Posted in Travel

ตามเจเจไปสิงคโปร์ (2) : ไหว้พระ 8 วัด กับ Fountain of Wealth

วันที่ 2 เป็นวันที่กะไว้ว่าจะพาเจเจไปไหว้พระกันค่ะ เพราะสิงคโปร์ก็เป็นสถานที่ๆ มีวัดของศาสนาต่างๆ เยอะ จะได้ทำบุญฉลองวันเกิดเจเจล่วงหน้าไปเลยด้วย มาวัดแห่งแรก คือ “วัดพระศรีกฤษณะ” เป็นวัดฮินดู เราไม่ได้เข้าไป เลยได้แต่ภาพด้านนอกมาค่ะ

คุณเจเจเพิ่งตื่นมายังงงๆ

แถวหน้าวัดมีตลาด

วัดที่ 2 คือ “วัดเจ้าแม่กวนอิม” อยู่ติดกัน เป็นวัดที่คนนิยมมาขอพรกันมาก เพราะเขาบอกว่าขอแล้วมักจะประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะเรื่องโชคลาภ และสุขภาพค่ะ เค้าบอกว่าเซียมซีแม่นด้วย แต่เราไม่ได้เสี่ยง เนื่องจากรู้สึกว่าคนเยอะไปหน่อยที่จะพาเจเจเข้าไปลุย

แค่ขอพรและถ่ายรูปด้านหน้าเฉยๆ ค่ะ

วัดที่ 3 คือ “วัดเทียนฮกเก๋ง” สร้างขึ้นเพื่อบูชาเจ้าแม่ทับทิม หรือเจ้าแม่แห่งท้องทะเลค่ะ เค้าว่าวัดนี้คนมักจะมาขอพรเกี่ยวกับชีวิตคู่ที่สงบสุข และขอพรเรื่องลูก หรือความรักค่ะ นั่งรถไปใต้ดินมาขึ้นที่สถานี Telok Ayer ออกที่ทางออก A เดินมาอีกหน่อยนึงก็เจอจ้า

จุดเด่นของวัดนี้ คือรูปปั้นมังกรบนหลังคาค่ะ และเขาว่าเป็นวัดที่ก่อสร้างโดยไม่ได้ใช้ตะปูเลยแม้แต่ตัวเดียวด้วย วันที่เรามานี่โชคดี คนไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ค่ะ

ไหว้พระขอพรกันค่ะ

ถ่ายรูปด้านหน้า คุณเจเจดูยังมึน ๆ งง ๆ

วัดนี้คนไม่เยอะ เข้ามาไหว้ถึงข้างในค่ะ

วัดต่อมา วัดที่ 4 อยู่ถัดไปไม่เท่าไหร่ ชื่อ “วัดเซียนจู่กง” เป็นวัดเล็ก ๆ คุณพ่อเจเจบอกว่า เป็นวัดจีนที่เล็กที่สุดในโลก พ่อค้าชาวจีนสร้างขึ้นเพื่อบูชาเทพเจ้าตั่วแปะกง ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภค่ะ ถ่ายไกล ๆ เพื่อให้เห็นว่าเล็กนิดเดียวจริง ๆ

ต่อมาวัดที่ 5 เป็นวัดยอดฮิตที่ทุกคนรู้จักกันดี ตัวเราเองมาสิงคโปร์ทุกครั้ง ไม่ว่าจะมากับที่ทำงาน มาอบรม หรือมาเที่ยวเอง ก็จะต้องมีคนพามาที่นี่ทุกครั้งไป จึงไม่ขอถ่ายรูปด้านหน้าแล้วนะสำหรับ “วัดพระเขี้ยวแก้ว” อยู่ตรง ChinaTown พอดี ขึ้นรถไฟใต้ดิน ออกที่ทางออก A เดินมาก็เจอเลย อาคารสีแดงสวยเด่นเป็นสง่า จุดเด่นของที่นี่คือ พระบรมสารีริกธาตุ ส่วนพระทนต์ของพระพุทธเจ้า ที่บรรจุอยู่ในสถูปทองคำค่ะ ตอนที่เรามาถึง เขากำลังสวดมนต์กันอยู่พอดี

ด้านบนมีวงล้อสวดมนต์ ซึ่งคุณเจเจชอบมาก

ผ่านมาหลายวัดชักเหนื่อย เจเจขอนั่งพักหน่อย



สำหรับวัดที่ 6 คือ “วัดศรีมาริอัมมัน” ของพระแม่อุมาเทวีนั้น อยู่แถว ChinaTown เหมือนกัน เราเดินผ่าน ChinaTown ทีไรก็เห็นทุกที จะมีรูปปั้นวัวอยู่บนกำแพง วัดนี้เขาห้ามถ่ายรูป มีป้ายติดไว้ชัดเจน ว่าถ้าถ่ายจะต้องเสียตังค์เท่าไหร่ แม่จิ๊เลยไม่ได้ถ่ายมาค่ะ เข้าไปข้างในก็ไม่มีอะไรมาก เพราะไม่ใช่ช่วงเดือน ต.ค. หรือ พ.ค. ที่จะมีพิธีลุยไฟให้ดูค่ะ

วัดที่ 7 คือ วัดตันสิชงชู เป็นวัดฮกเกี้ยนโบราณค่ะ จุดเด่นของวัดคือมีรูปปั้นสัตว์มงคลต่าง ๆ อยู่ในบริเวณวัด และมีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์สำหรับขอพรเรื่องโชคลาภด้วยค่ะ วัดนี้อยู่แถวสถานีรถไฟใต้ดิน Clark Quay ออกมาที่ทางออก B ค่ะ

กว่าจะมาถึงวัดที่ 8 วัดสุดท้าย คือ “วัดเยี่ยไห่ชิง” ก็ค่อนข้างจะเย็นแล้ว มาถึงแล้วเจอวัดปิดพอดี ก็เลยไหว้อยู่หน้าวัดค่ะ ^^” วัดนี้เค้าว่าเป็นวัดของเทพเจ้า Elder of Moon ที่คนมักจะมาขอพรกันในเรื่องความรักค่ะ เห็นเค้าว่าภายในวัดจะมีเทพเจ้าด้านอื่น ๆ เช่น ด้านการศึกษา ให้ขอพรได้ด้วยเหมือนกัน แต่เราไม่ได้เข้าไปดู เลยไม่เห็น การเดินทางสามารถมาถึงได้ด้วยรถไฟใต้ดิน สถานี Raffles Place ทางออก G ค่ะ

ป้ายหน้าวัดค่ะ

วัดก็ปิดหมดแล้ว ได้เวลาทานข้าวเย็นพอดี เลยไปกันที่ตึก Suntec City เพราะว่าจะพาเจเจไปเยือน The Fountain of Wealth หรือน้ำพุแห่งโชคลาภกันหน่อยค่ะ น้ำพุนี้จะปิดประมาณ 2 ทุ่ม เรามาถึงตอนทุ่มกว่า ทันเวลาน่าจะเป็นรอบสุดท้ายที่ได้เข้าไปพอดีเลยค่ะ

เจเจแทบจะพุ่งเข้าใส่ ^^

ถ้าไม่จับตัวไว้ คงจะเข้าไปแล้ว 555

จะถ่ายภาพครอบครัวก็ช่างยากเย็น T-T

แต่ดูแล้วน้ำพุก็น่าสนใจกว่ากล้องจริง ๆ 555

Posted in Travel

ตามเจเจไปสิงค์โปร์ (1) : Merlion Park

ตกเป็นเหยื่อโปรโมชั่นกันอีกครั้ง เมื่อ Air Asia Go มีโปรลดราคาไปสิงคโปร์ถูกมั้กมากก (ใครสนใจลองดูใน web Air Asia เอาเองนะคะ …มีอยู่บ่อย ๆ ค่ะ) ประกอบกับคุณเจเจกำลังจะอายุครบ 2 ขวบจะไม่ได้บินใน rate baby อีกต่อไป งานนี้คุณพ่อเจเจจึงชวนว่า “พาลูกไปสิงคโปร์กันเถอะ” …วันลาก็เหลือ (ถึงแม้ว่าเงินจะไม่ค่อยเหลือ ..555) ดังนั้นก็เลยตัดสินใจชวนกันเก็บกระเป๋าเดินทางไปสิงค์โปร์กันแบบครอบครัวค่ะ ….คราวนี้คุณเจเจหลับตั้งแต่ก่อนขึ้นเครื่อง พอขึ้นเครื่องเลยไม่หลับแล้ว ก็มีงอแงบ้างนิดหน่อย แต่ไม่มาก (มั้ง …อันนี้ต้องถามคนข้าง ๆ ซึ่งแม่จิ๊ไม่ได้ถามมา เป็นเด็กผู้หญิงคนจีนค่ะ) เพราะมีเด็กคนอื่นขึ้นเครื่องมาเหมือนกัน เลยกลบ ๆ เสียงกันไปได้ แต่อาละวาดแบบร้องกรี๊ด ๆ ดึงผมคนข้างหน้า (อันนี้จับไว้ทัน ^^”) หรือทำอาหารหกเลอะเทอะนี่ไม่มีนะ …เรื่องพวกนี้ควบคุมได้ค่ะ โดยเฉพาะทริปสั้น ๆ แบบนี้ พ่อแม่จับลูกไว้ให้ดี ๆ ก็พอค่ะ

เอามาฝาก ภาพขนมโมจิบนเครื่องบิน Air Asia ค่ะ คุณเจเจทานได้

มาถึงแล้ว! สิงคโปร์! เย้! เย้! ^^

ตอนแรก ๆ ก็ดูตื่นเต้นดี แต่พอมาถึงโรงแรม check in เก็บข้าวเก็บของเรียบร้อย เด็กน้อยดันหลับซะงั้น T-T … เนื่องจากปกติแล้วเวลาเจเจหลับ เราจะไม่ปลุก เพื่อให้ลูกได้นอนเต็มที่ … – ดั ง นั้ น – … กว่าจะได้ออกไปสัมผัสโลกภายนอกจริง ๆ จึงเป็นเวลามืดค่ำแล้วเช่นนี้

ปลอบใจตัวเองไปว่านาน ๆ ทีได้มาดูค่ะ …^^”

สะพาน Helix Bridge ที่สร้างเลียนแบบ DNA ของมนุษย์

อันนี้ภาพด้านใน ถ่ายตอนกลางวันของอีกวันนึงค่ะ

การแสดง Light & Sound ในยามราตรี

ตึกต่าง ๆ เปิดไฟสวยงาม

แวะถ่ายรูปกับ Merlion หน่อย

ภาพครอบครัวบ้าง ^^

คุณเจเจยังง่วง ๆ งง ๆ อยู่ ขอถ่ายภาพพี่ Merlion เดี่ยว ๆ ดีกว่า ^^”

ด้านหลังมีตัวเล็กให้ถ่ายรูปด้วยค่ะ

Posted in Travel, Work

Singapore Trip รับตรุษจีน (3)

วันเกือบ ๆ สุดท้าย (เนื่องจากวันสุดท้ายแพคของกลับบ้านอย่างเดียว ไม่ได้ทำอะไร) … ความจริงเป็นวันที่ set ไว้สำหรับการดูงานโครงการ SCORE และ Yellow Ribbon (ใครสนใจว่าคืออะไรก็ถามอากู๋ google เอานะ …เราขี้เกียจอธิบายในตอนนี้ เอาไว้ในอนาคต ถ้าได้ไปดูจริง ๆ จึงจะมาเล่าให้ฟัง) แต่เค้าบอกว่าไม่ว่าง ดังนั้นพวกเราจึงไปดูงาน Universal Studio และ Sentosa กันแทน …. ไชโย้ !!!!

ถ่ายรูปกะน้อง Merlion น้อย ๆ

เรากะพี่กิ๊บ ตั้งใจถ่ายให้เห็น Merlion ข้างหลัง

ทางเดินจากโรงแรม ไป Universal Studio ตกแต่งรับตรุษจีน

ว่าแล้วก็มาหลั่นล้ากัน ณ Universal Studio สิงคโปร์ ซึ่งจริง ๆ แล้วเราเคยมาครั้งนึง เมื่อครั้งมาเที่ยวกะคุณแฟน และพอจะจำได้ว่าเครื่องเล่นแต่ละอย่างมันเป็นยังไงบ้าง (ถึงแม้ว่าจะมีหลาย ๆ อย่างเป็นของใหม่ เช่น Transformer) ก็เลยพอจะให้คำแนะนำกะเพื่อน ๆ ร่วมก๊วนได้บ้างเล็กน้องถึงปานกลาง แต่บางอย่างก็จำไม่ได้เหมือนกัน 555

รูปจำลอง ผู้ก่อตั้ง Universal Studio

ทางเข้า Transformer ซึ่งเราไม่เคยเล่น

Mummy เคยเล่นแล้ว แต่เพิ่งรู้ว่าเป็นฝีมือการตกแต่งของคนไทย

นั่งรถชมวิว คราวที่แล้วก็ไม่ได้นั่ง

ปราสาท Shrek อันแสนสวยงาม

ทางเข้า Jurassic Park

Water World Stunt Show

รอเข้าชม Donkey Show ณ ปราสาท Shrek

ของ Premium น่ารักมากมาย ราคาแสนแพง

ถ่ายรูปคู่กะเจ้าหญิงกันหน่อย

สาวๆ ถ่ายรูปกันสนุกสนาน

ราวกะอยู่ใน New York

ถ่ายรูปกะคุณสิงโต ^^

Battle of Galactica เครื่องเล่นสุดมันส์ (มั้ง ?) ซึ่งคราวที่แล้วเราเล่นกะคุณแฟนไปแล้วทั้งแบบ Human (โ-ตรเร็ว) และ Cylon (ห้อยขา) … คราวนี้พบว่ามีหลาย ๆ คนไม่กล้าเล่น เลยเอาไว้เป็นเครื่องเล่นสุดท้าย และเล่นอันเดียวคือ Cylon เพราะพี่กิ๊บบอกว่า …อันเดียวก็เกินพอ 555

อาหารเย็นบุฟเฟ่ต์ ณ โรงแรม Hard Rock

ซองใส่ทิปรับตุรษจีน ทางส้มแล้ว อย่าลืมทิปนะคะ ^^

Posted in Travel, Work

Singapore Trip รับตรุษจีน (1)

ได้มีโอกาสมาสิงคโปร์อีกครั้ง เนื่องจากที่ Office จัดมาดูงานกรมตำรวจของที่นี่ ตอนแรกเขาจะให้น้าเรามาเป็นล่าม แต่น้าไม่ว่างเพราะติดเปิดอบรมหลักสูตรของที่ทำงานพอดี เลยเสนอให้เรามาแทน เพื่อนร่วมชะตากรรมส่วนใหญ่เป็นชาวสำนักแผนฯ ซึ่งอยู่ติดกับสถาบันวิจัยฯ ของเรานั่นเอง + ชาวสำนักเลขา ฯ ซึ่งส่วนใหญ่มิค่อยได้ออกมาต่างบ้านต่างเมือง มาถึง ตม. ก็กรี๊ดกร๊าดกันใหญ่ ^^

มาถึงวันแรก คุณไกด์ซึ่งมีทั้งหมด 2 คน เป็นคนไทย 1 และ local guide 1 ก็พาไปชมตัวเมืองกันก่อน เริ่มด้วยน้ำพุแห่งโชคลาภ ซึ่งปรากฎว่าช่วงนี้ปิดซ่อม เลยไม่ได้ลงไป นั่งรถวนรอบส่วนที่เป็นตึก 4 ตึกกันเฉย ๆ …เราเคยไปแล้วเมื่อมาที่นี่ ครั้งที่แล้ว ก็เสียดายแทนชาวคณะเหมือนกันที่ไม่ได้ลงไป

… แต่ก็ยังมีโปรแกรมรออีกมากมาย เช่นการมาเยี่ยมน้องช้างสำริดที่ ร. 5 พระราชทานไว้ให้แก่รัฐบาลสิงคโปร์ เมื่อเสด็จเยือนสิงคโปร์ครั้งแรก เป็นต้น

ข้อความที่จารึกไว้ที่ฐาน มีทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ

ช้างนี้เราจำได้ว่าเคยเห็นครั้งนึงตอนมาประชุมแล้วเจ้าหน้าที่เค้าชี้ให้ดู …. ตอนที่มาเที่ยวเองกะคุณแฟน ก็พยายามพาคุณแฟนมาดู แต่เราดันจำผิดว่ามันอยู่ที่สถานทูต ก็เลยไม่ได้พบกันซะงั้น ^^” ความจริงแล้วน้องช้างตัวนี้อยู่หน้าอาคารรัฐสภาเก่าของสิงคโปร์ ซึ่งปัจจุบันนี้เป็น Art Museum ค่ะ

จากนั้น ก็มาเดินเล่นกันต่อ ที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำสิงคโปร์ เริ่มจากมาเยี่ยมคารวะ Sir Thomas Stamford Raffles ผู้ก่อตั้งสิงคโปร์กันก่อน

คำจารึกที่ฐานรูปปั้นค่ะ

เรากะพี่นิด ถ่ายรูปริมน้ำ

ริมฝั่งน้ำมีรูปปั้นแสดงความเป็นมา และวิถีชีวิตคนสิงคโปร์

รูปปั้น และประวัติผู้นำประเทศต่าง ๆ ที่เคยมาเยือนสิงคโปร์

พักกินไอติมกันซักหน่อย ^^

ต่อไปยังโรงแรม Fullerton

แวะทักทาย และถ่ายรูปกะน้อง Merlion พ่นน้ำ

ต่อไปยังวัดพระเขี้ยวแก้ว และ China Town

เรากะพี่กิ๊ฟ เฮฮาหลั่นล้าหน้าวัด

เนื่องจากเป็นช่วงก่อนตรุษจีนพอดี ทำให้บริเวณ China Town คึกคักเป็นพิเศษ มีการตกแต่งด้วยต้นส้ม ต้นซากุระ และอะไรต่าง ๆ นานา เป็นสีแดงไปทั่ว

เดินจนเหนื่อย และทานอาหารเย็น มื้อนี้เมนู “บักกุเต๋”

อาหารชื่อเก๋ ๆ เมนูนี้ (ซึ่งเมื่อแม่เราเห็นกำหนดการแล้วถามว่า …มันคืออะไรเหรอ ^^”) ก็คือกระดูกหมูตุ๋นเครื่องยาจีนธรรมดา ๆ เราดี ๆ นี่เอง ตอนมาอบรมที่สิงคโปร์ เพื่อนเราก็พาไปทาน แต่ไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่ ตอนมาเที่ยวกะคุณแฟนเลยไม่ดิ้นรนหาทานอีก มาทานคราวนี้เราก็ว่าธรรมดา ๆ …..

…แต่ยามหิวทุกคนก็จ้วงกันใหญ่เลย ^^”

โรงแรมที่พักคราวนี้ Festive Hotel ….สุดหรูอลังการ เพราะตั้งอยู่ใน Resort World Sentosa ที่เพิ่งสร้างเสร็จใหม่ ๆ เราเองก็เพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก ตกแต่งโรงแรมได้น่ารักน่าเอ็นดูจริง ๆ

เปิดทีวีเจอจอต้อนรับเป็นชื่อเราแบบเก๋ ๆ

เดินลงมานิดเดียวก็เจอ Casino และ shopping mall

ส่วนลานของโรงแรมที่ติดกะ Universal Studio นั้นเป็นลานน้ำพุ ช่วงค่ำ ๆ จะมีการแสดงแสง สี เสียง ชุด Lake of Dreams (ถ้าเดาไม่ผิด เพราะตอนมาดู มันเริ่มไปแล้ว) เริ่มประมาณ 2 ทุ่ม ก็ถือว่าค่ำพอสมควร คนที่ไม่ได้พักที่นี่ อาจจะหาโอกาสมาดูยากสักหน่อยนะคะ

พิเศษเฉพาะสำหรับคนที่พักในโรงแรมที่อยู่ใน Resort World Sentosa – … จะได้รับแจกบัตรหน้าตาแบบนี้ ซึ่งใช้นั่งรถรางข้ามไป – มา ระหว่าง Sentosa และ Main Land Singapore ได้ โดยที่เราจะไปโผล่ที่ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ชื่อห้าง Vivo ค่ะ อันนี้สาว ๆ ร่วม trip กรี๊ดกร๊าดกันมาก ตกเย็นกลับมา ต้องแวะไปเยี่ยมห้างกันทุกวัน… ^^….

Posted in Travel

SG Holidays (7) : Shopping in Singapore

ได้ยินว่าคนจำนวนมากมาสิงคโปร์เพื่อการช็อปปิ้ง…. แต่การช็อปปิ้งไม่ใช่เป้าหมายของเราในคราวนี้ (เพราะไม่มีตังค์ 555) …- ถ้ า ถ า ม เ ร า -… เราไม่เห็นว่าสิงคโปร์จะเหมาะกับการช็อปปิ้งเท่าไหร่ เพราะของมันแพง (แพงกว่าเมืองไทย) แม้จะเป็นตอนเซลล์ เราก็ยังว่าเซลล์เมืองไทยถูกกว่าอยู่ดี เพียงแต่ที่นี่อาจจะมีสินค้าให้เลือกมากกว่าหน่อย เพราะร้านมันเยอะและใหญ่กว่า — แหล่งช็อปปิ้งก็มีมากมายให้เลือกภายในเกาะเล็ก ๆ นิดเดียว …แต่จะว่าไป กทม. ก็มีที่ให้ช็อปเยอะกว่าอยู่ดีนะ ^^

เอาเป็นว่าที่แรกที่เรามาถึงสิงคโปร์คือสถานีรถใต้ดิน Clark Quay โผล่มาก็เจอห้างเซ็นทรัลขนาดใหญ่ในทันที…. ห้างนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ มี display ให้ถ่ายรูปเป็นจำนวนมาก ร้านอาหารหน้าตาอร่อย ๆ เพียบ มีทุกชั้น (แต่เราได้ลองกินจริง ๆ ร้านเดียว 555)

บริเวณริมฝั่งแม่น้ำตรงที่เรียกว่า Clark Quay นี้ก็มีร้านอาหาร และ shop เล็ก ๆ มากมาย ตอนเย็น ๆ จะมีคนมารอเต็มไปหมด บางร้านที่น่าจะอร่อย (เพราะเราไม่ได้เข้าไปกิน เลยไม่รู้ว่าจริง ๆ มันอร่อยมั้ย) ถึงกับมีคิวยาว ๆ หน้าร้านเลยทีเดียว … ร้านอาหารไทยก็มี แต่แพงมากก …-“-…

บันจี้จัมพ์กลางเมือง ก็อยู่ที่นี่

ขอลองนั่ง แต่ไม่ได้ขึ้น (ตั้ง 45 เหรียญแน่ะ ^^”)

ร้านอาหารริมฝั่งน้ำที่ Clark Quay

รูปปั้นพ่อค้าแม่ค้าเล็ก ๆ ข้างห้าง Central

อีกบริเวณที่คนชอบมาซื้อของที่ระลึกและของฝากกันในสิงคโปร์ คือ ที่ China Town สถานี China Town ลงมาก็เจอแบบนี้เลย ของแต่ละร้านราคาเท่า ๆ กัน ไม่ต้องกลัวว่าร้านใกล้ ๆ จะแพงกว่า (เดินเข้าไปจนสุดซอยแล้วก็ยังแพงเหมือนเดิม 555) ซื้อเยอะ ๆ ต่อได้นิดหน่อย และของจะคล้าย ๆ กัน ถ้าร้านนี้ไม่มี หรือไม่ขาย ลองไปดูร้านอื่นได้ ^^

หมูออมสินสีทอง ใน China Town

ถนนช็อปปิ้งที่โด่งดังจริงๆ ในสิงคโปร์คือถนน Orchard ที่เป็นที่ตั้งของสถานทูตไทยตั้งแต่สมัย ร.5 (แต่ไม่ได้ถ่ายรูปสถานทูตมา พอดีมันมีนิทรรศการอะไรสักอย่าง และเขาเพิ่งเก็บ ที่สนามเลยมีแต่เต็นท์สีขาว ๆ ) Orchard แปลว่า สวนผลไม้ — น่าจะเป็นเพราะว่าแต่ก่อนมีต้นไม้ผลเยอะ แต่ตอนนี้มีแต่ห้าง…^^”… เดินทั้งถนน เจอผลไม้อยู่ลูกเดียว (ครึ่งลูกด้วยมั้ง….^^”) คือลูก Nutmeg หน้าห้าง Ion ที่เขาบอกว่าเป็นสัญลักษณ์ของถนนสายนี้นั่นแหละ

พื้นเล่นระดับ ข้างล่างเป็น Cafe

Singapore Paragon (ไม่ใช่ Siam Paragon)

จำไม่ได้แล้วว่าหน้าห้างไหน ^^”

เดินไปทางไหนก็เจอแต่ห้างใหญ่ ๆ Shop สินค้าหรูๆ

ปิดท้ายด้วยภาพ Miu Miu Shop ที่สิงคโปร์ ….เมืองไทยเห็นว่าจะมาเปิดในไม่ช้า (ได้ข่าวว่าเปิดมาแล้วรอบนึง แต่เจ๊ง …ไม่รู้จริงรึเปล่า 😛 ) ไม่รู้ว่าจะแพงขนาดไหน เพราะที่สิงคโปร์แพงมาก แพงกว่าทั้งที่ยุโรป และอเมริกา เท่าที่เราเช็คราคามา …- ส รุ ป ว่ า – ..เลยไม่มีอะไรติดมือมาเป็นของฝากสำหรับ trip นี้นะคะ …^^….

Posted in Food, Travel

SG Holidays (6) : กินข้าวมันไก่ ที่ Boon Tong Kee

มาสิงคโปร์ทั้งทีต้องมากินข้าวมันไก่ …. มี – ใ ค ร ไ ม่ รู้ – บอกไว้ …^^…. อาจจะมีคนสงสัยเหมือนเราว่า – ทำ ไ ม – ทั้งที่สิงคโปร์ไม่ได้เลี้ยงไก่ …ประเทศมันเล็กจนไม่น่าจะมีการเลี้ยงอะไรเป็นล่ำเป็นสันได้ … จะเป็นเนื้ออะไร มันก็ import เข้ามาทั้งนั้น ? …เท่าที่อ่าน ๆ มา เราว่าน่าจะเป็นเพราะสิงคโปร์ประกอบด้วยคนจีนและคนมุสลิมเยอะมาก …คนจีนชอบกินอาหารจีน + อาหารรสไม่จัด + คนที่นับถือเจ้าแม่กวนอิมจะไม่กินเนื้อ = ไม่น่าจะชอบอาหารที่มีเครื่องเทศเยอะ ๆ ฉุน ๆ เหมือนข้าวหมกไก่ หรือแกงกะหรี่ …ส่วนคนมุสลิมก็จะต้องกินอาหารที่ถูกต้องตามหลักฮาลาล…. และถ้าจะกินอาหารทะเลทุกมื้อมันก็อาจจะแพงเกินไป + ผักที่ต้องนำเข้าทุกอย่าง มันเหี่ยวและเน่าเสียง่าย ทำทิ้งไว้นานกินไม่อร่อย ….Safest choice จึงได้แก่ – ไ ก่ – และ (อันนี้ความเห็นส่วนตัว) – ข้ า ว มั น ไ ก่ – น่าจะเป็นอาหารตระกูลไก่ที่ทำได้ง่ายและกินง่ายที่สุด ..เนื่องจากแค่หุงข้าวมัน และต้มไก่ — ซึ่งของแค่นี้เราก็ทำเป็น (แถมต้มน้ำซุปฟักให้อีกหม้อยังได้ — แต่น้ำจิ้มนี่ขอไปถามสูตรจากแม่ก่อน ^^”) สั่งมาจานเดียวก็กินได้มื้อนึงแล้ว นับว่าเหมาะสมกับ Life style ของชาวสิงคโปร์ที่มักจะกินข้าวนอกบ้าน และพ่อค้าแม่ค้าอาหารทั้งหลาย — เพราะทำทีเดียว เก็บไว้ขายได้ทั้งวัน …..ข้าวมันไก่จึงกลายเป็นเหมือนอาหารประจำชาติอย่างนึงของสิงคโปร์ไป … เราว่าแรก ๆ คงไม่มีใครสนใจเท่าไหร่หรอกมั้ง ? ว่าร้านไหนมันจะอร่อยเป็นพิเศษ ….

แต่เมื่อมีการ promote กันมาก ๆ เข้า แถมยังมีการเปิดขาย – อ า ห า ร สิ ง ค โ ป ร์ – ในประเทศอื่น (… ซึ่งเมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงที่ว่า – สิ ง ค โ ป ร์ ไ ม่ ใ ช่ ป ร ะ เ ท ศ ผู้ ผ ลิ ต อ า ห า ร อ ะ ไ ร เ ล ย – แล้ว เราคิดว่า ironic เป็นอย่างมาก …เอ ..ว่าแต่มันมีที่ไหนอีกนอกจากประเทศไทยหรือเปล่าหว่า ?…^^”… ) โดยชูข้าวมันไก่เป็นหลัก — ดังเช่นป้ายข้างบนที่เราเอามาจากร้านที่ Esplanade ทำให้เราเชื่อว่า — น่าจะมีข้าวมันไก่ร้านไหนสักร้านในสิงคโปร์ที่อร่อยเป็นพิเศษ … และเนื่องจากร้านที่ Esplanade มันชื่อว่า Orchard … ทำให้เราเกือบจะพุ่งตรงไปที่ถนนนี้ก่อน — แ ต่ – …ช้าก่อนครับท่านผู้ชม …คือว่ามันไม่ใช่ …. ^^” …จริงอยู่ที่ว่าสิงคโปร์มีถนนชื่อ Orchard ซึ่งเป็นถนนสายที่โด่งดังมากในหมู่นักช็อป (เดี๋ยวพรุ่งนี้มาพาเดินค่ะ) แต่ร้านข้าวมันไก่เลื่องชื่อของสิงคโปร์ … ที่เขาว่าอร่อย ๆ นั้น มันไม่ได้ตั้งอยู่บนถนนดังกล่าวหรอก ….

อันที่จริง ข้าวมันไก่ร้านดัง Boon Tong Kee มีหลายสาขาทั่วสิงคโปร์ ใครที่สนใจสามารถเข้าไปดูใน website http://www.boontongkee.com.sg/ ได้ … ที่เราเลือกมาสาขานี้ เพราะคุณแฟนดูจากแผนที่แล้วบอกว่าน่าจะหาง่ายสุด คือสาขา Whampoa West ลงรถใต้ดินแล้วก็เจอเลย นั่งสาย North East มาลงที่สถานี Boon Keng นะคะ ^^

ออกมาจากสถานีแล้ว ให้เหลียวซ้ายแลขวา หาซอย 34 ให้เจอนะคะ

เห็นไก่เยอะ ๆ แขวนอยู่หน้าร้าน นั่นแหละใช่เลย ^^

ถ้ามาตอนเที่ยง ๆ อาจเห็นคนนั่งรอหน้าร้านด้วย ^^”

อาวุธบนโต๊ะ — ก่อนรับประทาน

ถั่วต้มมาก่อน ..และเขาคิดตังค์นะ ไม่ฟรี กินไปเถอะ ^^

น้ำชาร้อน ๆ

ข้าวมันร้อน ๆ มาแล้ว ^^

และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ – ไ ก่ -(แหงล่ะ ….^^”..)

สารพัดไข่ (มีไข่เยี่ยวม้า กับไข่เค็ม) ผัดกับผักโขม

น้ำจิ้มข้าวมันไก่ มีให้สองแบบ เป็นแบบพริก กับแบบซีอิ๊ว รู้สึกว่าข้าวมันไก่ที่นี่จะเป็นสูตรกวางตุ้งนะคะ บอกไว้ก่อนเผื่อคนที่ชอบสูตรอื่น ๆ มากิน จะได้ไม่ผิดหวัง … – ค ว า ม เ ห็ น ส่ ว น ตั ว – …เราว่าข้าวมันไก่ที่นี่อร่อยกว่าร้านอื่นที่เคยกินในสิงคโปร์ และร้านในเมืองไทยที่ชอบตบไก่ให้เป็นแผ่นแบน ๆ แต่อาจจะสู้ข้าวมันไก่ทำเองกินที่บ้านไม่ได้ — สำหรับบางบ้านที่ทำข้าวมันไก่กินเองได้อยู่แล้ว มีสูตรเป็นของตัวเอง และไม่ได้ตบไก่เป็นแผ่นแบน ๆ (เราเข้าใจว่าทุกบ้านที่มีการไหว้เจ้าน่าจะมีการทำข้าวมันไก่ … มันเป็นวิธีกำจัดไก่ต้มที่ง่ายที่สุดแล้ว) …. เอาเป็นว่าใครมาสิงคโปร์ ก็ขอแนะนำให้ลองมาชิมนะคะ ^^

Posted in Food, Travel

SG Holidays (5) : อาหารเช้า…ติ่มซำ ^^

เรามาสิงคโปร์ครั้งนี้ ด้วย Package ของแอร์เอเชีย ซึ่งโรงแรมก็รวมอยู่ใน package ด้วย ด้วยความที่เป็นโรงแรมราคาประหยัด มันจึงไม่มีอาหารเช้า แต่คุณแฟน (ซึ่งเป็นผู้จัดการทุกสิ่งทุกอย่างใน trip นี้ — เนื่องจากตอนที่จอง trip นั้น เรายังคงทำวิทยานิพนธ์หัวฟูอยู่ ….-“-…) ก็อุตส่าห์เขียนในแผนการเดินทาง (อันนี้ก็เขาทำหมดเหมือนกัน …. – ใ ค ร ส น ใ จ อ ย า ก นำ ไ ป ป ร ะ ยุ ก ต์ ใ ช้ บ้ า ง – หลังไมค์มา…^^ … เราจะขอคุณแฟนมาให้ ที่จริงเขาส่งให้เราชุดนึงก่อนไปเหมือนกัน …แต่หลังจากไปเที่ยวกลับมาแต่ละวัน เราเห็นเขาจดรายละเอียดค่าใช้จ่ายไว้ด้วย น่าจะละเอียดกว่าเดิม เห็นว่าจะเอาไปให้น้องที่ทำงาน ^^) ว่า – อ า ห า ร เ ช้ า ติ่ ม ซำ – …ฟังดูหรูหราน่ารับประทานมาก …ว่าแต่เขาจะพาเราไปกินที่ไหนหนอ ?…^^…

ป า ก ซ อ ย ที่ พั ก – …ไม่ได้ถ่ายรูปโรงแรมเพราะมันก็เป็นตึกธรรมดา ๆ หน้าตาเหมือนอพาร์ตเมนต์แถว ๆ นี้… อยู่แถว Geylang ซึ่งไม่ใช่ย่านที่หรูหราอะไรในสิงคโปร์ …คนไทยที่มาเที่ยวนิยมมาพักกันพอ ๆ กับแถว China Town เพราะมันถูก .. อย่างไรก็ตาม –ใครคิดจะมา Backpack ตามลำพัง เราไม่แนะนำให้มาพักแถวนี้ เพราะเดินกลับดึ ๆ มันค่อนข้างมืดค่ะ… แต่ตอนเช้าก็ไม่มีอะไร ..^^…

แถมยังมีร้านติ่มซำหน้าตาดีอยู่หลายร้านเรียงกันอีกด้วย …^^… – สำ ห รั บ ร้ า น นี้ – อยู่ตรงหัวมุมพอดี และเป็นร้านใหญ่ที่สุด มีเมนูให้เลือกหลายอย่าง ว่าแล้วก็ลองเลยดีกว่า …^^….

ชาร้อน ๆ มาก่อนเลย

เป็นชาเก๊กฮวยนะคะ ^^

จานแรกมาแล้ว ก๋วยเตี๋ยวหลอดกุ้ง

เกี๊ยวซ่าทอด ไส้หมู

เกี๊ยวซ่านึ่งบ้าง แต่เป็นไส้กุ้ง ^^

ต่อด้วยเสี่ยวหลงเปาเป็นจานสุดท้าย ^^

ถึงคุณแฟนจะเขียนว่า – อาหารเช้าติ่มซำ – ทุกวัน และติ่มซำร้านที่ว่ามานั้นก็อร่อยดี –กุ้งตัวโตเป็นตัว ๆ มิใช่เป็นเพียงวิญญาณ และราคาก็ไม่แพงเท่าไหร่ ประมาณจานละ 3 – 4 เหรียญสิงคโปร์เท่านั้น (ก๋วยเตี๋ยวหลอดแพงสุดเพราะจานใหญ่ …จำไม่ได้ว่าราคา 4 หรือ 5 เหรียญ …แต่ไม่เกินนี้) …แต่เราก็ไม่ได้กินติ่มซำทุกวันจริง ๆ เนื่องจากมันยังมีอาหารอื่น ๆ ที่น่าสนใจอีกมาก …ยกตัวอย่างเช่นข้าวมันไก่ ข้าวมันเป็ด และบะหมี่ไก่ บะหมี่เป็ดร้านนี้ …^^…

โ ฉ ม ห น้ า ข้ า ว มั น ไ ก่ ร้ า น ข้ า ง ถ น น สิ ง คโ ป ร์ — รู้สึกว่าจะราคา 3- 4 เหรียญเท่านั้น ถ้าเราจำไม่ผิด นับว่าถูกมาก ๆ แต่รสชาติก็ธรรมดามาก ๆ เช่นกัน …เค้าว่ามาสิงคโปร์ต้องกินข้าวมันไก่ …แต่ก็ไม่ใช่ว่าข้าวมันไก่ทุกร้านในสิงคโปร์จะอร่อยเท่ากันหมดนี่นา ….เอาเป็นว่า เดี๋ยวพรุ่งนี้เราจะมาพาไปกินข้าวมันไก่เจ้าอร่อยของสิงคโปร์กันค่ะ ….^^….