Advertisements
Tag Archive | Sentosa

SG Holidays (4) : ไป(ให้ถึง) Sentosa ในราคาน้ำอัดลม ^^

ไปสิงคโปร์ทั้งที(ทำไมก็ไม่รู้…^^”..)ต้องไป Sentosa … เราเชื่อว่าหลาย ๆ คนที่เคยมาสิงคโปร์ต้องเคยมา Sentosa ส่วนใครที่ไม่เคยมาสิงคโปร์ ถ้าหากได้มา ก็คงจะอยากมา Sentosa … เราเองมาสิงคโปร์คราวที่แล้วก็มา Sentosa … ถ้าคราวนี้จะมาแบบธรรมดา ๆ เหมือนคราวที่แล้วเป๊ะ … ก็คงจะธรรมดาเกินไป — ดังนั้น … วันนี้เราจะมานำเสนอวิธีมา Sentosa ด้วยวิธีประหยัดมาก … นั่นก็คือ ….โดยการนั่งรถประจำทางมา Habour Front และ – เ ดิ น – ต่อไปยัง Sentosa … ฟังไม่ผิดหรอกค่ะ ไปเซ็นโตซาเดินไปได้จริงๆ … แต่ขอให้เป็นคนเดินที่สุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์หน่อยนะคะ เพราะมันก็ไกลอยู่ประมาณนึง … ถ้าเดินไม่ไหว เขาก็มีวิธีอื่น ๆ ให้เลือกมากมาย ..สบายกว่าค่ะ ^^

สาเหตุที่ได้นั่งรถเมล์มา …. เพราะวันก่อนขณะไปหาอาหารเช้ากินกัน –ตามประสาคนพักโรงแรมไม่มีอาหารเช้า (เดี๋ยวพรุ่งนี้มาเล่าเรื่องอาหารเช้านะ ^^) คุณแฟนเกิดตาดีเหลือบไปเห็นว่า รถเมล์สาย 80 วิ่งจากที่พักของเราแถว ๆ Geylung ไปสุดสายที่ Harbour Front ซึ่งเป็นสถานีรถไฟฟ้าที่จะไป Sentosa พอดี — ว่าแล้ว… แทนที่จะเดินไปขึ้นรถไฟฟ้ากันตามปกติ …. เราก็เลยนั่งรถเมล 2 ชั้น ชมตัวเมืองสิงคโปร์กันดีกว่า … และแล้ว รถเมล์ก็พาเรามาถึงห้าง Vivo City ซึ่งถ้านั่งรถไฟฟ้ามา มันก็จะมาโผล่ที่ห้างนี้พอดีเหมือนกัน ^^

ถนนทุกสาย (มั้ง ?) ที่ไป Sentosa มีจุดเริ่มต้นจากห้างนี้ ….ทั้ง Cable Car (อันนี้รู้สึกจะนั่งมาจากในเมืองได้ แต่เราไม่รู้ว่าตรงไหน) เรือ River Cruise (แต่ขอโทษเหอะ …เส้นทางสั้นมาก ๆ คงไม่ทันเห็นอะไรหรอก ) Monorail สีชมพูเช่นนี้ ซึ่งเป็นที่นิยมมาก ๆ เพราะรู้สึกว่าจะเร็วที่สุด และสามารถใช้บัตร Easylink ได้เลย …. เมื่อวานเราก็ไป Universal ด้วยวิธีนี้ … วันนี้ก็เลยเปลี่ยนวิธีดีกว่า … ^^ ….

Monorail ข้ามไป Sentosa รู้สึกว่าจะเสีย 3 เหรียญ (ถ้าจำไม่ผิด) เป็นราคาเหมาเที่ยวไป – กลับ (ขากลับไม่ต้องแตะบัตร — จะไม่เสียอะไรอีก) แต่ถ้าเราเลือกทางนี้ คือ Sentosa Board Walk เราจะไม่ต้องเสียอะไรเลย …เพียงแต่ต้องออกแรงนิดหน่อย เดินไปตามเส้นทางตรง ๆ — คือมันจะเป็นสะพานกว้างมาก ๆ … มีพื้นเลื่อน (แบบในสนามบิน) เป็นระยะ สำหรับคนขี้เกียจเดิน … แน่นอนว่าช้ากว่า Monorail มาก แต่น่าจะเหมาะกับคนชอบเดิน และอยากดูเส้นทางระหว่างเกาะสิงคโปร์ ไปยัง Sentosa … จะว่าไปก็ไม่ไกลเท่าไหร่หรอก …

แวะหยิบแผนที่กันก่อน ^^

ปฏิมากรรมระหว่างทางเดิน ชื่อ The Musicians

เดินไม่ไกลมากก็มาถึง …จะเห็นป้าย Sentosa เด่นบนเขาตั้งแต่ไกล และ Sentosa Visitor Center สำหรับใครที่อยากจะเล่นเครื่องเล่นในนี้ และไม่ได้ซื้อบัตรมาตั้งแต่ตรงสถานี Monorail ในห้าง Vivo City หรือ tour agent ในเมือง สามารถมาซื้อตรงนี้ได้ ^^

น้อง Merlion ตัวใหญ่ มองเห็นแต่ไกล เป็นสัญลักษณ์ของสิงคโปร์และ Sentosa ตัวนี้พ่นน้ำไม่ได้เหมือนที่ Merilion Park แต่เราสามารถเดินเข้าไป – ปีนเข้าไปในตัวมันเพื่อดูวิวจากส่วนตา และปากได้ เนื่องจากคราวที่แล้วเราขึ้นไปรอบนึงแล้ว คราวนี้เราก็จะไม่ขึ้นไปนะคะ ^^

ภูเขาข้างหลังน้อง Merlion เป็นจุดแสดง The Images of Singapore เป็นคล้าย ๆ พิพิธภัณฑ์สิ่งจำลองต่าง ๆ ของสิงคโปร์ตั้งแต่ยุคก่อตั้ง ใครที่ชอบเรื่องเกี่ยวกับประวัติศาสตร์น่าจะชอบ (แต่เราก็ไม่ได้เข้าไปอีก … ^^”…)

ส่วนนี่คือ Tiger Tower เป็นหอคอยที่สูงที่สุด (เมื่อมันขึ้นไปถึงจุดบนสุดแล้ว) ที่เราจะสามารถชมวิวสิงคโปร์และประเทศใกล้เคียงได้ เขาบอกว่า ถ้าวันไหนอากาศดี ๆ จะมองเห็นไปได้ไกลถึงออสเตรเลียโน่นเลย

เราสามารถเดินทางไปยัง Zone ต่าง ๆ ใน Sentosa ได้โดย Monorail หรือ Cable car หรือรถราง ได้โดยไม่เสียตังค์ด้วย เพราะถือว่าเสียเหมาจ่ายไปตั้งแต่ตอนมาแล้ว … – แ ต่ – .. สำหรับคนที่อยากเดินชมวิว และออกกำลัง คุณสามารถเดินไปมาระหว่าง Zone ต่าง ๆ ได้เช่นกัน (แต่เหนื่อย…) นี่คือเส้นทางจากตัว Merlion ลงไปยัง beach ค่ะ…

ชายหาดของ Sentosa เขาว่าทรายแถวนี้ซื้อมาทั้งนั้น …ของสิงคโปร์เองไม่มี … – ดั ง นั้ น – … ถ้าใครจะลงไปเล่นน้ำ จะต้องระวังและเชื่อคำเตือนที่เขาเขียนไว้ว่าตรงไหนเล่นได้ ตรงไหนเล่นไม่ได้ … เพราะบริเวณที่เล่นไม่ได้นั้นมีความเสี่ยงสูงที่น้ำจะลึกมาก และหินจะเยอะมาก …. คือมันไม่ใช่หาดทรายธรรมชาติที่มีทรายเยอะ ๆ ไง….. ก็จะมีทรายเฉพาะบริเวณที่เขาโปะไว้ ….ตรงนั้นจะเล่นได้ค่ะ … ^^…

บริเวณ Beach นี้ยังเป็นจุดแสดง แสง สี เสียง Song of the Sea ด้วย … ^^…เนื่องจากคราวที่แล้วเราดูไปแล้ว คราวนี้ก็เลยขี้เกียจดูอีก มันต้องรอถึง 2 ทุ่มด้วยแหละ … เนื้อเรื่องน่ารักดีนะคะ ใครที่พาเด็ก ๆ มา ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรง ก็ควรดู แต่ถ้าลูกหลานของท่านเด็กขนาด 3 ทุ่ม ก็หลับแล้ว …เราว่าซื้อนิทานไปอ่านให้ฟังที่บ้าน แล้วซื้อตุ๊กตาไปเล่นเองอาจจะเข้าท่ากว่า …เพราะมันเริ่มช้า และใช้เวลาพอควรค่ะ ^^

ชายหาด Siloso เป็นบริเวณหนึ่งที่เล่นน้ำได้ค่ะ ^^

ที่นี่มี Underwater World ด้วย แต่เราคาดว่าน่าจะคล้ายที่ Siam Paragon เลยไม่ได้เข้าไปดู สำหรับผู้ที่สนใจ…ค่าเข้าชมที่นี่ ประมาณ 45 เหรียญสิงคโปร์ค่ะ ^^

สำหรับคนที่ไม่เข้าไป …เขามีบ่อให้สังเกตุการณ์ด้วย — แต่ก็แล้วแต่ว่าตัวอะไรมันจะออกมาให้ชมโฉมนะ ส่วนมากก็เป็นเต่าทะเลตัวโต ๆ ที่เขาช่วยชีวิตไว้ได้ค่ะ

และแล้ว ….เราก็เดินทางมาถึงจุดใต้สุดของคาบสมุทรเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่สุดปลายเกาะ Sentosa นี่เอง … เห็นป้ายนี้แล้วแปลว่าต้องเดินไปอีกหน่อยนะ ^^

ต้องข้ามสะพานนี้ไปด้วย ^^

ส่วนนี้เป็นชายหาดที่สร้างขึ้นมา …ก็แปลว่าเล่นน้ำได้นะคะ ^^

โอเคค่ะ ถ้าเจอป้ายนี้ ก็แปลว่า มาถึงแล้ว !

ข้ามมาถึงแล้ว อย่าลืมถ่ายรูปกับสัญลักษณ์นี้ด้วยน้า ^^

Advertisements

Mekong Leaders Programme, NUS (4)

เสาร์ – อาทิตย์ไม่มีอบรม … ^^… ก็เลยขอให้คุณเพื่อนเราที่ทำงานที่นี่มาช่วยเป็นไกด์พาทัวร์ให้หน่อย — จริง ๆ ในตัวเมืองก็เที่ยวเกือบจะหมดแล้วง่ะ … ก็เลยคิดว่าจะออกไป Sentosa แต่ตอนเช้าคุณเพื่อนพามาขึ้น Singapore Flyer ก่อน … ^^….

Singpore flyer จะคล้าย ๆ London Eyes ตรงที่เป็นเหมือนชิงช้าสวรรค์ใหญ่ ๆ ขึ้นไปแล้วมองลงมาเห็นทั้งเมือง … ^^… แต่มองลงมาตอนนี้มันก็เห็นแต่ Casino ที่เขากำลังจะสร้างอะนะ …. ^^”… คิดว่าพอสร้างเสร็จ วิวน่าจะสวยกว่านี้ เห็นบอกว่าจะสร้าง Disney Studio ด้วย … ^^…

นี่เป็นด้านเมืองใหม่ที่เขากำลังสร้าง ๆกันอยู่ค่ะ … ^^…

… กินข้าวกลางวันข้างล่าง Flyer … แล้วก็ต่อมา China Town เพราะเพื่อนเราจะแนะนำร้านหมูแผ่น — แต่ที่เห็นนี่ไม่ใช่ร้านหมูแผ่นนะ .. ^^”… เป็นวัดพุทธที่ China Town แต่รู้สึกว่าจะเป็นพุทธแนวธิเบต ๆ หน่อย — ไม่ค่อยเหมือนของไทยเรา …

ข้างในกำลังทำพิธีสวดมนต์กันอยู่ …

… จาก China Town แวะกินน้ำเต้าหู้แถว ๆ นั้น — แล้วเราก็ออกเดินทางไปห้าง Vivo ที่เป็นเส้นทางเชื่อมต่อไป Sentosa — คือห้างมันเพิ่งสร้าง — และอยู่ตรงจุดที่จะข้ามฟากไป Sentosa พอดีเลย … ^^…

การข้ามไปเกาะ Sentosa นั้นทำได้หลายทางค่ะ — ทั้ง Cable Car อย่างที่เห็น นั่งเรือ หรือนั่ง Monorail — ทีแรกเราว่าจะนั่งเหมือนกัน Cable Car แต่คุณเพื่อนเตือนว่า — มันช้ามากเลยอะ — กระดึ๊บ ๆ … ^^.. แล้วจริง ๆ เราจะไม่เห็นวิวอะไรมากนักถ้านั่งแค่ข้ามฟาก — มันก็จะเห็นแต่ทะเลแป็บเดียว …. คือคนจะนั่ง Cable Car จริง ๆ ส่วนใหญ่เขานั่งมาตั้งกะกลางเมืองแล้ว — มันมีจุดให้ขึ้นหลายจุด — ถ้านั่งมาจากในเมือง — ก็จะเห็นตัวเมืองด้วยไง … ^^…

…. ครั้นจะนั่ง River Cruise ก็นะ — ระยะทางมันก็ไม่เท่าไหร่ — แล้วจะไปจ่ายแพงกว่าทำไมหนอ … ว่าแล้ว — เรากะเพื่อนก็มาที่สถานี Monorail ดีกว่า … ^^….

โฉมหน้าน้อง Monorail ที่คนขึ้นเยอะมากกก — ราวกับว่า — นักท่องเที่ยวทั้งหมดที่มาสิงคโปร์จะต้องมาแวะ Sentosa ในวันเสาร์ – อาทิตย์ ! — แต่จะว่าไป — ที่เที่ยวสิงคโปร์มันก็ไม่ได้เยอะอะ … ^^”… ส่วนใหญ่จะเน้นการช็อปและการกินซะมากกว่า … ^^”…

free Ride , Go Green (ชื่อจริง ๆ มันว่าไรไม่รู้อะ ..จำไม่ได้แระ…^^”..) เป็นเครื่องเล่นอย่างนึงที่ให้เราขึ้นไปยืนบนล้อ — หมุนพวงมาลัยแล้วมันจะแล่นไปข้างหน้าเอง –เป็นกิจกรรมอย่างนึงที่เค้าให้เราเลือกเล่นตอนซื้อบัตร Sentosa คือมันเลือกได้ 3 อย่างอะ –ถ้าอยากเล่นมากกว่านั้น ..ก็คือต้องจ่ายตังค์เพิ่มนะ …^^….

เค้าบอกว่า นี่คือสุดคาบสมุทรของเอเชียแล้วจ้า ^^

ชายหาดที่ดูสร้างมาก ๆ — เห็นว่าสั่งซื้อทรายมาจากอินโด และ / หรือมาเลย์ ไม่แน่ใจ –แต่ไม่ใช่ของ Local แน่ๆ …^^….

..ขอแอบเป็นนางแบบนิดนึง…^^ …

Merlion สัญลักษณ์ของสิงคโปร์อีกครั้ง — แต่ตัวนี้คงเป็นรุ่นบรรพบุรุษของตัวที่อยู่ที่ Merlion Park เพราะว่าตัวใหญ่กว่ากันเยอะมากกก — ขนาดเราเดินเข้าไปในตัวมัน — และปีนขึ้นไปถึงหัวได้เลย (… แน่นอนว่าเสียตังค์ 555 … เสียรวมกะบัตรเข้า Sentosa นั่นแหละ … ^^..) ข้างในจัดเป็นนิทรรศการ และมีวิดิโอให้ดูเกี่ยวกับความเป็นมาของ Merlion ที่เป็นสัญลักษณ์ของสิงคโปร์ — ตำนานมีอยู่ว่า — เจ้าชาย Sang Nila Utama แห่งอาณาจักรศรีวิชัยที่ล่องเรือมาเพื่อจะหาที่สร้างอาณาจักรใหม่ — มาเจอเกาะสวยงามขนาดกะลังพอเหมาะที่นี่ — ซึ่งแต่ก่อนมันชื่อ Temasek หรือ Sea Town –…. แต่พอจะเข้าไปใกล้ ๆ ดันเจอพายุที่เกิดจากสัตว์เทพเจ้าในทะเล … ก็เลยโยนมงกุฎลงไปเป็นเครื่องบรรณาการ — พายุก็สงบ — แล่นเรือเข้ามาใกล้ ๆ เกาะได้ … ทีนี้ … พอเข้ามาใกล้ ๆ กำลังจะจอดเรือ — สัตว์ตัวแรกที่เจอคือสิงโต … เขาเลยตั้งชื่อเกาะนี้ใหม่ว่า Singapura หรือ Lion City …. สัญลักษณ์ของเมืองก็เลยเป็นส่วนผสมระหว่างสิงโต กับสัตว์เทพเจ้าในทะเล — เลยมีหางเป็นปลาอย่างที่เห็น — และมีชื่อเรียกว่า Merlion นั่นเอง … ^^…

อันนี้เป็นการแสดงชื่อ Song of the Sea ที่เป็นการแสดงที่มีชื่อเสียงคู่กะ Sentosa แสดงตอนเย็น ๆ ค่ำ ๆ เพราะมันเป็นการแสดง แสง สี เสียง ในทะเล (ปลอม ๆ … ^^”…) วันละ 2 รอบ … เป็นนิทานว่าด้วย Prince Li กับเจ้าหญิง Anny ที่หลับไหลอยู่ในทะเลลึก — เจ้าชายมีภารกิจที่จะต้องช่วยปลุกเจ้าหญิงที่หลับไหลอยู่ใต้ทะเลด้วย Song of the Sea แต่ร้อง ๆ ไปทีแรก ๆ เจ้าหญิงจะยังไม่ตื่นหรอก …. กลับไปปลุกตัวอะไรประหลาด ๆ ขึ้นมามากมาย — ซึ่งแต่ละตัว … แต่ละตนก็จะขอร้องให้เจ้าชายช่วยทำนั่นทำนี่ตามประสานิทานเด็ก (…. อ่่านะ … ^^…) จนใกล้จะจบเรื่องนั่นแหละ — เจ้าหญิงถึงจะตื่นขึ้นมา … ^^…

%d bloggers like this: