ม ซำ – อันนี้ก็ได้ข่าวว่าอร่อย แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทานร้านไหนดี สุดท้ายก็เลยได้ทานแค่ติ่มซำ Food court 555 แต่เราว่าติ่มซำในไทย ก็น่าจะรสชาติไม่แพ้ในฮ่องกงนะ เห็นเค้าว่ามีร้านระดับมิชลินสตาร์มาเปิดใน กทม. ด้วย แต่ตอนนี้คนยังเยอะอยู่ ไว้คนซาก่อน ค่อยหาโอกาสไปทาน น่าจะราคาย่อมเยากว่ามาถึงฮ่องกงอีกรอบแน่นอน (อย่างน้อยก็ไม่เสียค่าเครื่องบิน กะค่าโรงแรม)

และถ้าใครต้องการของฝากท่านผู้ชมทางบ้าน ก็ไม่ควรพลาด – ห มู แ ผ่ น – ร้าน Bee Cheng Hiang ที่เรารู้สึกว่าเหมือนร้านหมูแผ่นที่สิงคโปร์เลย พอมาดูใน web ก็พบว่ามันคือร้าน Brand เดียวกันนั่นเอง ตอนเราไปสิงคโปร์ ก็มีคนแนะนำให้ซื้อเหมือนกัน เอาเป็นว่ามันคือของฝากแนะนำจากทั้ง 2 ที่เลย Web site ของร้าน ตามนี้ค่ะ http://www.bch.hk/

หน้าร้าน มีให้ชิมนะคะ ลองชิมก่อนได้

ซื้อมาแล้วจ้า

หน้าตาเมื่อแกะห่อแล้ว เป็นแบบนี้ค่ะ

Advertisements

เจเจน้อยตะลุย Hong Kong (4)

ไหว้พระกันยังไม่จบ …ขอต่ออีกวันกับ Repulse Bay ณ ชายทะเลของฮ่องกงค่ะ… – ก า ร เ ดิ น ท า ง – … ด้วยรถไฟใต้ดินเช่นเคย ลงที่สถานที Central เพื่อมาต่อ Bus ที่อาคาร Exchange Square นั่งรถ No.6,6A, 6X หรือ 260 ก็ได้ นั่งชิลๆ ไม่ต้องคิดอะไรมาก ซักครึ่ง ชม. (คุณเจเจหลับปุ๋ยตามเคย 555) ลองสังเกตดูระหว่างทาง จะมีภูเขาที่มีรูปมังกรอยู่บนเขาอย่างนี้ด้วย

พอเห็นตึกนี้ ก็ลงได้ละ

เดินลงมาชายหาด เจอสวนน่ารัก ๆ แบบนี้

ลงมาเจอชายหาด Repulse Bay สวยงาม

เดินเลียบชายทะเลมาทางซ้าย ประมาณ 300 เมตร ก็จะเจอศาลเจ้าแม่กวนอิมค่ะ

เดินเข้าไปภายใน เจอเจ้าแม่องค์เด่นสวยงาม

บรรยากาศศาล ด้านบนเป็นส่วนเฉพาะสมาชิกถึงจะเข้าไปได้ค่ะ

คุณเจเจทำบุญหน่อย

ด้านล่าง มีรูปปั้นไฉ่ชิงเอี๊ย ที่เค้าว่าเอาแบงค์ไปลูบแล้วจะร่ำรวย

และรูปปั้นพระสังกัจจาย ที่คนนิยมมาขอลูกกัน ก็อยู่ตรงนี้ด้วยค่ะ องค์เล็กนิดเดียว มีเด็กน้อยอยู่มากมาย อยากได้คนไหน เพศอะไร เค้าว่าให้ลูบที่ตัวเด็กคนนั้นได้เลยค่ะ

คุณเจเจก็ลูบไปเรื่อย ^^”

เดินเข้ามาข้างใน มีลานเทพเจ้าต่าง ๆ มากมาย

อีกมุมนึงค่ะ

ฉากหลังเป็นท้องทะเลสวยงาม

แพะ 3 ตัว

ขอถ่ายภาพครอบครัวหน่อย

อากาศร้อนจัด ลูกชายไม่ค่อยให้ความร่วมมือ ^^”

ไหว้เสร็จ เลยแวะทานไอติมซะหน่อยดีกว่า

เอียงแก้วให้เห็นชัดๆ

เด็กน้อยได้ไอติมก็สดชื่น…สดใสละ

เจเจน้อยตะลุย Hong Kong (3)

เช้าวันต่อมาเป็นทัวร์ไหว้พระค่ะ เริ่มต้นที่วัด Che Kung หรือวัดกังหันอันโด่งดัง เดินทางด้วยรถไฟใต้ดินเช่นเคย สำหรับเส้นทางและแผนที่นั้น สามารถตรวจสอบได้ตามนี้เลยค่ะ http://www.discoverhongkong.com/ca/see-do/culture-heritage/chinese-temples/che-kung-temple-at-sha-tin.jsp กำแพงวัดเป็นสีแดง หลังคาสีเขียว เหมือนจะหาไม่ยาก แต่มองจากไกล ๆ ก็ยากพอสมควร เพราะสีของหลังคาจะกลืนกับสีของต้นไม้เลยค่ะ

ทางเข้าวัดค่ะ

เครื่องรางต่างๆ ขายหน้าวัด

ภายในวัดค่ะ

รูปปั้นต่าง ๆ

สักการะเทพเจ้า

คุณเจเจ เคาะกลองเพื่อความเป็นสิริมงคล

หมุนกังหัน เพื่อความเป็นสิริมงคลอีกเช่นกัน เค้าว่ามาวัดนี้แล้วต้องหมุนกังหัน จะเป็นการพัดพาโชคดีมาสู่ตัวเรา แต่หมุนซ้าย หรือหมุนขวา นี่ไม่แน่ใจเหมือนกัน เท่าที่ดูคุณเจเจก็หมุนมั่วซั่วเลย ^^”

ต่อจากวัดแชกุง เราเดินทางไปยังวัดหวัง ไต้ ซิน หรือ Sik Sik Yuan Wong Tai Sin Temple กันค่ะ เขาว่าเป็นวัดที่ขออะไรแล้วจะได้สมปรารถนา เซียมซีก็แม่นด้วย ว่าแล้วก็เดินทางมากันเลยดีกว่า เช็คเส้นทางได้ตามนี้เลยค่ะ http://www.discoverhongkong.com/uk/see-do/highlight-attractions/top-10/sik-sik-yuen-wong-tai-sin-temple.jsp ขึ้นจากรถไฟใต้ดินมา ก็เห็นหลังคาวัดเลย

เดินขึ้นมาละ

ทางเข้าวัด

ในวัดกว้างใหญ่

แวะถ่ายภาพกับเทพเจ้าประจำปีนักษัตรต่างๆ หน่อย

คนเสี่ยงเซียมซีเยอะมากๆ

คุณเจเจไหว้พระหน่อย ^^

เซียมซีที่นี่เค้าว่าแม่น เราก็เลยลองเสี่ยงดู และให้คุณเจเจเสี่ยงด้วย แต่ดูเหมือนเด็กน้อยจะยังไม่เข้าใจว่าต้องทำอย่างไร ^^” …เลยจำเป็นต้องให้เลือกเอาเลยแบบนี้ เสี่ยงเสร็จว่าจะดูความหมายซักหน่อย แต่ดันหาไม่เจอว่าอยู่ตรงไหนซะงั้น …^^”…- สำหรับท่านที่ต้องการรู้ความหมายของเซียมซี – …ถ้าท่านหาเจอว่ามันอยู่ตรงไหนก็แล้วไป แต่ถ้าหาไม่เจออย่างเรา แนะนำให้จำตัวเลขมา และเข้า website ของวัด ที่ http://www.siksikyuen.org.hk/public/charm/search ใส่ตัวเลขลงไปเลย Paragraph แรก จะเป็นกลอน Paragraph 2 จะเป็นโชคชะตาโดยรวม และ Paragraph สุดท้าย จะเป็นการตอบคำถามที่เราถามไปค่ะ … แต่แม่นมั้ยนี่เราไม่กล้า confirm เนื่องจากเราไม่ได้ถามคำถามอะไรเป็นพิเศษค่ะ สำหรับอันที่เราจับได้ก็กลาง ๆ

ถ่ายรูปครอบครัวตามระเบียบหน่อยจ้า ^^

พักเหนื่อยซักเล็กน้อย …แล้วก็เดินทางต่อกันเพื่อไปยัง Victoria Peak หรือ Mount Austin ซึ่งเป็นภูเขาที่อยู่กลางเกาะฮ่องกงค่ะ การเดินทางขึ้นไปนั้นสามารถนั่งรถไฟขึ้นไปได้ หรือจะเดินขึ้นก็ได้แต่น่าจะยากลำบากพอสมควร สำหรับเราแค่เดินหาทางขึ้น Tram ก็ลำบากละ …^^”….ใครอยากตามรอยไปบ้าง ดูรายละเอียด และจองตั๋วล่วงหน้าได้ที่นี่เลย https://www.thepeak.com.hk/en/6_1.asp ถ้าใครไม่ชอบอ่านภาษาอังกฤษ พวกเว็ปท่องเที่ยวฮ่องกงทั้งหลายของไทยก็มีให้จองนะ

ถ้าไม่ได้จองตั๋วมาก่อน จะต้องต่อแถวยาวมาก ข้ามมาอีกฝั่งถนนกันเลยทีเดียว แต่เราจองตั๋วมาก่อน (คุณแฟนจอง) เขาก็ให้มาต่อคิวเหมือนกัน ไม่รู้ทำไม แต่ต่อก็ต่อ รอประมาณครึ่ง ชม. ถึงได้ข้ามถนนไปที่จุดขึ้นรถไฟ

คนเยอะได้อีก

ทางที่รถไฟจะลงมา

ระหว่างรอ ดูภาพศิลปะของเด็กๆ ไปพลางๆ

รถไฟมาละ

ลงจากรถไฟมา ยังสามารถขึ้นไปบนตึกได้อีก เพื่อสัมผัสวิวยอดตึก ซึ่งจะเป็นจุดที่สูงที่สุดของเกาะฮ่องกงจริง ๆ

ในตึก มีร้านค้า และพิพิธภัณฑ์เล็กๆ

ขึ้นมาถึงแล้ว เย้ !

Landmark สำหรับลงชื่อ

นี่ก็ Landmark อีกอัน

ถ่ายรูป ๆ ^^

คุณเจเจขอลงเดินหน่อย

คุณพ่อพาส่องกล้อง

ข้างบนมีห้างให้เดินเล่น

ว่าแล้วก็ชวนกันลงมาก่อนค่ำ (ไปกว่านี้) เนื่องจากตอนขึ้นคนเยอะมาก ตอนลงก็คิดว่าคนน่าจะเยอะพอ ๆ กัน ก็เลยคิดว่าลงมาหาอะไรทานข้างล่างดีกว่าค่ะ

เจเจน้อยตะลุย Hong Kong (2)

กลับจาก Disneyland (ซึ่งไม่ได้เข้า) เราเดินทางด้วยรถไฟใต้ดินมาที่กระเช้านองปิง (Ngong Ping) เพื่อไปเที่ยว Lantau Island กันค่ะ อันนี้คุณแฟนจองตั๋วมาแล้วล่วงหน้า ใครสนใจเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ http://www.np360.com.hk/en/about-np360/index.htmlเลยนะคะ

ทางขึ้นไปสู่กระเช้า

คุณเจเจหน้าตางง ๆ เพราะเป็นเวลานอนเช้า

ตั๋วพร้อม!!!

กระเช้าจะมี 2 แบบ คือแบบ Crystal ใสปิ๊ง… มองเห็นวิวรอบข้างได้ชัดเจน และพื้นก็ใสด้วย กับแบบ Standard ที่มองด้านข้างจากกระจกได้เหมือนกัน แต่พื้นไม่ใส คุณแฟนถามเหมือนกันว่าอยากได้แบบไหน เราเลือกเป็นแบบ Standard เพราะคิดว่ามองวิวจากกระจกก็พอละ ไม่ได้อยากรู้ว่าใต้ฝ่าเท้ามีอะไรบ้าง

และคิดว่าน่าจะตัดสินใจถูกต้อง เพราะคุณเจเจขึ้นกระเช้าปุ๊บ ก็หลับปุ๋ยในทันที

กระเช้าเดินทาง ท่ามกลางสายหมอกยาวเช้า

มาถึงแร้ว !

ตอนที่ขึ้นกระเช้า ทั้งขาไป และขากลับ เค้าจะมาถ่ายรูปเราค่ะ ซึ่งรูปส่วนใหญ่ก็จะออกมาสวยงามดี (แต่คุณเจเจหลับปุ๋ยเลย เราเลยไม่ได้ซื้อ) จะนำมาขายใน 2 รูปแบบ ก็คือใส่กรอบเรียบร้อย กับใส่ไว้ในของที่ระลึกที่เป็น snow globe มาให้ ซึ่งราคาแพงมาก (300++ HKD) สำหรับเราคิดว่าแพงเกินไปหน่อย เลยไม่ได้ซื้อ (ถ้าซักไม่เกิน 100 HKD อาจจะซื้อ)

มาถึงแล้ว คุณเจเจยังคงหลับปุ๋ย

มุมถ่ายรูปน่ารัก ๆ

ร้านน่ารัก ๆ มากมาย

บรรยากาศขมุกขมัวเล็กน้อย เหมือนฝนจะตก

ว่าแล้ว ก็แวะพักใน Starbucks กันก่อน

ฝนหยุด เจเจตื่นขึ้นมาพอดี ก็พร้อมจะเดินทางต่อแล้วค่ะ

ต้นไม้อธิษฐาน

ร้านขายของที่ระลึกน่ารักๆ

ลานแสดงกระเช้านานาชาติ

พาคุณเจเจมาถ่ายรูปกับกระเช้าหน่อย

มาถึงที่นี่แล้ว ก็ต้องไปไหว้พระใหญ่ Tian Tan Buddha Statue ซึ่งเรามองเห็นตั้งแต่ระยะไกล ตั้งแต่อยู่บนกระเช้าแล้วค่ะ ทางเดินไปค่อนข้างไกลพอสมควร แต่เห็นคนเดินกันเยอะแยะ มาถึงที่แล้ว จะไม่แวะก็ใช่ที่ ดังนั้นก็ลุยเลยค่ะ

ประตูทางเข้าค่ะ

ทางเดินขึ้นไปไหว้พระ

ใกล้แร้น

เนื่องจากขากลับลงมานี่คุณเจเจตื่นแล้ว เลยพามาถ่ายรูปเล่นซะหน่อย

และแวะหมุนวงล้อโชคดี ตรงสะพานด้วย

หลังจากแวะทานอาหารกลางวันเล็กน้อยที่ Food Republic (ขอไม่พูดถึง เพราะไม่มีอะไรพิเศษค่ะ เป็นเหมือน Food court ในห้างธรรมดา ๆ พอดีฝนมันจะตก เลยจำเป็นต้องหาที่หลบฝนด่วนๆ ^^”) และเดินห้างรอจนฝนหยุด เราก็เดินทางมาต่อที่ Avenue of Stars ซึ่งน่าจะคล้ายๆ กับที่ Hollywood สำหรับรายละเอียดการเดินทางนั้นสามารถดูได้ที่นี่เลยจ้า http://www.avenueofstars.com.hk/eng/location.asp

เมื่อเห็นสัญลักษณ์รางวัล Hong Kong Film Awards ตั้งเด่นเป็นสง่า ก็รู้ว่ามาถูกที่ละ

ขอถ่ายรูปครอบครัวหน่อยจ้า ^^

คุณเจเจดูยังงงๆ อยู่บ้าง 555

สัญลักษณ์ต่างๆ ของ Hong Kong Film Industry

หนึ่งใน Landmark สำคัญ Anita Mui

มีป้ายที่พื้นด้วย อันนี้เราสังเกตดูบางอันก็มีฝ่ามือ บางอันก็ไม่มี ดาราฮ่องกงทั้งหลายเราก็ไม่ค่อยจะรู้จักซักเท่าไหร่ (555) ใครที่สนใจอยากรู้ว่ามีใครบ้าง สามารถเข้าไปดูรายชื่อได้ที่นี่เลยค่ะ http://www.avenueofstars.com.hk/eng/avenue.asp

คุณเจเจ ขอทาบฝ่ามือหน่อย

รู้จักคนนี้คนเดียวอะ Bruce Lee

ปิดท้ายด้วยภาพวิว Victoria Habour มองจาก Avenue of Stars สักภาพ ก่อนกลับโรงแรมค่ะ

เจเจน้อยตะลุย Hong Kong (1)

เนื่องจากคุณพ่อของเจเจ ได้ตั๋วเครื่องบินไปฮ่องกงฟรีมาจาก Openrice Thailand 2 ใบ อิพ่อ กะอิแม่จะไปกันเอง 2 คน ทิ้งคุณเจเจตัวน้อยไว้ให้ยายเลี้ยงก็สงสาร (สงสารยาย ไม่ใช่สงสารลูก 555) ก็เลยต้องตีตั๋วเด็กอีก 1 ใบ หอบหิ้วคุณเจเจไปฮ่องกงด้วยกัน กับสายการบิน Cathey Pacific บินซะดึกเลย ประมาณตี 1 ค่ะ

เข็มขัดนิรภัยสำหรับเด็กน้อย รัดติดกับคุณแม่ค่ะ

ครอบครัวที่เดินทางและมีเด็กเล็กมาด้วย ส่วนใหญ่เค้าจะจัดให้นั่งด้ายหน้า ซึ่งมีที่วาง Bassinet คือตะกร้านอนสำหรับเด็กน้อยด้านหน้าแบบนี้ค่ะ เราเคยนั่งที่นั่งแบบนี้เหมือนกัน (นานๆ ที ต้องโชคดีจริงๆ ^^”) ตอนที่ไม่มีเด็กมาด้วย ตอนนั้นไม่รู้ว่าใช้ทำอะไร นึกว่าเป็นถาดวางอาหารค่ะ 555

เปิดมาแล้วเป็นแบบนี้

พอมากับคุณเจเจ ถึงได้รู้ว่า เวลาเด็กน้อยหลับ เขาจะมีตะกร้านอนหน้าตาแบบนี้มาให้ค่ะ คุณแอร์จะมาล็อคให้อย่างเรียบร้อย กันเด็กน้อยและตะกร้าร่วง

คุณเจเจนอนหลับปุ๋ยในตะกร้าดูน่ารัก ถ้าเอาลงไปตอนที่ยังไม่หลับ ไม่แน่ใจว่าจะดิ้นมั้ย ^^” แต่เอาลงไปตอนนอนนี่หลับดี๊ดีเกือบตลอดระยะเวลาในการเดินทาง พอเครื่องใกล้จะลง ก็จะต้องเก็บตะกร้า และนำกลับมาใส่เข็มขัดกับคุณแม่ไว้เหมือนเดิมค่ะ (เด็กจะร้องก็ตอนนี้แหละค่ะ ^^”)

ในการเดินทางกับเด็ก เราสามารถ request Baby meal ได้ด้วยค่ะ ตอนแรกเรานึกว่าจะเป็นข้าวต้ม หรืออาหารอ่อน ๆ แต่ปรากฎว่ามาเป็นอาหารสำเร็จรูปแบบนี้เลย พอดีว่าคุณเจเจชอบกินอาหารผู้ใหญ่ (แบบไม่เผ็ด) มากกว่าแบบนี้ซะแล้ว เลยไม่ได้แกะ เก็บไว้เผื่อเวลาฉุกเฉิน

มีผ้าอ้อม และครีมสำหรับเด็ก ๆ มาให้ด้วย

เครื่อง Landing ฮ่องกงแต่เช้าตรู่ ลงมาแบบงงๆ ได้กระเป๋าแล้วก็เดินวนหาที่ขายบัตรสารพัดรถ (เพราะใช้ขึ้นได้ทั้งรถไฟใต้ดิน และรถเมล์ค่ะ) ที่เรียกว่าบัตร Octopus ก่อนเลย หน้าตาเป็นแบบนี้ค่ะ

ขณะที่พ่อเจเจกำลังต่อคิวรอซื้อบัตร แม่เจเจก็หยิบซิมฮ่องกงที่สั่งซื้อมาใส่ลงในโทรศัพท์ทันที 555 สำหรับซิมอันนี้ เราสั่งซื้อมาจาก http://www.HongKongPackage.net (ไม่ได้ค่าโฆษณา) ในราคา 450 บาท รวมส่ง ซึ่งมันถูกกว่า Roaming Package ก็เลยซื้อมา ตอนแรกคิดว่าจะเอาไว้ check in เก๋ ๆ กับเอาไว้อ่าน line แต่เอาเข้าจริงมีประโยชน์มากพอสมควรเลยทีเดียว เวลาไปไหนแล้วหาสถานที่ไม่เจอ ใช้เปิด google map เอา ใครคิดจะมาฮ่องกง ก็แนะนำว่าควรซื้อมานะคะ เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า … และก็ใช้ check in เก๋ ๆ ได้จริง ๆ 555

เริ่มใช้บัตร Octopus ครั้งแรก ด้วยการนั่ง Airport Bus เข้าเมืองสบาย ๆ

มาถึงโรงแรมนี้ที่พ่อเจเจจองไว้ค่ะ

เนื่องจากยังเป็นเวลาเช้ามาก ก็เลยคิดว่าหาอาหารเช้าทานกันก่อนดีกว่า ใกล้ ๆ กับโรงแรม มีร้านอาหารอยู่มากมายหลายร้าน มองดูร้านที่หน้าตาดี ๆ มีที่ให้เด็กนั่ง มีอาหารที่เด็กทานได้ สุดท้ายก็มาเลือกร้านนี้ค่ะ

เครื่องดื่มชาร้อนใส่นม อันนี้คุณเจเจทานไม่ได้

ส่วนชุดอาหารเช้าอันนี้หวานหมาเจเจมาก เพราะมีทั้งถั่วต้มในน้ำซอสนุ่ม ๆ ไข่เจียวไม่ปรุงรส ขนมปัง และปลาชุบแป้งทอด ทานได้ทั้งหมดเลยค่ะ

เด็กน้อยอร่อยจริงจัง

เนื่องจากยังเป็นเวลาเช้าอยู่ สถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่คิดว่าจะพาเจเจไปยังไม่เปิด ก็เลยคิดว่าไปถ่ายรูปกันแถวหน้า Disneyland ก่อนดีกว่า ว่าแล้วก็ไม่รอช้า ขึ้นรถไฟใต้ดินในทันใด ที่นี่คนค่อนข้างจะใจดีกับเด็กน้อยมาก คุณเจเจขึ้นไปครั้งใด มักจะมีคนเชิญชวนให้นั่งอยู่เสมอค่ะ

จากรถไฟธรรมดา มาขึ้นรถไฟสาย Disney

คุณเจเจร่าเริงสดใส

ถึงละสถานี Disneyland Resort

คนเยอะแยะมากมาย

ว่าแล้วก็ขอถ่ายภาพครอบครัวก่อนเลย

ด้านหน้า มีแผนที่ค่ะ

ป้ายทางเดินเป็นรูปตัวการ์ตูน Disney

นำพุรูปพี่มิกกี้ขี่ปลาวาฬ สวยงามมองเห็นแต่ไกล

เข้ามาดูใกล้ ๆ มีตัวละครดิสนีย์หลายตัวเลยค่ะ

คุณเจเจทำหน้าไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่ 555

ถ่ายรูปเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ ….. “กลับ!” 5555… คือเราเห็นว่าเจเจอายุแค่ขวบกว่า ๆ จะพาเข้า Disneyland ก็คงจะยังเล่นอะไรไม่ค่อยได้ หรือเล่นได้ก็อาจจะไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่เพราะเล็กเกิน เล่นได้น้อยอย่าง (มากๆ) ไม่คุ้มค่าบัตร หากพ่อแม่จะเข้าไปเลยเอง ก็อาจจะต้องผลัดกันต่อแถวนานๆ อีกคนที่ต้องเลี้ยงลูกรอก็คงจะไม่ค่อยสนุกเพลิดเพลิยเท่าไหร่ ไม่รู้จะไปรอที่ไหน จะนั่งทานโค้กรอทั้งวันก็คงจะไม่ดีแน่ (แพงอีกต่างหาก ^^”) ดังนั้นก็เลยตัดปัญหา รอไว้โตกว่านี้แล้วค่อยพามาใหม่ละกันนะเจเจ ^^

%d bloggers like this: