Advertisements
Tag Archive | tokyo

Japan Honeymoon Trip (15) : Katsukura

มื้อสุดท้ายในญี่ปุ่น — คุณเพื่อนคนเดิมผู้เป็น guide กิตติมศักดิ์ เข้ามาจากต่างเมืองเพื่อพาเรา shopping ของฝากตระกูลขนมใน supermarket อีกครั้ง (เค้าว่าขนมใน super จะอร่อยและราคาย่อมเยากว่าที่ขายตามร้านขายของฝากทั่วไป และสนามบินค่ะ แต่พวก Kitkat รสชาเขียว และรสแปลก ๆ อย่างอื่นที่นิยมซื้อฝากกัน รู้สึกว่าจะมีขายแต่ที่สนามบินที่เดียวนะ… ^^”…) เลยมาที่ตึก Takashimaya ณ Time Square ค่ะ …. พอดีคุณแฟนรู้มาก่อนว่า ที่นี่มีร้าน Tonkatsu ชื่อดัง ตั้งอยู่ที่ชั้น 14 ก็คือร้าน Katsukura นี่เองค่ะ … ว่าแล้วก็แวะมาชิมซะหน่อยดีกว่า …

หน้าร้านค่ะ

เมนูหน้าร้านค่ะ

สนนราคา กับเมนูที่มีภาษาอังกฤษตัวเล็ก ๆ อยู่ด้านล่างค่ะ

ระหว่างรออาหารมา มาดูบนโต๊ะกันก่อนดีกว่า น้ำราดทงคัตซึมีให้เลือก 2 แบบ คือแบบธรรมดา และแบบเผ็ด ซึ่งจากที่ลองชิมดูแล้ว รู้สึกว่าแบบเผ็ดจะถูกปากคนไทยอย่างเรามากกว่า เอาเข้าจริงแล้วมันก็ไม่ได้เผ็ดซักเท่าไหร่หรอก ….

กะหล่ำปลี — เติมฟรีได้ตามชอบใจ

น้ำจิ้มค่ะ

ก่อนจะได้น้ำราดอร่อย ๆ เราก็ต้องมาทำการบดงากันก่อน

ต้องการละเอียดขนาดไหน บดได้ตามชอบใจค่ะ

ทงคัตซึร้อน ๆ มาเสริฟ์อย่างรวดเร็ว … รู้สึกจะมีให้เลือกไซส์ปกติ กับไซส์ใหญ่ค่ะ (เค้าจะเขียนบอกน้ำหนักไว้ค่ะ) อันนี้น่าจะเป็นไซส์ปกติ … ซึ่งก็นับว่าชิ้นโตอยู่ดีค่ะ …^^”…เนื้อหนานุ่มดี มีมันนิดหน่อย ทอดกรอบไม่อมน้ำมัน ทานกับข้าวร้อน ๆ อร่อยทีเดียวค่ะ

น้ำราดก็พร้อม !

มิโซะซุป –ที่มากับชุดอาหารค่ะ

Advertisements

Japan Honeymoon Trip (13) : Genki Sushi

ออกมาจากศาลเจ้าก็กะว่าจะมา shopping กันค่ะ ….^^… แต่ปรากฎว่าใกล้ ๆ จะเที่ยงแล้ว ก็เลยมาหาอะไรทานกันดีกว่า คุณแฟนอ่านรีวิวเที่ยวญี่ปุ่นมาพบว่ามีร้านซูชิสายพานแบบ Hi- Tech อยู่แถวนี้ ชื่อร้าน Genki Sushi ร้านหาไม่ยากเท่าไหร่ ใช้ Google map หาเอาก็เจอค่ะ …^^…

ความไฮเทคของร้านนี้ อยู่ตรงที่ เราสั่งอาหารเอาจากจอคอมพิวเตอร์ทั้งหมด แล้วอาหารที่เราสั่ง จะถูกส่งตามสายพานมาให้เราอย่างรวดเร็วค่ะ เรามา 2 คนกะคุณแฟน น้องพนักงานพามานั่งที่ counter ที่นั่งส่วนตัวใกล้ ๆ กัน มีจอส่วนตัวกันคนละจอแบบนี้ แต่ใครมาเป็นหมู่คณะ เค้าก็มีโต๊ะให้นั่งนะคะ

บรรยากาศในร้านค่ะ

หน้าจอ — เลือกเป็นภาษาอังกฤษได้สบายมาก

พอเรานั่งปุ๊บ น้องพนักงานจะนำถาดใส่บิลมาให้ก่อนเลย

เลือกอาหารที่ต้องการจากเมนูได้ ครั้งละ 3 เมนูค่ะ

อันนี้ตอนแรกเราไม่ทันสังเกตคืออะไร เลยสั่ง Soft Drink มาแก้วนึงไปแล้ว …เพราะเห็นว่ามันไม่มีน้ำกิน แต่จริง ๆ กระปุกนี้คือผงชาเขียวค่ะ ….- ซึ่ ง ก็ แ ป ล ว่ า -… ร้านนี้มีชาเขียวบริการฟรีนั่นเอง …..^^”….

ผงชาเขียวในกระปุกค่ะ

ใส่ผงชาเขียวความเข้มข้นตามที่ต้องการลงในถ้วยแล้ว ก็กดน้ำร้อนใส่แบบนี้เลย

เมื่อเรากดสั่งไปครบ 3 เมนูปุ๊บ…อีกไม่นานเท่าไหร่ ก็จะมีเสียงดังปิ๊บ ๆ ที่สายพาน แปลว่าอาหารเรากำลังจะมาแล้วค่ะ …และแล้ว… อาหารที่เราสั่ง ก็จะเดินทางมาถึงอยากรวดเร็ว พร้อมกับมีเสียงปิ๊บ ๆ อีกรอบ เพื่อให้เราหยิบอาหารไป หยิบแล้วอย่าลืมกดปุ่ม (ลืมถ่ายรูปปุ่มมา) ที่ด้านบนของสายพานด้วยนะคะ เพื่อให้ทางร้านทราบว่าเราหยิบอาหารไปเรียบร้อยแล้ว จะได้ดึงสายพานกลับไปค่ะ

อาหารที่เราสั่งเริ่มมาแล้วจร้า ^^

มิโซะซุป ที่เห็นในสายพานตะกี้ ^^

ความบันเทิงอีกอย่างของลูกค้าที่มาทานร้านนี้ ก็คือเมื่อสั่งครบ ทุก ๆ 1,050 เยน ทางร้านจะมีเกมให้เราเล่นผ่านหน้าจอค่ะ เป็นเกมเป่ายิ้งฉุบง่าย ๆ ซึงถ้าเราชนะเครื่อง ก็จะได้รางวัลไปค่ะ เป็นคูปองสำหรับลด 10% สำหรับมาทานในครั้งต่อไป หรือจะเลือกเป็นของที่ระลึกชิ้นเล็ก ๆ แทนก็ได้ค่ะ

เมนูซูชิที่นี่มีหลากหลายราคา ตั้งแต่ 126 – 252 เยน (สำหรับประมาณ 2 คำ) แล้วแต่ความพิเศษค่ะ

ของทอดก็มีให้สั่งนะคะ

อันนี้รู้สึกจะเป็นแบบพิเศษ ซึ่งเราจำชื่อเมนูไม่ได้แล้ว55

หน้าไข่ปลา กะแตงกวาค่ะ

ครบ 1,050 แล้ว มาเล่นเกมกัน หน้าจอเกมจะปรากฎขึ้นแบบนี้ค่ะ

เลือกค้อน กรรไกร กระดาษ ได้ตามใจ ถ้าเราชนะ หน้าจอจะเป็นแบบนี้ค่ะ

หลังจากนั้น …น้องพนักงานก็จะนำคูปองสำหรับรับรางวัลเมื่อทางเสร็จแล้วมาให้อย่างรวดเร็วทันใจ

แต่ถ้าหากว่าเราแพ้…. หน้าจอจะเป็นแบบนี้ และเราก็จะไม่ได้อะไรค่ะ….^^”…

ของหวานต่าง ๆ ก็มี แต่เราขอเป็นผลไม้ คือ สัปปะรดละกัน

ค่ า เ สี ย หา ย สำ ห รั บ มื้ อ นี้ – .. เฉพาะตัวเรา ….เนื่องจากนั่งแยกจอ และแยกบิลจากคุณแฟน …(แอบจกของเค้ากินนิดเดียวจิง ๆ ^^”…) …ประมาณ 2000 กว่าเยน (เดาได้จากที่ได้เล่นเกม 2 ครั้ง แพ้ครั้ง ชนะครั้ง) จำนวนจานประมาณนี้ค่ะ

ทีแรกเรานึกว่าคูปองลด 10 % จะใช้ได้กับอาหารมือ้นี้ … มารู้เอาตอนเช็คบิล ว่ามันต้องใช้เมื่อมากินครั้งต่อไปเท่านั้น เนื่องจากวันนี้เป็นวันสุดท้ายของ Japan Honeymoon Trip ของเราแล้ว …และไม่แน่ใจว่าจะได้มาอีกเมื่อไหร่ (…เพราะไม่มีตังค์ 555) จึงเลือกมาเป็นของที่ระลึกชิ้นเล็ก ๆ อันนี้แทนค่ะ …^^…

Japan Honeymoon Trip (12) : ศาลเจ้า Meiji Jingu

วันสุดท้ายในญี่ปุ่น เรามาไหว้พระกันที่ศาลเจ้า Meiji Jingu อันเลื่องลือของญี่ปุ่นค่ะ อันที่จริงก็ไม่ได้ตั้งใจจะมาเท่าไหร่หรอก อยากจะมา shopping แถวชินจูกุมากกว่า แต่ขึ้นรถไฟใต้ดินมา ก็เจอที่นี่ก่อนเลย ประกอบกับคุณเพื่อนแนะนำว่าเป็นสถานที่ ๆ ควรมา ก็เลยแวะซะหน่อย…. ขึ้นรถไฟใต้ดินมาที่สถานี Meiji Jingu เลย ขึ้นมาเจออะไรก็ไม่รู้เนี่ย….-“-…..

แต่เดินมาแป๊บเดียวก็เจอพื้นที่สีเขียว คล้ายสวนสาธารณะขนาดใหญ่ ต้นไม้เยอะมาก ๆ พอเดินเข้ามาใกล้ขึ้น จึงรู้ว่า เป็นพื้นที่ของศาลเจ้า Meiji Jingu นั่นเอง …กว้างมาก ๆ เลยค่ะ …

ขอถ่ายรูปกับป้ายหน่อย

อีกซักป้าย…ซึ่งอ่านไม่ออก 555

ทางเดินเข้าไปภายในตัวศาลเจ้าค่ะ

จุดถ่ายรูปยอดนิยมบริเวณทางเดิน — ก็คือถังสาเกเหล่านี้ค่ะ

ดอกเบญจมาศสวย ๆ เหล่านี้ เห็นว่าได้รับการสนับสนุนจากสมาคมอะไรสักอย่าง

ดูกันชัดๆ .. สวยดีนะคะ ^^

มีประกวดจัดสวนญี่ปุ่นด้วยค่ะ

แผนที่ศาลเจ้าค่ะ –จะเห็นว่าอาณาเขตกว้างจริงๆ

ถ่ายรูปกะคุณแฟน ระหว่างทางเดินเข้าไปค่ะ ^^

เดินมาตั้งนาน…เพิ่งจะถึงตัวศาล… ^^”

ก่อนเข้าไปไหว้ ..ต้องชำระล้างมือและปากให้สะอาดตามสไตล์ญี่ปุ่นค่ะ

ซึ่งก็คือ …ต้องล้างมือ และบ้วนปากซะก่อน …^^

ไหว้พระก่อนเข้าตัวศาล …^^…

ประตูด้านในศาลค่ะ– เห็นดอกไม้สวยดี เลยขอถ่ายรูปซะหน่อย ^^

จุดเขียนป้ายขอพรก่อนเข้าศาลค่ะ แอบเห็นภาษาไทยอยู่หลายใบเลย ^^

เราก็ไม่ได้เขียนกับเค้าหรอก …55..แต่ขอถ่ายรูปกะคุณแฟนหน่อยละกัน

ส่วนอันนี้สำหรับเขียนขอพร และนำติดตัวเข้าไปในตัวศาลค่ะ เนื่องจากคนเยอะมากจริงจังในวันนี้ เราจึงไม่ได้เข้าไป ไหว้ขอพรอยู่ข้างนอกก็แล้วกัน แต่เค้าว่าที่นี่จะขอพรได้ดีในเรื่องของสุขภาพ ความสุข ความสำเร็จ และสันติภาพ (ถ้าจำไม่ผิด …แต่มันก็ครอบคลุมเกือบทุกด้านแล้วนะเนี่ย…แค่ขอเนื้อคู่ไม่ได้เท่านั้นเอง 555)… ใครมีโอกาสเข้าไปก็ลองดูนะคะ …^^….

ที่นี่มีจัดงานแต่งงานด้วยค่ะ ..ซึ่งวันนี้ก็มี 1 คู่ ^^

ตอนไปไม่ได้หนาวขนาดนี้ …หิมะที่เห็นตกอยู่นี่.. พี่ Google Auto Awesome จัดให้ค่ะ ^^

Japan Honeymoon Trip (7) : Tokyo Disney Sea

Disneyland ที่อเมริกา ก็เคยไปมาแล้ว แต่มาญี่ปุ่นมี Disneyland ก็อยากไปอีก…^^”…555 .. อย่ากระนั้นเลย เนื่องจากที่นี่มีพิเศษกว่าที่แคลิฟอร์เนีย คือมี Tokyo Disney Sea ด้วย เราก็เลยมา Disney Sea ดีกว่า แปลกใหม่ดี เดินทางสะดวกสบายด้วยรถไฟเช่นเคยค่ะ มี Disney Resort Line ซึ่งมาถึงเลย

ตั๋วพร้อม คนก็พร้อมค่ะ ^^

จากแผนที่ จะเห็นว่าในส่วนของ Disneyland และ Disney Sea นั้นกว้างพอ ๆ กันเลย เพราะงั้นใครที่อยากมาให้ทั่วทั้ง 2 park ควรมีเวลาสัก 2 วันเป็นอย่างน้อย ถ้าไม่อยากไปต่อคิวซื้อตั๋วหน้า Park สามารถซื้อตั๋ว E-ticket ได้เลย – ที่ นี่ – แต่รู้สึกว่ามันจะแค่เลือกวันได้เฉย ๆ ไม่สามารถเลือกได้ว่าจะไป Park ไหน ถ้าต้องการไป Disney Sea จะต้องไปเปลี่ยนบัตรที่ Booth ขายตั๋วอยู่ดี แต่ก็ใช้เวลาไม่นานค่ะ

พร้อมแล้วก็มาขึ้น Disney Resort Line กันเลย ! รถไฟนี้จะจอด 3 สถานีค่ะ คือที่ Disneyland ก่อน แล้วจึงมาส่วนของ Disney Resort ที่เป็นโรงแรม แล้วจึงจะมาถึง Disney Sea ซึ่งอยู่ติดกับทะเลตามลำดับค่ะ

เปลี่ยนตั๋วเรียบร้อย รับแผนที่แล้วก็ลุยกันเลย!

ทางเข้า — มีหมวกพ่อมดของ Mickey Mouse ด้วย

ประตูทางเข้า พอดีว่ามาค่อนข้างสาย คนเยอะทีเดียว

มาดูกำหนดการต่างๆ ซะหน่อย

สิ่งที่ต่างกันระหว่าง Disneyland และ Disney Sea ก็คือ ในส่วนของ Parade ต่าง ๆ จะไม่เดินไปตามท้องถนน แต่ว่าจะเป็นเรือแล่นมาในน้ำแทนค่ะ ช่วงนี้ยังไม่มี Parade เราก็มาดูเครื่องเล่นต่าง ๆ กันก่อนดีกว่า

อย่างแรกที่เห็น แต่คิวยาวจัด ก็คือ Toy Story นั่นเองค่ะ คิดว่าน่าจะเป็นหนังหรือละครเวที แต่เห็นคิวยาวมาก Fast Past ก็ไม่มี เกรงว่าจะเป็นการเสียเวลาเล่นเครื่องเล่นอื่น ๆ ซะเปล่า ๆ ก็เลยขอผ่านไปก่อนดีกว่าค่ะ

เครื่องเล่นสุดฮิตอย่าง Indianna Jones คิวย้าวยาวอีกเช่นกัน… แต่ว่ามี fast past ก็เลยเอา fast past มาก่อนก็แล้วกัน อันว่า fast past นี้ คนที่เคยเข้าไปเล่นใน Disneyland คงรู้จักกันดีเนาะ … มันก็คือการจองเวลาไว้ก่อนนั่นเองค่ะ ว่าเราจะกลับมาเล่นเครื่องเล่นนี้เวลาไหน เมื่อเวลาตามบัตรมาถึง เราก็กลับมา แล้วก็จะได้คิวที่สั้นกว่าปกติพอสมควรทีเดียวค่ะ

อีกฝั่งนึงของ Indianna Jones ค่ะ

Disney Sea แบ่งเป็น Zone ต่าง ๆ ทั้งหมด 7 Zone นั่นก์คือ Mediteranean Harbor คืออ่าวที่เป็นจุดแสดง Parade และร้านค้า ต่อด้วย Zone เครื่องเล่น คือ American Waterfront, Mysterious Island, Port Discovery, Lost River Delta, Mermaid Lagoon และก็ Arabian Coast ตามลำดับค่ะ แต่ละ Zone อยู่ไม่ไกลกันมาก เดินถึงกันได้สบาย … ส่วนแต่ละ Zone จะมีอะไรบ้างนั้น สามารถเช็คได้ที่นี่เลย : http://www.tokyodisneyresort.jp/en/tds/

เครื่องเล่นส่วนใหญ่ออกแนว chill chill นั่งรถนั่งเรือชมการแสดงน่ารัก ๆ ซะเป็นส่วนใหญ่ ดังเช่น Sinbad’s Storybook Voyage อันนี้ค่ะ น่าเสียดายที่การแสดงทั้งหลายเป็นภาษาญี่ปุ่นหมดเลย…^^”…. โดยที่ไม่มี subtitle ให้ด้วย ดังนั้นใครที่ไม่รู้ภาษาญี่ปุ่นเช่นเรา อาจจะงงๆ หน่อยนะ…..

ดินแดน Mermaid Lagoon จาก Little Mermaid

ขอถ่ายรูปกะคุณแฟนก่อนละกัน ^^

ดูจากแผนที่เหมือนเครื่องเล่นจะเยอะ แต่ส่วนใหญ่เป็นแนวนี้ค่ะ

คฑาเนื่องในโอกาสครบรอบ 30 ปี Disney Sea อยู่ตามจุดต่าง ๆ ใน park เมื่อเราไปแตะ จะมีแสงวิ้ง ๆ เห็นว่าถ้ามีคฑาเล็ก ๆ ของเค้า (ซึ่งน่าจะต้องเสียเงินซื้อ) จะมีคำอวยพรด้วยค่ะ

อันนี้ก็เป็นเครื่องเล่นน่าสนใจอีกอย่างที่ไม่ควรพลาด ตั้งอยู่ที่ Mysterious Island ค่ะ

อันนี้เค้าว่าน่ากลัวสุด ไม่เหมาะสำหรับคนไม่ชอบเครื่องเล่นแนวหวาดเสียว ตั้งอยู่ที่ American Waterfront เราเห็นแล้วคิดว่ามันน่าจะเหมือน Hotel California ที่เคยเล่นที่อเมริกา เลยไม่เล่น ปล่อยให้คุณแฟนไปเล่นคนเดียว ซึ่งเค้าก็บอกว่าเหมือนกันจริง ๆ ค่ะ เพียงแต่พากษ์เป็นภาษาญี่ปุ่น …^^”…

เริ่มค่ำแล้ว แต่เรายังไม่กลับ เพราะว่าจะรอดูการแสดงต่าง ๆ รวมทั้ง Parade ที่คาดว่าน่าจะมีแสงไฟสวยงามกว่า Parade กลางวันค่ะ เนื่องจากเป็นช่วงใกล้ X’mas จึงมีการตกแต่งประดับไฟที่สวยงามเช่นนี้ (ขอบคุณ Google Auto Awesome สำหรับภาพวิ้งๆ นะคะ… คือเราไม่ได้ทำ แต่พอ upload ขึ้นแล้วมันเป็นเอง ^^)

Mickey กะ Minnie เริงระบำ ^^

ป๊อปคอร์นที่ซื้อมากินระหว่างรอชม show …จริง ๆ แล้วที่นี่มีป๊อบคอร์นหลายรสมาก ทั้ง Caramel, Milk Tea, Apple Cinnamon, Strawberry, Salt, Black Pepper, Corn Potage และรสสุดฮิตที่เขาว่ามีขายที่นี่ที่เดียว คือ Curry ที่เรากะคุณแฟนซื้อมาค่ะ แต่ละ Zone จะมีรสต่างๆ กัน ซึ่งสามารถเช็คได้ใน Map (แต่เราดันมาเห็นเมื่อกลับถึงเมืองไทยแล้ว 555) สำหรับรส Curry ถ้าใครสนใจ มันอยู่ที่ Arabian Coast ค่ะ ….^^…..

ระหว่างรออีกเหมือนกัน ชมของขวัญของฝากในร้านซะหน่อย….ที่ฮิตมากจริงๆ ก็คือน้องหมีนี่แหละค่ะ เด็กน้อย ๆ หรือแม้แต่ผู้ใหญ่ มีอุ้มกันเกือบจะทุกคนเลย …….^^….

การแสดงชุดพิเศษ Color of Christmas ที่มีเฉพาะช่วงนี้

และการแสดงปิดท้าย คือพลุ Disney Magic in the Sky ค่ะ

บ๊าบ..บาย Tokyo Disney Sea เมื่อเวลาประมาณ 2 ทุ่ม จ้า

Japan Honeymoon Trip (2) : วัดอาซากุสะ & พระราชวังอิมพีเรียล

ลงจาก Sky Tree มาแล้ว เราก็ไปเที่ยวกันต่อ ณ วัดอาซากุสะ ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตอีกที่นึงที่คนมาโตเกียวต้องมา ที่นี่จริง ๆ เราเคยมาแล้วเมื่อตอนที่มาญี่ปุ่นคราวก่อน คุณแฟนก็เคยมาแล้วเหมือนกัน แต่ยังไม่เคยมาด้วยกัน และคุณเพื่อนแนะนำว่า ถ้าจะซื้อของฝากท่านผู้ชมทางบ้าน ให้มาเดินแถวนี้จะ work สุด เพราะมีทุกอย่าง และราคาก็ย่อมเยากว่าที่อื่น ๆ (….แต่เท่าที่เราสังเกตราคามันก็พอ ๆ กันหมดอะนะ)

จุดถ่ายภาพยอดฮิตหน้าวัดอาซากุสะ ก็คือโคมสีแดง ๆ อันใหญ่ ๆ ซึ่งเราดูมาแต่ไกลเห็นว่ารอบนี้ทำไมมันดูแปลก ๆ ปรากฎว่าเค้าเอาไปซ่อมพอดีค่ะ เลยมีแต่รูปภาพแขวนแบบนี้ให้ดูแทน….^^”… แต่เราก็ถ่ายรูปมาอยู่ดี (กร๊าก….. ^^”..) เนื่องจากว่าเค้าไม่น่าจะเอาไปซ่อมกันบ่อย ๆ นะ แบบนี้น่าจะนานทีมีหน สมควรถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึก… ^^….

ของขายมากมายในเขตวัดอาซากุสะ มีทั้งของกิน ของใช้น่ารักๆ

เดินเข้ามาจนถึงตัววัดแล้ว ขอถ่ายรูปกะคุณแฟนหน่อย

ด้านข้างวัดมีศาลเล็กๆ และรูปปั้นซามูไร

คุณเพื่อนบอกว่า ตามธรรมเนียมญี่ปุ่น ก่อนที่เราจะเข้าไปทำบุญ จุดธูปจุดเทียนขอพรในวัด เราจะต้องชำระร่างกายให้สะอาดเสียก่อน หน้าวัดและศาลเจ้าญี่ปุ่นจึงมักจะมีที่ให้ชำระล้างร่างกาย หน้าตาคล้าย ๆ แบบนี้ เราจะต้องใช้กระบวยตักน้ำมาล้างมือทีละข้าง และก็ตักน้ำใส่มือ เพื่อบ้วนปากให้สะอาด (อย่าดื่มจากกระบวย) จากนั้น จึงจะเข้าไปทำบุญได้จ้า

ธูปญี่ปุ่น มาเป็นมัด ไม่ต้องนับ

จุดโลด !

จุดแล้วนำไปปัก และให้วักควันเข้าหาตัว เพื่อให้โชคดี

จุดธูปแล้วมาจุดเทียนกันบ้างค่ะ

ไม่มีที่ให้จุดเทียนนะคะ ต้องจุดต่อจากเทียนของคนอื่น ๆ แต่ที่ดีก็คือ ตรงแท่นเสียบเทียนนั้นจะทำเป็นแหลม ๆ ให้เสียบลงไปได้เลย ไม่ต้องเอาน้ำตาเทียนหยด แล้วพยายามตั้งเทียนให้ได้เหมือนที่บ้านเรา

เหลือบไปเห็นเซียมซีอยู่ข้าง ๆ

ใครอยากเสี่ยงโชคดูบ้าง มีคำอธิบายภาษาอังกฤษนะคะ

อันนี้ของคุณแฟน ออกมาโชคดีเชียว ^^

ส่วนใครที่โชคไม่ดี เขามีที่ให้เอาไปผูก แบบนี้ค่ะ

จากวัดอาซากุสะ เพื่อนพาไปเที่ยวต่อ ที่พระราชวังอิมพีเรียลค่ะ จริง ๆ แล้วพระราชวังนี้เขาไม่ให้เข้าไปนะคะ ถ่ายรูปได้เฉพาะด้านนอก ซึ่งจะเป็นบริเวณสวนสนที่สวยงามเช่นนี้ค่ะ

ถ้ามาถึงไวกว่านี้หน่อย คือ ประมาณก่อน 4 โมงเย็น จะเข้าไปถ่ายรูปได้ถึงสะพานที่เห็นค่ะ คือ สะพานทางเข้าตัวตำหนัก (แต่ก็เข้าไปข้างในไม่ได้อยู่ดี) … เรามาถึงประมาณ 5 – 6 โมงเย็น เขาเอาเชือกมากั้นแล้ว ไม่ให้เข้าไป แต่คนที่เข้าไปก่อนนั้นก็ออกมาได้ตามปกติ

ขอถ่ายภาพกะคุณเพื่อนสักรูป ก่อนอำลาพระราชวังอิมพีเรียลค่ะ

%d bloggers like this: