Advertisements
Tag Archive | San Francisco

If you’re going to San Francisco …(8): APEC Women and the Economy Summit

เที่ยวมาตั้งนาน …ยังไม่มีภาพการทำงานให้เห็น ….^^”…ว่าแล้วก็ควรที่จะต้องกล่าวถึงการประชุมอันเป็นที่มาของ boarding pass ประวัติศาสตร์ ใบนี้สักหน่อย … ถ่ายรูปไว้เป็นที่ระทึก –เพราะเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ตอนมันเกิด 9-11 เรายังนั่งดูทีวีอยู่ที่บ้าน (ตอนนั้นนึกว่าเป็นตัวอย่างหนัง ….^^”…) ใครจะไปนึกว่า อีก 10 ปีต่อมา เราจะได้มาบินฉลองครบรอบ 9-11 แถมยังเป็นบินไปอเมริกา — ด้วยสายการบินอเมริกันอีกต่างหาก… T-T… (ท่านผู้ตรวจฯ ถามเหมือนกันว่า “ใครเป็นคนเลือก ? ” … แต่การบินไทยเลือกให้ง่ะ ตอนนั้นเราก็ไม่ทันคิด เลยไม่ได้ทักท้วงอะไร …^^”…)

เรามาเข้าร่วมการประชุมนี้นั่นเอง

คนเข้าแถว รอทำบัตรประจำตัวผู้เข้าร่วมการประชุม ( อันที่จริง ก็คงจะมีหลายคนมากที่ร่วมบินฉลอง 911 กับเรา จาก 21 เขตเศรษฐกิจเอเปค 555) กันมากมาย จริง ๆ เขาให้ส่งข้อมูลลงทะเบียนมาก่อนแล้ว นี่มารอรับบัตรเฉย ๆ แต่ก็มีหลายคนเหมือนกันที่ไม่ได้ส่งข้อมูล แต่มากรอก & ถ่ายรูปเอาใหม่ตรงนี้ ก็ทำได้เหมือนกันค่ะ ไวพอ ๆ กัน มันช้าตรงเข้าแถวเฉย ๆ

รับบัตรประจำตัว และ Conference Kit ประกอบด้วย กระเป๋า สมุดจด หนังสือคู่มือผู้เข้าร่วมประชุม (Delegate’s Handbook) บัตรประจำตัวพร้อมป้ายห้อย ซึ่งเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ จะต้องห้อยไว้ตลอด ไม่งั้นเขาจะไม่ให้เดินผ่านเข้าไปในสถานที่จัดการประชุมเลยค่ะ

เรากับคุณเพื่อน — โชว์บัตรกันหน่อย …^^…

ประชุม …ประชุม….ประชุม ….อันนี้ก็คงไม่แตกต่างจากที่จัดในเมืองไทยเท่าไหร่นะคะ Seat Plan และลักษณะการจัดอุปกรณ์ต่าง ๆ คล้าย ๆ กัน หัวหน้าคณะผู้แทน กับรองหัวหน้า (ถ้ามี) และผู้เชี่ยวชาญต่าง ๆ จะนั่งข้างหน้า เลขาอย่างเราและเพื่อน ๆ จะนั่งข้างหลัง คอยส่งข้อมูลให้ตามที่เขาขอ นอกจากเขาจะเรียกไป ถึงจะได้ไปเสนอหน้าข้างหน้าบ้าง …^^… แต่ถ้าไม่มีอะไร เราก็อยากนั่งจดรายงานการประชุมสงบ ๆ อยู่ข้างหลังมากกว่าค่ะ

เออใช่… นอกจากคู่มือผู้เข้าร่วมการประชุมแล้ว ใน Conference Kit ก็ยังมีสิ่งนี้ด้วย มันคือบัตรเชิญเข้าร่วมงานเลี้ยงต้อนรับคณะผู้แทนที่เข้าร่วมการประชุม APEC Women and the Economy Summit (ชื่ออย่างเป็นทางการของการประชุมเอเปคเวทีนี้ค่ะ …เป็นหนึ่งในเวทีย่อย ๆ ก่อนเวทีระดับผู้นำ ที่มักจะจัดขึ้นช่วงเดือน พย. – ธค.ค่ะ ) ณ ศาลาว่าการนครซานฟรานซิสโก นั่นเอง

ไปกันเลย !

ภายใน — งดงามอลังการ

Seat Plan โต๊ะเราอยู่ชั้น 2 ค่ะ

แต่ก่อนจะเข้าสู่พิธีการ ก็ต้องมีการจิบแชมเปญสักเล็กน้อย

เขามีให้เลือก 2 อย่าง แชมเปญ กับไวน์ขาว ของเราเลือกเป็นแชมเปญค่ะ ไวน์ก็กินได้ แต่ไว้รอกินกับอาหารน่าจะเหมาะกว่า เพราะตอนเสริฟ์อาหารจะมีไวน์มาด้วยอยู่แล้ว

ประจำโต๊ะ ! ที่เห็นอยู่นี่คือเมนูค่ะ

Entree มาแล้ว …จุ๋มจิ๋มน่ารักมาก ..^^

สลัดปู –สัญลักษณ์ของ Fisherman’s Wharf

จานหลัก- เป็นเสต็กราดซอสเห็ด

ระหว่างนั้นก็จะมีการแสดงจากเขตเศรษฐกิจต่าง ๆ ให้ดูเป็นระยะ

ที่มาแสดงใกล้ ๆ กับโต๊ะเลยก็มี อันนี้รู้สึกว่าจะเป็นของเปรู แต่ไม่ยังมีของไทยแฮะ เท่าที่สังเกต รู้สึกว่าเขาจะเลือกการแสดงจากเขตเศรษฐกิจที่อยู่ใกล้ ๆ กับอเมริกามากกว่า

ปิดท้าย …. ด้วยช็อคโกแล็ตมูส รูปสะพาน Golden Gate !

Advertisements

If you’re going to San Francisco …(7) : อาหารไทยที่ Manora’s

กินปูตัวโต ๆ กันไปแล้วเมื่อวาน … วันนี้เรามาลองอาหารไทยในซานฟรานฯ กันบ้าง ร้านไทยอร่อย ๆ ที่นี่มีมากมายหลายร้าน แต่วันนี้เราจะมาขอแนะนำร้านนึงซึ่งเป็นร้านต้นตำรับของอาหารไทยในซานฟรานฯ อยู่มานานแสนนาน ใช้เป็๋นฉากถ่ายหนังไทยที่มาถ่ายทำในซานฟราน ฯ ก็หลายเรื่อง ใครที่แก่พอที่จะเคยดู “พริกขี้หนูกะหมูแฮม” (ทุก version) พอจะจำร้านนี้กันได้มั้ย ? ถ่ายไกล ๆ ตอนกลางคืน เลยไม่เห็นชื่อถนนซะงั้น ^^”

มาดูชื่อร้านกันชัด ๆ มันคือร้าน “มโนราห์” นั่นเอง ^^

ป้ายรับประกันความอร่อย หน้าร้าน ^^

บรรยากาศภายในร้าน ตกแต่งด้วยภาพเขียนไทย ๆ สวยงาม

บาร์อันเป็นที่นิยม — มีเครื่องดื่มหลากหลาย แต่ ณ เวลาที่เราไป ยังไม่มีคน

รสชาติไทย ๆ ในซานฟราน ฯ หาทานได้ที่นี่ …อันนี้จานแรก เอามาประเดิมกันก่อน ด้วย ยำมะเขือเผา จ้า

ตามมาติด ๆ ด้วยกุ้งผัดพริกไทยดำ

และต้มยำโป๊ะแตก

ทอดมันปลากราย รสชาติเหมือนกินที่เมืองไทยเลย ^^

แกงเผ็ดเป็ดย่าง รสชาติจัดจ้าน ถึงเครื่องแกง

ใครชอบอาหารแนวตะวันตก เขาก็มีให้สั่งนะคะ ^^

ของหวานของเรา เป็นรวมมิตรแบบไทย ๆ ^^

ของคนข้าง ๆ เป็นกล้วยทอด กับไอศกรีม ^^

ปิดท้าย ด้วยภาพถ่ายสวย ๆ จาก Twin Peaks ซึ่งเป็นจุดชมวิวในซานฟรานฯ ค่ะ ^^



——————————-



ปอลอ — ไม่ได้ค่าโฆษณา …^^… แต่อยากจะบอกพี่เจ้าของร้านว่า ขอบคุณมากสำหรับอาหารแสนอร่อยมื้อนี้ (ที่ตกลงก็ไม่รู้เหมือนกันว่าใครจ่าย …^^”… แต่เรากินฟรี 555) และขอบคุณที่มานั่งคุยด้วยตั้งนานค่ะ แม้ว่าเราอาจจะไม่ได้มีโอกาสแวะไปเยี่ยมเยียนที่ร้านอีก แต่ถ้ามีเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ คนไหนจะไปซานฟรานฯ เราก็จะขอแนะนำให้แวะไปที่ร้านนี้ให้ได้นะคะ ^^

If you’re going to San Francisco …(6) : กินปู ที่ Crab House

เย็นย่ำ ณ Pier 39 …^^… เพื่อนเราแนะนำให้มากินปูที่ร้าน – Crab House – ซึ่งเป็นร้านที่มีชื่อมาก … จริง ๆ เพื่อนบอกให้จองมาก่อน เพราะร้านจะเต็มไว แต่เราก็ดันไม่ได้จอง …^^”… เลยทำให้ต้องรอโต๊ะนานหน่อยกว่าจะได้กิน

ป้ายหน้าร้าน

ขนมปังอยู่บนโตีะให้รองท้องก่อน

สั่งโมจิโตมารอแกล้มปูกันก่อนเลย

เริ่มกันด้วยซีซาร์ สลัด เนื้อปูนุ่ม ๆ โรยมาเยอะสะใจ ^^

นอกจากปูแล้ว หอยตัวโต ๆ (จำสายพันธุ์ไม่ได้ ^^”) ก็อร่อยนะคะ

พาสต้า — ก็ให้เนื้อปูมาอย่างสะใจเช่นกัน

ปู ม า แ ล้ ว !! ก้ามโต …เนื้อเยอะและหวานมากสมคำร่ำลือค่ะ ^^

อาวุธครบมือ ! ประกอบด้วย คีมแกะปู และผ้ากันเปื้อนค่ะ

อร่อยขนาดนี้ ..ก็ต้องเกลี้ยงตามระเบียบ ^^

If you’re going to San Francisco …(5) : Pier 39

แม้ว่าจะไม่ได้มาด้วยรถราง แต่คนมา San Francisco ก็ไม่ควรพลาด ที่จะมาเหยียบ Pier 39 หรือท่าเรือที่ 39 ...ทำไมต้องเป็นท่าที่ 39 ? อันนี้เราก็ไม่รู้ …^^”…แต่ที่นี่เป็นเมืองท่า จึงมีท่าเรืออยู่เยอะมาก ๆ เรียง ๆ กัน บางท่าก็เป็นท่าขนส่งสินค้ากันอย่างเอาจริงเอาจัง (ไม่เหมาะเดินเที่ยว) ท่าทีเป็นร้านอาหาร หรือร้านค้า เราก็เห็นมีเยอะอยู่ ท่าที่เป็นท่าเรืองเดินสมุทรแบบ Titanic หรือท่าเรือหาปลาลำเล็กลำน้อยไปจนถึงลำใหญ่ ๆ ก็มี …. ท่า 33 รู้สึกว่าจะเป็นท่าเรือที่จะไปเที่ยวเกาะ Alcatraz อันลือลั่น (..เดี๋ยวมีรูปให้ดู …แต่เราไม่ได้ข้ามไป) ….

แ ล้ ว ท่ า 3 9 มี อ ะ ไ ร ? ..น้องคนที่พามา (อีกแล้ว) บอกว่า ที่นี่มีชื่อเสียงตรงที่มีสิงโตทะเลจำนวนมาก ๆ มานอนอาบแดดให้ดู นอกจากที่มีร้านอาหารอร่อย ๆ ที่เพื่อนเราซึ่งเป็นแอร์ฯ ก็แนะนำให้มาที่นี่ และร้านค้ามากมาย แต่ถ้าเรามาช้า สิงโตทะเลมันจะลงไปนอนหมด ก็เลยเร่งสปีดกันหน่อย เพราะว่ากว่าจะมาถึงก็เย็นมากแล้ว ….

สิงโตทะเล..ล…ล… ไปหมดแล้ว …ว….ว…T-T…. ( – นิ ท า น เ รื่ อ ง นี้ ส อ น ใ ห้ รู้ ว่ า — หากอยากมาดูสิงโตทะเล ที่ Pier 39 ให้มาไว ๆ นะ อย่าห่วงช็อป อย่าห่วงกิน เสื้อผ้า กระเป๋า และอาหาร มันวิ่งหนีคุณไปไหนไม่ได้ แต่สิงโตทะเลมันสามารถหนีลงน้ำหรือกลับบ้านนอนได้เมื่อแดดหมดค่ะ …T-T…)

อดเจอกันเลย…ชริ .. >< …

จะโทษใครก็ลำบาก.. ดันมาถึงตอนตะวันตกดินจริง ๆ

จาก Pier 39 นี้ เราสามารถมองเห็นเกาะ Alcatraz ได้อย่างชัดเจน ใครที่เป็นแฟนหนังเรื่อง The Rock น่าจะรู้จักกันดีสำหรับเกาะนี้ ที่เค้าว่ากันว่า เป็นที่ตั้งของคุกที่ไม่มีใครเคยแหกได้มาเป็นเวลานาน มีคนพยายามจะแหกเหมือนกัน แต่เพราะมันตั้งอยู่กลางทะเล ต่อให้แหกออกมาได้ ก็จะต้องว่ายน้ำข้ามมาถึงฝั่ง ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ จึงไม่เคยมีข่าวว่าใครแหกคุกมาแล้วรอดชีวิต … แต่ตอนนี้เขาเลิกใช้เป็นคุกแล้ว …น้องที่พามาบอกว่า วันดีคืนดี เวลาที่เราไปเที่ยว จะมีนักโทษที่เคยอยู่ที่นี่ และพ้นโทษแล้ว มาแจกลายเซ็นต์ด้วย แต่ละคนแก่มาก ๆ แล้วทั้งนั้นเลย…

ร้าน Hard Rock Cafe ณ Pier 39

เป็นท่าเรือก็ต้องมีเรือ แต่เป็นเรือลำเล็ก ๆ

เรือที่จอดเทียบท่า Pier 39

ไม่เจอสิงโตทะเลตัวเป็น ๆ ดูต้นไม้แทนละกัน…><…

นอกจากสิงโตทะเล และจุดชมวิว Alcatraz แล้ว Pier 39 ยังเป็นที่ตั้งของม้าหมุน (ซึ่งเราไม่ได้นั่ง…. ท่าทางจะแพงกว่างานวัดแถวนี้ ^^”) และร้านค้ามากมาย ทั้งร้านขายอาหาร รูปวาด โปสการ์ด ของที่ระลึก ใครอยากได้ของฝากจากซานฟรานฯ ก็สามารถหาซื้อได้ที่นี่แทบจะครบเลยทีเดียว ….

ร้านโปรดของเรา (แต่คราวนี้ไม่ได้ซื้อ) Mrs. Field ก็มีสาขาที่นี่ … ขาย soft cookie ชิ้นโต ๆ น่ากิน…. ^^…..

อ า ห า ร ที่ ทุ ก ท่ า น ไ ม่ ค ว ร พ ล า ด เมื่อแวะมาเยือน Pier 39 ก็คือ – ปู ท ะ เ ล – …ที่เค้าว่า ตัวโตเนื้อเยอะ และหวาน …น่ารับประทานเป็นอย่างมาก … มีหลายร้านให้เลือก…เราไม่แน่ใจว่ามันอร่อยเท่ากันทุกร้านไหม? … แต่เรามีร้านนึงซึ่งเพื่อนแนะนำมาว่า – อ ร่ อ ย – …. ส่วนจะเป็นร้านไหนนั้น …พรุ่งนี้มาติดตามละกันนะ …^^…

If you’re going to San Francisco …(4) : Cable Car & Ghirardelli Square

อย่างที่บอกใน Blog ที่แล้วว่า Union Square เป็นศูนย์รวมของแทบจะทุกอย่างใน San Francisco ซึ่งก็รวมถึงจุดเริ่มต้นของรถ Cable Car หรือรถรางอันโด่งดังของที่นี่ด้วย อันว่ารถรางนี้ ก็คือ รถที่แล่นไปตามราง (แล้วจะบอกทำไม …^^”) บนถนนของซานฟราน ฯ ที่จะพาเราผ่านสถานที่สำคัญ ๆ ต่าง ๆ เป็นทางที่ fix ไว้แล้ว ใครสนใจอยากรู้ว่าสายไหน ( มี 2 สาย คือ Powell – Mason และ Powell – Hyde ) ผ่านอะไรบ้าง สามารถดูรายละเอียดได้ – ที่นี่ – เลย

จุดที่เราจะขึ้น Cable Car ได้นั้น ….จริง ๆ จะขึ้นจาก Union Square ก็ได้ แต่ถ้าหากอยากจะขึ้นตรงต้นสาย เขาแนะนำให้เดินลงมาหน่อย ถึงบริเวณหน้าห้าง Westfield ตรงจุดที่เรียกว่า Powell Market Turntable จะเป็นจุดต้นทางพอดี และเราจะได้เห็นเขาหมุนรถรางกลับหัวกันสด ๆ ด้วย เป็นสิ่งนึงที่คนมา San Francisco ควรจะได้ดูนะคะ ^^

มาดูกันชัด ๆ เลยดีกว่า ^^

และสายที่เราจะพาทุกท่านนั่งไปด้วยกันในวันนี้ ก็คือสาย Powell -Hyde ซึ่งจะไปสิ้นสุดที่ Ghiraradelli Square เนื่องจากเรามีภารกิจฟิชโช — จะต้องไปซื้อของฝากให้แม่ ที่ Ghirardelli Square และเพราะรถมันมาพอดี … ถ้านั่งสาย Powell -Mason มันจะพาท่านไปสิ้นสุดที่ Fisherman’s Wharf ซึ่งก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจเช่นกัน…แถมยังเป็นที่ตั้งของ Pier 39 อันลือลั่นด้วย แต่พรุ่งนี้ค่อยไปแล้วกัน วันนี้มา Ghirardelli Square กับเราก่อน ^^

ชักภาพขณะนั่งรถเสียหน่อย ^^

….ถึงแล้ว !

Ghirardelli Square ก็ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลเหมือนกัน ก็เลยเห็นชายหาดและเรือเช่นนี้ แต่ตัว Square จะอยู่คนละด้านกับชายหาดนะคะ ต้องกลับหลังหันและเดินขึ้นเนินไปสักเล็กน้อย

กลับหลังหันแล้วจะมองเห็นป้ายเด่นเป็นสง่าเช่นนี้ค่ะ เดินตามป้ายไปได้เลย

อันว่า Ghirardelli นี้ ถ้าใครชอบกินช็อคโกแล็ตอร่อย ๆ ก็น่าจะคุ้นเคยกันดี ว่ามันก็คือช็อคโกแล็ต เจ้าอร่อยของซานฟราน ฯ ที่ท่านแม่เราฝากให้เรามาซื้อกลับไปฝากท่านผู้ชมทางบ้านนั่นเอง (…แต่แม่เอาไปแจกเพื่อนที่ทำงานหมดแล้ว …เสียใจด้วยนะคะ ^^”) อันนี้คือหน้าร้าน

ร้านนี้เค้าขายไอศกรีมด้วยนะคะ แต่เราไม่ได้ลองชิม

ช็อกโกแล็ตมากมายในร้าน

แท่งยักษก็มี (แต่ไม่ได้ซื้อ ^^”)

จัดถุงนี้ไปฝากคุณแม่(แต่ได้ข่าวว่าหมดแล้ว …สำหรับท่านที่อยากชิม ^^”)

บริเวณรอบ ๆ มีลานน้ำพุสวยงาม

มีร้านรวงต่าง ๆ มากมาย นอกจากร้านช็อคโกฯ และไอศกรีม

หน้าร้านกาแฟและเค้กน่ารัก ๆ มีที่ให้นั่งเล่นด้วย ^^

If you’re going to San Francisco …(3) : Alamo Square & Union Square

นอกจาก Lombard Street แล้ว สถานที่อีกแห่งหนึ่ง ที่เรามักจะเห็นใน Postcard และหนังสือนำเที่ยวของ San Francisco ก็คือบ้าน 5- 6 หลังนี้ ซึ่งจากภาพถ่ายมักจะทำให้เรารู้สึกว่า San Francisco น่าจะมีบ้านหน้าตาน่ารัก ๆ เหมือนขนมปังขิงเช่นนี้เรียงกันเป็นตับ แต่เอาเข้าจริงมันก็มีประมาณ 5-6 หลัง อย่างที่เห็นเนี่ยแหละ …^^”…. หมดนี้ก็หมดแล้ว จะเป็นบ้านแบบอื่นแทน แต่ก็สวยเหมือนกัน

ที่นี่ก็เป็นที่รู้จักกันในหมู่คนไทยทั่วไป (น้องที่พามาเขาบอก) ในชื่อ “บ้าน 5 หลัง ” ซึ่งชื่อเป็นทางการของเขาคือ Alamo Square นะคะ ได้ข่าวว่าชื่อนี้ไม่ค่อยมีคนเรียกกันหรอก แต่หนังสือนำเที่ยวทั้งหลาย ตลอดจน GPS จะรู้จักค่ะ ^^

ฝั่งตรงข้ามเป็นสวนสาธารณะที่อยู่บนเนิน วันนี้แดดดี คนเลยมานั่งเล่น นอนเล่น จูงหมามาเดินเล่นกันเพียบเลย ^^

นอกจาก Alamo Square ที่คนทั่วไปมักจะไม่รู้จักชื่อจริงแล้ว ก็มีอีก Square หนึ่งที่คนมา San Francisco จะต้องรู้จัก เพราะเป็นจตุรัสศูนย์กลางของอะไรหลาย ๆ อย่าง นั่นก็คือ Union Square สัญลักษณ์ที่เรามองเห็นเป็นอย่างแรก ก็คือรูปหัวใจที่มีรูปสะพาน Golden Gate อยู่ตรงกลางอย่างนี้

แต่สัญลักษณ์ที่แท้จริงคือรูปปั้นเทพีแห่งชัยชนะสูงเด่นเป็นสง่าที่อยู่กลางจตุรัสนี้ เค้าว่าเป็นสัญลักษณ์ของชัยชนะของนาวิกโนธินสหรัฐฯ เหนือกองทัพเรือของสเปนค่ะ

รายละเอียดที่ฐานอนุสาวรีย์

จตุรัสกลางเมืองแห่งนี้เป็นจุดนึงที่คึกคักที่สุดใน San Francisco เพราะนอกจากจะล้อมรอบด้วยห้างสรรพสินค้าใหญ่ ๆ และร้านค้าจำนวนมาก รวมทั้งเป็นจุดเริ่มต้นของทัวร์ชมเมืองจำนวนมากแล้ว ก็มักถูกใช้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานแสดงศิลปะ และคอนเสริต์ค่ะ

ส่วนนึงของงานแสดงศิลปะที่จัดขึ้นที่นี่

ส่วนรูปหัวใจที่เราชอบมากนั้น มีทั้ง 4 ด้านเลย และรูปไม่เหมือนกันนะ เป็นสัญลักษณ์ที่เขาสร้างขึ้น เพื่อรณรงค์ช่วยผู้ป่วยโรคหัวใจ (ถ้าเราจำไม่ผิด)โดยโรงพยาบาลซานฟรานซิสโก โดยคนดังของ San Francisco หลาย ๆ คน ช่วยกันเลือกแบบแต่ละด้านค่ะ

อีกด้าน ^^

นี่ก็อีกด้าน

ขอถ่ายรูปร่วมกันหน่อย ^^

ป้ายบอกรายละเอียดที่ฐานหัวใจแต่ละด้าน

หนึ่งในห้างสรรพสินค้าที่ล้อมรอบจตุรัส

ด้านหนึ่งของจตุร้สนี้ ยังเป็นที่ตั้งของโรงแรมที่เรามาพักตลอดการประชุมครั้งนี้ด้วย ซึ่งก็คือโรงแรม The Westin St. Francis เป็นโรงแรมเก่าแก่และเลิศหรูอลังการแห่งหนึ่งใน San Francisco แต่เขาบอกว่า ที่เลิศทึ่สุด ก็คือตรงที่มันตั้งอยู่ติด Union Square เลยเนี่ยแหละ ทำให้ไปไหนมาไหนสะดวกมาก ๆ

หน้าโรงแรม ถ่ายจาก Union Square

วิวจากมุมบนของโรงแรม ถ่ายจากลิฟท์แก้ว ชั้น 31 มองเห็นซานฟราน ฯ แทบจะทั้งเมือง ลิฟท์แก้วนี้ก็เป็นสิ่งที่คู่มือท่องเที่ยวของเพื่อนเราบอกมาว่า ถ้ามาพักโรงแรมนี้ควรจะต้องขึ้น แต่มันมีห้องประชุมอยู่ชั้น 32 ด้วยนะคะ เราคิดว่าคนส่วนใหญ่ที่มาประชุม ก็น่าจะได้ขึ้นแหละ ^^

ภายในห้องโถงของโรงแรม จะมีตู้ต่าง ๆ แสดงประวัติความเป็นมาของโรงแรมนี้ให้อ่านค่ะ

If you’re going to San Francisco …(2) : Lombard Street & Palace of Fine Arts

ภาพถนนคล้าย ๆ แบบนี้ (แต่สวยกว่านี้ และมีดอกไม้) หลาย ๆ คนคงเคยเห็นใน Postcard หรือหนังสือนำเที่ยว San Francisco นะคะ …^^… ถนนซิกแซกที่เราเห็นอยู่นี้ มีชื่อว่า Lombard Street หรือที่น้องคนไทยที่พาไป เขาบอกว่า คนไทยชอบเรียก “ลำบากสตรีท” หรือถนนลำบาก เพราะมันขับรถยากอยู่สำหรับคนไม่ชินการขับลงภูเขาแบบซิกแซก (คิดว่าน่าจะมีแต่คนขับลงกันนะคะ ไม่เห็นมีใครสวนขึ้นไปซักคน ^^”)

ป้ายชื่อถนนค่ะ

ก รุ ณ า อ ย่ า ถ า ม เ ร า (ถาม Google Map จะดีกว่านะคะ ^^”) ว่าถนนสายนี้อยู่ที่ไหนในซานฟราน ฯ เพราะว่ามีคนพาไป เราก็เลยไม่รู้หรอก …^^”… แต่ถ้าคุณนั่งรถรางในซานฟราน ฯ (ซึ่งเดี๋ยวเราจะพาไปนั่งค่ะ — แต่ไม่ใช่วันนี้ ^^) มันจะมีจุดนึงที่พาคุณมาหยุดตรงมุมบนของถนนพอดี เจ้าหน้าที่บนรถรางจะบอกค่ะ จะมีคนมายืนถ่ายรูปจากมุมบนตรงนี้เยอะแยะเลย

เมื่อถ่ายรูปจากด้านบนเสร็จ เราก็นั่งรถลงมาด้านล่าง (น้องเค้าขับพาลงมา และเค้าค่อนข้างจะชำนาญการขับบนเขา พวกเราก็เลยสบาย ^^) และถ่ายรูปกัน …อ้อ… ภาพ – พิ ม พ์ นิ ย ม – ของถนนนี้ จะต้องถ่ายจากด้านล่างเท่านั้นนะคะ ถ่ายจากด้านบนมองไม่เห็นจ้า ^^

น้องผู้หญิง (ชื่อน้องกวาง …เห็นว่าเรียน ป. โท อยู่ที่นี่ เทอมสุดท้ายแล้ว แต่เราก็ดันลืมถาม ว่า U ไหน ^^”) บอกว่า มุมที่ดีที่สุดที่จะถ่ายภาพ Lombard Road ได้ ควรจะต้องยืนบนฝาท่อนี้ (ซึ่งอยู่กลางถนนเลย ^^”) ค่ะ

จาก Lombard Road เราก็จะพาทุกท่านไปถ่ายรูปกัน ที่สถานที่ถ่ายภาพ wedding ยอดนิยม อีกแห่งนึงใน San Francisco เพราะมันสวย …แต่จริง ๆ The Palace of Fine Arts นี่ไม่ใช่สถานที่ที่สร้างขึ้นมาเพื่อถ่ายภาพ Wedding หรอกนะ …^^”… มันคือสถานที่ที่เขาใช้จัดแสดงนิทรรศการศิลปะ Panama–Pacific International Exposition ในปี 1915 (ใครสนใจสามารถหารายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก Google เช่นเคยนะคะ …เราอ่านแล้วคิดว่าน่าจะคล้ายกับ World’s Expo สมัยนี้อะ ^^”) จริง ๆ แล้วกว้างใหญ่ไพศาลกว่านี้มาก แต่ตอนนี้เหลือแค่นี้เอง ….ได้รับการบูรณะมาแล้วหลายรอบอยู่ ใครสนใจสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ – ที่ นี่ – นะคะ ^^

มาถึงก็เย็นย่ำแล้ว เลยได้แสงแบบนี้ ^^

บริเวณรอบ ๆ มีต้นไม้สวยงาม

ประวัติผู้ออกแบบที่นี่ค่ะ

จัดภาพโดมกลางแสงพระอาทิตย์ตกดินไปอีกซักรูป เป็นการส่งท้ายกับ Palace of Fine Arts …. ก่อนเดินทางไปชมสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในซานฟราน ฯ กันต่อจ้า …^^…..

%d bloggers like this: