Advertisements
Tag Archive | turkey

A Turkish Delight (4)

วันสุดท้ายจริง ๆ อีกวัน ประชุมเลิกแล้ว แต่เที่ยวบินกลับมันค่ำมาก — เพราะว่า Turkish Air มันมี flight มากรุงเทพไฟลท์เดียว ก็เลยมีเวลาช็อปปิ้งซื้อของฝากอีก 1 วัน — ว่าแล้ว ก็เลยชวนกันไป Kapali Carsi หรือ Grand Bazaar ที่ ๆ เขาว่ามีร้านค้ามากมายถึง 4,000 ร้าน และเป็นสถานที่ ๆ ทุกคนที่มา Istanbul ไม่ควรพลาดค่ะ ^^

ของฝากที่ขึ้นชื่อของที่นี่ ก็มีผ้าทอ ผ้าปักต่างๆ หลากสีหลายลาย ส่วนใหญ่ก็เป็นผ้าพันคอ ผ้าคลุมผม พรม และอื่น ๆ ใครที่ชอบก็สามารถเลือกซื้อหาได้ตามความชอบใจ มีขายเกือบทุก ๆ ที่เลย อย่าลืมต่อราคาด้วยนะคะ ไม่งั้นอาจต้องช้ำใจได้ ^^

ส่วนอันนี้เป็นของฝากมาตรฐาน ประกอบด้วย magnet มากมาย snowball ตั้งโต๊ะ และอื่น ๆ อันนี้เราก็ซื้อมาเยอะ เพราะราคาไม่แพง และมีเพื่อน ๆ หลายคนที่ที่ทำงานสะสม — แปะที่ตู้เย็นของสำนักด้วย อันนึง หุ หุ ^^

ที่นี่เขาว่า ยิ่งเดินลึกเข้าไป จะยิ่งเจอของถูกลงเรื่อย ๆ เพราะงั้นใครต่อของไม่เก่งไม่ต้องกลัวค่ะ ถ้าต่อแล้วเค้าไม่ลด ก็เดินต่อไปเลย ถ้าเค้าไม่เดินตามมาขายให้ (ยังกะเมืองจิน 555 ) เดี๋ยวก็เจอร้านราคาถูกกว่าเอง — แต่ถ้าของที่ถูกอยู่แล้วเขามักจะไม่ลดนะ นอกจากซื้อเยอะ ๆ ^^”

เหนื่อยแล้วแวะพักกินไก่ … เราว่าไม่ใช่ Turkey เพราะมันตัวเล็กนิดเดียว … และก็ไม่น่าจะใช่ไก่บ้านแบบไทย ๆ ด้วยเพราะเนื้อนุ่มเชียว … ^^… เห็นย่างแบบนี้คนแน่นร้านเลยนะ ต้องรอคิวกลางสายฝนอยู่แป็บนึง กว่าจะได้กิน…

เรากะนู๋ดล เชิญชวนกินไก่ ^^

ขากลับแวะข้าม Ataturk Bridge อีกรอบ ไปวน ๆ ที่ฝั่งเอเชียนิดหน่อยพอให้รู้ว่าได้แวบไปมาแล้วทั้งสองฝั่ง — รู้สึกจะเสียค่า Bosphorus Pass นิดนึงมั้ง ? … คือแท็กซี่บอกว่าเสียอะ ไม่รู้ว่าถูกแขกหลอกอีกรึเปล่า 555

ลาก่อน Istanbul เจอกันใหม่ เมื่อชาติต้องการนะคะ ^^

Advertisements

A Turkish Delight (3)

วันสุดท้ายที่รอคอยของการประชุม — ไม่มีการประชุมแต่เป็น cultural day ที่ผู้จัดจะพาเราไปเที่ยวสถานที่สำคัญ ๆ ต่าง ๆ ใน Istanbul ซึ่งเปรียบเสมือนกับอยุธยา หรือสุโขทัยของเรา — คือเป็นเมืองหลวงเก่า… ที่เก๋กว่านั้นคือ ที่นี่เคยเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรไบแซนไทน์อันรุ่งเรือง — และได้ข่าวว่า ปีหน้าก็จะได้รับการโปรโมตให้เป็นเมืองหลวงทางอารยธรรมของยุโรปด้วยค่ะ .. ^^…

ที่แรกที่เรามาถึง — แต่ไม่ยักกะได้เข้าไป ( คือ รถบัสมันมาจอดตรงนี้ง่ะ… ^^””… ) คือ Hagia Sophia หรือ Ayasofya เป็นภาษาตุรกี มาจากภาษากรีกอ่านไม่ออก (พิมพ์ไม่ได้ด้วย — ไม่มี font ^^”) แปลว่า Holy wisdom หรือปัญญาอันศักดิ์สิทธิ์ เคยเป็นมัสยิด และเป็นตัวอย่างชั้นเลิศของศิลปะไบแซนไทน์ (Byzantine) แท้ ๆ — ตอนนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ของอิสตันบูลค่ะ — เราว่าเขาไม่ให้เข้าไปดูเพราะกลัวช้า … เนื่องจากที่นี่กว้างมาก ๆ เลย … และที่จตุรัส Sultanahmet นี้ ยังมีสถานที่สำคัญ ๆ อีกหลายที่ค่ะ … ^^…

ที่แรกที่เราได้เข้าไปดูแบบจริงจังคือ Topkapi Palace เป็นพระราชวังของสุลต่านหลายคน หลายยุค หลายสมัยแห่งราชวงค์ออตโตมัน (Ottoman) ซึ่งมีอายุยาวนานกว่า 600 ปี — เป็นมรดกโลกของ UNESCO ด้วยค่ะ

โฉมหน้าของ Guidebook ที่เราถูกแขกหลอกขายมา (555) ด้วยราคาที่เราว่าน่าจะแพงกว่าราคาจริงหลายเท่า … -“-… ไหน ๆ ก็ถูกหลอกให้ซื้อมาแล้ว — ก็เลยอ่านมันตลอด trip อ่านเผื่อชาวบ้านชาวช่องเขาด้วย — ประมาณว่าเล่มเดียวเอาให้คุ้ม หุ หุ หุ

ส่วนหนึ่งของสวนใน Topkapi Palace

คิดว่าช่วงนี้น่าจะเป็นช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงของตรุกี … มีแมวมานอนอาบแดดกันอยู่หลายตัว … ^^… แมวที่นี่สวยนะ ขนฟูเชียว หมาไม่ค่อยเห็นเท่าไหร่ แต่ที่เห็นก็ตัวโตขนฟูเช่นกัน … คิดว่ามันคงหนาว … ^^…

ทางเข้า The Harem ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Topkapi Palace … Harem นี่เขา (guidebook) แปลว่า Forbidden by the religion คือเป็นสถานที่หวงห้ามสำหรับเฉพาะคนในราชสำนักเท่านั้น ห้ามคนธรรมดาเข้าไป และอาจจะตีความได้ด้วยว่า เป็นสถานที่ ๆ มีการทำในสิ่งที่ศาสนาในสมัยนั้นห้าม — คือ การมีภรรยาหลายคน ( 555) เขา ( guidebook) ว่าอีกเช่นกันว่า The Harem นี้เป็นสถานที่รวบรวมผู้หญิงจากทั่วโลกที่ถูกกวาดต้อนมาเป็นสนมของกษัตริย์ … จะว่าไปก็ไม่น่าจะทั่วโลกหรอก (มั้ง?) — แต่น่าจะเป็นประเทศที่เขาไปชนะสงครามมามากกว่า …

หนึ่งในห้องโถงอันมากมายใน the Harem, Topkapi Palace — เขาว่าสนมคนนึ่งมักจะมีห้องของตัวเองห้องนึง — ถ้าเป็นคนโปรดอาจจะได้ห้องใหญ่ — โปรดน้อยหน่อย หรือแทบจะไม่เคยเห็นหน้า ก็อาจจะต้องอยู่รวม ๆ กันค่ะ …

ทางเดินหินอ่อน — ยังคงอยู่ใน Topkapi Palace นั่นแหละ — แต่ออกมาจาก The Harem แล้ว … ที่นี่กว้างมาก ๆ มีทั้งโรงพยาบาล และที่อยู่ของข้าราชบริพารมากมาย … เขา (guidebook) ว่าอีกเช่นกัน — ว่าพื้นที่ทั้งหมดของ Topkapi Palace นั้น นับเป็นสองเท่าของนครรัฐวาติกันเลยทีเดียว … ^^…

Topkapi Palace นี่ตั้งอยู่ริมทะเล ตรงช่องแคบบอสฟอรัส ที่กั้นระหว่างเอเชีย กับยุโรปพอดีเลย … เนื่องจากวังนี้อยู่ฝั่งยุโรป — อีกฝั่งที่เห็นอยู่นั่นก็คือฝั่งเอเชียของอิสตันบูล – ตุรกี… ตรงนี้ในปัจจุบันเป็นร้านอาหารด้วย .. ^^…

อีกที่ ๆ ใครที่มาอิสตันบูลไม่ควรจะพลาด ก็คือ The Blue Mosque หรือ Sultan Ahmed Mosque ที่เรียกวา The Blue Mosque คือเรียกตามสีของโมเสก ที่ประดับด้านใน และกระจกสีค่ะ

เรากะนู๋ดล — ถ่ายรูปก่อนเข้า The Blue Mosque

ข้างใน the blue mosque ค่ะ

ข้างในเข้าไปอีก … ตรงนี้เขาห้ามผู้ชายที่ไม่ได้ใส่กางเกงขายาว และผู้หญิงที่ไม่ได้ใส่กระโปรงเข้า …. ห้ามใส่รองเท้า และ ห้ามถ่ายภาพเวลาสวดมนต์ด้วยค่ะ — คล้าย ๆ วัดพระแก้วของเราเลย …

A Turkish Delight (2)

เริงร่าได้วันเดียวก่อนประชุม ( … แต่ที่จริงหลังประชุมก็เริงร่าต่ออะนะ … ^^”) วันที่ 4 ก็เริ่มประชุม World Family Summit แล้ว — สาระสำคัญของการประชุมนี้ (… เห็นมั้ยทำตัวมีสาระก็เป็น 555) คือ การติดตามผลการดำเนินการตามเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ หรือ Millennium Development Goals หรือ MDGs โดยเน้นครอบครัวเป็นศูนย์กลาง — ปีนี้เขาติดตามเป้าหมายที่ 3 ซึ่งเป็นเรื่องการส่งเสริมความเสมอภาคหญิงชาย — หัวข้อการประชุมมันก็จะออกแนวครอบครัวจะส่งเสริมความเสมอภาคหญิงชายได้ยังไง … หรือการส่งเสริมความเสมอภาคหญิงชายจะทำให้ครอบครัวดีขึ้นยังไง … ประมาณนี้ค่ะ

เรากะนู๋ดลในห้องประชุม … ที่นี้จัดเป็นการประชุมโต๊ะกลม — คือ เป็นโต๊ะกลม ๆ สำหรับแต่ละประเทศ (… เขาจะวางธงไว้ตรงกลาง) ผู้แทนที่มาจะได้นั่งคุยกัน — มาเยอะ ๆ ก็อบอุ่นดี มาคนเดียว – หรือสองคนก็เหงาหงอย … เราเลยเห็นมาเลย์ กับอินโด ย้ายธงมารวมโต๊ะเป็นครอบครัวเดียวกันซะงั้น …^^”… วันหลัง ๆ ก็เห็นหลาย ๆ ชาติแอบเลียนแบบเหมือนกัน … ^^…

อาหารในงานเลี้ยงต้อนรับวันแรก — แต่จริง ๆ อาหารวันไหน ๆ ก็เหมือนกันหมด — ตามประสาอาหารฝรั่ง — คือจะต้องมีซุป ขนมปัง กะ Paste –… คือ อะไรที่ใช้ป้ายขนมปังง่ะ … รสชาติมันจะเป็นเหมือนมันฝรั่งผสมถั่วผสมปลาบด … กินแล้วรู้สึกพิลึก … ไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่… ปลาดิบที่มาเคียงคู่กันก็ช่างเค็มชมัด … มีคนบอกเราว่า — มันไม่ใช่ปลาดิบ แต่เป็นปลาที่ทำให้สุกด้วยวิธีของเขา … คล้าย ๆ กับ รมควัน อะไรงี้ ซึ่งก็ไม่ประทับใจเราอีก … เอาเป็นว่าเราว่าอาหารจานนี้ไม่ผ่าน — แม้ว่ากินปลาแล้วจะฉลาดก็เหอะ … 😛

อาหารจานหลัก — ที่นี่ถ้าไม่เป็นเนื้อ .. ก็จะเป็นไก่หรือปลา … เพราะเขาเป็นอิสลาม 99% ที่เห็นห่อ ๆ นั่นคือแป้งนานบาง ๆ ห่อข้าว — ไม่ใช่ขนมปัง … ข้าวเขาจะแข็ง ๆ เม็ดโตกว่าเรา — แต่หุงกะเนย และเครื่องเทศ … อร่อยดีเหมือนกัน .. กินเนื้อได้ ก็เลยสบาย — ไม่ต้องระวังค่ะ .. ^^…

ของหวานเป็นบราวนี่ราดช็อคโกแล็ตกับไอศครีม… ทุกอย่างหวานเจี๊ยบบบ … ประมาณว่า — กินวันนี้ หวานไปถึงพรุ่งนี้กันเลยทีเดียว … เราเลยไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่ … ^^”…

งานเลี้ยงต้อนรับอย่างเป็นทางการ — เขาพาไปกินที่ Esma Sultan Palace เป็นเหมือนอาคารโบราณมาบูรณะใหม่ แล้วสร้างคล้าย ๆ เรือนกระจกครอบไว้อีกที … เปิดไฟสี ๆ ที — รู้สึกคล้าย ๆ หลงเข้าไปในอยุธยา … 555

ความเก๋ของที่นี่ … อยู่ตรงที่มันตั้งอยู่ใกล้กับสะพาน Ataturk Bridge หรือ Bosphorus Bridge ที่เชื่อมระหว่างฝั่งยุโรป และเอเชียของตุรกีพอดี … – เ ข า ว่ า – ที่ ๆ เรานั่งกินอาหารอยู่นี้คือฝั่งยุโรป … ข้ามไปอีกฟาก — จะเป็นอีกทวีปนึงเลย คือเอเชีย … เก๋ไก๋ไฮโซจริง ๆ … ^^…

แถมพอมองไปข้างนอกยังเห็นมัสยิดไม่ทราบชื่อ (… เขาบอกเหมือนกันแต่เราจำไม่ได้เอง — ชื่อมันยากเหมือนกัน .. ครั้นจะมั่วตาม Guide Book ก็กลัวผิด — เพราะที่นี่มีหลาย Mosque เหลือเกิน … ที่แน่ ๆ คือมันไม่ใช่ The Blue Mosque อันเลื่องลือ … เพราะเขาอยู่คนละที่กัน — เดี๋ยวพรุ่งนี้เราจึงจะพาไป … ^^…) อีกด้วย … ^^…

เนื่องจากเป็นช่วงเดือนธันวา — แต่ละที่ก็เลยมีต้นคริสต์มาสอย่างนี้ตกแต่งไว้ข้างในเต็มไปหมด … ที่เห็นเป็นบ้านนั้นรู้สึกจะทำจากขนมปังจริง ๆ ด้วย … ^^…

เห็น Ataturk Bridge ยามราตรีแล้วไม่สะใจ … ขอมาดูเองยามเย็น ๆ อีกรอบ … ^^… จริง ๆ คือ — ท่านอธิบดีอยากกินอาหารทะเล… เลยชวนกันมาร้านอาหารแถว ๆ นี้ — มันตั้งอยู่ใต้สะพานพอดี … ที่เราเลือกร้านนี้เพราะเห็นมันมีบริการรับส่งจากโรงแรมฟรี — พอมาจริง ๆ ถึงรู้ว่า — ก็ควรอยู่ — เพราะมันมายากพอตัวอะ … ^^”.. ลงมาอยู่ใต้สะพานเลย …

อยากจะถ่ายรูปอีกฝั่ง … แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าถูกฝั่งไหม … ^^”… ก็ คือ เขาว่าฝั่งเอเชียของอิสตันบูล — จะเป็นเขตที่อยู่อาศัยของคน… ส่วนฝั่งยุโรปที่เราประชุมอยู่นี้ … จะเป็นสถานที่ราชการ และย่านธุรกิจ — ดังนั้นเราจึงจะไม่เห็นบ้านเป็นหลัง ๆ — จะเห็นแต่ตึกและคอนโดซะมากกว่าค่ะ … ^^…

ร้านอาหารชื่อ Olympos Restaurant … ข้างในตกแต่งเป็นแบบกรีกเลย — มีเสา มีภาพเขียน แต่เราเลือกนั่งข้างนอกเพื่อให้เห็นวิวทะเลค่ะ …

กุ้งตัวโต ๆ มาเป็นออร์เดิฟ .. อาหารจานหลักเป็นปลา — ถ่ายรูปมาเหมือนกัน …แต่ไม่ได้เอามาไว้ที่นี่หมด — ใครอยากดูรูปเต็ม ๆ ขอเชิญไปดูได้ที่ นี่ แต่ไม่ค่อยมีรูปประชุมนะคะ — มีแต่รูปเที่ยวซะเป็นส่วนใหญ่ — ใครอยากดูรูปประชุม — รออ่านรายงานการประชุม — กับดูใน web ที่ทำงานเราแล้วกัน …

A Turkish Delight (1)

ผลบุญที่บริจาคไมล์ ( หรือเปล่าหว่า ? — แต่รู้สึกว่าตอนนี้มันจะไม่มีปุ่มให้คลิกบริจาคอีกแล้วนะ … ^^”..) ส่งให้ได้มาเที่ยวรับปลายปีอีกรอบ … ช่างน่าประหลาดใจ ที่การประชุมที่มันไม่ค่อยจะเกี่ยวกับเราเท่าไหร่ — เนื่องจากเป็นการประชุมของสำนักครอบครัว ฯ — นี่มักจะจัดในสถานที่ที่เริ่ด ๆ เป็นสถานที่ในฝัน (… เมื่อยังไม่ได้ไป … 555…) ของเราทั้งนั้นเลย … จนบัดนี้ก็ยังสงสัยอยู่ว่าทำไมเขาถึงได้อนุมัติให้เราไป (…. ^^”…) – ต รุ กี – ประเทศเดียวในโลกที่มีพื้นที่อยู่ในทั้ง 2 ทวีป คือ เอเชีย และยุโรป … แถมการประชุม World Family Summit ครั้งที่ 6 นี้ — ยังจัดที่ Istanbul ซึ่งเป็นเมืองที่เป็นจุดตัดระหว่าง 2 ทวีปที่ว่าพอดีอีกด้วย … มาถึงวันแรก — ยังไม่เริ่มประชุม … ว่าแล้วเราก็มาออกชมเมืองกันดีกว่า … ^^…

นู๋ดล ณ สำนักส่งเสริมสถาบันครอบครัว ผู้เป็นเจ้าของ Project ตัวจริง กะเราเองหน้าโรงแรม Grand Cevahir ที่เป็นสถานที่จัดการประชุม … ชื่อมันเป็นภาษาตุรกีอ่านยากหนักหนา …. จนกลับมาแล้วก็ยังอ่านไม่ถูก … ^^”… ไปไหนแล้วจะนั่งแท็กซี่กลับโรงแรม ต้องให้ Hotel Card กันเลยทีเดียว …

อาหารมื้อแรกในตุรกี — ถึงแม้จะไปบู๊กะ front จนได้ Check in ตั้งแต่ไก่โห่ — เนื่องจากไปถึงตอน 6 โมงเช้า — แต่เวลา check in จริงของเขาคือบ่าย 2 …. โรงแรมก็ไม่มีอาหารให้กินอยู่ดี … ต้องมาหากิน Pretzel กันในเมือง … รถแบบนี้เห็นมีขายกันอยู่ทั่วไป …. แต่ Pretzel เขาแข็ง ๆ ด้าน ๆ นะ ไม่นุ่มนิ่มหอมเนยเหมือน Auntie Anne’s… ^^”…

Concierge ที่โรงแรม แนะนำให้ไปเที่ยวถนนคนเดิน หรือ Istiklal Street เป็นที่แรก … เพราะที่นี่เป็นที่เดียวที่เปิดขายของตั้งกะไก่ ( Turkey … ^^”..)โห่ 8 โมงเช้าเป็นต้นไป … รถรางที่เห็นอยู่ — เป็นยานพาหนะอย่างเดียวที่เค้าอนุญาตให้วิ่งในเขตนี้ — เรียกว่า Nostalgic Tram หรือ รถรางแห่งความหลัง — เพราะมันเป็นรถรางที่ใช้ในสมัยโบราณ — เขาอนุรักษ์ไว้ (… กรี๊ดด ! … แต่ไม่ได้ขึ้นแฮะ … ^^”..) วิ่งตั้งแต่บริเวณที่เรียกว่า The Tunnel ไปจนถึง Taksim Square ที่เป็นจุดศูนย์กลางของถนนคนเดินค่ะ

ดวงตาแบบนี้เรียกว่า Nazar Boncuk เป็นสัญลักษณ์อย่างนึงของตุรกีที่เห็นได้ทั่วไป (จริง ๆ …. — คือมันจะถูกทำออกมาหลากหลายรูปแบบมาก ๆ ทั้งที่เป็นเครื่องประดับบ้านและตัวคน ) … เขาเชื่อกันว่าจะช่วยปกป้องผู้ที่สวมใส่ — หรือบ้านที่ประดับ — จากความชั่วร้าย — ตามร้านของที่ระลึกทุกร้านจะต้องมี …. เราเองก็ซื้อมาฝากเพื่อน ๆ เพียบเลย …. ^^…

ปลาสด ๆ (…มั้ง ^^”..) ตัวโต ๆ ขายกันริมท้องถนน — มิน่า แมวที่นี่ตัวโต๊โต (…. เดี๋ยวมีรูปให้ดูค่ะ … ^^..) …

ผลไม้ก็ลูกใหญ่โตเช่นกัน – แต่ดูเหมือนว่ามันจะโตเองตามธรรมชาติ — ไม่ใช่พืช GMO …

เดินจนเหนื่อย …. แวะพักกินน้ำชาตุรกี — ของแท้ต้องเสริฟมาในแก้วทรงดอกทิวลิปแบบนี้นะคะ (…. เราก็ไม่เห็นมันมาในถ้วยแบบอื่นเลยนะ … นอกจากในโรงแรมที่มันเป็นแก้วเหมือน ๆ กันทั้งชาและกาแฟ…. ^^”..) มีน้ำตาลมาให้ — แต่ไม่มีนม …. และเป็นชาที่เข้มข้นมาก ๆ … แต่พอดีเราเป็นพวกหัวแข็งอะ — ต่อให้กินชา – กาแฟเข้ม ๆ ก็หลับได้ …. ไม่มีปัญหา … ^^”…

… และถ้าจะให้แท้กว่านั้น — ต้องกินกะขนมหน้าตาแบบนี้ … ชื่อว่าอะไรไม่รู้ — Guide book ไม่ได้บอก … ^^”… รสคล้าย ๆ ข้าวตู — ไม่ค่อยประทับใจสื่อมวลชนเท่าไหร่ — เราว่า Turkish delight อร่อยกว่า… ก็เลยซื้อมาแต่ Turkish delight … แต่มันก็หวานแสบไส้อยู่ดี…. ^^”… เอาเป็นว่า — ใครไม่รังเกียจของหวาน ๆ และไม่ได้เป็นเบาหวาน — ขอเชิญทวงของฝากได้ตามอัธยาศัย … ก่อนที่มันจะหมดนะคะ … ^^…

%d bloggers like this: